Se connecterไทขับรถกระบะคู่ใจพาขิมกับไหมไปส่งที่มหาวิทยาลัย ทั้งสองคนเรียนคณะการตลาดเหมือนกัน
ขิมนั่งอยู่เบาะหลังข้างไหม ส่วนไทนั่งอยู่ด้านหน้า สายตาคมกริบของไทมักจะเหลือบมองขิมผ่านกระจกมองมาข้างหลังอยู่บ่อยครั้ง เธอนั่งกอดอกทำหน้าบึ้งตึงตั้งแต่เช้าเพราะยังโกรธเรื่องที่ไทประกาศว่าเธอเป็นเมียของเขาเมื่อเช้านี้ การมองหน้าไททำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะกระโดดลงจากรถเสียตอนนี่เลย
"ไอ้ขิม มึงเป็นอะไรวะ ทำไมทำหน้าเหมือนท้องผูกมาสามวันละ เดี๋ยววันนี้เรียนกับอาจารย์โหดนะ ยิ้มหน่อยดิวะ!" ไหมกระซิบกระซาบกับเพื่อน
"ก็พี่มึงนั่นแหละ! กวนตีนกูไม่เลิก ทำให้รู้สึกเหมือนเป็น... เหยื่อจริงๆ!" ขิมตอบ
ไทที่กำลังฟังการสนทนาของทั้งคู่อยู่ในความเงียบยิ้มมุมปาก
เหยื่อเหรอ... ถ้าใช่... ก็เป็นเหยื่อที่กูนี่แหละที่ตั้งใจล่ามาตลอดสามปี! เขาคิดในใจ
ไม่นานนักก็มาถึงหน้าคณะการตลาดของมหาวิทยาลัย
"ถึงแล้ว! ลงไปได้แล้ว ตั้งใจเรียนนะจ้ะเด็กน้อยทั้งสอง"
ไหมเปิดประตูรถลงไปทันที "ขอบคุณนะเฮีย เย็นนี้ไม่ต้องมารับก็ได้ เดี๋ยวหนูไปกินชาบูข้างนอกกับขิม"
"เออ ๆ! ดูแลเพื่อนไหมดี ๆ ล่ะ" ไทตอบน้องสาว
ขิมกำลังจะเปิดประตูลงจากรถตามไหมไป แต่ไทก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
"เดี๋ยว!"
ขิมชะงัก หันกลับมามองไทด้วยสีหน้าที่หงุดหงิด "อะไรอีก จะเอายังไงกับหนูอีกคะ อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าของนะเฮีย"
ไทมองใบหน้าบึ้งตึงของเธอ แล้วส่ายหัวเบา ๆ
"โอ๊ย...แม่คุณ ทำหน้าอย่างกับตูดหมา โกรธอะไรขนาดนั้น ทำหน้าให้มันดี ๆ หน่อยดิ มึงไม่รู้หรอว่าเวลาทำหน้าแบบนี้แล้วมันน่า...จับมาฟัด"
"ทะลึ่ง! ไม่จำเป็นต้องบอก หนูจะทำหน้ายังไงก็เรื่องของหนูจ้าาาา"
"เรื่องของมึงก็เรื่องของมึง... แต่กูจะบอกมึงเฉย ๆ ... ตั้งใจเรียนซะ เดี๋ยวเย็นกูมารับ"
ขิมขมวดคิ้ว "ไม่ต้อง ไหมบอกแล้วไงว่าหนูจะไปเที่ยวกับไหมอะ ไม่ต้องมารับ หนูไปเองได้ หนูไม่ได้เป็นลูกน้องเฮียนะ" ขิมพูดประชด
ไททำหน้าเลิกคิ้ว "ไปเที่ยวไหนวะ? ชาบู ดึก ๆ ดื่น ๆ ไปกับใครบ้าง ให้กูรู้หน่อยได้ไหมวะ กูเป็นห่วง!"
"ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง! หนูจะไปเที่ยวกับใครก็เรื่องของหนู ไม่มีทางบอกเฮียหรอก แบร่ " ขิมตอบกลับ แล้วเปิดประตูรถเดินลงไปทันที
ไทมองตามหลังขิมที่เดินกระแทกเท้าออกไปจนลับตา
"โว๊ะ... ไปเที่ยวไหนอีกของมันวะ บอกไม่บอกก็เรื่องของมึง เดี๋ยวกูถามไอ้ไหมก็ได้!" ไทบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างหงุดหงิด ก่อนจะขับรถออกจากมหาวิทยาลัยไป
อู่เฮียไท
ไทขับรถกลับมาถึงอู่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เขาจอดรถแล้วเดินเข้ามาในอู่ที่กำลังคึกคักไปด้วยเสียงเครื่องมือและลูกน้อง ขณะที่กำลังเดินผ่านกองยาง ไทก็ได้ยินเสียงลูกน้องสองคนคือไอ้กัสกับไอ้กรณ์ที่เป็นฝาแฝดกันกำลังคุยกันอย่างออกรส
"มึงเห็นน้องขิมปะวะ ที่มานอนค้างเมื่อคืนน่ะ โอ๊ย... แม่งโคตรสวยเลยว่ะ!" ไอ้กัสพูด
"เออ สวยชิบหาย! ตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ อวบ ๆ ... แม่งน่ารักชิบ ถ้าได้เป็นเมียนะมึง กูจะซ่อมทั้งวันทั้งคืนเลยว่ะ ฮ่าๆ!"
ไทที่ได้ยินคำพูดหยาบคายนั้นก็เดินเข้าไปหาลูกน้องทั้งสองคนอย่างเงียบเชียบ
ผลั๊วะ!
มือหนาของไทตบเข้าที่หัวของไอ้กรณ์อย่างแรงจนเจ้าตัวสะดุ้ง หันมามองไทด้วยความตกใจ
"โอ๊ย! เฮียไท!" ไอ้กรณ์ร้อง
"มึงพูดว่าอะไรนะไอ้กรณ์! จะซ่อมทั้งวันทั้งคืนเลยเหรอ!" ดวงตาคมกริบมองลูกน้องอย่างเอาเรื่อง
ลูกน้องทั้งสองคนรีบยืนตัวตรงทันที เมื่อเห็นสายตาที่เอาจริงของไท
"เอ่อ... คือ... ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจครับเฮีย!" ไอ้กรณ์รีบแก้ตัว
"ไม่ได้ตั้งใจเหี้ยอะไร มึงนินทาเมียกูนะพวกมึง!" ไทพูดเสียงดัง จนลูกน้องคนอื่น ๆ ต้องหันมามอง
"ห้ะ... เมียใครวะเฮีย?" ไอ้กัสถามอย่างไม่เข้าใจ
"ก็ไอ้ขิมไงวะ! เมียในอนาคตกู ใครให้พวกมึงมาพูดจาลามกใส่เมียกูวะ ถ้ากูได้ยินอีกนะมึง กูจะหักเงินเดือน แล้วไล่ออกจากอู่เลย ไปซ่อมรถต่อให้เรียบร้อย ทำงาน! อย่ามัวแต่จินตนาการเรื่องเมียชาวบ้าน"
ไอ้กัสกับไอ้กรณ์มองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก
"ขอโทษครับเฮียไท พวกผมไม่รู้จริง ๆ ครับ!" ทั้งสองรีบก้มหัวขอโทษ
"เออ! ไม่รู้ก็รู้ซะ จำไว้ ไอ้ขิมมันของกู" ไทประกาศกร้าวอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเอง
ลูกน้องทั้งสองคนมองตามหลังไทไปอย่างงุนงง
"เห้ย... เฮียไทแม่งจริงจังว่ะ... เมียในอนาคตเลยเหรอวะ?" ไอ้กัสกระซิบ
"ไม่รู้ดิ... แต่กูว่า... แม่งต้องจีบกันอยู่แหง ๆ ถึงได้หวงขนาดนี้ โห... เสือกไปพูดจาลามกใส่เมียเฮียอีก... ซวยชิบหายเลยกู" ไอ้กรณ์พูดอย่างเสียขวัญ
ไทเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อดูบัญชีรายรับรายจ่าย แต่สายตาและสมาธิกลับไม่อยู่กับตัวเลขเลยแม้แต่น้อยความคิดของเขาวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องของขิม
หน้าหงิกเป็นตูดหมา... น่ารักชิบ!
ไทนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงที่โกรธเขาเมื่อเช้านี้ แล้วเขาก็เผลออมยิ้มออกมา
ใครให้มึงไปเที่ยวไหนคนเดียววะ! ชาบูเหรอ? ไปกับใคร? ผู้ชายคนอื่นหรือเปล่า? ความคิดหวงก้างเริ่มเข้ามาในหัวของเขา
"ไอ้ห่า! กูกลายเป็นไอ้พวกผัวขี้หึงไปแล้วเหรอวะ" ไทสบถกับตัวเองเบา ๆ
เขาคิดถึงตอนที่ขิมอยู่ในชุดนอนลายหมีตัวใหญ่ เมื่อคืน... คิดถึงตอนที่เธอโดนเพื่อนเขาจีบแล้วตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของเขา
ไม่รู้แหละ ถึงจะกวนตีน ถึงจะหยาบคาย! แต่กูก็ประกาศไปแล้วว่ามึงคือเมียกู หนีกูไม่พ้นหรอกไอ้ขิม!
ไทปิดคอมพิวเตอร์ลงทันที เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเข้าไลน์ของไหม
ไท: "ไอ้ไหม มึงอยู่ไหน เที่ยวที่ไหนกัน รายงานมาเลยนะ ถ้าไม่บอกเฮียจะไม่ให้เงินไหม"
เขานั่งรอข้อความตอบกลับด้วยความใจจดใจจ่อ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังทำตัวเหมือน 'ผัว' ที่ควบคุมทุกฝีก้าวของ 'เมีย' ในอนาคตอย่างเต็มตัวแล้ว
อย่าลังเลที่จะแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนะคะ เค้าอ่านทุกข้อความ และทุกความคิดเห็นของคุณรี้ดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลงานในอนาคตของเค้า
ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกการติดตามและกดหัวใจ หวังว่าการเดินทางของการอ่านและการเขียนของเค้าจะดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขค่ะ🙏🏻🥰
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
ในที่สุดรถทุกคันก็มาถึงที่พักส่วนตัวบนเขาใหญ่ บ้านพักหลังใหญ่มีสนามหญ้ากว้างขวางด้านหน้าเหมาะสำหรับกางเต็นท์ และมีพื้นที่สำหรับก่อกองไฟล้อมวงได้อย่างสบาย ๆพอทุกคนมาถึงก็ช่วยกันขนสัมภาระลงจากรถ กลุ่มเพื่อนที่มาใหม่สี่คนเลือกที่จะพักในบ้าน ส่วนไท ไหม ขิม เพชร และปอ ตัดสินใจจะนอนเต็นท์ข้างนอกเพื่อสัม
วันนี้ขิมมานอนค้างที่อู่ของไท เพราะเป็นคืนก่อนออกเดินทางไปเที่ยว ทริปเขาใหญ่ครั้งนี้กำหนดออกเดินทางกันตอนตีสาม ทุกคนจะมารวมตัวกันที่อู่เพื่อเตรียมของและเดินทางพร้อมกันทริปนี้ไม่ได้มีแค่ไท ไหม ขิม ปอ และเพชร แต่ยังมีเพื่อนสมัยมหาลัยของไทอีกสองสามคน ซึ่งเป็นผู้ชายสองคนและผู้หญิงสองคน ทุกคนช่วยกันจัด
ขิมที่เลิกเรียนตอนเที่ยงและกำลังเดินออกจากห้องเรียนพร้อมกับไหม แต่ต้องตกใจเมื่อเห็น ภาค มาดักรอเธออยู่หน้าห้องเรียน เขาน่าจะมายืนรอนานแล้ว"ขิม! ทำไมไม่ตอบแชทภาคเลยละ เป็นอะไรหรือเปล่า บอกภาคได้นะ" เขาถามทันทีที่เจอหน้าเธอไหมที่เห็นภาคก็รีบพูดสวนแทนเพื่อน "เป็นเพราะ ขิมไม่อยากยุ่งกับมึงแล้วไงไอ้ภา
หลายอาทิตย์ผ่านไป ปฏิบัติการทำตัวเป็นสุภาพบุรุษของไทยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไทพยายามอย่างหนักมากที่จะหยุดปากไม่ดีใส่และทำตัวดีกับขิมอย่างสม่ำเสมอ แต่ก็พูดกับคนอื่นเหมือนเดิม ยักเว้นขิมแค่คนเดียวแม้ว่าจะยังมีหลุดคำห้วน ๆ ออกมาบ้าง แต่ไทก็พยายามแทนที่คำด่าด้วยการดูแลเอาใจใส่แทน ด้วย การซื้อน้ำหวาน







