LOGINธงรามถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขณะที่พับหน้าจอโน๊ตบุ๊คตรงหน้าลง สมาธิของเขาไม่มีเลยแม้จะรับปากกับกองบรรณาธิการแล้ว ว่าจะพยายามออกงานใหม่ให้ได้ก่อนสามเดือนข้างหน้านี้ แต่เขาทำงานได้เพียงสองบรรทัด สมาธิก็กระเจิงเตลิดไปไกล จนกู่ไม่กลับ งานเขียนเป็นงานที่ต้องใช้ทั้งสมาธิจินตนาการเป็นอย่างสูง ถ้าไม่มีสองอย่างนี้ เปิดหน้าจอทิ้งไว้ มีทุกสิ่งมากดดัน งานที่ได้ก็คือความว่างเปล่า
ว่างเปล่า...
หัวของเขามันว่างเปล่าตั้งแต่เรื่องเมื่อสองวันก่อน ทำเอาเขาช็อคไปชั่วคราว จนหมกตัวอยู่ในห้องไม่ยอมลงมารับประทานอาหารกับครอบครัว อ้างว่ากำลังเร่งงาน มารดาของเขาให้เด็กรับใช้ยกถาดอาหารมาให้ แต่ธงรามก็กินไม่ลง ตักเพียงคำสองคำแล้วก็เรียกให้เด็กรับใช้ยกกลับคืน เขายัดเงินไปให้ด้วยว่าให้เอาข้าวไปจัดการ ก่อนที่จะเอาลงไปเก็บในครัว เพราะไม่อยากให้มีคนรู้ว่าเขาไม่ยอมกินข้าว แน่ล่ะ...เขากลัวว่าคุณสีดาจะเป็นห่วงเขา ก็ทั้งที่ท่านเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาเครียดจัดจนเป็นแบบนี้แท้ๆ
เขาเดินเตร่ออกมาตรงสวนของบ้าน เดินเล่นสูดอากาศยามราตรี บ้านของครอบครัวพัณภัชเป็นบ้านเดี่ยว กินเนื้อที่เกือบสามร้อยตารางวา ในย่านกลางเมืองแบบนี้ ราคาของมันพุ่งทะยานเกินหลายสิบล้านแล้วตอนนี้ นอกจากบ้านแล้วครอบครัวของเขายังมีคอนโดมิเนียม และที่ดินตรงปริมณฑลอีกสิบไร่...ไหนจะโรงงานอีก เท่าที่จำได้คือสองแห่ง โรงงานของบิดา และโรงงานของมารดา
เขาคิดถึงสมบัติของครอบครัวไปทำไมกันนะตอนนี้? ทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าสิ่งที่ทางครอบครัวได้ครอบครอง รวมถึงธุรกิจมีมูลค่าทรัพย์สินขนาดไหน จะว่าไปเขาก็แทบไม่สนใจอะไรเลยด้วยซ้ำ งานทุกวันนี้คนที่ออกหน้าทำคือน้องแฝดอย่างธงลักษณ์ ทำหน้าที่ในการจัดการธุรกิจอย่างคล่องแคล่ว
ส่วนเขาได้ทำงานส่วนตัวที่เขารักอย่างเต็มที่อย่างงานเขียน มารดาทั้งบ่น ทั้งว่าในตอนแรก ว่ามันไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้อะไรมากมาย ไม่ถึงครึ่งกับธุรกิจของครอบครัวเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากให้เขาทำและเสียเวลากับตรงนี้ ให้ไปช่วยเหลือกัน แต่เพราะธงลักษณ์น้องแฝดที่ยืดอกกับมารดาว่าจะทำงานให้เท่ากับคนสองคนทำ และให้ท่านปล่อยให้เขามาทำงานที่เขารัก นั่นแหละคุณสีดาถึงยอม เมื่อเห็นว่าธงลักษณ์ทำทุกอย่างได้ดีจริงๆ จนตำหนิอะไรไม่ได้เลย ส่วนกิจการของบิดาอย่างคุณราช ท่านยังดูแลควบคุมอยู่ด้วยตนเอง ยังไม่ได้ปล่อยมือให้ใคร และนั่นวันหนึ่งเขาอาจจะต้องไปสืบทอดต่อ ซึ่งธงรามก็ไม่อยากให้ถึงวันนั้นไวนัก เขาไม่ชอบจริงๆ เรื่องงานกำไร ขาดทุนอะไรแบบนั้น...
จริงสิ...
บางทีเขาอาจจะต้องปรึกษาน้องชายฝาแฝด ว่าเกิดอะไรขึ้น มารดาถึงได้มายื่นข้อเสนอนี้กับเขา หรือว่ากิจการของครอบครัวเกิดมีปัญหากันนะ ธงรามถอนใจเฮือก เขาเสยผมที่ปรกลงมาระใบหน้า ก่อนจะใช้ยางรัดผมที่คล้องแขนไว้ จัดการรวบผมที่ยาวระต้นคอเสียให้เรียบร้อย เขาล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบบางอย่างออกมา แล้วจุดไฟ สูดควันของมันเข้าไป...เขาเคยเลิกมันไปหนหนึ่งแล้วหลายเดือน แต่นี่...เขากำลังเครียดจริงๆ
เขาเดินเรื่อยไปจนถึงชิงช้าไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งไว้ใต้ต้นหูกวาง เอนพิงเสาของมันที่มีไม้เลื้อยสีสวยอย่างพวงแสดขึ้นปกคลุม ตามองเหม่อไปบนท้องฟ้าที่มีพระจันทร์กำลังส่องแสงอยู่บนนั้น
กลิ่นของบุหรี่ลอยเจือจางมาตามลม ทำให้คนที่เดินลงจากรถแล้วกำลังก้าวอาดๆ จะเข้าบ้านชะงักกึก แล้วสูดมันเข้าไปอีกนิด บ้านนี้ไม่มีคนสูบบุหรี่ มีอยู่คนเดียวและก็เลิกไปเกือบหกเดือนแล้ว ต้องมีอะไรแน่ๆ ขาของเขาเปลี่ยนเป้าหมายจากประตูบ้าน มาเป็นในสวนแทน ไฟแดงวาบๆ ที่เห็น พร้อมกับร่างสูงที่ยืนตะคุ่มอยู่ตรงนั้น มันทำให้ธงลักษณ์กระตุกริมฝีปากเป็นรอยยิ้ม เขาเดินตัวตรง เอามือล้วงกระเป๋าสบายๆ ค่อยเดินเอื่อยๆ ไปใกล้ แต่ดูเหมือนคนที่กำลังปล่อยอารมณ์จะยังไม่รู้ตัวถึงการมาของเขา
“นายลักษณ์”
เขาชะงักเท้า เมื่อเสียงเรียกชื่อของเขาดังขึ้น พร้อมกับพี่ชายที่ผินหน้ามาทางเขาพร้อมกับรอยยิ้ม ธงลักษณ์ยักไหล่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“เฮ้...พี่มีกุมารคอยกระซิบหรือเปล่านะพี่ราม รู้ได้ยังไงว่าผมเดินมา”
“กลิ่นของนาย”
คำตอบนั้นทำให้ธงลักษณ์หัวเราะ แล้วยกแขนตนเองขึ้นสูดดม อาจจะเพราะเขาคุ้นกับกลิ่นที่พี่ชายแฝดบอกกระมัง เลยไม่เข้าใจว่ามันผิดแผกจนทำให้ธงรามรู้ตัวได้ยังไง
“อาบน้ำแล้วนะโว้ย ถึงจะเป็นการอาบตอนเช้าก็เหอะ”
ผู้เป็นพี่ชายหัวเราะหึๆ พลางอัดบุหรี่เข้าไปเป็นหนสุดท้าย ก่อนที่จะดับมันกับเสาชิงช้า เขาไม่ได้ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแม้จะเป็นบริเวณในบ้าน พอดับแล้วธงรามก็เอาถือเอาไว้ในมือ เพื่อที่เข้าบ้านไปจะได้เอาไปทิ้งลงขยะ มันเป็นนิสัยรักสะอาดและรักธรรมชาติของธงราม ซึ่งน้องแฝดมองทีไรก็อดคันหัวใจไม่ได้ ว่าทำไมจะต้องละเอียดละเมียดขนาดนั้นด้วย
“เป็นอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาเดินท่อมๆ ตอนดึกๆ แบบนี้ แล้ว...พี่เลิกไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมกลับมาสูบอีก เครียดเรื่องงานหรือยังไง บอกแล้วว่าไม่ต้องไปดูหรอก นิยายของพี่ที่เอาไปทำหนังน่ะ หนก่อนก็เครียดทำใจไม่ได้ที่เขาเปลี่ยนดัดแปลง จนไปนอนทำใจ นอยด์ เขียนไม่ออกตั้งครึ่งปีไปโน่นยังไม่เข็ดหรือไง”
“คือ...”
ธงรามถอนใจอีกหน แล้วสั่นหน้า น้องแฝดดึงให้พี่ชายนั่งด้วยกันที่ชิงช้า ก่อนจะเอ่ยถามเสียงจริงจัง
“มีอะไรวะพี่ราม”
“บ้านเรากำลังจะล้มละลาย หรือเปล่าวะ”
คำถามนั้นทำให้ธงลักษณ์ขมวดคิ้ว ก่อนจะมองหน้าของพี่ชายฝาแฝดเขม็ง
“ไปเอาข่าวบ้าๆ นี่มาจากไหนวะ ดูตัวเลขในบัญชี ที่เค้าแบ่งหุ้นกำไรเมื่อเดือนก่อนรึเปล่า?”
ธงรามสั่นหน้า
“ไม่ได้ดู นายก็รู้ว่า...ฉันไม่ค่อยสนใจตัวเลขอะไรแบบนี้”
“เอ่อ...เกือบลืม พี่มันพวกติสท์ ใช้เงินไม่ค่อยเป็น”
ธงลักษณ์ยิ้มกว้าง เผยให้เห็นเขี้ยวที่มุมปากทั้งสองข้าง นัยน์ตาของเขาเป็นสีดำสนิท บางหนดูดุดัน บางคราวดูเจิดจ้า คิ้วเข้มทอดจรดนัยน์ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ตรงปลายจมูกมีรอยแผลเป็นเล็กน้อย แต่ไม่อาจทำลายความหล่อเหลาของเขาได้เลย ริมฝีปากของเขาหยักหนาได้รูป มันเป็นริมฝีปากที่สาวๆ อยากจะให้ประทับลงมาบนริมฝีปากของพวกหล่อน เพราะมันช่างเซ็กซี่เหลือเกิน
“แล้วตกลงว่า สถานการณ์ทางการเงินของพวกเรา มันแย่ถึงขั้นไหน”
คำถามจากพี่ชายฝาแฝด ที่หน้าตาไม่เหมือนเขาเลย เพราะเป็นแฝดจากไข่คนล่ะใบยังคงเอ่ยถามอีกหน มีสิ่งเดียวที่สองพี่น้องคล้ายกันคือสีนัยน์ตา ที่ดำสนิทเหมือนกัน หากสายตาของธงรามดูแล้วให้ความรู้สึกอ่อนหวาน อ่อนโยน ขณะที่น้องชายกลับให้ความรู้สึกอีกแบบโดยสิ้นเชิง เวลายิ้มธงรามก็มีเขี้ยวแต่เป็นเขี้ยวแค่ข้างเดียวคือข้างซ้าย จมูกของเขางุ้มปลายเล็กน้อย อีกอย่างหนึ่งที่พวกเขาสองพี่น้องเหมือนกัน นั่นก็คือริมฝีปากที่ดูแล้วเซ็กซี่น่าจูบ คางของธงรามบุ๋มลงไปเล็กน้อย ทำให้ใบหน้าของเขามีเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร
แฝดของครอบครัวพัณภัช เรียกได้ว่าหน้าตาดีแบบกินกันไม่ลง มีเสน่ห์กันทั้งคู่ ทั้งที่เป็นแฝด แต่พี่น้องคู่นี้นิสัยไม่เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย คนหนึ่งคือน้ำ ส่วนอีกคนคือไฟดีๆ นี่เอง...เนื้อหอมทั้งคู่ เพราะโสดทั้งคู่เสียด้วย
“ไม่แย่เลย” ธงลักษณ์ผายมือ
“พี่อยากตรวจสอบงบบัญชีไหม ตอนนี้สินค้าใหม่กำลังทำกำไรดีเลยล่ะ เพราะเราเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำไปขาย”
“แล้วทำไมแม่จะต้องให้ฉันแต่งงานเพื่อใช้หนี้ด้วยวะ”
“หะ!” ธงลักษณ์ทำเสียงสูง เขามองหน้าพี่ชายที่ดูเครียดมาก ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
“เฮ้ย...ฮ่าๆๆ อะไรนะพี่ราม อีกทีสิ”
“แม่จะให้ฉันแต่งงาน...ล้างหนี้”
“เฮ้ย...” เขาตบบ่าพี่ชายด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างกำลังปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะหัวเราะมาก
“แม่สีดาของพวกเรา เป็นอะไรไปล่ะนั่น แม่ล้อพี่เล่นหรือเปล่า”
“ไม่ได้ล้อเล่น แม่บอกว่า...ขอให้ฉันแต่งงานเพื่อเป็นการชำระหนี้ ถ้าไม่อย่างนั้น ทางนั้นจะเริ่มเข้ามายึดทุกอย่างของเรา”
“เฮ้ย”
ธงลักษณ์อุทานออกมาอีกหน เขามองหน้าธงรามอีกหน พี่ชายถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงขรึมๆ
“แม่เอาสัญญาเงินกู้มาให้ดู เราเป็นหนี้เขาสามร้อยล้านบาท เอ่อ...แม่บอกว่าเราไม่มีเงินให้เขา เพราะว่ากิจการไม่ค่อยดีนัก”
“อืม...” ธงลักษณ์หรี่ตา ดูเหมือนว่าคุณสีดาน่าจะเล่นตลกอะไรสักอย่างกับพี่ชายของเขาแล้วแน่ๆ แต่ว่า...ใครเป็นคนร่วมมือด้วยกันนะ
“แม่ไปกู้เงินใครมาล่ะพี่ราม ใครที่นายจะต้องเป็นเจ้าบ่าว หึๆ ขอโทษมันอดขำไม่ได้จริงๆ ไอ้เรื่องมาบีบไปแต่งงานขัดดอกนี่ ส่วนใหญ่มันต้องเป็นผู้หญิงไม่ใช่หรือยังไง หึๆ”
“ฉันจะต้องแต่งงานกับ...” ธงรามกลืนน้ำลาย “น้องแก้มหอม”
“อ้อ...”
ใบหน้าของใครบางคนวาบขึ้นมาในห้วงนึก ธงลักษณ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วยักคิ้วให้กับพี่ชาย เขาโอบไหล่ของธงราม แล้วบีบมันเบาๆ
“เอาแบบนี้...ผมมีวิธีที่จะช่วยพี่จากการเป็นเจ้าบ่าวขัดดอกอะไรนี่ พี่ราม แต่พี่จะต้องตกลงทำตามวิธีของผม พี่จะว่ายังไง?”
“นายช่วยฉันได้จริงๆ น่ะเหรอ”
ธงรามดีใจจนกอดน้องชายฝาแฝดไว้แน่น ธงลักษณ์ตบหลังเขาเบาๆ แล้วหัวเราะ นัยน์ตาคมยังคงส่งประกายเจ้าเล่ห์
“ได้สิ...หึๆ พวกเขาจะได้เจ้าบ่าวขัดดอกแน่นอน แต่...จะถูกใจน้องแก้มหอมไหม ก็คงจะต้องว่ากันอีกทีล่ะ”
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







