Home / รักโบราณ / หอมรักสลักใจ / บทที่ 7-2 ข่มขู่ (ตอนปลาย)

Share

บทที่ 7-2 ข่มขู่ (ตอนปลาย)

last update publish date: 2026-10-09 13:05:41

เฟิ่งจูหลานเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเสิ่นสวิน นางรีบจัดการเก็บบัญชีเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปิดร้านและเดินตามเสิ่นสวินไปยังศาลาว่าการทันที เรื่องราวจบลงที่คนผู้นั้นถูกจับ และมันยังซัดทอดไปถึงเถ้าแก่ฉิน เถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉมอีกร้านที่เปิดมาก่อนนางหลายสิบปี เถ้าแก่ฉินขัดขืนและยังวางท่าข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เสิ่นสวินที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองย่อมมีอำนาจมากกว่าเถ้าแก่ร้านค้าเช่นเขา เสิ่นสวินจึงขอร้องให้คนของทางการรีบตรวจสอบร้านค้าของเถ้าแก่ฉินเสีย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องประทินโฉมของเถ้าแก่ฉินมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากและยังขายเกินราคาอีกด้วย เถ้าแก่ฉินถึงกับหน้าซีดเผือด และจ้องมองเสิ่นสวินเขม็งก่อนจะถูกคนของทางการลากตัวไป

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานก็หันมาเอ่ยขอบคุณเสิ่นสวิน

“ขอบคุณท่านมาก”

เสิ่นสวินพยักหน้าให้เฟิ่งจูหลานเล็กน้อย เขาทอดสายตามองบาดแผลตรงลำคอของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม

“ไปหาหมอสักหน่อยดีหรือไม่?”

เฟิ่งจูหลานเกือบลืมไปเสียสนิทแล้วว่าตนเองได้รับบาดเจ็บหากเสิ่นสวินไม่เอ่ยทักขึ้นมา นางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา

“ไม่ต้องหรอก เลือดหยุดไหลแล้ว ไว้ค่อยกลับไปทำแผลก็พอ หากท่านไม่รีบไปไหน เช่นนั้นข้าขอเลี้ยงชาท่านสักกาจะได้หรือไม่?”

เสิ่นสวินได้ฟังใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มสายหนึ่ง ชายหนุ่มรีบเอ่ยตอบรับอย่างไม่รีรอ

“ได้สิ เช่นนั้นข้าขอเลือกร้านเองจะได้หรือไม่?”

“ได้”

เฟิ่งจูหลานตกปากรับคำ ด้านเสิ่นสวินก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินนำทางไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเฟิ่งจูหลานได้มาเห็นโรงน้ำชาที่เสิ่นสวินเลือก นางก็แทบอยากจะยกเท้าถีบเขาเสียเดี๋ยวนั้น

นี่มันใช่โรงน้ำชาเสียที่ไหน มันคือหอนางโลมชัดๆ!

“เสิ่นสวิน ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไมกัน ท่านเข้าไปคนเดียวเถอะ ข้าไม่เข้าไปด้วยหรอก”

“โธ่ เฟิ่งจูหลานคนงาม ที่นี่น่ะชาดีที่สุดในเมืองหลวงแล้ว เจ้าลองเข้าไปชมก่อน”

“ไม่ล่ะข้าไม่เข้าไปหรอก ส่วนนี่เงินค่าน้ำชา เชิญท่านดื่มตามสบาย”

“เหตุใดจึงใช้เงินฟาดหัวข้าเช่นนี้เล่า ข้าช่วยเจ้าเอาไว้นะ โธ่ เช่นนั้นข้าเปลี่ยนร้านก็ได้”

เขาเอ่ยพลางทำหน้ามุ่ย แต่เฟิ่งจูหลานกลับไม่ได้สนใจเท่าใดนัก จากนั้นเขาก็พานางไปที่โรงน้ำชาเล็กๆ แห่งหนึ่ง หลังจากดื่มชาไปได้หนึ่งถ้วย เขาก็ยื่นของสิ่งหนึ่งมาตรงหน้านาง

มันคือหน้าไม้จิ๋วขนาดกระทัดรัดและพกพาได้สะดวก

เฟิ่งจูหลานเงยหน้าขึ้นมามองเสิ่นสวิน ก่อนจะเอ่ยถามเขาด้วยความสงสัย

“ให้ข้าหรือ?”

“อืม เจ้านำมันติดตัวไว้ เวลาเกิดเรื่องจะได้มีของป้องกันตัว ไม่ใช่ก้มหน้านั่งให้คนเอามีดจ่อคออยู่อย่างนั้น วิธีใช้ไม่ยาก เจ้าเพียงกดกลไกที่ด้ามปลายไม้ ลูกธนูจิ๋วจะพุ่งออกมาทันที ยามนี้ข้าใส่ลูกธนูเอาไว้หลายสิบดอก เจ้าใช้ได้อีกหลายวัน ไว้ข้าจะนำลูกธนูมาให้อีก”

“ท่านไปเอาของสิ่งนี้มาจากไหน”

เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามเสิ่นสวินด้วยความสงสัย เพราะท่าทางของเขาเหมือนพวกไม่เอาไหน คาดว่าคงไม่น่าจะทำของพวกนี้ขึ้นมาได้

“ข้าทำเอง ทำไม คิดว่าคนไม่เอาไหนอย่างข้าไปขดมยใครมาหรือ?”

เฟิ่งจูหลานเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็มองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เดิมทีนางคิดว่าเขาคงจะเป็นพวกเสเพล วันๆ ไม่ทำการทำงาน ไล่ขายสมบัติมารดากินไปวันๆ เพียงเท่านั้น แต่มันกลับผิดคาดยิ่งนัก ดูเหมือนเขาจะซ่อนความสามารถเอาไว้ไม่น้อยเลย เสิ่นสวินเมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานมองตนด้วยสายตาชื่นชมก็ยิ้มกริ่ม ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว

“มองข้าเช่นนี้ ข้าจะใจสั่นเป็นนะ”

“ใจสั่นกับผีน่ะสิ เอาหน้าถอยไปไกลๆ”

เสิ่นสวินเบ้ปากคราหนึ่ง และไม่เอ่ยวาจาเซ้าซี้นางอีก เฟิ่งจูหลานมองหน้าไม้นั้นอีกคราก่อนจะรับมาเก็บเอาไว้

“ขอบคุณท่านมากสำหรับเรื่องวันนี้ ข้ายังมีธุระต้องไปทำต่อ บังเอิญว่านัดรับของเอาไว้ คงต้องย้อนกลับไปที่ร้านก่อน”

“ข้าไปส่ง บังเอิญว่าร้านของเจ้าเป็นทางผ่านบ้านข้าพอดี”

เขาเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้นางจนเห็นลักยิ้มสองข้างแก้ม เฟิ่งจูหลานไม่ได้เอ่ยอันใด ในเมื่อร้านของนางเป็นทางผ่านไปบ้านเขา นางก็ไม่ถือสาอันใดอยู่แล้ว เมื่อกลับมาถึงร้านก็พบว่าคนของร้านทำกล่องเครื่องประทินโฉมได้มารออยู่ก่อนแล้ว เฟิ่งจูหลานยิ้มออกมาทันที นางวางใจได้แล้ว หากยังไม่มีของมาส่งอีก เห็นทีวันพรุ่งนี้คงไม่มีของขายเสียแล้ว

“อ้าว ที่แท้คนที่สั่งของจากร้านของท่านตาข้าก็คือเจ้าเองหรอกหรือ เฟิ่งจูหลาน?”

เฟิ่งจูหลานที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมามองเสิ่นสวินทันที

“ร้านนี้เป็นของท่านตาท่านหรือ?”

“ก็ใช่น่ะสิ ไม่เพียงเท่านั้นนะ คนที่ออกแบบตราสัญลักษณ์บนกล่องประทินโฉมของเจ้าก็คือข้าเอง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 8-1 ซื้อโลงศพ (ตอนต้น)

    เรื่องราวที่ผูกร้อยเรียงกันเช่นนี้ ค่อนข้างทำให้เฟิ่งจูหลานรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่ไปติดต่อร้านค้านางไม่เคยรู้เลยว่าร้านแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับเสิ่นสวินมากถึงเพียงนี้ ทำให้นางค่อนข้างเหนือความคาดหมายอย่างมากเสิ่นสวินรีบสั่งให้คนนำของเหล่านั้นเข้าไปเก็บเอาไว้ในร้านให้เฟิ่งจูหลาน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับนาง“เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าจะซื้อร้านของข้าเอาไว้กบดานหนีจากคำนินทาของผู้คนเสียอีก แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีหัวการค้าเช่นนี้”“เหตุใดข้าจะต้องคอยหลบหน้าผู้คนด้วย พวกเขาไม่ได้หาให้ข้ากินเหตุใดข้าต้องสนใจ เสิ่นสวินปากท่านนี่มันไม่เป็นมงคลเลยจริงๆ นะ”“บุรุษรูปงามก็ปากเสียแบบนี้แหละ”เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาอย่างอดรนทนไม่ได้ นอกจากจะปากเสียและเจ้าชู้แล้ว เขายังหลงตัวเองอย่างหน้ามืดตามัวอีกด้วยเสิ่นสวินเดินเข้ามาในร้านของเฟิ่งจูหลาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำการตกแต่งร้านค้าของเขาใหม่ นางไม่ได้ทำอันใดมากนัก เพียงเพิ่มของตกแต่งเล็กน้อย และบรรยากาศทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงท่านแม่ขึ้นมา เดิมทีร้านนี้แต่ก่อนเป็นร้านขายผ้าทั่วไป แต่พ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-2 ข่มขู่ (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเสิ่นสวิน นางรีบจัดการเก็บบัญชีเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปิดร้านและเดินตามเสิ่นสวินไปยังศาลาว่าการทันที เรื่องราวจบลงที่คนผู้นั้นถูกจับ และมันยังซัดทอดไปถึงเถ้าแก่ฉิน เถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉมอีกร้านที่เปิดมาก่อนนางหลายสิบปี เถ้าแก่ฉินขัดขืนและยังวางท่าข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เสิ่นสวินที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองย่อมมีอำนาจมากกว่าเถ้าแก่ร้านค้าเช่นเขา เสิ่นสวินจึงขอร้องให้คนของทางการรีบตรวจสอบร้านค้าของเถ้าแก่ฉินเสีย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องประทินโฉมของเถ้าแก่ฉินมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากและยังขายเกินราคาอีกด้วย เถ้าแก่ฉินถึงกับหน้าซีดเผือด และจ้องมองเสิ่นสวินเขม็งก่อนจะถูกคนของทางการลากตัวไปเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานก็หันมาเอ่ยขอบคุณเสิ่นสวิน“ขอบคุณท่านมาก”เสิ่นสวินพยักหน้าให้เฟิ่งจูหลานเล็กน้อย เขาทอดสายตามองบาดแผลตรงลำคอของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม“ไปหาหมอสักหน่อยดีหรือไม่?”เฟิ่งจูหลานเกือบลืมไปเสียสนิทแล้วว่าตนเองได้รับบาดเจ็บหากเสิ่นสวินไม่เอ่ยทักขึ้นมา นางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา“ไม่ต้องหรอก เ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-1 ข่มขู่ (ตอนต้น)

    ด้านเฟิ่งจูหลานนั้น เพราะยามนี้กิจการที่ร้านกำลังไปได้ดี นางจึงค่อนข้างวุ่นวายไม่น้อยเลย หญิงสาวลงทุนจ้างคนงานหยิงมาหนึ่งคนเพื่อให้คอยทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า ซึ่งคนงานหญิงผู้นี้ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้นางพอจะเบาแรงลงไปได้มาก ส่วนถงเสี่ยวก็คอยช่วยนางดูแลเรื่องงานจุกจิกภายในร้าน ด้านคนรับใช้ที่บ้านสวนตระกูลเฟิ่งเมื่อเห็นว่ายามนี้ไม่อาจพึ่งพาหรงหมัวหมัวได้อีกแล้ว จึงหันมาประจบประแจงเอาใจเฟิ่งจูหลาน คอยช่วยงานนางอย่างไม่มีข้อแม้ เฟิ่งจูหลานเองก็ไม่ใช่คนใจดำ หากคนพวกนี้ยอมรับในตัวนางอย่างจริงใจ นางก็ไม่ได้ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย“ถงเสี่ยว ร้านที่สั่งให้ทำกล่องเครื่องประทินโฉมยังไม่นำสินค้ามาส่งอีกหรือ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามถงเสี่ยว สาวใช้น้อยที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เรียนคุณหนู เห็นว่าจะมาส่งเย็นวันนี้น่ะเจ้าค่ะ”“อ้อ เช่นนั้นหลังจากเสร็จงานแล้วเจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ ข้าจะอยู่คิดบัญชีต่ออีกหน่อย เสร็จแล้วจะรีบตามกลับไป”“เจ้าค่ะคุณหนู”ถงเสี่ยวรับคำ ตลอดทั้งวันร้านค้ามีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย และสินค้าเดิมก็ขายหมดแล้ว คืนนี้เฟิ่งจูหลานยังต้องทำสินค

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-2 สินค้าใหม่ (ตอนปลาย)

    เดิมทีกุหลาบพวกนี้ในยุคโบราณมักจะนำเอาไปเคี่ยวทำน้ำหอม หรือหมักน้ำส้มสายชูเพื่อล้างหน้า แต่เพราะวิธีทำยังไม่ได้ทันสมัยเท่ากับยุคปัจจุบัน ทำให้เครื่องประทินโฉมที่ทำมาจากกุหลาบและน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน และกรดแรงเกินไปจนแสบผิวเฟิ่งจูหลานนำเมล็ดชาที่ตากแห้งแล้วมาตำจนเป็นผงละเอียด จากนั้นนางก็นำผงชาที่ตำละเอียดไปต้มกับน้ำสะอาด ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณหนึ่งเค่อ ต่อมาก็นำมากรองเศษตะกอนออกด้วยผ้าไหมกรองละเอียด 2-3 ชั้น จะได้น้ำสกัดที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พอเขย่าแล้วจะเกิดฟองนุ่ม น้ำสกัดตัวนี้ล่ะคือตัวเชื่อมที่ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกันได้ ต่อมานางก็จัดการต้มน้ำดอกกุหลาบ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเจือจาง และน้ำผึ้ง มืออีกข้างใช้ตะกร้อไม้ไผ่กวนตีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อกวนไปเรื่อยๆ น้ำใสกับน้ำมันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากของเหลวใส กลายเป็นของเหลวสีขาวนวล นุ่มลื่น มีความข้นนิดๆ เหมือนน้ำนม หลังจากนั้นนางก็ตักใส่ขวดใบใสและพักเอาไว้ และนำน้ำกุหลาบที่เตรียมเอาไว้เททับลงไปด้านบน เวลาจะใช้ให้เขย่าขวด 3-4 ครั้ง เพื่อให้เนื้อเนียนผสมเข้ากันชั่วคราวแล้วรีบหยดทาผิว เพราะสารสกัดจา

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-1 สินค้าใหม่(ตอนต้น)

    เมื่อตกลงทำสัญญากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานและเสิ่นสวินก็ทำการจมอบเงินและทำสัญญาซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาให้ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยในที่ว่าการอำเภอมาเป็นพยานในการซื้อขายครั้งนี้ด้วย เมื่อได้ร้านค้ามาอยู่ในมือแล้ว เฟิ่งจูหลานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อได้เดินดูภายในร้านนางก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่ ภายในร้านตกแต่งได้อย่างงดงามอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นด้านหลังร้านยังมีสระบัวสวยงามตั้งอยู่ด้วย นับว่างดงามมากจริงๆ“ท่านไม่เสียดายแน่หรือที่ขายร้านนี้ ท่านเป็นถึงบุตรชายคนรองของท่านเจ้าเมือง ดูแล้วไม่น่าขาดแคลนเงิน เหตุใดต้องขายร้านนี้ด้วยเล่า?”นางหันมาเอ่ยถามเสิ่นสวินอีกคราเพราะเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ก่อนจะมองเห็นแววความเศร้าใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มไป ก่อนที่เขาจะรีบเก็บสายตานั้นกลับคืนและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังเดิม“ข้าเบื่อแล้ว ไม่อยากจะดูแลร้านนี้ ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น มีสตรีมากมายรอให้ข้าไปเกี้ยวพาอยู่ เจ้าไม่ต้องถามให้มากความหรอกน่า ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะ ทำไม หรือติดใจในตัวข้า ได้ร้านไปแล้ว ยังอยากจะได้เจ้าของร้านเดิมอีกหรือ?”“หุบปากไปเถอะ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 5-2 ทำเลทอง (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานหันกลับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง หน้าตาของเขาหล่อเหลา ยามยิ้มจะเห็นลักยิ้มปรากฏเด่นชัดบนข้างแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองฉายแววขี้เล่นหยอกเย้า ท่าทางดูเจ้าเล่ห์อย่างมาก นางไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน และจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่มีคนผู้นี้อยู่เลยแม้แต่น้อย“คุณชายเป็นเจ้าของร้านนี้หรือเจ้าคะ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามอย่างนอบน้อม นางสังเกตดูจากการแต่งกายของเขาแล้ว คาดว่าคงจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน ชายหนุ่มตรงหน้าจ้องมองนางพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยตอบ“ใช่แล้ว นี่คือสินเดิมที่มารดาข้าทิ้งเอาไว้ให้น่ะ หากเจ้าชอบ ข้าลดราคาให้อีกก็ได้นะ”เขาเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวย เฟิ่งจูหลานได้ฟังเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว เกิดมานางเพิ่งเคยเห็นคนที่เอาสินเดิมของมารดาตนเองมาขายกินเช่นนี้“ของของมารดาท่าน ไม่เก็บเอาไว้ดูต่างหน้าหน่อยหรือ เหตุใดต้องขายด้วยเล่า หากเป็นเช่นนี้ข้าไม่ซื้อดีกว่า ไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก”เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำท่าจะเดินจากไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบตรงเข้ามาขวางหน้านาง พลางโบกพัดในมือและเอ่ย“จะรีบไปไหนเล่าแม่นางคนงาม เอาอย่างนี้ หาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status