เข้าสู่ระบบชารีฟนั่งจ้องเธออยู่อย่างนั้น มันปวดปลาบในใจ นี่คือครั้งแรกในรอบสองปีที่เขาไม่ได้มา ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงพัฒนาขึ้น ถนน ตึกรามบ้านช่อง ทุกๆอย่าง ยกเว้นเธอ!
‘เงินและข้าวของที่ฉันให้มันไม่สามารถทำให้เธอเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้?’
เขาเอาแต่ตั้งคำถามนั้นอยู่ในใจ เธอก็ยังคงทำงานเอาใจแขกผู้ชายให้เอื้อมมือมาเสียดสีร่างกายแลกกับการซื้อเครื่องดื่มและทิปเล็กๆน้อยๆ บางทีอาจจะถึงขั้นขายตัวเลยก็ได้สินะ แต่ที่คืนนี้ทำเป็นยืนเก้กังก็เพราะว่าเจอเขา คงไม่นึกว่าจะได้มาเจอกันที่นี่สินะ
“เฮอะ”
เขารู้ทันมารยาเธอหรอกน่า เพราะเขาก็เคยเจอมาแล้ว อยากรู้จังว่าตอนนี้มีเหยื่อหน้าโง่แบบเขามาติดพันเธอไหม?
“นี่ พี่โอเคมั้ย?”
เมื่อเจ้าของร่างที่เธอใช้พยุงตะเบงเสียงถามแข่งกับเพลงที่ดังกระหึ่ม เธอจึงหลุดจากภวังค์ รีบดึงมือกลับและถอยร่นกลับไปยืนจุดเดิม
เธอไม่อยากเจอกันที่นี่ สิ่งที่วาดหวังไว้คือการหาเงินได้เยอะๆเพื่อไปเที่ยวกับสายธารและหาเขาให้พบ อยากมีโอกาสได้ยืนคุย ได้บอกคำว่าขอโทษสักหนึ่งนาที แค่นี้จริงๆ
แต่ดูความจริงตอนนี้สิ บ้าที่สุดเลย
ใบหน้าหวานยืนกร่อย มือประสานกันไว้ด้านหน้าสลับกับลูบแขนที่รู้สึกหนาวขึ้นมาจับใจ เธอชักไม่มั่นใจในชุดที่สวมใส่เสียแล้ว มือพยายามดึงชายกระโปรงสั้นแค่คืบลงอีกทั้งคอยหลบสายตาที่คาดเดายากของเขา ทั้งลูบผม เกาท้ายทอยวุ่นวายไปหมด เอาล่ะเมื่อไม่รู้จะทำยังไงต่อเธอขอไประบายให้สายธารฟังดีกว่า
ลัยลาฮ์ : -แก!-
สายธาร : -ว่า?-
ลัยลาฮ์ : -ฉันเจอคุณชารีฟ!-
สายธาร : -หา? บ้าน่า จริงดิ ... เฮ้ยคือ มึงโอเคมั้ย!-
ลัยลาฮ์ : -ใช่ มันบ้ามาก แทบอยากจะวิ่งหนีไปตอนนี้เลยก็กลัวโดนไล่ออกT0T-
“เฮ้ย นั่นลัยลาฮ์นี่! ..ใช่มั้ย?” การิมเอ่ยถามเพื่อนที่นั่งนิ่งหากแต่สายตาจ้องไปทางนั้นจนเริ่มรู้แน่แก่ใจแล้วว่าใช่เธอจริงๆด้วย
“ให้ตายเถอะไอ้เกลอ มันจะบังเอิญเกินไปมั้ยวะ คือฉันไม่รู้เลยนะเว้ย ถ้ารู้ว่ามีหล่อนอยู่ในนี้ฉันคงไม่..”
“เห้ย ไม่เป็นไรน่า” เขารีบแทรกขึ้นเมื่อรู้ว่าเพื่อนไม่ได้ตั้งใจจะให้เขาเจอเธอหรอก การิมออกจะเกลียดผู้หญิงคนนี้มากจนถึงขนาดอยากให้เขารีบลืมความเจ็บปวดแนะนำให้เขาได้รู้จักกับผู้หญิงอีกคนที่แสนเพอร์เฟ็กเพื่อมาแทนเธอ
“แล้วนายจะกลับเลยมั้ย?”
“ไม่กลับอยู่แล้ว” เขาทำหน้าเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรและดื่มต่อ แต่ก็ลอบมองเจ้าหล่อนเป็นระยะ หันไปถึงสามครั้งสามคราแล้วก็ยังพบว่าเธอเอาแต่ก้มหน้าอยู่กับมือถือนิ้วมือพิมพ์แชทเป็นระวิง
เขาพยายามเพ่งตาสังเกตมองหาแหวนบนนิ้วนางของเธอ แต่ก็ไม่พบ
แล้วก็ต้องหัวเราะให้กับตนเองเพียงลำพัง
‘ก็ใครจะสวมแหวนหมั้นเข้ามาในงานนี้เล่า’
-แก ฉันสังเกตดูนิ้วนางเค้าแล้ว คือเค้ามีแหวนหมั้นว่ะ-
เธอเม้มริมฝีปากไว้แน่นเพื่อสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ หันไปครานี้ดันสบตาเข้าจังๆ เธอรีบหลบดวงตาคู่นั้นก้มมองหน้าจอพิมพ์ภาษยึกยือจับใจความไม่ได้เพื่อแก้เขินไปพลาง
“คนนั้นน่ะ” ชารีฟชี้นิ้วพร้อมเรียกเธอเสียงดัง พอเธอเล่นมือถือนานเข้าเขาชักหงุดหงิด เหมือนเธอจงใจหลบหน้าเขา “ทำไมไม่เอ็นจอยกับแขกเลย?”
ลัยลาฮ์รีบยัดมือถือใส่กระเป๋าช่องเล็กๆที่กระโปรงด้านหลัง เพื่อนร่วมงานมองเธอด้วยสายตาตำหนิในความบกพร่องในหน้าที่นี้ เธอยืนเกร็งค้างอย่างชั่งใจ
เธอจะเอาอย่างไรดีกับชีวิตนี้?
วิ่งหนีไปดื้อๆเพื่อแลกกับการตกงาน? ทั้งๆที่จะเจอเขาที่นี่แค่ครั้งเดียว และอาจจะไม่ได้เจออีกเลยก็ได้
“ขอโทษค่ะ ดิฉันต้องขอโทษจริงๆ”
รีบโค้งศีรษะขอโทษเป็นยกใหญ่
“ไม่เป็นไรคร้าบ เอ้านี่ ดื่มด้วยกันสิ” ยาซีด เพื่อนของเขาอีกคนที่กำลังเมาได้ที่เดินเข้าไปกอดคอเธอไว้
ร่างเพรียวสะดุ้ง รีบดันตัวลูกค้าออก
“อ้าว ทำไมล่ะ แตะแค่นี้ไม่ได้สินะ”
“เอ่อ” เธอลอบมองดูเขาที่เพิกเฉยเหมือนไม่แยแสอะไรในตัวเธอเลยด้วยซ้ำ
“ออ ไม่เป็นไรค่ะ แตะพอประมาณแบบนี้ได้” เธอยิ้มหวานให้พร้อมรับแก้ววอดก้ามากระดกเข้าปาก
“อ่าส์” เธอทำหน้าเหยเกและรีบหาน้ำเปล่ามาดื่มล้างคอ และอีกนัยหนึ่งคือการเลี่ยงหนีจากแขกคนที่รุ่มร่าม
แต่ภาพที่ชารีฟเห็นและรู้สึกนั้นกลับคิดไปอีกทาง เขาไม่เคยจะไว้ใจท่าที่ทำเป็นตกใจหรือเหนียมอายของหล่อน นี่คือมารยาร้อยเล่มเกวียนชัดๆ
ชารีฟกวักมือเรียกหญิงสาวคนหนึ่งให้เข้ามานั่งใกล้ๆ เขาโอบกอดหล่อนพร้อมโน้มใบหน้าเข้าใกล้ใบหูจนแทบจะไซ้ดูดลำคอกันแล้วในสายตาของลัยลาฮ์
“เอานี่ไปให้คนนั้นดื่มสิ” เขาวานให้อีกคนนำเหล้าไปให้ลัยลาฮ์ ตั้งใจจะมอมเธอให้เมาไม่รู้เรื่องจะได้กล้าเผยชีวิตเธอหมดเปลือกว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ ยังคบกับแฟนเด็กให้มันรีดไถแล้วตัวเองทำงานเปลืองตัวแบบนี้ หรือว่ามีเสี่ยเลี้ยง?
เมื่อเธอส่ายหน้าปฏิเสธและทำหน้าเหมือนจะไม่ไหว แต่เขาไม่ละความตั้งใจนั้นง่ายๆหรอก
“บอกเธอไปว่าไม่ใช่ช็อตละพัน นั่นช็อตละหมื่น”
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายหน้าอีกครั้ง ครานี้หันมาจ้องมองเขาและทำมือไขว้กันเป็นตัวx
“หนึ่งแสน” ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้น พร้อมเสนอราคาเสียงดังฟังชัด สาวๆในนี้ต่างเบิกดวงตาโตเท่าไข่ห่าน
“เห้ย ถ้าเธอไม่เอาฉันเอาแทนได้มั้ย”
ไม่ทันที่คนกระซิบถามได้พูดจบประโยคเธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพร้อมดึงแก้วในมือหล่อนคนนั้นมาดื่มอย่างกระฉับกระเฉง
“ฮื่ม” ลัยลาฮ์ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปาก หัวใจพองใหญ่เมื่อนึกถึงเงินก้อนนั้น เงินตั้งหนึ่งแสน ไม่เอาก็บ้าแล้ว
“กูว่าแล้ว” เขาแค่นหัวเราะออกมา คนอย่างลัยลาฮ์ก็ยังเป็นผู้หญิงที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเงินสิน่า
ที่จริงแล้วบ้านสวนริมแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดกระทัดรัดบนเนื้อที่เกือบหนึ่งไร่หลังนี้เป็นของคุณตาคุณยายที่เลี้ยงป้าโสภีและแม่โสรยาส่งต่อมายังรุ่นหลานอย่างเธออีก เธอพอจะเข้าใจดีแหละว่าลุงอยากจะเก็บบ้านหลังนี้ไว้ให้ลูกทั้งสองของเค้าแม่เธอชื่อโสรยา ส่วนพ่อชื่อโชคชัย รายนั้นไม่อยากจะพูดถึงหรอก ขอมองข้ามไปก่อนแล้วกัน เพราะพ่อเขามีครอบครัวใหม่ที่แสนอบอุ่นไปแล้วแม่โสรยาหย่ากับพ่อไปมีสามีใหม่ซึ่งเป็นสามีฝรั่ง เธอจำได้พอลางๆเพราะแม่เคยพามาเยี่ยมบ้านหนึ่งครั้ง แต่น่าเสียดายที่แม่ใช้ชีวิตสุขสบายได้เพียงสองปีก็ประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตที่โน่น เธอไม่มีโอกาสได้กราบศพท่านเลย แม่กลับมาเพียงโกศกระดูกให้ดูต่างหน้า ตามประสาเด็กหญิงอายุเจ็ดขวบที่ยังไม่ได้รู้สึกอาลัยในการสูญเสีย แต่พอโตขึ้น เธอยิ่งรู้สึกเศร้าและคิดถึงแม่อย่างจับหัวใจถ้าแม่โสรยายังอยู่ชีวิตเธอคงดีกว่านี้ ไม่ปากกัดตีนถีบไปเป็นแม่ค้าขายผ้าในตลาดนัดตอนเย็นเพื่อส่งตัวเองเรียนระดับมหาวิทยาลัยรัฐฯในจังหวัดปริมนฑล ชีวิตการต่อสู้ไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้นหรอก บททดสอบมันยากเข้าไปอีกขั้นเมื่อการค้าขายไม่สามารถส่งตัวเองไปถึงฝันได้ ก็นะ มันไม่แน่นอนและใช่
ใบหน้าคมคายเหลือบหันไปมองเธอที่อาเจียนออกมาจนแทบจะหมดตัวแล้วหล่อนก็เอนกายลงนอนตามเดิมอย่างไม่รู้เรื่องราว “ไม่รู้” เขาตอบออกมาตามตรง“โอเค” การิมผงกรับเชื่องช้า ถึงจะไม่เห็นด้วยแต่ก็ไม่ก้าวก่าย เขาเคารพทุกการตัดสินใจของเพื่อนเสมอ “งั้น พรุ่งนี้เจอกันเพื่อน” การิมตบบ่าให้กำลังใจก่อนเดินออกจากห้องไปซู่วส์!สายน้ำจากฝักบัวด้านบนไหลลงมาชำระล้างคนที่กำลังนั่งคออ่อนคอพับไม่ได้สติจนตื่นตัวขึ้นพร้อมเอื้อมมือสะเปะสะปะร้องเรียกหาคนช่วย“ช่วยด้วย อื้อ”“ไง ได้สติแล้วใช่มั้ย” ร่างใหญ่ยืนเท้าสะเอวก้มมองหญิงสาวที่กำลังคลานออกมาจากสายน้ำเงยหน้าขึ้นมองเขา“ชารีฟ”“ใช่ ฉันเอง”ร่างบางเปียกโชกพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนแต่เหมือนว่าเรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้“พาฉันออกไปจากที่นี่ที”“พรุ่งนี้ฉันจะไปส่ง”“ม่าย ช้านจาไปตอนนี้”“เอาสิ ถ้าเก่งนักก็เดินออกไปเองเลย” เขาหยุดยืนมองดูเฉยๆ อยากจะรู้นักว่าจะเก่งได้สักกี่น้ำแล้วริมฝีปากที่ยิ้มเยาะนั้นกลับเปลี่ยนเป็นอ้าปากค้างหวอในทันทีที่แม่สาวจอมก๋ากั่นดันเดินเซซัดออกไปจากห้องน้ำได้สำเร็จเขาเดินตามหล่อนที่เก้าเท้าเตาะแตะประหนึ่งเด็กหัดเดินพร้อมทั้งมีรอยน้
จากที่เคยอยู่บ้านราคาหกหลักพื้นที่กว้างขวางรองรับเพื่อนเธอกลุ่มใหญ่ที่เขาซื้อไว้ให้ ตอนนี้มันถูกเปลี่ยนมือเป็นเจ้าของคนใหม่แล้ว เธอจะไม่มีทางให้เขาหัวเราะเยาะชีวิตที่อับจนของเธออย่างเด็ดขาด“ทำไม ถ้าฉันไปส่งกลัวผัวที่บ้านเห็นเหรอ”“ใช่ จะทำไม”“เธอนี่มันเลวสุดๆไปเลย”“ก็แล้วไง” เธอทุบตีอกแกร่งหนุบหนับเพื่ออยากหลุดพันธการจากวงแขนทั้งสองยื้อยุดกันได้ไม่นานก็มีฮัสมินเข้ามาไกล่เกลี่ยให้ชนิดที่ทั้งสองไม่เต็มใจหรือต้องการเลยสักนิด“เฮ้ๆใจเย็นนะ มีอะไรหรือเปล่า เอาล่ะ ถึงคิวฉันแล้วใช่มั้ย?”ไม่ทันที่ชารีฟจะอ้าปากพูดอะไรหล่อนก็รับเอ่ยขึ้นทันควัน“ใช่ค่ะ ถึงคิวคุณแล้ว”หัวใจดวงน้อยๆพร่าสั่น ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่ ปล่อยให้เป็นไปตามสิ่งที่คิดเลยก็แล้วกัน“อย่า” เขาเค้นเสียงเน้นหนักพร้อมส่งแววตาดุดันขู่เธอทว่าสองมือนั้นอ่อนล้า ..เหมือนหัวใจ“ไปถอดเสื้อรอฉันตรงนั้นเลยค่ะ เดี๋ยวฉันตามไป” เธอเอื้อมมือไปลูบไล้แผงอกของฮัสมินก่อนผลักออกเบาๆชารีฟมองเพื่อน และมองผู้หญิงตรงหน้าแล้วแทบจะขยี้เธอให้แหลกคามือ เหมือนโลกทั้งใบมันหยุดหมุน ทุกสิ่งอย่างเงียบงันทั้งที่ความจริงนั้นตรงกันข้าม“สภาพนี้จะปรนเ
ร่างใหญ่ชะงักการเคลื่อนไหว ทั้งสองต่างหันขวับไปตามเสียงจากผู้มาใหม่ให้ตายเถอะ เพื่อนของเขากำลังจะเข้ามาแจม!“ฮึก”ใบหน้าเรียวสะบัดให้ผมลงปกปิดและหันไปอีกทาง ก้อนสะอื้นจุกขึ้นในลำคอจนไร้เสียงจะเอื้อนเอ่ย ไม่เคยรู้สึกอับอายเท่านี้มาก่อน มีดวงตาสองคู่มองเธอกำลังเย่อกับเขาในท่ายืน“มานี่”ชารีฟโอบรัดร่างบางบังคับพาเธอเดินหน้าประมาณห้าก้าวยาวๆให้ด้านหน้าเธอแนบพิงผนังอีกฝั่งเพื่อหลบหนีพวกนั้น ตอนนี้ร่างใหญ่กำยำของเขาบดบังร่างเธอไว้จนมิด“เห้ย อะไรวะ” / “หวงของเหรอ”“เออ กูเสร็จมึงค่อยเอาต่อ”หลังจากได้ยินคำนั้นจากปากเขา ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวน้ำตาไหลพรากเป็นสายร่ำร้องในใจอย่างเจ็บปวดทั้งที่ร่างสะท้านตามแรงกระหน่ำอันไร้ความรักและปราณีหลงเหลือเธอเจ็บ เจ็บทั้งตัวและใจพยายามเบี่ยงกายออกแรงดิ้นแต่ก็ไม่หลุด อายแสนอาย ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกผู้ชายสองคนนั้นเห็นอะไรบ้าง“อาส์ ลัยลาฮ์”เสียงเรียกแผ่วเบานั้นกลับทำใจอ่อนไหวยวบ พอสองมือหนาดึงเกาะอกลง ตะปบหน้าอกอวบพร้อมคลึงนวดขยำ และช่วงล่างหยุดการเคลื่อนไหว ก่อนจะค่อยๆหมุนควงเนิบนาบ“ซี้ดดด”เธอถูกปลุกปั่นจนเตลิดเมื่อปลายนิ้วร้ายเอื้อมมาบดขยี้เม็ดติ่งกระสัน
“คือ.. ฉันเจอเธอที่ผับ เธอยังทำงานแบบเดิมไม่เปลี่ยน หรือเผลอๆอาจจะรับงานอย่างว่า เห้อ และตอนนี้ฉันคุยกับนายอยู่ในห้องน้ำ” “เห้อ ผมไม่รู้จะบอกกับคุณยังไงดี คุณเหมือนน้ำมัน และเธอคือไฟ เอาเป็นว่าคุณอย่าเข้าใกล้กันน่าจะดีกว่านะครับ เธอคือสิ่งเดียวในโลกที่คุณคอนโทรลไม่ได้ ฉะนั้น ผมว่าไม่มีเหตุจำเป็นอันใดที่คุณควรเอาตัวเข้าไปใกล้เธอเลยครับ” “เห้อ โอเค” การิมเพื่อนรักเองก็บอกเขาอย่างนั้น เธอคนนี้ทำให้เขาเป็นโรคไมเกรนปวดหัวแทบจะระเบิดแทนที่จะเกิดขึ้นเพราะการทำงานหนักเขาใจสั่นเพียงแค่ได้เจอเธออีกครั้ง หลังจากทำใจมาได้เป็นปีๆ ทุกอย่างที่ตั้งใจมันจะพังทลายลงแค่เจอเธอคืนนี้? จากที่คิดว่าจะไม่สนใจใยดี พอเอาเข้าจริงๆมันอยู่เฉยไม่ได้หากจะต้องทนรับรู้ว่าเธอกำลังจะขายตัวให้เพื่อนของเขา อาจจะไม่ใช่แค่หนึ่งคน อาจจะเป็น สอง สาม หรือสี่ ตอนนี้มันเหลืออดเกินจะเพิกเฉยกับผู้หญิงยอมยั่วคนนี้แล้ว!! “ฮัสมิน เอาถุงยางมา”ชารีฟรับซองถุงยางอนามัยจากฮัสมิน เพื่อนชายอีกคนที่เดินตามยาซัดดิ่งตรงเข้า
ร่างเพรียวสวยเริ่มยืนไม่อยู่เธอขอนั่งเก้าอี้มองเพื่อนร่วมงานเล่นเกมส์สนุกสนานกับแขกอย่างครื้นเครง เธอรู้สึกเมื่อยคอจึงขอฟุบลงกับโต๊ะสักงีบนานเท่าไหร่ไม่รู้ เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าสาวๆจากที่มีสิบคนตอนนี้เหลือแค่ห้า บรรดาแขกวีไอพีเองก็จำนวนคนลดลงเช่นกัน“ว้าย แพ้อีกแล้วเนี่ย”“ถอดเลยๆ”และ ณ ตอนนี้เธอกำลังนั่งมองดูสาวๆกำลังเล่นเกมส์ไพ่กับแขก บางคนเปลือยอกจนเหลือแค่กางเกงในเพราะแพ้ เธอรีบกวาดสายตามองหาเขาในทันที แล้วก็พบว่าเขาย้ายจากที่นั่งเดิมไปอีกฝั่งหนึ่ง“เห้อ” เธอแอบโล่งใจไปหนึ่งเปราะที่เขาไม่ได้ไปไหน และไม่ได้ร่วมเล่นเกมส์บ้าๆนั่น เมื่อบรรยากาศภายในห้องชักไม่เหมือนเดิม ทุกคนเมามายหนัก หัวเราะอย่างสนุกสนาน สาวบางคนนั่งให้แขกขยำหน้าอกแล้วก็ก้มลงดูด ‘ชิบหายละ! หรือว่านี่คืองานวีสุกี้หม้อรวม?!!’ เอาล่ะ เธอต้องรีบหาทางหนีทีไล่ อยากจะเขกหัวตัวเองเหลือเกินที่เผลอหลับไป บวกกับตนเองที่เลือกรับเงินแสนนั้นเพื่อนกลุ่มที่ไม่รับงานพวกนี้ต่อเลยไม่ปลุกและคิดว่าเธอเป็นสายนี้กระมัง







