Home / รักโบราณ / หอมรักสลักใจ / บทที่ 4-1 ดึงวิญญาณกลับเข้าร่าง

Share

บทที่ 4-1 ดึงวิญญาณกลับเข้าร่าง

last update Petsa ng paglalathala: 2026-10-05 12:05:22

เมื่อได้ยินเซี่ยเสวียนเย่บอกว่ามีวิธีช่วยให้นางกลับไปยังโลกอนาคตได้แล้ว เฟิ่งจูหลานก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นางรีบเดินตามเขาเข้าไปในบ้านหลังเล็กนั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาถึงก็พบเข้ากับชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ด้านใน ท่าทางของเขาเหมือนพวกนักพรตโบราณที่เคร่งครัดในวิชาเสียเหลือเกิน เมื่อเห็นว่าพวกตนเดินเข้ามาแล้ว เขาก็ยกมือขึ้นลูบเคราตนเองช้าๆ พลางหรี่ตามองนางอย่างไม่ลดละ ก่อนจะชี้มือมาที่นางและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“แม่นางน้อยผู้นี้มีดวงวิญญาณอีกดวงสิงสู่อยู่ในร่างอย่างที่ท่านผู้สูงศักดิ์ได้กล่าวเอาไว้จริงๆ หนทางเดียวที่จะช่วยนางได้ คือหาทางให้วิญญาณที่อยู่ในร่างนางกลับไปยังที่ที่จากมาเสีย ดวงวิญญาณที่แท้จริงจึงจะสามารถกลับเข้าร่างได้”

เซี่ยเสวียนเย่เดิมทีไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้สักเท่าไหร่ แต่เพราะเกิดเรื่องขึ้นกับสตรีที่เขารัก เขาจึงอยากจะลองดูสักครา เผื่อว่าจะสามารถหาวิธีพานางกลับมาได้ เขาสืบเสาะจากเหล่าชาวบ้านจนพบว่ามีท่านนักพรตฝีมือดีเคร่งในวิชาท่านหนึ่งอาศัยอยู่ที่นี่ เขาจึงอยากจะมาลองดูสักครั้ง จึงได้นัดหมายเฟิ่งจูหลานมาที่นี่ด้วยกัน ด้านเฟิ่งจูหลานเมื่อได้ยินนักพรตเอ่ยเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น นางรู้สึกถึงลางสังหรณ์บางอย่างแปลกๆ จึงกระซิบเอ่ยถามเซี่ยเสวียนเย่ทันที

“พระองค์ทรงบอกเขาแล้วหรือ เรื่องของหม่อมฉันน่ะ”

“อืม”

เซี่ยเสวียนเย่พยักหน้าคราหนึ่ง เฟิ่งจูหลานยังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใดต่อ นักพรตผู้นั้นก็คว้าแส้เส้นหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะฟาดลงมาที่กลางหลังของนางอย่างแรง แรงตีที่ส่งมาทำเอานางแสบคันไปทั้งหลัง หญิงสาวร้องโอดครวญออกมาทันที ด้านเซี่ยเสวียนเย่ก็หันขวับไปมองนักพรตผู้นั้นทันที

“เหตุใดต้องลงมือทุบตีคนด้วยเล่า?”

น้ำเสียงของเขาเย็นชาอย่างยิ่ง ทำเอานักพรตผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม ก่อนหน้านี้เซี่ยเสวียนเย่มาหาเขาและขอให้เขาช่วยเรื่องหนึ่ง เขาถึงขนาดคิดว่าหากเขาช่วยได้ย่อมต้องได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาล เขาไม่รู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นใคร แต่ดูจากการแต่งกายแล้วจะต้องเป็นคนมีฐานะอย่างมากเลยทีเดียว นานๆ ทีจะมีลูกค้าเช่นนี้โผล่มาสักหน เขาย่อมต้องทำอย่างเต็มที่

“ท่านผู้สูงศักดิ์ หากไม่ทำเช่นนี้วิญญาณจะไม่ยอมออกจากร่าง นางหมายจะยึดร่างของสตรีที่ท่านรัก”

“ยึดร่างหาบิดาเจ้าสิ!”

คนที่เอ่ยไม่ใช่เซี่ยเสวียนเย่แต่กลับเป็นเฟิ่งจูหลาน นางเจ็บจนโมโหแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นยืนพลางจ้องมองนักพรตผู้นั้นเขม็ง

“นี่มันจะฆ่ากันชัดๆ หากข้าตายขึ้นมาท่านจะรับผิดชอบไหวหรือไม่!?”

เซี่ยเสวียนเย่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมา เดิมทีเขาไม่คิดว่านักพรตผู้นั้นจะลงมือหนักถึงเพียงนี้ จึงยื่นมือมาหมายจับแขนของนาง แต่เฟิ่งจูหลานกลับหันมาตะคอกใส่เขาแทน

“ท่านก็เหมือนกัน เป็นถึงคนมีอำนาจ แต่กลับพาหม่อมฉันมาทำเรื่องเจ็บตัวเช่นนี้ ช่างน่าโมโหยิ่งนัก!”

เอ่ยจบนางก็แย่งแส้จากมือของนักพรตมาฟาดลงตรงกลางหลังของเซี่ยเสวียนเย่ทันที จนชายหนุ่มร้องออกมาไม่เป็นภาษา

“เจ็บใช่หรือไม่ หม่อมฉันก็เจ็บแบบที่ท่านเจ็บนั่นแหละ!”

“จูหลาน เจ้ากล้า!”

ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยวาจาเอาเรื่องกลับนาง ก็ได้ยินเสียงร้องไห้โฮของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นมาเสียก่อน สตรีนางนั้นวิ่งออกมาจากด้านหลังกระท่อมด้วยสภาพที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย พลางร้องไห้ละล่ำละลัก

“ช่วยข้าด้วย นักพรตผู้นี้หลอกข้ามา มันทำร้ายข้า หวังล่วงเกินข้า ฮือ ไม่เพียงเท่านั้น มันยังขังหญิงสาวอีกหลายคนเอาไว้ในห้องใต้ดินอีกด้วย!”

เมื่อนักพรตได้เห็นหญิงสาวผู้นั้นใบหน้าก็พลันซีดเผือด เขาคิดจะเอ่ยปฏิเสธ แท้จริงแล้วเขาเป็นผู้มีวิชาจริง แต่กลับทำเรื่องต่ำช้า ใช้กำลังบังคับขืนใจหญิงสาวโดยที่พวกนางไม่เต็มใจ จากนั้นก็จะขังพวกนางเอาไว้ไม่ให้พวกนางไปแจ้งความจับเขาได้ หญิงสาวบางคนทนการทรมานไม่ไหวก็ป่วยตายอยู่ภายในห้องใต้ดินลับที่เขาสร้างเอาไว้

เซี่ยเสวียนเย่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมามองนักพรตทันที นักพรตคิดจะหาทางหนี แต่กลับถูกเฟิ่งจูหลานกระโดดถีบเข้าที่กลางหลังจนล้มหน้าคะมำไปกับพื้น

“เป็นอย่างไร ลูกถีบสะท้านฟ้าของข้า ยามนี้ของในตัวเจ้าคงหลุดหายกระจัดกระจายไปตามแรงถีบแล้วกระมัง”

นักพรตร้องโอดครวญ เขาถูกคนของเซี่ยเสวียนเย่จับตัวเอาไว้ จากนั้นชายหนุ่มก็สั่งให้คนลงไปสำรวจห้องใต้ดินตามคำให้การของหญิงสาวนางนั้น และพบว่ามีสตรีถูกจับมาทารุณจริงๆ บางคนตายไปแล้วกลายเป็นโครงกระดูกก็ยังไม่ได้ถูกนำไปฝัง เซี่ยเสวียนเย่กำมือแน่น เขาไม่คิดเลยว่า การที่จะมาช่วยพาหญิงคนรักกลับเข้าร่าง จะได้มาพบเจอกับเรื่องโสมมเช่นนี้

“เป็นอย่างไรเล่า นักพรตคนดีของท่าน มันไม่ฆ่าข้าตายก็บุญแล้ว”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 8-1 ซื้อโลงศพ (ตอนต้น)

    เรื่องราวที่ผูกร้อยเรียงกันเช่นนี้ ค่อนข้างทำให้เฟิ่งจูหลานรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่ไปติดต่อร้านค้านางไม่เคยรู้เลยว่าร้านแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับเสิ่นสวินมากถึงเพียงนี้ ทำให้นางค่อนข้างเหนือความคาดหมายอย่างมากเสิ่นสวินรีบสั่งให้คนนำของเหล่านั้นเข้าไปเก็บเอาไว้ในร้านให้เฟิ่งจูหลาน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับนาง“เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าจะซื้อร้านของข้าเอาไว้กบดานหนีจากคำนินทาของผู้คนเสียอีก แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีหัวการค้าเช่นนี้”“เหตุใดข้าจะต้องคอยหลบหน้าผู้คนด้วย พวกเขาไม่ได้หาให้ข้ากินเหตุใดข้าต้องสนใจ เสิ่นสวินปากท่านนี่มันไม่เป็นมงคลเลยจริงๆ นะ”“บุรุษรูปงามก็ปากเสียแบบนี้แหละ”เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาอย่างอดรนทนไม่ได้ นอกจากจะปากเสียและเจ้าชู้แล้ว เขายังหลงตัวเองอย่างหน้ามืดตามัวอีกด้วยเสิ่นสวินเดินเข้ามาในร้านของเฟิ่งจูหลาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำการตกแต่งร้านค้าของเขาใหม่ นางไม่ได้ทำอันใดมากนัก เพียงเพิ่มของตกแต่งเล็กน้อย และบรรยากาศทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงท่านแม่ขึ้นมา เดิมทีร้านนี้แต่ก่อนเป็นร้านขายผ้าทั่วไป แต่พ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-2 ข่มขู่ (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเสิ่นสวิน นางรีบจัดการเก็บบัญชีเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปิดร้านและเดินตามเสิ่นสวินไปยังศาลาว่าการทันที เรื่องราวจบลงที่คนผู้นั้นถูกจับ และมันยังซัดทอดไปถึงเถ้าแก่ฉิน เถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉมอีกร้านที่เปิดมาก่อนนางหลายสิบปี เถ้าแก่ฉินขัดขืนและยังวางท่าข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เสิ่นสวินที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองย่อมมีอำนาจมากกว่าเถ้าแก่ร้านค้าเช่นเขา เสิ่นสวินจึงขอร้องให้คนของทางการรีบตรวจสอบร้านค้าของเถ้าแก่ฉินเสีย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องประทินโฉมของเถ้าแก่ฉินมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากและยังขายเกินราคาอีกด้วย เถ้าแก่ฉินถึงกับหน้าซีดเผือด และจ้องมองเสิ่นสวินเขม็งก่อนจะถูกคนของทางการลากตัวไปเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานก็หันมาเอ่ยขอบคุณเสิ่นสวิน“ขอบคุณท่านมาก”เสิ่นสวินพยักหน้าให้เฟิ่งจูหลานเล็กน้อย เขาทอดสายตามองบาดแผลตรงลำคอของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม“ไปหาหมอสักหน่อยดีหรือไม่?”เฟิ่งจูหลานเกือบลืมไปเสียสนิทแล้วว่าตนเองได้รับบาดเจ็บหากเสิ่นสวินไม่เอ่ยทักขึ้นมา นางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา“ไม่ต้องหรอก เ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-1 ข่มขู่ (ตอนต้น)

    ด้านเฟิ่งจูหลานนั้น เพราะยามนี้กิจการที่ร้านกำลังไปได้ดี นางจึงค่อนข้างวุ่นวายไม่น้อยเลย หญิงสาวลงทุนจ้างคนงานหยิงมาหนึ่งคนเพื่อให้คอยทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า ซึ่งคนงานหญิงผู้นี้ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้นางพอจะเบาแรงลงไปได้มาก ส่วนถงเสี่ยวก็คอยช่วยนางดูแลเรื่องงานจุกจิกภายในร้าน ด้านคนรับใช้ที่บ้านสวนตระกูลเฟิ่งเมื่อเห็นว่ายามนี้ไม่อาจพึ่งพาหรงหมัวหมัวได้อีกแล้ว จึงหันมาประจบประแจงเอาใจเฟิ่งจูหลาน คอยช่วยงานนางอย่างไม่มีข้อแม้ เฟิ่งจูหลานเองก็ไม่ใช่คนใจดำ หากคนพวกนี้ยอมรับในตัวนางอย่างจริงใจ นางก็ไม่ได้ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย“ถงเสี่ยว ร้านที่สั่งให้ทำกล่องเครื่องประทินโฉมยังไม่นำสินค้ามาส่งอีกหรือ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามถงเสี่ยว สาวใช้น้อยที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เรียนคุณหนู เห็นว่าจะมาส่งเย็นวันนี้น่ะเจ้าค่ะ”“อ้อ เช่นนั้นหลังจากเสร็จงานแล้วเจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ ข้าจะอยู่คิดบัญชีต่ออีกหน่อย เสร็จแล้วจะรีบตามกลับไป”“เจ้าค่ะคุณหนู”ถงเสี่ยวรับคำ ตลอดทั้งวันร้านค้ามีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย และสินค้าเดิมก็ขายหมดแล้ว คืนนี้เฟิ่งจูหลานยังต้องทำสินค

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-2 สินค้าใหม่ (ตอนปลาย)

    เดิมทีกุหลาบพวกนี้ในยุคโบราณมักจะนำเอาไปเคี่ยวทำน้ำหอม หรือหมักน้ำส้มสายชูเพื่อล้างหน้า แต่เพราะวิธีทำยังไม่ได้ทันสมัยเท่ากับยุคปัจจุบัน ทำให้เครื่องประทินโฉมที่ทำมาจากกุหลาบและน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน และกรดแรงเกินไปจนแสบผิวเฟิ่งจูหลานนำเมล็ดชาที่ตากแห้งแล้วมาตำจนเป็นผงละเอียด จากนั้นนางก็นำผงชาที่ตำละเอียดไปต้มกับน้ำสะอาด ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณหนึ่งเค่อ ต่อมาก็นำมากรองเศษตะกอนออกด้วยผ้าไหมกรองละเอียด 2-3 ชั้น จะได้น้ำสกัดที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พอเขย่าแล้วจะเกิดฟองนุ่ม น้ำสกัดตัวนี้ล่ะคือตัวเชื่อมที่ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกันได้ ต่อมานางก็จัดการต้มน้ำดอกกุหลาบ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเจือจาง และน้ำผึ้ง มืออีกข้างใช้ตะกร้อไม้ไผ่กวนตีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อกวนไปเรื่อยๆ น้ำใสกับน้ำมันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากของเหลวใส กลายเป็นของเหลวสีขาวนวล นุ่มลื่น มีความข้นนิดๆ เหมือนน้ำนม หลังจากนั้นนางก็ตักใส่ขวดใบใสและพักเอาไว้ และนำน้ำกุหลาบที่เตรียมเอาไว้เททับลงไปด้านบน เวลาจะใช้ให้เขย่าขวด 3-4 ครั้ง เพื่อให้เนื้อเนียนผสมเข้ากันชั่วคราวแล้วรีบหยดทาผิว เพราะสารสกัดจา

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-1 สินค้าใหม่(ตอนต้น)

    เมื่อตกลงทำสัญญากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานและเสิ่นสวินก็ทำการจมอบเงินและทำสัญญาซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาให้ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยในที่ว่าการอำเภอมาเป็นพยานในการซื้อขายครั้งนี้ด้วย เมื่อได้ร้านค้ามาอยู่ในมือแล้ว เฟิ่งจูหลานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อได้เดินดูภายในร้านนางก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่ ภายในร้านตกแต่งได้อย่างงดงามอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นด้านหลังร้านยังมีสระบัวสวยงามตั้งอยู่ด้วย นับว่างดงามมากจริงๆ“ท่านไม่เสียดายแน่หรือที่ขายร้านนี้ ท่านเป็นถึงบุตรชายคนรองของท่านเจ้าเมือง ดูแล้วไม่น่าขาดแคลนเงิน เหตุใดต้องขายร้านนี้ด้วยเล่า?”นางหันมาเอ่ยถามเสิ่นสวินอีกคราเพราะเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ก่อนจะมองเห็นแววความเศร้าใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มไป ก่อนที่เขาจะรีบเก็บสายตานั้นกลับคืนและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังเดิม“ข้าเบื่อแล้ว ไม่อยากจะดูแลร้านนี้ ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น มีสตรีมากมายรอให้ข้าไปเกี้ยวพาอยู่ เจ้าไม่ต้องถามให้มากความหรอกน่า ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะ ทำไม หรือติดใจในตัวข้า ได้ร้านไปแล้ว ยังอยากจะได้เจ้าของร้านเดิมอีกหรือ?”“หุบปากไปเถอะ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 5-2 ทำเลทอง (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานหันกลับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง หน้าตาของเขาหล่อเหลา ยามยิ้มจะเห็นลักยิ้มปรากฏเด่นชัดบนข้างแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองฉายแววขี้เล่นหยอกเย้า ท่าทางดูเจ้าเล่ห์อย่างมาก นางไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน และจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่มีคนผู้นี้อยู่เลยแม้แต่น้อย“คุณชายเป็นเจ้าของร้านนี้หรือเจ้าคะ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามอย่างนอบน้อม นางสังเกตดูจากการแต่งกายของเขาแล้ว คาดว่าคงจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน ชายหนุ่มตรงหน้าจ้องมองนางพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยตอบ“ใช่แล้ว นี่คือสินเดิมที่มารดาข้าทิ้งเอาไว้ให้น่ะ หากเจ้าชอบ ข้าลดราคาให้อีกก็ได้นะ”เขาเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวย เฟิ่งจูหลานได้ฟังเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว เกิดมานางเพิ่งเคยเห็นคนที่เอาสินเดิมของมารดาตนเองมาขายกินเช่นนี้“ของของมารดาท่าน ไม่เก็บเอาไว้ดูต่างหน้าหน่อยหรือ เหตุใดต้องขายด้วยเล่า หากเป็นเช่นนี้ข้าไม่ซื้อดีกว่า ไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก”เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำท่าจะเดินจากไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบตรงเข้ามาขวางหน้านาง พลางโบกพัดในมือและเอ่ย“จะรีบไปไหนเล่าแม่นางคนงาม เอาอย่างนี้ หาก

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status