LOGINงานแต่งงานวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นงานใหญ่ระดับสองประเทศก็ไม่ผิดนัก เพราะฝั่งเจ้าสาว คือลูกสาวของคุณพอนไซ แสงสะหวัน นักธุรกิจของลาว กับคุณบุหงา ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกับคุณสีดาและคุณราช ไปมาหาสู่กันตลอด มีธุรกิจบางอย่างร่วมกัน ล่าสุดก็เปิดโรงงานส่งออกอาหารกระป๋องด้วยกันที่หนองคาย กิจการเรียกว่ากำลังดีวันดีพรุ่งเลยทีเดียว
แขกเหรื่อเกินร้อย ที่มาอำนวยอวยพรในวันนี้ ทั้งผู้ใหญ่จากฝั่งไทย และฝั่งลาว เจ้าบ่าวเจ้าสาวดูสวยสมกันมาก เจ้าสาวอย่างจันดาลี ยิ้มแก้มปริตั้งแต่เช้าที่เป็นงานพิธีหมั้น จนมาเป็นงานรดน้ำ และฉลองสมรส เธอยังคงยิ้มค้างแบบนั้น ด้วยความอิ่มอก ปลื้มใจ ขณะที่เจ้าบ่าวอย่างธงราม กลับยิ้มเพียงนิดๆ ที่มุมปาก ยิ้มเหมือนเสียไม่ได้ ข้างกายเขาขนาบด้วยน้องแฝด อย่างธงลักษณ์ ที่ดูเหมือนจะมีรอยยิ้มมากกว่าพี่ชายผู้เป็นเจ้าบ่าวเสียอีก
เขามองใบหน้าด้านข้างของจันดาลี นัยน์ตาคมกริบส่งประกายเจ้าเล่ห์ พี่ชายที่ยืนข้างกันแตะมือเขาเบาๆ มือของธงรามเย็นเชียบเลยทีเดียว เจ้าสาวถูกมารดาของหล่อนเรียกไปรับแขกเหรื่อชั่วคราว เลยเปิดโอกาสให้ธงรามได้คุยกับน้องชาย
“นายลักษณ์”
“ครับ”
“แน่ใจนะว่าเราจะทำแบบนี้”
“แน่ใจสิพี่ ว่าแต่พี่รามเหอะ ไปถึงแล้วก็อย่าโผล่มาทางโซเชียล ทางไหนๆ เชียวจนกว่าผมจะติดต่อไป” สองพี่น้องกระซิบคุยกันไปมา
“พี่...”
ธงรามตื่นเต้นจนเหงื่อแตกซิกแล้วตอนนี้ เขาไม่ชอบโกหก นี่มันคือการวางแผนโกหกครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตสามสิบสองปีของเขาเลยก็ว่าได้
“อย่าเป็นลมไปนา” ธงลักษณ์หัวเราะหึๆแล้วขยิบตาให้กับพี่ชายฝาแฝด
“ไปหาน้องแก้มหอมได้แล้ว อีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลาเข้าหอแล้วล่ะ”
“ถึงฤกษ์แล้วหรือ?” ธงรามถามเสียงสั่น ขาก็สั่น
“ถึงแล้ว ผมจะได้ไปจัดการตามแผนของเรา พี่อย่าทำแผนแตกละกัน”
“โอเคๆ”
“สูดลมหายใจเข้าลึกๆ” ผู้เป็นน้องชายสั่ง ธงรามรีบทำตาม
“ดีขึ้นหรือยัง”
“อื้อ”
“งั้นก็ไปได้”
มือหนานั่นตบมาที่ไหล่ ตาของธงรามมองไปที่เจ้าสาวของเขา ก่อนจะค่อยตรงไปหาเธอ
ธงลักษณ์ยิ้มกริ่ม ก่อนจะแยกไปหามารดาเพื่อย้ำเตือนกับท่านเรื่องฤกษ์ส่งตัว
..............................................................................................................................................................................
“แม่ปิดห้องแล้วนะราม ห้ามออกมากันนะจ๊ะ บ่าวสาว”
คุณสีดาเอ่ยกำชับ แล้วหัวเราะระรื่น คุณราชเองก็อดหัวเราะขำภรรยาไม่ได้ วันนี้เธอหน้าบานมากจริงๆ ยิ้มไม่หยุดเลยแต่เช้า เขานึกดีใจที่งานวิวาห์เป็นไปอย่างราบรื่น แม้จะเป็นเหมือนการคลุมถุงชนก็เถอะ ข้างๆ เธอมีคุณบุหงาและคุณพอนไช ที่หน้าบานไม่ต่างกัน
“อยู่กับอ้ายในนั้นล่ะ แก้มหอม เรื่องงานน่ะ พ่อกับแม่จะไปม่วนกับหมู่ข้างนอก สองคนบ่ต้องออกมานะ”
ย้ำอีกรอบ เหมือนกลัวว่าใครจะหนีหอกระนั้น
มีเสียงตอบออกมาเบาๆ ว่าค่ะ/ครับให้พอได้ยิน หลังจากที่ยืนรอฟังกันสักครู่ พวกท่านก็ยิ้มหน้าบาน คุณบุหงาเอ่ยเสียงเบากับเพื่อนสนิท เมื่อเดินออกมาเกือบจะถึงลิฟต์ที่จะพาพวกเธอไปยังห้องจัดเลี้ยงอีกหน ทิ้งบ่าวสาวไว้ที่ห้องสูทของโรงแรมเพื่อจะได้ทำการ ‘เข้าหอ’ กันให้เรียบร้อย
“แผนของเธอได้ผลจริงๆ นะดา แต่...ตารามจะโกรธหรือเปล่า ที่โดนจับแต่งงานอะไรแบบนี้”
“อย่ามาเรียกว่าจับแต่งงานสิ” คุณสีดาตีแขนของเพื่อนรัก แล้วหัวเราะคิกคัก
“แหม ตารามก็เอ็นดูน้องอยู่ เห็นกันมาแต่เล็กแต่น้อย แล้วลูกชายฉันก็ไม่มีใคร เรื่องรักน่ะ แป๊บเดียวก็รักกันแล้ว หนูแก้มหอมออกจะน่ารักน่าเอ็นดู”
“จริงๆ นะ”
คุณบุหงายิ้มแหยให้กับเพื่อนสนิท เธอรู้ว่าลูกสาวแอบชอบธงราม ถึงกับขั้นที่ว่าคลั่งเลยก็ว่าได้ จากการเพ้อยามป่วยหนักหนล่าสุดนั่นการพยาบาลลูกสาวหลายวัน ทำให้เห็นเข้ากับไดอารี่ที่ลงเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘อ้ายราม’ ไว้มากมาย พอเอามาเล่าเปรยให้กับคุณสีดาฟัง เพื่อนของเธอก็ทาบทามเรื่องแต่งงานของคนทั้งคู่มาเลย
ตัวของจันดาลีนั้นดีใจจนแทบเป็นลม...แม่ลูกสาวตัวดีอาการหนักถึงขั้นนั้นกันเลยเมื่อรู้ว่าจะได้แต่งงานกับผู้ชายในฝัน สามีของเธอก็ดีอกดีใจที่จะได้ดองกับเพื่อนรักของเธอและเขา ถึงขั้นพากันวางแผนเพื่อให้ธงรามปฏิเสธไม่ออกเรื่องการแต่งงาน สุมหัวกันเลยล่ะ ต้องเรียกว่าอย่างนั้น ทั้งการหาฤกษ์หายาม จัดฤกษ์ที่เร็วที่สุด จนเตรียมงานเตรียมการกันแทบจะไม่ทัน แต่เงินที่เนรมิตทุกอย่างได้ จึงทำให้ทุกสิ่งเรียบร้อยรวดเร็ว
ใจหวิวนึกเป็นห่วงลูกสาวอย่างบอกไม่ถูก เกรงว่าธงรามที่ถูกขอร้องกึ่งบังคับให้แต่งงานหนนี้ จะไม่รักไม่เอ็นดูลูกสาวของเธอ ชีวิตคู่อาจจะล่มลงภายในเวลาอันรวดเร็ว เพราะนิสัยใจคอของธงรามที่เธอแอบติดตาม แอบดูอยู่ ก็เรียกว่าเดายาก แต่อย่างน้อยๆ ชายหนุ่มก็เป็นคนใจดี นิสัยเอื้ออารี มีเมตตา ใช้ได้อยู่ในระดับหนึ่ง
เธอก็หวังว่าธงรามจะเอ็นดูลูกสาวตัวป่วนของเธอ ‘ตัวป่วน’ เธอเรียกจันดาลีไม่ผิดหรอก ก็เจ้าหล่อนยังไม่โต ยังเป็นแบบนั้นจริงๆ
เฮ้อ...
สู้ๆ นะอีหล้ายาใจของแม่
กลิ่นหอมที่กรุ่นเข้าจมูก ปลุกให้ธงรามตื่นจากนิทราอันแสนสุข เขารู้สึกว่ากำลังกอดอะไรบางอย่างไว้ ที่ไม่ใช่หมอนข้างแน่ๆ จึงก้มลงมอง ก่อนจะยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าเจ้าของกลิ่นหอมคือหวานใจ ภรรยาของเขาที่นอนซุกอยู่ในอ้อมแขนเขานั่นเองอา...เขาหลับไปสินะหลับสนิทเลยด้วยสิเฮ้อ...ความตั้งใจที่จะให้คืนวิวาห์หวานฉ่ำ พังไปเสียแล้ว แต่ไม่เป็นไร เขาจะแก้ตัว...“อื้อ...อืม...”ริมฝีปากรุ่มร้อน แตะแต้มไปทั่วใบหน้าเนียน มือของเขาปลดนั่น ดึงนี่เพียงครู่เดียวคนในอ้อมแขนก็เปลือยเปล่า หวานใจลืมตาขึ้นมา เธอตกใจในตอนแรก แต่เมื่อรับรู้ว่าคนที่กำลังสัมผัส กอดจูบเธอคือสามี เธอก็โอนอ่อน แล้วเผยอปากรับจูบจากเขา“พี่ขอโทษที่พี่หลับไป” ธงรามเอ่ย“อา...พี่ราม” เสียงหวานนั้นครางออกมา เมื่อมือร้อนของเขากำลังเคล้นเคล้าความอวบนุ่ม“แต่พี่จะแก้ตัว...หวานจ๋า...น่ารักเหลือเกิน”เขาก้มลงจูบ ดูดดื่มกับบัวแฝด มือน้อยจิกบ่าเขาแน่น เธอหลับตาพริ้ม ร่างกายร้อนวูบวาบไปหมด ผีเสื้อนับพันกำลังกรีดปีก อยู่ที่ท้องน้อยของเธอ...เขาจูบฟัดบัวแฝดจนหนำใจ อิ่มเอม ก็จูบไล้ไล่ต่ำลง หวานใจอุทานอย่างตกใจ เมื่อถูกแยกเรียวขาออก เธอหลั
เสียงปรบมือเกรียวกราวจากคนที่มาแอบมุงอยู่ห่างๆ ดังขึ้น โดยการนำของสร้อยสาย ทำเอาสองหนุ่มสาวผละออกจากกันแทบไม่ทัน พ่อกับแม่ของพัดชา ถึงกับโผเข้ากอดนาวินกันเลยล่ะ คุณจามรอาการหนักกว่าภรรยา ถึงกับร้องห่มร้องไห้ แล้วจะจับนาวินเข้าหอกับพัดชาเสียตั้งแต่คืนนี้ ไม่ต้องแต่งกันล่ะ ยกข้ามตอนไปเลย เพราะกลัวลูกสาวจะเปลี่ยนใจ รักอลวนของนาวินและสาวทอม ก็จบลงด้วยคำว่ารัก...ที่พาให้คนทั้งสองข้ามผ่านได้ทุกสิ่ง...บทส่งท้าย...เวลานี้เป็นเวลาที่เพลิงยังไม่อยากให้มาถึงเลย...พ่อเสือเฒ่าแอบถอนใจ มองภาพบนเวทีแล้วต้องกลั้นน้ำตาไว้จนสุดความสามารถ มันทั้งอาลัย ทั้งตื้นตัน และทั้งยินดี ที่ลูกสาวจะได้เติบโตไปอีกก้าว ที่ลูกสาวเขาจะได้ไปอยู่ในมือของผู้ชาย....ที่เขาพอจะวางใจได้ให้ดูแลน่ะ...ยอมรับล่ะว่าธงรามเป็นคนดีจริงๆ และเขาก็คงจะสบายใจถ้าปล่อยหวานใจไว้ในอ้อมอกแกร่งนั่น แต่ด้วยมาดของพ่อเสือ ก็ต้องตีหน้าดุ ชักสีหน้าใส่ลูกเขย...จะให้มาทำดีรวดเร็ว ก็คงไม่ใช่เขาสิก็หมอนี่พรากแก้วตาดวงใจเขาไปกอดไปเป็นของตัวเองนี่...เฮ้อ...ว่าไปงั้นแหละว่าพราก ก็มาขอดีๆ นั่นแหละ เข้าตามตรอก ออกตามประตู ทำตามเงื่อนไขทุกอย่
“เดี๋ยวสิ เดี๋ยว จะพาไปไหนน่ะ เฮ้!”พัดชาออกแรงขืนตัวไว้ เธอถูกเพื่อนสนิท...เอาน่ะ...เธอเรียกผู้ชายคนนี้เป็นกรณีพิเศษว่าเพื่อนสนิท ลากออกมาจากงานเลี้ยงของครอบครัว ท่ามกลางสายตางุนงง ตกใจ ของคนสำคัญของเธอที่จู่ๆ ลูกสาวสุดห้าว ที่พวกท่านถอดใจไปแล้วล่ะว่าคงจะไม่มีวันที่จะได้ลูกสาวจริงๆ เพราะพัดชาทำให้พวกท่านยอมรับในตัวเธอ ที่เป็นแบบนี้ได้แล้ว แต่กับมาถูกผู้ชายที่ทั้งล่ำ ทั้งบึก ลากออกมาแบบนั้น ‘ผมชอบลูกสาวพ่อกับแม่คร้าบบบบ ขอพาไปเคลียร์นะคร้าบบบ’นั่นคือประโยคแรก ที่พ่อยอดชายนาวินประกาศ ก่อนจะพาพัดชาออกมา!“คุยกันตรงนี้ละกัน”นาวินว่าเสียงห้วนๆ ทำไมจะต้องเล่นบทหนุ่มซาดิสม์ กระชากลากถูขนาดนี้ก็ไม่รู้ เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันวุ้ย“จะคุยอะไร”พัดชาช้อนตามอง ‘เพื่อน’ แน่ล่ะ เธอสนิทกับนาวินมากตั้งแต่วันนั้น ยอมรับว่าสนิทมากจนเกินขั้นของคำว่าเพื่อนก็ได้ แก้มของเธอแดงขึ้นนิดๆ เมื่อมองสบตานาวิน แต่ก็แสร้งทำหน้าขึงขัง ไอ้ความลับของเขานั้น...เธอรู้มาพักใหญ่แล้ว แต่ดูสิว่า เขาจะหลอกเธอไปได้ถึงเมื่อไหร่กัน?“เรื่องที่เรา เอ่อ...อะแฮ่ม” แล้วเขาก็กระชากเธอเข้ามากอดไว้ รัดจนแน่น จนพัดชาแทบ
“ใครเอาเหล้ามอมพี่รามกันคะนี่?”หวานใจถาม เมื่อพาเขามายังชั้นสอง ที่เป็นห้องส่วนตัวของเธอ ถ้าเธอแอบนึกดีใจที่ไฟไหม้ลามมาถึงสวนจนพ่อเพลิงต้องเร่งบินด่วนนี่ จะบาปไหมหนอนั่น มันเป็นโอกาสที่ทำให้เธอได้...อยู่กับธงรามแบบสองต่อสองแบบนี้“หึ หึ”ธงรามเพียงแค่หัวเราะ เขานอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่มที่อยู่ปลายเตียงใหญ่ของหวานใจ แล้วเอามือก่ายหน้าผาก พลางทำท่าจะหลับ หากหวานใจฉุดให้เขาลุกขึ้นยืน “ไปนอนบนเตียงค่ะ จะได้สบายหน่อย”“ครับ” เขาค่อยๆ โซเซลุกอย่างว่าง่าย แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง หวานใจทรุดลงนั่งข้างเขา เธอใจเต้นตึกๆ ก่อนจะทำใจกล้า นอนข้างเขา ธงรามยังคงปิดตาแน่น หายใจสม่ำเสมอ มีกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือจางมากับลมหายใจของเขา มือนิ่มไล้แก้มเขาเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงหวานสั่นเล็กน้อย “พี่ราม พี่รามขา” มีเพียงเสียงหายใจที่ตอบเธอมา หวานใจตบแก้มเขาเบาๆ “พี่ราม หลับจริงๆ หรือเปล่านะ?”“...”“เดี๋ยวก็ลักหลับเสียหรอก”ยัยตัวยุ่งว่า พลางเขยิบเข้าใกล้เธอ เธอประคองใบหน้าเขาไว้ในมือ มองเขา...อย่างพินิจ ทุกสิ่งที่ประกอบเป็นเขา ในตอนนี้เป็นทุกสิ่งที่เธอจะดูแลและรัก...ไปจนกว่าเธอจะสิ้นลมเธอรักเขาเหลือเกิน..
“ยินดีด้วยนะจ๊ะ ลูกสาวของแม่ เรียกได้เต็มปากล่ะ”คุณสีดาเอ่ย ขณะที่มอบซองและกล่องของขวัญแสดงความยินดีให้กับหวานใจ ที่ยิ้มรับอายๆ และพนมมือไหว้ท่าน “ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่”“แต่งแล้วก็รีบมีหลานให้แม่เลยล่ะ เอามาให้แม่เลี้ยงนะ” คุณสีดาว่า ธงรามที่นั่งอยู่ตรงนั้น รีบเอ่ยขัดขึ้นทันที“ยังหรอกครับแม่ ผมขอเวลาอยู่กันสักพักก่อนเถอะครับ เรื่องหลาน แม่ก็เลี้ยงเจ้าแฝดของนายลักษณ์แล้วนี่ครับ”“แหม...มาให้ย่าชื่นใจแป๊บๆ ก็กลับไปฝั่งโน้น แม่ได้เลี้ยงที่ไหน แม่แก้มหอมเค้าเลี้ยงของเค้าเอง ตาลักษณ์ก็กลัวแม่ตามใจหลาน ทำลูกเสียคน ก็พวกแกน่ะแม่ก็เลี้ยงมาเอง เสียคนที่ไหนกัน” ท่านบ่นอุบอิบ ค้อนเลยไปถึงบุตรชายคนเล็กด้วย ที่ตอนนี้กำลังสาละวนกับการจับลูกสาวฝาแฝด ที่อยู่ในวัยกำลังซน วิ่งเล่นกรี๊ดๆ อยู่กับแพนเค้กคนหนึ่ง ส่วนอีกคนกำลังวิ่งซนไปรอบๆ งานปาร์ตี้ “เดี๋ยวเค้ามี เค้าเลี้ยงกันไม่ไหว เราก็ได้มาเลี้ยงเองล่ะ” เสียงสามีเอ่ยแทรกขึ้นนิ่มๆ ตามแบบของท่าน “ตารามมีโปรเจ็กต์ที่จะทำกับหนูหวานอยู่นี่ เรื่องเดินทางรอบโลกรักษ์โลกอะไรนั่น เกิดท้องกลางทางโปรเจ็กต์ไม่เสร็จ เราก็ได้เลี้ยงกันล่ะ”“คุณราช”“หึๆ ตา
“ยินดีด้วยนะหวาน จบแล้วจะแต่งงานเลยอะอิจฉาจัง”“อยากลาออกกลางครันไปแต่งก่อนแล้วกลับมาเรียนด้วยซ้ำ กลัวพลาดกับเจ้าบ่าว”หวานใจหัวเราะคิก แล้วเอ่ยแหย่คนที่มาทักเธอ เพื่อนสาวของเธอเลยหัวเราะชอบใจ พลางเหลือบมอง ‘ว่าที่เจ้าบ่าว’ ของหวานใจ ที่มีกำหนดการแต่งงานกันในอาทิตย์หน้า เรียกว่าหลังรับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองที่น่ายินดีของเธอแล้ว ก็มีข่าวดีต่อไปเลย“อะแฮ่ม”คนยืนข้างๆ กระแอม หน้าของเขาแดงนิดๆ หวานใจย่นจมูกให้เขาอย่างล้อๆ มองทรงผมใหม่ของธงรามที่ตัดสั้นเรียบร้อย แล้วอดบ่นเบาๆ ไม่ได้“นี่ไปตัดผมมาจริงๆ น่ะเหรอคะ พี่ราม ทำตามใจพ่อทำไมก็ไม่รู้ พี่รามเอาใจพ่อจ๋าจนเหลิงไปหมดล่ะ”ธงรามหัวเราะเบาๆ แล้วเสยผมของตัวเองที่ตัดสั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาไว้ผมสั้นขนาดนี้ แค่เพลิงเปรย ตอนที่เขาเข้าไปให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายดูความเรียบร้อยของการ์ดแต่งงาน ว่าไม่ชอบทรงผมของธงราม ขัดหูขัดตา เล่นเอาพากันตะลึงไปหมด แล้วก็มองหน้าธงรามด้วยสายตากวนๆ ถามว่าถ้าจะให้ตัดจะตัดไหม ธงรามแค่ยิ้มและรับคำสั้นๆ ว่าครับ...แล้วเขาก็ไปตัดมาจริงๆ คุณสีดาถึงกับค้อนบุตรชาย แล้วเอ่ยแขวะว่าทีแม่บอกให้ตัดไม่เคยทำ ทีพ







