Mag-log inเสียงสะอื้นของขิมดังอู้อี้อยู่ในลำคอจนไหล่สั่น นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงในห้องคอนโดของไหม เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ
"ฮึก... ไหม... กูไม่ดีตรงไหนวะ" ขิมเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาบวมแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก
ไหมนั่งอยู่ข้าง ๆ ใช้มือลูบหัวเพื่อนไปมาอย่างปลอบโยน "โอ๊ย... ถามคำถามนี้อีกแล้วนะมึง"
"ก็จริงนี่หว่า คบกับไอ้ภาคมาตั้งสองปี... ไม่เคยนอกใจ ไม่เคยงี่เง่า ไม่เคยขออะไรเลย แค่... แค่ไม่ยอมให้มันฟัน...ก็แค่นั้นเอง มันก็เลยไปหาอีผู้หญิงหน้าด้านที่ไหนมาก็ไม่รู้ มาแทนที่กูอะ!" ขิมระเบิดออกมาพร้อมกับน้ำตาชุดใหม่
ไหมถอนหายใจยาวเหยียด ยื่นกระดาษทิชชู่ม้วนโตให้เพื่อน "โอเค ๆ ฟังนะขิม... มึงดีทุกอย่าง ดีเกินไปสำหรับไอ้ภาคที่มันไม่รู้จักพอด้วยซ้ำ"
"แต่ถ้าฉันยอมมัน..."
"หยุด! อย่าคิดแบบนั้น ถ้ามึงยอมมันวันนี้ มันก็จะไปหาคนใหม่มาฟันอยู่ดี มันไม่ใช่เรื่องของร่างกาย แต่มันเป็นเรื่องของสันดาน สันดานผู้ชายเหี้ย ๆ!"
ขิมมองหน้าไหมอย่างสับสน "แล้ว... แล้วกูจะทำยังไงดีวะ กูไม่เหลือใครแล้วอะ"
"เหลือใครอะไร เหลือกูนี่ไง แล้วก็เหลือผู้ชายดี ๆ อีกเป็นล้านคนบนโลกนี้เลยแหละ เลิกสนใจไอ้ขยะที่เดินออกไปจากชีวิตมึงได้แล้วขิม" ไหมลุกขึ้นยืน ดึงแขนขิมให้ลุกตาม
"ไปไหนวะ..." ขิมถามเสียงแผ่ว
"ไปไหนน่ะหรอ... ไปในที่ ที่มึงจะได้เจอผู้ชายที่เป็นอาหารตาอะดิ ไปอู่เฮียไทไง" ไหมพูดพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์
ขิมเบิกตาโต "ห้ะ! ไปอู่เหี้ยไท เฮ๊ยยย! เฮียไทเนี่ยนะ! จะบ้าหรอ มึงก็รู้ว่าพี่มึงชอบกวนตีนกูขนาดไหน แถมยังชอบพูดจาลามกใส่กูอีก"
"เออ...พี่กูมันก็กวนตีนจริงแหละ แต่กูจะพาไปดูผู้ชายคนอื่นโว้ย! อู่พี่กูอะ... ศูนย์รวมของดี แม่งมีแต่ช่างกล้ามโต ๆ หล่อ ๆ แม่งแบบ... เหงื่อไหลไคลย้อย สกปรกแต่โคตรแซ่บทั้งนั้น ไหนจะพวกเพื่อนๆพี่กูอีกนะ มึงเห็นแล้วจะลืมไอ้ภาคไปเลย" ไหมพูดยกใหญ่
ขิมมองตามเพื่อนด้วยความไม่แน่ใจ "แต่..."
"ไม่มีแต่ มึงพึ่งเลิกกับผู้ชาย ต้องรีเฟรชชีวิต ต้องเจอของใหม่ที่ทำให้มึงลืมมันไปเลย เอาหน่า... กูรับรองว่าพี่กูไม่กล้าแตะต้องมึงต่อหน้ากูหรอก ส่วนไอ้คำหยาบคายอะ มึงก็ช่างแม่ง ถือซะว่าฟังคนบ้าบ่นก็แล้วกัน ไปแต่งตัวได้แล้ว เร็ว! เลิกเรียนแล้วก็ไปกันเลย " ไหมพูดจบก็ยัดเสื้อผ้าให้ขิมชุดหนึ่ง เป็นเสื้อยืดสีขาวบาง ๆ กับกางเกงยีนส์ขาสั้นที่เน้นเรียวขา
ขิมมองชุดในมือ "ทำไมต้องใส่ชุดนี้ด้วยวะ..."
"ก็... ไปอู่ มันต้องดึงดูด ไปทำให้ไอ้พวกช่างน้ำลายไหลเล่น สนุกดีออก ถือเป็นการเอาคืนผู้ชายทั้งโลก เร็วๆ" ไหมเร่ง
สุดท้ายขิมก็พยักหน้าตกลงอย่างปฏิเสธไม่ได้
"เออ ๆ ไปก็ไป..."
อู่เฮียไท
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึง "อู่เฮียไท" อู่ซ่อมรถขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากคอนโดของไหม ตัวอู่เป็นโครงสร้างเหล็กเปิดโล่งเต็มไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือ อะไหล่ และรถที่รอการซ่อมแซมส่งกลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้งไปทั่วอู่
ทันทีที่ก้าวเข้าไป...
"โอ๊ย! นึกว่าใคร ขวัญใจอู่มาแล้ว"
เสียงทุ้มห้าวที่ขิมได้ยินแค่ก็รู้ว่าเป็นใครดังขึ้นทันที ไทกำลังยืนคุยงานอยู่กับช่างคนหนึ่ง มือข้างหนึ่งถือประแจ มองมาที่ขิมด้วยรอยยิ้มกวน ๆ
ไทมองสำรวจขิมตั้งแต่หัวจรดเท้า วันนี้ขิมดูโทรมกว่าปกติเล็กน้อย เพราะพึ่งผ่านการร้องไห้มา แต่ชุดที่ไหมเลือกให้ก็ทำให้เธอดูโดดเด่นขึ้นมาทันที
"มาเร็วดีนี่หว่า... นึกว่ามัวอยู่กับแฟนสะแล้ว!" ไทพูดแซวต่อหน้าลูกน้องอย่างไม่เกรงใจ
ขิมหน้าตึงทันที หันไปจิกตาใส่ไหมที่กำลังหัวเราะคิกคัก
"เฮียไท! วันนี้เพื่อนหนูมาหาเรื่องปลอบใจ อย่ากวนตีนให้มันมากนะ!" ไหมห้ามปรามพี่ชาย แต่ก็ไม่ได้ดูจริงจังอะไร
"ปลอบใจ? อ้าว... อกหักหรอวะ สมน้ำหน้า!" ไทพูดพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง
ขิมกำหมัดแน่น "เฮียแม่ง! กวนตีนจริงๆว่ะ"
"เอ้า! ก็จริง ผู้ชายดี ๆ แบบกูแม่งเดินชนกันให้พรึ่บ เสือกไปเลือกไอ้เหี้ยที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นผัว ใครใช้ให้ตาต่ำละวะ" ไทเดินเข้ามาใกล้ขิม ก้มหน้าลงเล็กน้อยจนเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำมันเครื่องและเหงื่อจาง ๆ
"หนูไม่ได้ตาต่ำ! แต่หนู... ฮึก... หนูแค่..." ขิมเริ่มสะอื้นอีกครั้ง เพราะคำพูดของไทมันจี้ใจดำจนเกินไป
"หรือว่าโดนทำของเข้าให้…"
ไทที่เห็นขิมเริ่มน้ำตาคลออีกครั้งก็ชะงักไปเล็กน้อย เขารู้ว่าขิมเป็นคนอ่อนไหว
"โอเค ๆ ... ไม่ด่าแล้ว... เงียบก่อน มานี่... มาดูอะไรเด็ด ๆมา"
ไทจูงมือขิมไปที่รถกระบะคันหนึ่งที่กำลังถูกซ่อมอยู่ ช่างหนุ่มกล้ามใหญ่ ผิวแทนเหงื่อซึมกำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ใต้ท้องรถ ทำให้เห็นกล้ามเนื้อแขนที่แน่นเปรี๊ยะ
"เห็นไหมขิม... ดูดิ๊...หุ่นดีกันทุกคน ไม่มีผอมแห้งแรงน้อย นี่แหละของจริง ส่วนแฟนเก่ามึงน่ะ...ผอมอย่างกับไม้เสียบผี แล้วยังสันดานเหี้ยอีก!"
ไทมองช่างคนนั้นด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดมือขิมเบา ๆ แล้วยื่นผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ ให้
"เอาไปเช็ดน้ำมูกไป แล้วก็... ห้ามมองไอ้ช่างคนนั้นเกินสามวิ มันอะของปลอม ของจริงอยู่ตรงนี้" ไทพูดพร้อมกับเอานิ้วโป้งชี้ไปที่หน้าอกตัวเอง
ขิมมองผ้าขนหนูในมือแล้วเงยหน้ามองไทอีกครั้ง "เฮีย... แล้วเฮียจะเอาอะไรมาพิสูจน์ว่าเป็นของจริง"
ไทหัวเราะหึ ๆ "หึ... กล้าถามนะมึง"
เขาก้มหน้าลงมาอีกครั้ง และกระซิบเสียงต่ำข้างหูขิม จนขิมรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟช็อตมาที่เธอ
"ก็... ถ้าของจริง... มันต้องทำให้มึงลืมไอ้เหี้ยนั้นในชีวิตมึงได้หมดไง... อยากลองดูไหมล่ะ... ขิม"
ขิมยืนนิ่ง... ใบหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะใจที่กำลังเต้นรัวเหมือนกลองชุดเพราะคำพูดของไท
อย่าลังเลที่จะแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนะคะ เค้าอ่านทุกข้อความ และทุกความคิดเห็นของคุณรี้ดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผลงานในอนาคตของเค้า
ขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกการติดตามและกดหัวใจ หวังว่าการเดินทางของการอ่านและการเขียนของเค้าจะดำเนินต่อไปอย่างมีความสุขค่ะ🙏🏻🥰
2 ปีผ่านไป... ไวเหมือนโกหก!เป็นเช้าวันสำคัญที่ขิมรอคอยมาตลอดชีวิต วันที่เธอจะได้รับปริญญาเป็นบัณฑิตเต็มตัวแล้ว แต่บรรยากาศในห้องนอนหลังอู่ตอนนี้กลับไม่ได้ดูเหมือนวันมงคลเอาเสียเลย ขิมในชุดกระโปรงซับในสีขาว ผมทำทรงเกล้าเนี๊ยบกริบ หน้าจัดเต็มสวยกว่าทุกวันไหนๆ กำลังยืนเกาะขอบโต๊ะเครื่องแป้ง หายใจหอบถี่จนตัวโยน"เฮีย... อ๊ะ! เร็วๆ หน่อย ขิมใกล้ต้องไป... ไปรวมแถวแล้วนะ!" ขิมเม้มปากแน่น พยายามค้ำยันโต๊ะเครื่องแป้งไม่ให้เครื่องสำอางราคาแพงต้องกระจัดกระจาย"แป๊บหนึ่งดิขิม ก็มึงสวยขนาดนี้ ใครจะอดใจไหววะ!" ไทในสภาพเปลือยท่อนบน สวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเก่งที่รั้งลงไปอยู่ที่สะโพก กำลังซ้อนหลังกระแทกกระทั้นแกนกายใส่เมียรักอย่างบ้าคลั่ง มือหนาฟ้อนเฟ้นไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งที่ตอนนี้มันเต็มไม้เต็มมือกว่าเมื่อสองปีก่อนเยอะ"ทำไมเดี๋ยวนี้ มันเต็มไม้เต็มมือยิ่งกว่าเก่าวะ… ซี้ดด""อื้อออ... เฮียไท! อย่าทำรอยที่คอนะ ขิมปิดรองพื้นเหนื่อยนะ…อ๊ะๆ" ขิมหันไปดุเสียงหลง แต่ใบหน้ากลับบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านไทไม่ฟังเสียงคัดค้าน เขาซุกหน้าลงกับไหล่เนียน สูดดมกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นตัวของขิมอย่างหิวโหย "รอยน่ะไม่
วันนี้เป็นวันที่ขิมออกจากโรงพยาบาล ไทขับรถกระบะคู่ใจบึ่งไปมารับ ขิมดูสดใสขึ้นมากแม้จะยังมีอาการเพลียอยู่บ้าง พอรถเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าอู่ กองทัพลูกน้องของไทก็นำโดยไอ้กัส ต่างพากันโห่ร้องต้อนรับเมียเจ้านายกลับบ้านกันยกใหญ่"ยินดีต้อนรับกลับครับน้องขิม อู่เงียบเหงาอย่างกับป่าช้าเลยตอนน้องขิมไม่อยู่เนี่ย" กัสตะโกนแซว จนไทต้องหันไปชี้หน้าคาดโทษแต่แอบอมยิ้มออกมาขิมเดินลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม แต่แล้วเธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็น ไหม ยืนรออยู่หน้าห้องทำงานด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ไหมยืนกุมมือตัวเองแน่น แววตาที่เคยแข็งกร้าวตอนอยู่มหาลัย ตอนนี้มันกับสั่นคลอนด้วยความรู้สึกผิด"เฮียไปเช็กอะไหล่แป๊บ ทั้งสองเคลียร์กันเองนะ" ไทเห็นท่าไม่ดีเลยเดินเลี่ยงไปหาไอ้กัสบรรยากาศเงียบลงครู่หนึ่ง ก่อนที่ไหมจะก้าวเข้ามาหาขิมช้าๆ "ขิม... มึง...""ว่าไงมึง..." ขิมทักเสียงเรียบ"ขิม กูขอโทษ" ไหมพูดพรวดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผาะ "กูแม่งเป็นเพื่อนที่แย่มากเลยว่ะ ที่ไม่ฟังมึง แถมยังมองมึงด้วยหางตาแบบนั้นอีก ทั้งที่กูรู้ดีที่สุดว่ามึงรักเฮียไทแค่ไหน แต่กูดันหูเบาเชื่อรูปโง่ๆ นั่น กูขอโทษมึงจริงๆ นะมึงจะตบหน้ากูคืนก็ได้นะ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ โรงพยาบาล ขิมเริ่มมีหน้าสดใสขึ้น ไทที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาทั้งคืนก็เริ่มปฏิบัติล้างแค้นไอ้ภาค เขาหันไปหาขิมที่กำลังนั่งกินโจ๊กอยู่"ขิม... เฮียขอยืมโทรศัพท์ขิมหน่อยดิ" "เอาไปทำไมอ่ะเฮีย จะเช็คแชทขิมเหรอ?" ขิมขมวดคิ้วสงสัย"เปล่าๆ เฮียแค่อยากดูว่าไอ้ภาคมันส่งอะไรมาอีกมั้ย จะดูแชทเฉยๆ " ไทยิ้มกริ่ม ขิมที่ตอนนี้เชื่อใจไทเต็มร้อยก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้แต่โดยดีพอได้เครื่องมา ไทก็รีบเดินออกไปนอกระเบียงห้องพักฟื้นทันที เขาไม่ได้แค่จะเช็คแชท แต่เขากำลังจะล่อเหยื่อให้ติดกับไทกดเข้าแชทของภาคที่เคยทิ้งข้อความระยำไว้ แล้วพิมพ์เลียนแบบสไตล์ขิมส่งไปทันทีขิม (ไทพิมพ์) : "ภาค... ขิมขอโทษนะเรื่องวันนั้นที่รีบกลับ วันนี้ขิมจะไปหาที่คอนโดตอนบ่ายๆ นะ เฮียไทเขาไม่อยู่เขาไปดูงานที่ต่างจังหวัด ขิมคิดถึงภาคจัง"เพียงไม่ถึงนาที ภาคที่จ้องโทรศัพท์อยู่แล้วก็ตอบกลับมาอย่างไวภาค: "จริงเหรอขิม ภาคก็คิดถึงขิม ภาคจะรอนะครับประตูไม่ได้ล็อค เข้ามาได้เลย""หึ...มึงเตรียมตัวขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดแบบเซอร์ไพรส์ได้เลยไอ้เหี้ยภาค" ไทแสยะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีไทรีบกดโทรหา ไอ้กัส ลูกน้องคนสนิททันที "กัส!
ไทรีบพุ่งตัวเข้าห้องมาด้วยหัวใจที่เต้นรัว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจจนหน้าถอดสี เมื่อเห็นร่างบางของขิมนอนสลบอยู่ตรงแทบเท้า ตรงทางเข้าประตูห้อง เธอคงพยายามจะเดินไปนอนแต่ร่างกายกลับรับไม่ไหวจนฟุบลงไปกองกับพื้น"ขิม! ขิม! ตื่นๆ มึงอย่าล้อกูเล่นแบบนี้ดิ" ไทถลาเข้าไปช้อนร่างขิมขึ้นมาประคองไว้บนตัก มือหนาสั่นเทาไปหมดเมื่อสัมผัสถูกผิวเนื้อที่ร้อนจัดจน ขิมหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกและไร้การตอบสนอง"อย่าเป็นอะไรนะขิม"ไทไม่รอช้า เขาอุ้มขิมขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้ววิ่งลงจากคอนโดอย่างไม่คิดชีวิต อุ้มเธอขึ้นรถกระบะแล้วบึ่งไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที ในหัวเขาตอนนี้ไม่มีเรื่องอื่นเลย ไม่มีความโกรธ มีแต่คำว่า "ขออย่าให้ขิมเป็นอะไร" วนเวียนอยู่ซ้ำ ๆหลังจากที่พยาบาลเข็นเตียงขิมเข้าห้องฉุกเฉินไป ไทก็นั่งกุมขมับอยู่หน้าห้องเหมือนคนเสียสติ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย"ญาติคุณขิมใช่ไหมครับ?" หมอถาม"ครับหมอ เมีย... เอ่อ แฟนผมเป็นยังไงบ้างครับ?" ไทรีบเด้งตัวขึ้นถาม"คนไข้มีอาการไข้สูงมากครับ สาเหตุหลักมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและร่างกายขาดสารอาหารอย่างหนัก เหมือนไม่ได้ทานอะไรเลยมาหลายวัน แถมยังมีส
เป็นเช้าอีกวันของสัปดาห์ต่อมา ที่ขิมไม่มีไทอยู่ข้างกาย เธอข้างลากสังขารที่ไม่สู้ดีมาที่มหาลัย วันนี้เธอแต่งหน้ากลบความโทรมมาอย่างดีแต่ดวงตามันยังฟ้องว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงทุกวัน ระหว่างที่กำลังเดินเข้าคณะ รถกระบะคุ้นตาที่เธอเคยนั่งทุกเช้าก็เลี้ยวเข้ามาจอดไม่ไกลจากเธอหัวใจขิมเต้นรัวด้วยความหวังว่าไทจะมาง้อ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้เธอเหมือนโดนฟ้าผ่าที่กลางใจซ้ำสอง ไทขับรถมาส่งไหม แต่ที่เบาะข้างคนขับนี่สิกลับมี ผู้หญิงหน้าตาสวยสะดุดตา กำลังนั่งยิ้มแย้มอยู่ตรงนั้น ตำแหน่งที่เคยเป็นของเธอมาโดยตลอดเวลาที่ผ่านมาขิมยืนนิ่งงัน มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่แตกสลาย 'แค่สามวัน... เฮียมีคนใหม่แล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักหนูนักหนาไงไอ้เฮีย ขิมเม้มปากแน่นก่อนจะรีบก้มหน้าเดินเลี่ยงเข้าไปในตึกเรียนทันที น้ำตามันรื้นขึ้นมาจนมองทางเดินแทบไม่ชัดทางด้านบนรถ ไทมองตามแผ่นหลังบางของขิมไปจนสุดสายตา สภาพขิมที่เขาเห็นเมื่อกี้มันดูแย่จนใจเขาไขว้เขวไปหมด ทั้งผอมลงทั้งดูซึมอย่างเห็นได้ชัด มันไม่ใช่ขิมคนเดิมเลย"ไอ้ไท... คนนั้นเหรอวะที่ทำให้มึงเป็นบ้าแดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่าอยู่สามวันน่ะ?" จอย ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยที
เช้าวันรุ่งขึ้น ขิมลากสังขารที่แทบจะดูไม่ได้ไปมหาลัย ตาที่เคยกลมโตบวมเป่งจนแทบจะปิด สภาพจิตใจของเธอในตอนนี้มันยับเยินยิ่งกว่าตอนที่โดนภาคทิ้งร้อยเท่าพันเท่า เพราะตอนนั้นเธอแค่เสียหน้า แต่ตอนนี้เธอเสียคนที่รักที่สุดไปเพราะความโง่และใจอ่อนของตัวเองทันทีที่เดินเข้าห้องเรียน ขิมเห็นไหมนั่งอยู่มุมเดิม เธอรีบเดินเข้าไปหา หวังว่าเพื่อนจะช่วยเป็นกาวใจให้เธอได้บ้าง"ไหม... มึง ฟังกูก่อน..." ขิมเรียกเสียงแผ่วแต่สิ่งที่ได้รับคือ ไหมมองด้วยหางตา ก่อนจะเชิดหน้าหนีไปก้มเล่นโทรศัพท์ต่ออย่างไม่แยแส กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านจนเพื่อนคนอื่นในห้องยังสัมผัสได้ ขิมใจหายวาบ... ไหมคงรู้เรื่องนี้แล้วชัวร์ และที่สำคัญ ไหมก็คงต้องเลือกข้างไทอย่างแน่นอน"ไหม... มึงโกรธกูหรอ กูอธิบายได้นะ" ขิมยังไม่ยอมแพ้ พยายามสะกิดแขนเพื่อน"อย่ามาแตะ กูไม่มีอะไรจะคุยกับคนอย่างมึงขิม เฮียกูอุตส่าห์ตั้งใจรักมึง แต่มึงกับทำกับเขาแบบนี้เนี่ยนะ ทุเรศวะ" ไหมสะบัดมือออกไม่ให้ขิมจับ"มึงกับเฮียกำลังเข้าใจกูผิดนะ…เดี๋ยวกูให้ดูแช…" ขิมยังไม่ทันพูดจบ ไหมก็พูดตัดบทขึ้นมา"มึงไม่ต้องมาอธิบายอะไรหลอก ภาพมันฟ้องขนาดนั้น""เฮ้ย เป็นไรกันวะ
อู่เฮียไท... ไทที่กำลังนั่งตรวจเช็คอะไหล่รถอย่างอารมณ์ดี เขามองนาฬิกาเป็นระยะ รอเวลาเมียกลับมาจู๋จี๋กันตามที่นัดไว้ติ๊ง!เสียงข้อความเข้า ไทหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้ม เพราะนึกว่าเป็นขิม แต่พอเปิดดู รอยยิ้มของไทกับหายวับไปกับตา ตัวแข็งค้างราวกับหินที่ถูกสาปภาพที่ส่งมาจากเมสเสจภาค คือภาพ ขิมท
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน ความรักของไทและขิม ยังคงหวานชื่นจนใครๆ ก็ต่างที่จะอดอิจฉาไม่ได้ ลูกน้องทุกคนต่างยินดีกับไทที่สมหวังกับความรักในครั้งนี้ พวกเขาเห็นขิมที่อยู่ในอู่และคอยช่วยไทคิดบัญชีจนชินตากัน เธอแทบไม่ได้กลับไปนอนคอนโดตัวของเองเลย เพราะไทประเคนทั้งเงิน ทั้งทอง ทั้งตัว (ที่ขยันทำการบ้าน…)
ไทวางขิมลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือแต่แววตากับฉายแววพลุ่งพล่านไปด้วยความหื่นกระหาย เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ รีบตามขึ้นมาคร่อมร่างบางไว้ทันที"เฮีย! พอแล้ว ขิมเหนื่อย เมื่อกี้ก็ทำกันไปในห้องน้ำเอง" ขิมประท้วงพลางเอามือดันอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว"เหนื่อยอะไรนี่มันพึ่งเริ่มเอง เมื่อกี้ในห้องน้ำมันแค่
ขิมและไทอยู่ใต้ฝักบัว น้ำอุ่น ๆ เปิดใส่ตัวเปียกโชกไปทั่วทั้งสองร่าง ไทก้มลงมาจูบปากขิมอย่างดูดดื่ม แลกลิ้นสลับกันไปมาเปียกปอนไปด้วยน้ำลาย ไทครางออกมาเมื่อลิ้นเล็ก ๆ เป็นฝ่ายแทรกลึกเข้ามาในอุ้งปากของเขาเสียเอง ขิมตวัดลิ้นหวาน ๆ นั้นกับลิ้นใหญ่ของเขา ก่อนจะดูดกลืนมันคล้ายกับลิ้นของไท ไม่ต่างจากขนมหวา







