LOGIN‘คนไข้เพิ่งจะผล็อยหลับไปเมื่อครู่นี้เองค่ะ ทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถชำระเงิน รับยา แล้วปลุกคนไข้เดินทางกลับได้เลยนะคะ’
มาลินีนอนน่ารักเกินไป แทนคุณไม่ยอมปลุกเธอ ปล่อยให้เธอนอนพักสบายๆ ก่อนจะอุ้มเธอกลับมานอนต่อในรถ
ขับรถครึ่งชั่วโมงก็เห็นป้ายรีสอร์ตม่อนแลดาว แทนคุณไม่ไปส่งมาลินี จงใจขับรถผ่านเข้าไปในไร่ภูวรา ขับเลียบบนถนนเล็กๆ ระหว่างเขตแดนไร่เขากับรีสอร์ตของเธอ ไปหยุดรถหน้าบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ที่เพิ่งจะสร้างเสร็จไม่นาน
ฟ้ามืดมากแล้ว แทนคุณอาศัยไฟจากหน้ารถสะท้อนกลับมาให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ของสาวน้อยนักศึกษา
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกลีบปากอิ่ม และความนิ่มของแก้ม ล่อลวงแทนคุณให้ตกลงไปในหลุมที่เธอขุดไว้ แก้มนี้เขาหอมมาสี่ปี ยังไม่รู้สึกเบื่อ ปากนี้เขาจูบมาสี่ปี ก็ยังอยากจะจูบซ้ำๆ ไม่เชิงรัก แต่ผูกพัน เขาอยู่กับเธอมานานคล้ายกับว่าเขาเสพติดเธอ
กดริมฝีปากหยักหอมแก้มมาลินีส่งท้าย ก่อนค้นมือถือเธอมาดูว่าใครกัน ทั้งโทร ทั้งส่งข้อความเข้ามาก่อกวนไม่หยุด
การแจ้งเตือนทั้งหมดส่งมาจากแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์
แทนคุณกดเข้าไปอ่าน
‘นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วนังมาร์ แกหายหัวไปไหน!’
‘โทรไปก็ไม่รับ แกอยากโดนตีหรือไง!’
‘ฉันให้เวลาแกอีกแค่ครึ่งชั่วโมง ถ้าแกไม่กลับบ้าน ก็ไม่ต้องกลับมาอีก! เงินสะสมที่แกทำงานในรีสอร์ตฉันก็จะสั่งผู้จัดการระงับไว้ทั้งหมด ฉันจะทำให้แกรู้ว่าถ้าขัดคำสั่งฉันแกจะต้องเจอกับอะไร!’
อ่านจบแทนคุณปิดเครื่องก่อนเก็บไว้ในกระเป๋าให้เธอ ภายนอกแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์เป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ชอบเข้าวัดทำบุญ แต่ลับหลังนิสัยเป็นแบบนี้เองเหรอ หรือไม่ แม่เลี้ยงอาจจะจงใจทำนิสัยแย่ใส่มาลินีเป็นกรณีพิเศษ เพราะไม่ว่าจะใครในม่อนแลดาวก็ต่างเกลียดเธอ
แทนคุณอุ้มคนเจ็บกลับมานอนสบายๆ บนเตียงหลังใหญ่ เปลื้องชุดนักศึกษาออกจากกายอรชร กดผ้าลงในชามน้ำบิดหมาดมาเช็ดตัวให้เธอ ยกเว้นรอบบริเวณที่มีแผล ทำให้ถึงขนาดนี้แล้วเด็กขี้เซาก็ขี้เซาเหลือร้าย ไม่ยอมตื่นมาโวยวายเลยสักนิด
ดึกดื่น แทนคุณจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วกลับมานั่งเฝ้าคนเจ็บ
ใบหน้ามาลินีตอนหลับดูพริ้มเพราน่ารัก เธอมีเครื่องหน้าที่ค่อนข้างสวยหวาน ผิวพรรณเธอขาวละเอียด ริมฝีปากเธอจะตอนยิ้มหรือตอนทำหน้าบึ้งต่างก็น่ามอง เสียแต่นัยน์ตาเธอค่อนข้างเศร้า เหมือนคนที่ชั่วชีวิตนี้ไม่เคยพบเจอความสุข
รอยจูบบางๆ ข้างแก้มนวลปลุกมาลินีให้งัวเงียตื่น
“อาจารย์...”
มาลินีขยี้ตา ปรับสภาพสายตาให้เข้ากับบรรยากาศแปลกใหม่
“ทำไมอาจารย์ไม่ปลุกมาร์...” เธอนึกว่าหลับไปแค่ไม่กี่นาที กลับตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนในบ้านแทนคุณ
“เธอง่วงนอนก็นอนไปสิ จะให้ฉันปลุกทำไม หิวหรือยัง ฉันทำข้าวต้มไว้ในครัว จะไปตักมาให้กิน”
“แต่ที่นี่มัน... “ มาลินีกวาดตามองรอบห้องนอนที่มีเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้น แววตาเธอหวาดกลัว เหมือนหญิงชู้ที่แอบลักกินขโมยกินผัวชาวบ้านแล้วกลัวจะมีใครผ่านมาเห็น “เรือนหอของอาจารย์ไม่ใช่เหรอคะ อาจารย์ไม่ควรพามาร์เข้ามานอนที่นี่”
เขาสร้างเรือนหอไว้ใกล้กับเขตรั้วม่อนแลดาว เพื่อให้ว่าที่ภรรยากลับบ้านไปกินข้าวกับพ่อของเธอได้ทุกวัน ลลิตาอยากจะบริหารงานในรีสอร์ตหรือร้านอาหารก็เดินทางใกล้นิดเดียว เขาควรสงวนบ้านหลังนี้ และเตียงหลังนี้ไว้ให้แค่ลลิตา เขาไม่ควรพาผู้หญิงอื่นเข้ามา โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นแค่... คู่นอน
แทนคุณจับกระแสน้ำเสียงที่ซ่อนเร้นความน้อยใจได้ แต่เขาไหวไหล่ไม่แคร์
“อยากจะเรียกว่าอะไรก็ได้ มันก็แค่บ้านหลังหนึ่ง”
“อาจารย์พามาร์มาอยู่ในที่ที่ไม่ใช่ของมาร์ เพื่อจะยัดเยียดสถานะชู้หรือเมียน้อยให้มาร์เหรอคะ”
“จะพูดมากไปทำไม พอเถอะ เธอยังเจ็บ ควรพักเยอะๆ รู้สึกยังไงบ้าง อยากให้ฉันทายา...”
หัวเข่าข้างหนึ่งกดลงบนขอบเตียงเพื่อจะเข้ามาสัมผัสเนื้อตัวมาลินี ทว่าเธอกลับเอียงต้นคอหลบและกระถดถอยกายออกห่าง
แทนคุณกำมือข้างนั้นแน่น รู้สึกฉุนเฉียวในความหวงเนื้อหวงตัวที่ไม่เข้าท่าจากหญิงสาว
“หวงเนื้อหวงตัวไม่อยากให้ฉันแตะต้องว่าอย่างนั้น?”
“เปล่าค่ะ”
มาลินีกลืนน้ำลาย เธอสบตาเขาไม่นานนักก็หลบตาอย่างคนขี้ขลาด
“มาร์แค่คิดว่า... ตอนนี้ดึกมากแล้ว มาร์ควรกลับ”
“จะออกไปโชว์ตัวให้คนในร้านในรีสอร์ตเห็น ว่ามานอนกับฉันงั้นเหรอ”
“มาร์จะเดินเงียบๆ จะระวังไม่ให้ใครเห็น”
มาลินีดื้อกับเขาอีกแล้ว แทนคุณใกล้จะโมโห
เธอปัดผ้าห่มออกจากร่างกายปวดร้าว เพิ่งจะสังเกตว่าสวมชุดกระโปรงยาวสำหรับใส่นอน
“ชุดมาร์! อาจารย์เปลี่ยนเสื้อผ้าให้มาร์เหรอคะ”
“แมวไอ้โชคเปลี่ยนให้เธอมั้ง หรือไม่ เธอก็ละเมอลุกมาเปลี่ยนเอง”
“อาจารย์ มาร์ถามดีๆ ทำไมต้องรวน”
“ที่รวนเพราะมันไม่น่าถามไงมาร์! ที่นี่ฉันอยู่คนเดียว ไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใคร มีเธอคนแรกที่ฉันพาเข้ามาที่นี่ และยอมให้นอนที่นี่! หรือเธอคิดว่าฉันจะยอมให้เธอเอาเนื้อตัวสกปรกเปื้อนฝุ่นเปื้อนเลือดมานอนบนเตียงหลังนี้ ที่ฉันเพิ่งซื้อมาใหม่ ยังไม่เคยได้นอนสักครั้ง! เธอควรขอบคุณฉันมากกว่าบ่น ที่ฉันพาเธอไปทำแผล แล้วยังช่วยเช็ดตัวจนหายคาวเลือด รู้ไว้บ้าง ว่าเลือดเธอเปรอะเปื้อนตามตัวเยอะจนฉันนึกว่าเธอจะเสียเลือดตาย!”
“แต่อาจารย์สัญญากับมาร์แล้ว ว่า...” จะจบ
“เพราะงั้นอาจารย์ก็ไม่ควรมาแตะต้องตัวมาร์อีก”
ทารกน้อยเพศชายนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายใจหน้ากระจกใส อวดความน่ารักให้คุณปู่คุณย่าและทุกคนที่จับจ้องมองจากด้านนอก แทนคุณมองหน้าลูกชายคนแรกด้วยความดีใจ ลูกเขาปากนิดจมูกหน่อย ผิวพรรณขาวผ่องน่าเอ็นดูที่สุด น้องชายฝาแฝดเข้ามาแตะบ่าแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ของตระกูล“ยินดีด้วยนะพี่ หลานชายของพวกผมน่ารักมาก”“ขอบใจมากนะ พวกนายเป็นน้องชายที่ดีที่สุดในโลกเลย”“ลิตาก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะพี่แทน หลานน่ารักมาก”“ยินดีด้วยนะครับ ขอให้หลานเป็นเด็กดี เลี้ยงง่ายครับ”“ขอบใจจ้ะลิตา ขอบคุณสารวัตรด้วยนะครับที่แวะมาเยี่ยม สารวัตรมาช่วยผมดูแลลูก ไว้รอคิวสารวัตร ผมจะไปช่วยเลี้ยงนะครับ”ลลิตามาพร้อมกับสารวัตรหนุ่ม ตัวติดกันจนแทนคุณเบื่อจะแซวแล้วเพราะเห็นๆ กันอยู่ว่าน่าจะคบกัน แต่อยากรอให้มั่นใจกว่านี้ก่อนจึงจะเปิดตัวแทนคุณแค่พูดนิดเดียวน้องสาวของเขาแก้มแดงลามไปถึงใบหู แทนคุณดีใจที่ทุกคนรอบตัวเขามีความสุข“ลุงแทนขา มาดูใกล้ๆ น้องตัวนิดเดียวเอง ทำไมตัวเล็กจัง น้องจะโตตอนไหนคะ”หลานสาวคนแรกของตระกูลถามลุงแทน ขณะเข้าไปเกาะขอบกระจกดูความน่ารักของน้องชายลุงแทนคุณของหนูน้อยเข้ามายืนข้างๆ ตวัดวงแขนอุ้มหลานสาวขึ้
หลังจากค่ำคืนแห่งฝันร้ายได้ผ่านพ้นไป มาลินีลืมตาตื่นในเช้าวันต่อมา เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งเกิดใหม่ การผ่านความเป็นความตายมาได้ทำให้เธอมีสติอยู่กับปัจจุบัน และตระหนักรู้คุณค่าของเวลาซึ่งเธอไม่รู้ว่ามีเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน ถ้าหากว่าเธอจะต้องตายในเร็วๆ นี้ เธอก็อยากจะใช้เวลาต่อจากนี้ให้ดีที่สุด อยู่กับคนที่เธอรักและรักเธอ จับมือกัน ดูแลกันไปจนกว่าใครคนใดคนหนึ่งจะตายจากพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจนกระทั่งมั่นใจว่าลูกน้อยในครรภ์แข็งแรงสมบูรณ์ดี แพทย์เจ้าของไข้จึงอนุญาตให้มาลินีกลับไปพักฟื้นที่บ้าน เธออยากช่วยเก็บเสื้อผ้าและของใช้เล็กๆ น้อยๆ ภายในห้องพักฟื้น แต่ถูกแทนคุณและคุณแม่ของเขาจูงแขนเธอคนละข้างมานั่งพักบนชุดรับแขก หน้าห้องพักฟื้นมีคุณลมเหนือเข็นวีลแชร์มารอมาลินีไม่เคยได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่จากคนในครอบครัวมาก่อน เธอตื้นตันใจเคยเป็นคนที่ไม่มีบ้านให้กลับ แต่ตอนนี้มาลินีมีบ้านถึงสองหลังที่เต็มใจจะเปิดประตูต้อนรับเธอเข้ามาพักพิงได้ตลอดเวลา หลังแรกคือบ้านของแทนคุณ และหลังที่สองคือบ้านหลักของต้นตระกูลภูวรา“พักที่นี่กับแม่เถอะนะ ให้พ้นสามเดือนแรก ให้แม่มั่นใจว่าปลอดภัยก่อนค่อยกลั
“ฮึก... มาร์รู้ว่ายังไงมาร์ก็ไม่รอด คงไม่มีใครมาช่วยมาร์ มาร์ไม่ร้องขอการมีชีวิต แต่มาร์อยากได้ยินเสียงของคนที่มาร์รักเป็นครั้งสุดท้าย เห็นแก่ที่มาร์คอยดูแลคุณแจ่ม เห็นแก่ที่มาร์รักคุณแจ่มเหมือนแม่ ฮือ... คุณแจ่มช่วยทำให้มาร์สมหวังเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมคะ มาร์คงไม่มีโอกาสได้บอกรักพี่แทนอีกแล้ว ฮือ... มาร์จะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าเขา มาร์อยากบอกให้เขารู้ ว่ามาร์ไม่ได้อยู่กับเขาอีกแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องรอมาร์ เหมือนกับพ่อเลี้ยงที่รอการกลับมาของแม่ ฮึก... มาตลอดยี่สิบปี มาร์แค่ไม่อยากให้เขารอมาร์ มาร์อยากให้เขาใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่มีมาร์ คุณแจ่มก็รู้ ว่าการรอคอยสักคนโดยที่คนๆ นั้น ไม่มีทางกลับมาหา มันทรมานมากแค่ไหน มาร์ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บปวดกับการรอ ฮือ...”“...”เสี้ยววินาทีที่ได้ยินคำขอครั้งสุดท้ายจากเด็กสาว สามารถทำให้อดีตแม่เลี้ยงของม่อนแลดาวหยุดชะงักปีแล้วปีเล่าเธอต้องทนมองพ่อเลี้ยงธงไทยคิดถึงเมียรักและคาดหวังให้มันกลับมารับลูกสาว ใจหนึ่งแจ่มจันทร์เจ็บปวด แต่อีกใจหนึ่งก็สะใจและอยากจะตะโกนบอกว่ามันตายไปแล้วถ้าหากแทนคุณต้องมาตกอยู่ในวังวนเดียวกัน เขาอาจจะใช้เวลาอีกยี่สิบปีเพื่อรอให้ม
ป่านนี้แม่โฉมจะโทรบอกแทนคุณหรือยังเขาจะมารับเธอกลับบ้านทันทีเลยหรือเปล่า หวังว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธออยู่กับฆาตกรนานกว่านี้มาลินีพยายามหักห้ามความกลัวของตัวเอง มองคุณแจ่มจันทร์ให้เป็นแค่ผู้หญิงสูงวัยที่เธอรักและเคารพเหมือนแม่ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก เธอถูกท่านดุถูกท่านตีไม่เคยเก็บมาโกรธเคือง ทุกๆ วันเธอจะวิ่งเล่นหลังบ้านส่งเสียงเจื้อยแจ้วให้คุณแจ่มได้ยินว่าเธออยู่ตรงนี้ ขอแค่เห็นหน้าท่านวันละไม่กี่นาทีเด็กหญิงตัวน้อยก็มีความสุขวันหนึ่ง มาลินีในวัยเด็กอยากลองเรียกท่านให้เหมือนกับลลิตา“แม่แจ่ม...”การเกิดมาเป็นกำพร้า ความฝันของมาลินีมีอย่างเดียวแค่เรียกใครสักคนว่า แม่มาลินีมีแม่ลดา เจ้าของร้านอาหารตามสั่งในหมู่บ้านที่ยอมให้เธอเรียกแม่ และคอยทำกับข้าวให้เธอกินทุกครั้งที่เธอแวะไปช่วยล้างจานแม่ลดาใจดี เคยชวนเธอไปอยู่ด้วยกัน แต่เพราะที่บ้านของแม่มีลูกสาวอีกคนที่ชื่อพี่เพียงอยู่แล้ว และมาลินีก็มีห้องนอนใต้หลังคาของเธออยู่แล้ว เธอจึงไม่ไป เธออยากจะอยู่ที่ม่อนแลดาวและอยู่ใกล้ๆ คุณแจ่ม แม้ว่าจะไม่ได้รับความรักแต่ที่นี่ก็เป็นบ้านของเธอเปรียบกันแล้วคุณแจ่มจันทร์ก็ให้ข้าวให้น้ำเธอเหมือนกัน เด็ก
“ขออภัยครับ แต่ตอนนี้ทางตำรวจตามหามอเตอร์ไซค์คันนั้นเจอแล้วคาดว่าเราจะคลี่คลายคดีได้ในเร็วๆ นี้ มอเตอร์ไซค์ถูกแยกส่วนส่งให้ร้านขายของเก่า บังเอิญว่าเจ้าของร้านเห็นข่าวและติดต่อมาที่ตำรวจ ถือว่าเป็นพยานปากเอกเลยก็ว่าได้ เล่าว่ามีผู้ชายคนหนึ่งเอามาให้ฟรีๆ ไม่ได้คิดเงิน คุณมาร์คิดสิครับ ถ้าเป็นคนที่ดักปล้นจี้จริงเขาจะให้ฟรีเหรอครับ ทางตำรวจได้ลายนิ้วมือแฝงมาแล้ว คาดว่าในอีกวันสองวันนี้ก็จะยืนยันได้ว่าคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปในคืนนั้นจะใช่ผู้ตายจริงหรือเปล่า และถ้าหากไม่ใช่... เอ่อ ผมขอตัวก่อนนะครับ ฝากเยี่ยมคุณลิตาด้วย”“ค่ะ เรื่องที่คุยกัน มาร์กับพี่แทนสัญญาว่าจะไม่เอาไปพูดต่อ”“ขอบคุณครับ อีกหนึ่งเหตุผล ผมแค่อยากให้พวกคุณระวังตัวไว้”สาเหตุที่นายตำรวจหนุ่มขอตัวกลับก่อน เพราะแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ตั้งใจเดินตรงมาทางนี้ บังเอิญว่าตำแหน่งห้องพักฟื้นพิเศษของลลิตาอยู่ใกล้ๆ แม่เลี้ยงเอาแก้วมาล้างมองผ่านกรอบหน้าต่างมาเห็นเข้าพอดี ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกันแต่เธอรีบเดินมาอย่างเร็ว“สารวัตรโจโกรธที่ฉันไม่ให้เขาเข้าเยี่ยมคุณลิตาหรือเปล่า เขาพูดอะไรกับพวกเธอ สีหน้าท่าทางถึงได้ดูจริงจังชอบกล”มาลินีสบต
“เที่ยงแล้วไปกินข้าวด้วยกันไหมพี่ หรือสั่งอาหารมากินที่นี่”เดิมทีพี่ชายคนโตจะเข้ามาช่วยงานเอกสารในไร่ช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แต่หลังจากที่พ้นสภาพการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเก็บของย้ายกลับมาอยู่บ้าน แทนคุณก็เข้ามาช่วยงานเต็มตัว สบายศาสน์ เขาอินโทรเวิร์ดพูดน้อยต่อยหนักไม่ชอบงานเอกสาร และไม่ชอบงานที่จะต้องติดต่อกับคนอื่น จึงโยนให้พี่ชายทำทั้งหมด“เที่ยงแล้วเหรอ”ถ้าน้องชายไม่บอกแทนคุณก็ไม่รู้เลยว่าเที่ยงแล้ว เขาทำงานเพลินไปหน่อยรีบเก็บเอกสารเตรียมตัวออกจากออฟฟิศ“พี่ดีลงานคอนเสิร์ตประจำปีเรียบร้อยแล้วนะ ปีนี้จัดยาว 3 วัน วงดนตรีจะคอนเฟิร์มอีกที สัปดาห์หน้าพี่นัดทีมงานเข้ามาดูสถานที่จัดงาน ถ้าเรียบร้อยแล้วเอกสารอื่นๆ จะส่งมาให้นายทีหลัง ส่วนข้าวเที่ยง ไปกินคนเดียวเลยน้องชาย พี่มีเมีย ขอกลับไปกินกับเมียดีกว่า สั่งข้าวไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ไปล่ะนะ”“เจอกันทั้งคืนยังไม่เบื่ออีกเหรอ พักกลางวันยังจะกลับไปกินข้าวกับเมีย”เหม็นความรักโว้ย!ขับรถออกจากสำนักงานไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงบ้านที่อยู่ท้ายไร่ ชายหนุ่มหิ้วถุงอาหารทั้งคาวและของหวานเต็มสองมือเข้ามาในบ้าน“มาร์ หิวข้าวหรือยัง พี่กลับมาแล้ว ม
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดิ
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนี
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดู&n







