Mag-log in“แต่อาจารย์สัญญากับมาร์แล้ว ว่า...” จะจบ
“เพราะงั้นอาจารย์ก็ไม่ควรมาแตะต้องตัวมาร์อีก”
“สัญญาอะไร? ฉันสัญญาอะไรกับเธอ”
คว้าข้อมือเล็กไว้ เธอกลับพยายามจะดึงออก ท่าทีรังเกียจเขาจากเธอทำให้อาจารย์หนุ่มโกรธ ขยุ้มข้อมือบางให้แรงขึ้นและปีนขึ้นเตียงมากดเธอไว้ใต้ร่างกำยำ
“อาจารย์ ปล่อยมาร์...”
“ทำไม? ไม่พอใจที่ฉันแตะต้องตัวเธองั้นเหรอ ได้ค่าเทอมครบแล้วต่อมรังเกียจฉันมันเพิ่งทำงานหรือไง เธอถึงถอยออกห่าง ไม่ยอมให้ฉันแตะต้องเนื้อตัวเธอ ทั้งที่เธอเป็นเมียฉัน!”
“ไม่ใช่ค่ะ แต่... อาจารย์สั่งลามาร์ไปแล้ว”
เธอเม้มปากหลายครั้งกว่าจะกล้าพูดคำนั้นออกมา
‘สั่งลา’
ใช่... เขาสั่งลาเธอไปแล้วในคืนนั้น
แลกกับเงินค่าเทอมก้อนสุดท้ายในการเรียนปีสี่เทอมสอง
“ฉันพูดเหรอว่าจะจบกับเธอในคืนนั้น เธอคิดว่าเงินสองหมื่นที่ฉันจ่ายให้เธอทุกเทอมจนเธอใกล้จะเรียนจบ มันคุ้มค่ากับการนอนกับเธอแค่ครั้งเดียวเหรอ ก่อนหน้านี้เธอเคยนอนกับฉันถี่แค่ไหน เธอก็ต้องนอนกับฉันถี่เท่าเดิมไปจนกว่าเธอจะเรียนจบ ตราบใดที่เธอยังใส่ชุดนักศึกษาไปนั่งในชั้นเรียนด้วยเงินค่าเทอมของฉัน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความต้องการของฉัน!”
“มาร์ไม่ได้พูดเอง อาจารย์บอกมาร์เอง ว่าจะหยุด ว่าเราจะเจอกันเป็นครั้งสุดท้าย ให้มาร์ตั้งใจเรียนให้จบ เรียนจบแล้ว... มาร์จะได้ไปจากที่นี่ อาจารย์ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องของเรา โดยเฉพาะคุณลิตา มาร์ก็ยอมแล้วไง มาร์รับปากอาจารย์แล้วว่ามาร์จะไป มาร์ขอเวลาอีกแค่ไม่กี่เดือนมาร์ก็จะเรียนจบแล้ว อาจารย์ปล่อยมาร์ไปไม่ได้เหรอ ที่มาร์ให้ไป มันก็เยอะแล้ว อาจารย์ยังจะอยากได้อะไรจากมาร์อีก...”
การ์ดแต่งงานระหว่างเขากับลลิตาถูกพิมพ์มาแล้ว ใจคอเขาจะนอนกับเธอไปจนกว่าจะถึงคืนเข้าหอกับเจ้าสาวเลยหรืออย่างไร ซ้ำร้าย ผู้หญิงคนนั้น ยังเป็นลูกสาวคนเดียวของคนที่ให้ที่ซุกหัวนอนเธอมากว่ายี่สิบปี แวบหนึ่งนัยน์ตาแทนคุณฉายแววโลเล ก่อนเขาจะตอบกลับด้วยใบหน้าไม่รู้สึกรู้สา ซึ่งใจร้ายกับเธอมากๆ
“ฉันเปลี่ยนใจ ฉันคงปล่อยเธอไปไม่ได้หรอกมาร์”
คำตอบจากคนเห็นแก่ตัวกรีดใจมาลินีให้เจ็บกว่าแผลบนเข่า
เธอกัดปากจนเจ็บ ช่วยเขาทบทวนความทรงจำ
“แต่อาจารย์กำลังจะแต่งงานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า การ์ดบางส่วนถูกพิมพ์และแจกไปแล้ว ถึงมาร์... จะไม่ได้รับการ์ดเชิญ แต่มาร์ก็รู้ค่ะว่างานแต่งอาจารย์กับคุณลิตาจัดวันไหน มันปลายเดือนหน้าไม่ใช่เหรอคะที่อาจารย์จะเป็นสามีของคนอื่น...”
“แล้วยังไง? ฉันจะแต่งงานสิ้นเดือนนี้ สิ้นเดือนหน้า หรือวันนี้ วันพรุ่งนี้ วันมะรืนนี้ แล้วจะทำไม? ฉันไม่แคร์ เธอเองก็ไม่ต้องแคร์ เธอไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ ของน้องลิตาสักหน่อย ฉันจำเป็นต้องแคร์ด้วยเหรอ ถ้าเธอไม่อยากให้ใครจับได้ว่าเธอแอบเป็น ‘ชู้’ กับผัวคนอื่น เหมือนที่แม่เธอนอกใจคุณธงไทยไปเอากับ ‘ชู้’ จนท้องเธอ เรียนจบแล้วเธอก็รีบไปจากที่นี่เร็วๆ สิ ที่นี่ไม่มีใครต้องการเธอ เธอจะอยู่หรือไปก็ไม่มีใครสนใจ เธอ ให้ฉันพูดต่อไหมมาร์ ว่าต่อให้คืนนี้เธอไม่กลับไปนอนที่รีสอร์ต หรือหายไปจากโลกนี้ คนในม่อนแลดาวก็ไม่คิดอยากตามหาเธอ มีแค่คนไร้ค่าอย่างเธอเท่านั้นแหละ ที่ดื้อด้านไม่ยอมไปจากที่นี่ ทั้งที่ถูกขับไล่มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง!”
ก็พอจะรู้ว่าไม่มีใครรัก แต่เขาจำเป็นต้องตอกย้ำเธอด้วยเหรอ
“ฮึก... ค่ะ มาร์เข้าใจแล้ว มาร์จะตั้งใจเรียนให้จบ ถึงตอนนั้นมาร์จะไม่กลับมาที่นี่อีก ยี่สิบปี... ที่แม่ทิ้งมาร์ไม่กลับมาหา มาร์ก็จะทิ้งที่นี่ไปอีกยี่สิบปีเหมือนกัน ฮึก... อาจารย์อยากจะจดจำมาร์แบบไหน ก็ตามใจเถอะค่ะ จะลูกชู้ คนขายตัว หรือคนไร้ค่าก็ตามใจ ฮึก... มาร์จะใช้โอกาสทางการศึกษาที่อาจารย์มอบให้ ไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง ถึงตอนนั้น มาร์จะไม่ให้ใครมาดูถูกมาร์ว่าไร้ค่า มาร์มีค่าค่ะ ถ้ามาร์ไร้ค่า มาร์คงไม่อดทนอยู่มาถึงทุกวันนี้ทั้งที่ไม่มีใครต้องการ มาร์อดทนทำทุกอย่างให้ตัวเองมีชีวิต มาร์เก่งถึงขนาดนี้ ฮึก... ทำไมไม่มีใครมองเห็นคุณค่าของมาร์เลย ฮือ...”
แม้แต่เขาก็ไม่เคยเห็นว่าเธอมีคุณค่า...
เสียงร้องไห้เท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนมาลินี
เธอเลื่อนมือไปกุมบนแผ่นอกซ้ายของชายที่เธอร่วมหลับนอนกับเขามาหลายปี อ้อนวอนผ่านสายตาขอให้เขาใจดีกับเธอบ้าง พื้นที่หัวใจเธอจะไม่เหลือความชุ่มชื่นอีกแล้ว มันแห้งแล้งเหมือนคนตายทั้งเป็น
เขาเหมือนคนปลอบผู้หญิงไม่เป็น เห็นเธอร้องไห้จะขาดใจก็แตะปลายคางเชิดใบหน้าเธอขึ้นมารับจูบ ฝ่ามือสากลากผ่านลาดไหล่บางเกี่ยวเอาสายเล็กๆ ลากผ่านทรวงอกเปลือยลงไปกองบนเอวคอด เธอร้องไห้หนักมากขึ้นรู้สึกเจ็บที่ถูกเขาตอกย้ำให้จำว่า ‘คุณค่า’ ในตัวเธอมีแค่นี้
ทารกน้อยเพศชายนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจหน้ากระจกใส อวดความน่ารักให้คุณปู่คุณย่าและทุกคนที่จับจ้องมองจากด้านนอก แทนคุณมองหน้าลูกชายคนแรกด้วยความดีใจ ลูกเขาปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณขาวผ่องน่าเอ็นดูที่สุด น้องชายฝาแฝดเข้ามาแตะบ่าแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ของตระกูล“ยินดีด้วยนะพี่ หลานชายของพวกผมน่ารักมาก”“ขอบใจมากนะ พวกนายเป็นน้องชายที่ดีที่สุดในโลกเลย”“ลิตาก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะพี่แทน หลานน่ารักมาก”“ยินดีด้วยนะครับ ขอให้หลานเป็นเด็กดี เลี้ยงง่ายครับ”“ขอบใจจ้ะลิตา ขอบคุณสารวัตรด้วยนะครับที่แวะมาเยี่ยม สารวัตรมาช่วยผมดูแลลูก ไว้รอคิวสารวัตร ผมจะไปช่วยเลี้ยงนะครับ”ลลิตามาพร้อมกับสารวัตรหนุ่ม ตัวติดกันจนแทนคุณเบื่อจะแซวแล้วเพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าน่าจะคบกัน แต่อยากรอให้มั่นใจกว่านี้ก่อนจึงจะเปิดตัวแทนคุณแค่พูดนิดเดียวน้องสาวของเขาแก้มแดงลามไปถึงใบหู แทนคุณดีใจที่ทุกคนรอบตัวเขามีความสุข“ลุงแทนขา มาดูใกล้ๆ น้องตัวนิดเดียวเอง ทำไมตัวเล็กจัง น้องจะโตตอนไหนคะ”หลานสาวคนแรกของตระกูลถามลุงแทน ขณะเข้าไปเกาะขอบกระจกดูความน่ารักของน้องชายลุงแทนคุณของหนูน้อยเข้ามายืนข้างๆ ตวัดวงแขนอุ้มหลานสาวขึ้
หลังจากค่ำคืนแห่งฝันร้ายได้ผ่านพ้นไป มาลินีลืมตาตื่นในเช้าวันต่อมา เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งเกิดใหม่ การผ่านความเป็นความตายมาได้ทำให้เธอมีสติอยู่กับปัจจุบัน และตระหนักรู้คุณค่าของเวลาซึ่งเธอไม่รู้ว่ามีเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากว่าเธอจะต้องตายในเร็วๆ นี้ เธอก็อยากจะใช้เวลาต่อจากนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับคนที่เธอรักและรักเธอ จับมือกัน ดูแลกันไปจนกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะตายจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจนกระทั่งมั่นใจว่าลูกน้อยในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี แพทย์เจ้าของไข้จึงอนุญาตให้มาลินีกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เธออยากช่วยเก็บเสื้อผ้าและของใช้เล็กๆ น้อยๆ ภายในห้องพักฟื้น แต่ถูกแทนคุณและคุณแม่ของเขาจูงแขนเธอคนละข้างมานั่งพักบนชุดรับแขก หน้าห้องพักฟื้นมีคุณลมเหนือเข็นวีลแชร์มารอมาลินีไม่เคยได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวมาก่อน เธอตื้นตันใจเคยเป็นคนที่ไม่มีบ้านให้กลับ แต่ตอนนี้มาลินีมีบ้านถึงสองหลังที่เต็มใจจะเปิดประตูต้อนรับเธอเข้ามาพักพิงได้ตลอดเวลา หลังแรกคือบ้านของแทนคุณ และหลังที่สองคือบ้านหลักของต้นตระกูลภูวรา“พักที่นี่กับแม่เถอะนะ ให้พ้นสามเดือนแรก ให้แม่มั่นใจว่าปลอดภัยก่อนค่อยกลั
“ฮึก... มาร์รู้ว่ายังไงมาร์ก็ไม่รอด คงไม่มีใครมาช่วยมาร์ มาร์ไม่ร้องขอการมีชีวิต แต่มาร์อยากได้ยินเสียงของคนที่มาร์รักเป็นครั้งสุดท้าย เห็นแก่ที่มาร์คอยดูแลคุณแจ่ม เห็นแก่ที่มาร์รักคุณแจ่มเหมือนแม่ ฮือ... คุณแจ่มช่วยทำให้มาร์สมหวังเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ มาร์คงไม่มีโอกาสได้บอกรักพี่แทนอีกแล้ว ฮือ... มาร์จะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขา มาร์อยากบอกให้เขารู้ ว่ามาร์ไม่ได้อยู่กับเขาอีกแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรอมาร์ เหมือนกับพ่อเลี้ยงที่รอการกลับมาของแม่ ฮึก... มาตลอดยี่สิบปี มาร์แค่ไม่อยากให้เขารอมาร์ มาร์อยากให้เขาใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่มีมาร์ คุณแจ่มก็รู้ ว่าการรอคอยสักคนโดยที่คนๆ นั้น ไม่มีทางกลับมาหา มันทรมานมากแค่ไหน มาร์ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวดกับการรอ ฮือ...”“...”เสี้ยววินาทีที่ได้ยินคำขอครั้งสุดท้ายจากเด็กสาว สามารถทำให้อดีตแม่เลี้ยงของม่อนแลดาวหยุดชะงักปีแล้วปีเล่าเธอต้องทนมองพ่อเลี้ยงธงไทยคิดถึงเมียรักและคาดหวังให้มันกลับมารับลูกสาว ใจหนึ่งแจ่มจันทร์เจ็บปวด แต่อีกใจหนึ่งก็สะใจและอยากจะตะโกนบอกว่ามันตายไปแล้วถ้าหากแทนคุณต้องมาตกอยู่ในวังวนเดียวกัน เขาอาจจะใช้เวลาอีกยี่สิบปีเพื่อรอให้ม
ป่านนี้แม่โฉมจะโทรบอกแทนคุณหรือยังเขาจะมารับเธอกลับบ้านทันทีเลยหรือเปล่า หวังว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธออยู่กับฆาตกรนานกว่านี้มาลินีพยายามหักห้ามความกลัวของตัวเอง มองคุณแจ่มจันทร์ให้เป็นแค่ผู้หญิงสูงวัยที่เธอรักและเคารพเหมือนแม่ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก เธอถูกท่านดุถูกท่านตีไม่เคยเก็บมาโกรธเคือง ทุกๆ วันเธอจะวิ่งเล่นหลังบ้านส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้คุณแจ่มได้ยินว่าเธออยู่ตรงนี้ ขอแค่เห็นหน้าท่านวันละไม่กี่นาทีเด็กหญิงตัวน้อยก็มีความสุขวันหนึ่ง มาลินีในวัยเด็กอยากลองเรียกท่านให้เหมือนกับลลิตา“แม่แจ่ม...”การเกิดมาเป็นกำพร้า ความฝันของมาลินีมีอย่างเดียวแค่เรียกใครสักคนว่า แม่มาลินีมีแม่ลดา เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในหมู่บ้านที่ยอมให้เธอเรียกแม่ และคอยทำกับข้าวให้เธอกินทุกครั้งที่เธอแวะไปช่วยล้างจานแม่ลดาใจดี เคยชวนเธอไปอยู่ด้วยกัน แต่เพราะที่บ้านของแม่มีลูกสาวอีกคนที่ชื่อพี่เพียงอยู่แล้ว และมาลินีก็มีห้องนอนใต้หลังคาของเธออยู่แล้ว เธอจึงไม่ไป เธออยากจะอยู่ที่ม่อนแลดาวและอยู่ใกล้ๆ คุณแจ่ม แม้ว่าจะไม่ได้รับความรักแต่ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเปรียบกันแล้วคุณแจ่มจันทร์ก็ให้ข้าวให้น้ำเธอเหมือนกัน เด็ก
“ขออภัยครับ แต่ตอนนี้ทางตำรวจตามหามอเตอร์ไซค์คันนั้นเจอแล้วคาดว่าเราจะคลี่คลายคดีได้ในเร็วๆ นี้ มอเตอร์ไซค์ถูกแยกส่วนส่งให้ร้านขายของเก่า บังเอิญว่าเจ้าของร้านเห็นข่าวและติดต่อมาที่ตำรวจ ถือว่าเป็นพยานปากเอกเลยก็ว่าได้ เล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเอามาให้ฟรีๆ ไม่ได้คิดเงิน คุณมาร์คิดสิครับ ถ้าเป็นคนที่ดักปล้นจี้จริงเขาจะให้ฟรีเหรอครับ ทางตำรวจได้ลายนิ้วมือแฝงมาแล้ว คาดว่าในอีกวันสองวันนี้ก็จะยืนยันได้ว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปในคืนนั้นจะใช่ผู้ตายจริงหรือเปล่า และถ้าหากไม่ใช่... เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากเยี่ยมคุณลิตาด้วย”“ค่ะ เรื่องที่คุยกัน มาร์กับพี่แทนสัญญาว่าจะไม่เอาไปพูดต่อ”“ขอบคุณครับ อีกหนึ่งเหตุผล ผมแค่อยากให้พวกคุณระวังตัวไว้”สาเหตุที่นายตำรวจหนุ่มขอตัวกลับก่อน เพราะแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ตั้งใจเดินตรงมาทางนี้ บังเอิญว่าตำแหน่งห้องพักฟื้นพิเศษของลลิตาอยู่ใกล้ๆ แม่เลี้ยงเอาแก้วมาล้างมองผ่านกรอบหน้าต่างมาเห็นเข้าพอดี ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันแต่เธอรีบเดินมาอย่างเร็ว“สารวัตรโจโกรธที่ฉันไม่ให้เขาเข้าเยี่ยมคุณลิตาหรือเปล่า เขาพูดอะไรกับพวกเธอ สีหน้าท่าทางถึงได้ดูจริงจังชอบกล”มาลินีสบต
“เที่ยงแล้วไปกินข้าวด้วยกันไหมพี่ หรือสั่งอาหารมากินที่นี่”เดิมทีพี่ชายคนโตจะเข้ามาช่วยงานเอกสารในไร่ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่หลังจากที่พ้นสภาพการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเก็บของย้ายกลับมาอยู่บ้าน แทนคุณก็เข้ามาช่วยงานเต็มตัว สบายศาสน์ เขาอินโทรเวิร์ดพูดน้อยต่อยหนักไม่ชอบงานเอกสาร และไม่ชอบงานที่จะต้องติดต่อกับคนอื่น จึงโยนให้พี่ชายทำทั้งหมด“เที่ยงแล้วเหรอ”ถ้าน้องชายไม่บอกแทนคุณก็ไม่รู้เลยว่าเที่ยงแล้ว เขาทำงานเพลินไปหน่อยรีบเก็บเอกสารเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ“พี่ดีลงานคอนเสิร์ตประจำปีเรียบร้อยแล้วนะ ปีนี้จัดยาว 3 วัน วงดนตรีจะคอนเฟิร์มอีกที สัปดาห์หน้าพี่นัดทีมงานเข้ามาดูสถานที่จัดงาน ถ้าเรียบร้อยแล้วเอกสารอื่นๆ จะส่งมาให้นายทีหลัง ส่วนข้าวเที่ยง ไปกินคนเดียวเลยน้องชาย พี่มีเมีย ขอกลับไปกินกับเมียดีกว่า สั่งข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไปล่ะนะ”“เจอกันทั้งคืนยังไม่เบื่ออีกเหรอ พักกลางวันยังจะกลับไปกินข้าวกับเมีย”เหม็นความรักโว้ย!ขับรถออกจากสำนักงานไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงบ้านที่อยู่ท้ายไร่ ชายหนุ่มหิ้วถุงอาหารทั้งคาวและของหวานเต็มสองมือเข้ามาในบ้าน“มาร์ หิวข้าวหรือยัง พี่กลับมาแล้ว ม
เรือนร่างท้วมเร่งฝีเท้าเดินบนแผ่นไม้ขนาดเล็กไปยังเรือนกล้วยไม้หลังบ้าน เจ้าของรีสอร์ตม่อนแลดาวมัวแต่เหม่อลอย กว่าจะได้ยินเสียงเรียกชื่อเขาก็คว่ำกรอบรูปช้าจนจับพิรุธได้ ว่าอาลัยอาวรณ์เมียรักอีกแล้วว่ากันว่าคนตาย ตายไปไม่ทันไรก็ถูกลืม คงจะจริง เพราะเมียคนแรกที่เป็นแม่ของลลิตา
“มาร์!”ดนุไม่ลังเลที่จะพากายสูงใหญ่ไปขวางเธอไม่ให้เผชิญหน้ากับแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ เธอร้องไห้ไม่หยุด เนื้อตัวฟกช้ำมีรอยแผล และมีคราบเลือดสีคล้ำซึมออกมาจากผ้าพันแผลบนหัวเข่า ความเจ็บปวดของเธอทำให้ดนุเจ็บตามไปด้วย“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเนื้อตัวมาร์มีแต่รอยแผล มาร์บอกพ
คนที่แทนคุณกำลังตามหาได้ปีนรั้วกลับมาฝั่งม่อนแลดาวทางสวนลำไย เธอวิ่งเร็วจนหอบเหนื่อยเพราะกลัวดนุจะมาเห็นเธอในสภาพนี้เปลือกสีน้ำตาลห้อยระย้าปกคลุมไปทั่วต้นไม้สูงใหญ่พร้อมให้เก็บเกี่ยว มาลินีเก็บมากินประทังกระหายน้ำ ดูดกินน้ำหวานจากผลลำไยให้ชื่นใจ ก่อนที่เธอจะอาศัยโคนต้นสูงใหญ่นั่งพักเอาแรง
“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแทน” ดนุในชุดชาวสวนปีนข้ามรั้วไม้เตี้ยระดับเอวข้ามฝั่งมาเขตไร่ภูวรา ทอดน่องเดินสบายๆ เข้ามาหาเจ้าของบ้าน ที่นั่งกินลมชมวิวจิบกาแฟบนชานบ้านคนเดียวแทนคุณมัวแต่เหม่อลอย กว่าจะได้สติผู้มาใหม่ก็เลื่อนเก้าอี้ออกนั่งลงฝั่งตรงข้าม “นุ มีธุระอะไรถึงแวะมาแต่เช้า







