Mag-log inใครกัน!
ที่อ้อนวอนพ่อเลี้ยงธงไทยขอให้รับเลี้ยงมันไว้ อย่าเอามันที่ยังแบเบาะไปทิ้งบ้านเด็กกำพร้า หรือทิ้งข้างถังขยะให้หมาจรจัดแทะหัวจนตาย ก็ท่านไม่ใช่เหรอ! แม่เลี้ยงแจ่มจันทร์นั่งรอในร้านอาหารกลางรีสอร์ตจนดึก มาลินียังไม่โผล่หัวมา ทดเวลาให้อีกนิดมันก็ยังไม่มา ในเมื่อมันใช้งานไม่ได้ก็ไม่คิดจะเลี้ยงมันไว้อีก เดินนำกลุ่มคนรับใช้ขึ้นไปบนชั้นสองสั่งให้เก็บกวาดข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดในห้องนอนมันไปทิ้งรวมกับขยะหลังร้าน ไม่เว้นแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มันเก็บเงินซื้อด้วยตัวเอง
“ทำอะไรครับ! นั่นมันของใช้ในห้องนอนน้องมาร์ไม่ใช่เหรอ”
ดนุคว้าข้อมือแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ไม่ทัน เธอจุดไฟเผาข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดของมาลินีจนวายวอด กลัวที่นอนปิกนิกของเธอจะไหม้เข้าไปลากปลายผ้าออกมา แต่ลูกไฟร้อนก็ลามค่อนข้างเร็วจนเอาไม่ทัน เขาหันไปเอาเรื่องภรรยาของเจ้านาย
“คุณแจ่มทำไปทำไมครับ! จะรังแกน้องมาร์ไปถึงไหน!”
“ฉันลงโทษมัน ที่มันขัดคำสั่งฉัน!”
“คำสั่งอะไรอีก!”
“ฉันสั่งให้มันกลับบ้าน แต่ป่านนี้แล้วมันยังไม่ยอมโผล่หัวมา ฉันจะทำให้มันเห็นว่ามือคู่นี้ชุบเลี้ยงมันได้ ก็ทำลายมันได้เหมือนกัน!”
“คุณแจ่มทำลายน้องมาร์มามากพอแล้วครับ!”
“มันควรสำนึกบุญคุณฉัน! ถ้าไม่มีฉัน มันไม่มีทางได้อยู่ในม่อนแลดาวด้วยซ้ำไป คุณธงไทยเกลียดหน้ามันถึงขั้นไม่ยอมให้มันเฉียดเข้าไปใกล้ วันแรกเกลียดยังไง ผ่านมายี่สิบปีก็ยังเกลียด แต่ที่มันยังชูคออยู่ที่นี่ได้ก็เพราะมีฉันคอยปกป้อง!”
“ปกป้องไว้ใช้งานน่ะเหรอครับ ตอนพูดดูภูมิใจจังเลยนะครับคุณแจ่ม!”
“เธอไม่มีสิทธิ์ใช้สายตาหรือน้ำเสียงแบบนี้กับฉัน! อย่าลืมสถานะตัวเอง เธอเป็นลูกจ้าง ส่วนฉันเป็นภรรยาเจ้าของรีสอร์ต ฉันจะขอให้สามีฉันไล่เธอออกตอนไหนก็ได้ หัดเจียมเนื้อเจียมตัวซะบ้าง!”
เพราะเป็นภรรยาเจ้านายไงเขาถึงไม่ทำอะไร ถ้าเป็นคนงานธรรมดาเขาด่าไปนานแล้ว
ผู้จัดการรีสอร์ตขอความช่วยเหลือจากคนมุงให้ช่วยตักน้ำมาดับไฟ ไม่มีใครช่วยเขาเลย ต่างจูงแขนกันและกันเดินตามแม่เลี้ยงกลับบ้านใหญ่ เขาพยายามด้วยตัวคนเดียว วิ่งวนหลายรอบจนเหงื่อโซมกายกว่าไฟจะมอด มันสายไปแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ทั้งหมดของมาลินีไม่มีอะไรเหลือเลย หนังสือที่สำคัญกับการเรียนก็ไม่เหลือสักเล่ม มันไหม้หมดจนอ่านไม่ได้
‘ไม่สามารถติดต่อเลขหมายที่ท่านเรียก กรุณาฝากข้อความ...’
หายไปไหนของเขานะ นี่มันจะสี่ทุ่มแล้ว
ปกติมาลินีไม่เคยขัดคำสั่งแม่เลี้ยง มองโลกในแง่ดีคิดว่าเธออาจจะลืม หรือติดงานในมหา’ลัย ดึกดื่นแค่ไหน ผู้จัดการหนุ่มดั้นด้นขับรถเข้าตัวเมืองไปดักรอเธอที่หน้าหอจนเช้า เขาหลับไปหนึ่งตื่นเพิ่งจะคิดได้รีบลงไปดูลานจอดมอเตอร์ไซค์หน้าหอ เมื่อไม่มีรถมาลินี ความหนักใจจึงกดลงบนอกซ้าย
“พ่อเลี้ยงโทรตามดนุมาพบทำไมแต่เช้าเหรอคะ”
“ฉันจะสั่งดนุให้ตามไปดูว่ายายลิตาหนีไปอยู่บ้านเพื่อนคนไหน”
“หนูลิตามีเพื่อนหลายกลุ่ม ดิฉันก็กำลังคิดจะส่งคนไปตามเหมือนกันค่ะ แต่อย่าให้ถึงมือดนุเลย รบกวนเขาเปล่าๆ ดิฉันคิดไว้ว่าจะใช้ยายมาร์ ตอนหนูลิตารับปริญญา หรือมีงานมหา’ลัย ก็ชอบเรียกนังมาร์ไปใช้งาน มันอาจจะรู้ก็ได้นะคะ ว่าหนูลิตามีเพื่อนกี่คน และควรไปตามหาจากที่ไหน”
“ถุ้ย!” ธงไทยคว้าถังขยะมาบ้วนกาแฟทิ้งทันทีที่ได้ยินชื่อนังเด็กเปรตคนนั้น ความเกลียดชังที่พ่อเลี้ยงธงไทยมีต่อเด็กสาวฝังรากลึกในใจมากว่ายี่สิบเอ็ดปี สาปส่งมันทุกวันให้มันไปให้พ้นม่อนแลดาวเร็วๆ เผื่อกิจการของท่านจะเจริญขึ้น ที่ติดหนี้หัวโตทุกวันนี้ส่วนหนึ่งพ่อเลี้ยงโทษว่าเป็นเพราะตัวกาลกิณีอย่างมัน
เสียงฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะแรงจนคุณแจ่มตกใจ
“ฉันเคยบอกเธอไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว! ห้ามไม่ให้เธอพูดชื่อนังเด็กคนนั้นให้ฉันได้ยิน ฉันเกลียดชื่อมันพอๆ กับเกลียดหน้ามัน! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอขอไว้ ฉันเฉดหัวมันออกจากม่อนแลดาวไปนานแล้ว ลูกคนทรยศอย่างมัน เลี้ยงไว้เสียข้าวสุก! ไม่วันใดก็วันหนึ่งมันจะเลียนแบบแม่มันทรยศพวกเรา!”
“ดิฉันทราบค่ะ ว่าคุณธงไทยเกลียดมัน แต่ตอนนี้สิ่งที่เราควรเครียดมากที่สุดก็คือทำยังไงให้หนูลิตากลับบ้านนะคะ มีเวลาอีกแค่เดือนเดียวก็จะถึงงานแต่งแล้ว ไหนจะลองชุด ไหนจะพรีเวดดิ้ง ไหนจะแจกการ์ด แล้วไหนจะดูสถานที่จัดงาน ลองขาดเจ้าสาวไปสักคน งานได้ล่มแน่ค่ะ ล่มไม่พอ จะโดนทวงหนี้อีกด้วย ถ้าคนของภูวรารู้เข้า ว่าหนูลิตาหนีออกจากบ้าน เราได้ซวยกันหมด”
“สัปดาห์ที่แล้วมันก็แกล้งป่วยไม่ยอมไปกินข้าวกับคุณนายบ้านนั้น สัปดาห์นี้ถ้าแทนมาชวนอีกฉันจะปฏิเสธยังไง”
เจ้าของรีสอร์ตกุมขมับเครียด หนี้สินล้นตัวจนหาทางแก้ไม่ได้ ลูกสาวคนที่เป็นความหวังเดียวว่าจะช่วยปลดหนี้ และดูดเงินจากคนตระกูลภูวรามาให้ใช้สอยก็หนีออกจากบ้าน ดื้อด้านจะไม่ยอมแต่งงานกับแทนคุณ แล้วจะไม่ให้พ่อแก่ๆ คนนี้เครียดได้ยังไง
“เธอจะจัดการกับลูกสาวฉันยังไงก็ได้ แต่ต้องตามตัวยายลิตากลับมาภายในสัปดาห์นี้! งานแต่งจะล้มเลิกไม่ได้ ให้ตาย ก็ล้มเลิกไม่ได้! แทนเป็นคนเดียวที่เหมาะสมกับยายลิตา ถึงจะไม่มีเรื่องหนี้สิน แต่ฉันก็ยังอยากให้ลูกได้แต่งงานกับคนฐานะดีอย่างแทน”
คำพูดคำจาฟังดูเป็นพ่อที่รักลูกสาว แต่เบื้องลึกเบื้องหลังมีแค่ภรรยาที่รู้ว่าเขาติดหนี้ครอบครัวแทนคุณมากกว่ายี่สิบล้าน ทางนั้นเสนอยกหนี้ทั้งหมด และแถมเงินสดสิบล้านให้เป็นสินสอดเพื่อสู่ขอลลิตา คนที่กำลังจะถังแตก เพราะกิจการรีสอร์ตขาดทุนย่อยยับมาหลายปีมีเหรอจะปฏิเสธ รีบคว้าข้อเสนอไว้อย่างไว
ที่ลลิตาหนีไป เพราะยายเด็กโง่ทำใจแต่งงานกับผู้ชายที่อายุมากกว่าไม่ได้ ลูกสาวคนเดียวของพ่อเลี้ยงธงไทยสิ้นคิดเสียจริง!
“ได้ค่ะ ดิฉันจะรีบส่งนังมาร์ไปดูลาดเลาก่อน ถ้าโน้มน้าวหนูลิตาให้กลับบ้านได้ ดิฉันจะให้มันทำ”
“ฉันจะให้ดนุไปกับมัน เลือดร่านของแม่มันแรง มันกับแทนเจอกันที่มหา’ลัยเกือบทุกวัน ฉันไม่ไว้ใจมัน กลัวมันจะอิจฉาลูกลิตาของฉันจนคิดอยากขัดขวางงานแต่ง”
“มันไม่กล้าหรอกค่ะ สภาพนังมาร์ยิ่งกว่าคนรับใช้ คุณแทนเอามันไม่ลงหรอกค่ะ ดนุเอง ก็คงจะขยะแขยง ที่ถูกบังคับให้ไปไหนมาไหนกับมัน ดิฉันคิดว่าส่งแค่มันไปคนเดียว...”
“เธอเป็นผู้หญิงจะไปรู้อะไร! ขึ้นชื่อว่าผู้ชาย ใครมานอนแบให้มันก็เอาทั้งนั้นแหละ! นังมาร์มันได้แม่ อย่าไปไว้ใจมัน ส่งดนุไปคอยคุมดีแล้ว จะได้ช่วยกันกล่อมยายลิตาให้กลับบ้าน”
“พ่อเลี้ยงพูดแบบนั้น ดิฉันก็คงมีแต่จะต้องทำตาม รอมันกลับมา ดิฉันจะสั่งงานมัน”
“ดี บอกมันด้วย ถ้ายายลิตาไม่กลับ มันก็อย่าเสนอหน้ากลับมา! หมาที่เลี้ยงเสียข้าวสุก ไม่มีใครอยากรับเลี้ยงหรอกนะ!”
พูดถึงมาลินีทีไร ใบหน้ามาริสาเมียคนที่สองที่เขารักมากก็ผุดเข้ามาในหัว ผลตรวจดีเอ็นเอออกมาว่าไม่ใช่ลูกเขา ยังมีหน้ามากอดขาร้องไห้ฟูมฟายไม่ยอมรับความผิด แต่ไม่กี่วันให้หลังกลับหนีออกจากม่อนแลดาว มันไม่กลับมาเก็บเสื้อผ้า ลูกสาวที่อยู่ในวัยแบเบาะของมัน มันก็ทิ้งไว้ให้เขาดูต่างหน้า ทิ้งไว้ทำไม มาเอามันไปด้วยสิ เด็กที่ไม่ใช่ลูกเขา ถึงจะน่ารักมากแค่ไหนพ่อเลี้ยงธงไทยก็ไม่คิดจะเอ็นดู ถ้าเจอหน้ามันตรงๆ เขาอยากเข้าไปบีบคอมันให้ตาย
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ





![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

