Masukเดิมทีกุหลาบพวกนี้ในยุคโบราณมักจะนำเอาไปเคี่ยวทำน้ำหอม หรือหมักน้ำส้มสายชูเพื่อล้างหน้า แต่เพราะวิธีทำยังไม่ได้ทันสมัยเท่ากับยุคปัจจุบัน ทำให้เครื่องประทินโฉมที่ทำมาจากกุหลาบและน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน และกรดแรงเกินไปจนแสบผิว
เฟิ่งจูหลานนำเมล็ดชาที่ตากแห้งแล้วมาตำจนเป็นผงละเอียด จากนั้นนางก็นำผงชาที่ตำละเอียดไปต้มกับน้ำสะอาด ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณหนึ่งเค่อ ต่อมาก็นำมากรองเศษตะกอนออกด้วยผ้าไหมกรองละเอียด 2-3 ชั้น จะได้น้ำสกัดที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พอเขย่าแล้วจะเกิดฟองนุ่ม น้ำสกัดตัวนี้ล่ะคือตัวเชื่อมที่ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกันได้ ต่อมานางก็จัดการต้มน้ำดอกกุหลาบ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเจือจาง และน้ำผึ้ง มืออีกข้างใช้ตะกร้อไม้ไผ่กวนตีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อกวนไปเรื่อยๆ น้ำใสกับน้ำมันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากของเหลวใส กลายเป็นของเหลวสีขาวนวล นุ่มลื่น มีความข้นนิดๆ เหมือนน้ำนม หลังจากนั้นนางก็ตักใส่ขวดใบใสและพักเอาไว้ และนำน้ำกุหลาบที่เตรียมเอาไว้เททับลงไปด้านบน เวลาจะใช้ให้เขย่าขวด 3-4 ครั้ง เพื่อให้เนื้อเนียนผสมเข้ากันชั่วคราวแล้วรีบหยดทาผิว เพราะสารสกัดจากธรรมชาติและผสมน้ำส้มสายชูในปริมาณน้อยทำให้ไม่มีอาการแสบระคายเคือง
ก่อนนำไปขายเฟิ่งจูหลานยังทดลองใช้กับตนเองและสาวใช้ก่อน พบว่าไม่มีใครแพ้เลย เพราะส่วนผสมทั้งหมดล้วนทำจากสมุนไพรคนที่ใช้จึงไม่ค่อยแพ้เท่าใดนัก แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ต้องถามลูกค้าอย่างละเอียดว่ามีใครแพ้ส่วนผสมใดบ้างหรือไม่ จะได้หลีกเลี่ยงการขายให้
ไม่เพียงเท่านั้นเฟิ่งจูหลานยังทำแป้งจากดอกโบตั๋นไปขายอีกด้วย นางใช้กลีบดอกโบตั๋นตากแห้งมาบดละเอียดและผสมผงไข่มุกและผงแป้งข้าวสาลีร่อนละเอียดลงไปผสมกับน้ำมันดอกโบตั๋นเล็กน้อย แล้วใช้คานงัดหินกดทับ จะได้แป้งอัดแข็งเนื้อนุ่มละเอียด ไร้สารตะกั่ว เมื่อทาลงไปบนใบหน้าแล้วจะสามารถช่วยคุมความมัน กันเหงื่อและผิวยังคงความชุ่มชื้น นางใช้เวลาร่วมหลายวันและสั่งให้ถงเสี่ยวไปที่ร้านทำกล่องเครื่องประทินผิว และสั่งทำรูปแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ตามแบบที่นางวาดและออกแบบเอาไว้ อีกทั้งยังสั่งให้พิมพ์ชื่อของนางและชื่อป้ายหน้าร้านเป็นชื่อเดียวกัน โดยใช้ชื่อว่า เรือนหอมบุปผา
ประจวบเหมาะกับร้านค้าก็ทำการต่อเติมเสร็จพอดี นางจึงเปิดร้านเพื่อทำการค้าทันที อีกทั้งก่อนหน้านี้นางได้นำสินค้าไปมอบให้เหล่าคุณหนูบ้านใกล้เรือนเคียงได้ทดลองใช้แบบไม่คิดเงินแล้ว เมื่อนางเปิดร้านคุณหนูเหล่านั้นจึงมาอุดหนุนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง จนนางแทบจะต้อนรับลูกค้าได้ไม่ทั่วถึง คุณหนูเหล่านี้ส่วนมากเป็นบุตรสาวคหบดีทั้งสิ้น เฟิ่งจูหลานถึงกับคิดว่าหากฤดูร้อนมาถึง นางจะเปิดตลาดขายสินค้าให้กับเหล่าคุณหนูสูงศักดิ์ในเมืองหลวงที่เดินทางมาหลบลมร้อนที่นี่
แน่นอนว่าเมื่อกิจการไปได้ดี ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของร้านค้าที่เปิดทำการมาก่อน
ด้านเซี่ยเสวียนเย่นั้นเขากลับมาเมืองหลวงพร้อมกับพาตัวนักพรตชั่วกลับมารับโทษด้วย ก่อนกลับเขาได้กวาดล้างพวกมันจนหมด ก่อนจะพบว่าพวกมันพากันตั้งพรรคพวกเป็นกลุ่มก้อน กระจายตัวกันไปหลายหมู่บ้านเพื่อหลอกลวงหญิงสาวมาทำไม่ดีไม่ร้าย ไม่เพียงเท่านั้นหากหญิงสาวคนใดเสนอเงินปิดปากมันก็จะข่มขู่เรียกเงินอยู่เช่นนั้น นักพรตเมื่อเห็นว่าเซี่ยเสวียนเย่แท้จริงแล้วคือพระราชนัดดาก็ร้องไห้โฮ แต่กลับไม่อาจแก้ไขความผิดหรือคิดหลบหนีได้แล้ว ทำได้เพียงถูกตัดสินโทษเท่านั้น ส่วนครอบครัวของเด็กสาวเหล่านั้นเซี่ยเสวียนเย่ก็มอบเงินทำศพให้กับคนที่ตายไป และมอบเงินชดเชยให้กับเด็กสาวที่รอดชีวิตทุกคน เพื่อใช้เป็นทุนรอนตั้งตัวต่อไป
เมื่อเรื่องราวจบลงด้วยดี เขาจึงคิดจะเดินทางกลับไปที่บ้านสวนตระกูลเฟิ่ง ระหว่างที่กลับเมืองหลวงเขาไดค้นพบวิธีที่จะพาวิญญาณของหญิงคนรักกลับมาแล้ว จึงอยากจะเร่งจัดการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
ก่อนหน้านี้เขาได้ทราบข่าวจากองค์รักษ์ลับแล้วว่าเฟิ่งจูหลานทำสิ่งใดไปบ้าง นางสั่งให้หรงหมัวหมัวยายแก่นั้นเขียนจดหมายไปแจ้งเฟิ่งหลิงหลงว่านางตายแล้ว และยังขอให้ส่งเงินมาให้เป็นค่าทำศพ เขาไม่รู้ว่านางต้องการจะทำสิ่งใด แต่ก็อดชื่นชมไม่ได้ที่นางใจกล้าเช่นนี้ อีกทั้งนางยังมีหัวการค้าในการทำเครื่องประทินโฉมขายเพื่อหาเงิน เขาจึงวางใจลงไปได้มาก เพราะว่านางจะต้องดูแลร่างของสตรีที่เขารักได้เป็นอย่างดีแน่นอน
แต่ทว่าเขายังไม่ทันจะได้กลับเมืองซานหลี ในวังหลวงก็มีงานใหญ่ขึ้น นั่นก็คือวันพระราชสมภพของเสด็จพ่อ เขาจึงต้องรั้งอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อรอให้งานเลี้ยงครั้งนี้จบลงไปเสียก่อน
และงานเลี้ยงครั้งนี้ราชครูเฟิ่งก็จะต้องเข้าร่วมด้วย ก่อนหน้านี้เขาได้ยินข่าวลือหนาหูว่าคนตระกูลเฟิ่งกำลังเศร้าใจอย่างหนักเพราะบุตรสาวคนรองที่ไปรักษาตัวอยู่ที่นอกเมืองหลวงเกิดล้มป่วยหนักและตายไปอย่างกะทันหันทั้งที่อายุยังน้อย ยามนี้ราชครูเฟิ่งกำลังเตรียมนำป้ายวิญญาณของนางกลับมาไว้ที่จวนตระกูลเฟิ่ง
เซี่ยเสวียนเย่มีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย เขาสั่งให้คนนำความนี้ไปแจ้งให้เฟิ่งจูหลานได้ทราบ เขาอยากจะรู้นักเชียวว่าเฟิ่งจูหลานจะหาหนทางแก้ไชปัญหาที่กำลังจะมาถึงตัวนี้ได้อย่างไร และหากนางแก้ไม่ได้เขาก็คงจะต้องยื่นมือเข้าช่วยอีกหน
เรื่องราวที่ผูกร้อยเรียงกันเช่นนี้ ค่อนข้างทำให้เฟิ่งจูหลานรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่ไปติดต่อร้านค้านางไม่เคยรู้เลยว่าร้านแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับเสิ่นสวินมากถึงเพียงนี้ ทำให้นางค่อนข้างเหนือความคาดหมายอย่างมากเสิ่นสวินรีบสั่งให้คนนำของเหล่านั้นเข้าไปเก็บเอาไว้ในร้านให้เฟิ่งจูหลาน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับนาง“เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าจะซื้อร้านของข้าเอาไว้กบดานหนีจากคำนินทาของผู้คนเสียอีก แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีหัวการค้าเช่นนี้”“เหตุใดข้าจะต้องคอยหลบหน้าผู้คนด้วย พวกเขาไม่ได้หาให้ข้ากินเหตุใดข้าต้องสนใจ เสิ่นสวินปากท่านนี่มันไม่เป็นมงคลเลยจริงๆ นะ”“บุรุษรูปงามก็ปากเสียแบบนี้แหละ”เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาอย่างอดรนทนไม่ได้ นอกจากจะปากเสียและเจ้าชู้แล้ว เขายังหลงตัวเองอย่างหน้ามืดตามัวอีกด้วยเสิ่นสวินเดินเข้ามาในร้านของเฟิ่งจูหลาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำการตกแต่งร้านค้าของเขาใหม่ นางไม่ได้ทำอันใดมากนัก เพียงเพิ่มของตกแต่งเล็กน้อย และบรรยากาศทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงท่านแม่ขึ้นมา เดิมทีร้านนี้แต่ก่อนเป็นร้านขายผ้าทั่วไป แต่พ
เฟิ่งจูหลานเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเสิ่นสวิน นางรีบจัดการเก็บบัญชีเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปิดร้านและเดินตามเสิ่นสวินไปยังศาลาว่าการทันที เรื่องราวจบลงที่คนผู้นั้นถูกจับ และมันยังซัดทอดไปถึงเถ้าแก่ฉิน เถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉมอีกร้านที่เปิดมาก่อนนางหลายสิบปี เถ้าแก่ฉินขัดขืนและยังวางท่าข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เสิ่นสวินที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองย่อมมีอำนาจมากกว่าเถ้าแก่ร้านค้าเช่นเขา เสิ่นสวินจึงขอร้องให้คนของทางการรีบตรวจสอบร้านค้าของเถ้าแก่ฉินเสีย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องประทินโฉมของเถ้าแก่ฉินมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากและยังขายเกินราคาอีกด้วย เถ้าแก่ฉินถึงกับหน้าซีดเผือด และจ้องมองเสิ่นสวินเขม็งก่อนจะถูกคนของทางการลากตัวไปเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานก็หันมาเอ่ยขอบคุณเสิ่นสวิน“ขอบคุณท่านมาก”เสิ่นสวินพยักหน้าให้เฟิ่งจูหลานเล็กน้อย เขาทอดสายตามองบาดแผลตรงลำคอของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม“ไปหาหมอสักหน่อยดีหรือไม่?”เฟิ่งจูหลานเกือบลืมไปเสียสนิทแล้วว่าตนเองได้รับบาดเจ็บหากเสิ่นสวินไม่เอ่ยทักขึ้นมา นางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา“ไม่ต้องหรอก เ
ด้านเฟิ่งจูหลานนั้น เพราะยามนี้กิจการที่ร้านกำลังไปได้ดี นางจึงค่อนข้างวุ่นวายไม่น้อยเลย หญิงสาวลงทุนจ้างคนงานหยิงมาหนึ่งคนเพื่อให้คอยทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า ซึ่งคนงานหญิงผู้นี้ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้นางพอจะเบาแรงลงไปได้มาก ส่วนถงเสี่ยวก็คอยช่วยนางดูแลเรื่องงานจุกจิกภายในร้าน ด้านคนรับใช้ที่บ้านสวนตระกูลเฟิ่งเมื่อเห็นว่ายามนี้ไม่อาจพึ่งพาหรงหมัวหมัวได้อีกแล้ว จึงหันมาประจบประแจงเอาใจเฟิ่งจูหลาน คอยช่วยงานนางอย่างไม่มีข้อแม้ เฟิ่งจูหลานเองก็ไม่ใช่คนใจดำ หากคนพวกนี้ยอมรับในตัวนางอย่างจริงใจ นางก็ไม่ได้ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย“ถงเสี่ยว ร้านที่สั่งให้ทำกล่องเครื่องประทินโฉมยังไม่นำสินค้ามาส่งอีกหรือ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามถงเสี่ยว สาวใช้น้อยที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เรียนคุณหนู เห็นว่าจะมาส่งเย็นวันนี้น่ะเจ้าค่ะ”“อ้อ เช่นนั้นหลังจากเสร็จงานแล้วเจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ ข้าจะอยู่คิดบัญชีต่ออีกหน่อย เสร็จแล้วจะรีบตามกลับไป”“เจ้าค่ะคุณหนู”ถงเสี่ยวรับคำ ตลอดทั้งวันร้านค้ามีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย และสินค้าเดิมก็ขายหมดแล้ว คืนนี้เฟิ่งจูหลานยังต้องทำสินค
เดิมทีกุหลาบพวกนี้ในยุคโบราณมักจะนำเอาไปเคี่ยวทำน้ำหอม หรือหมักน้ำส้มสายชูเพื่อล้างหน้า แต่เพราะวิธีทำยังไม่ได้ทันสมัยเท่ากับยุคปัจจุบัน ทำให้เครื่องประทินโฉมที่ทำมาจากกุหลาบและน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน และกรดแรงเกินไปจนแสบผิวเฟิ่งจูหลานนำเมล็ดชาที่ตากแห้งแล้วมาตำจนเป็นผงละเอียด จากนั้นนางก็นำผงชาที่ตำละเอียดไปต้มกับน้ำสะอาด ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณหนึ่งเค่อ ต่อมาก็นำมากรองเศษตะกอนออกด้วยผ้าไหมกรองละเอียด 2-3 ชั้น จะได้น้ำสกัดที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พอเขย่าแล้วจะเกิดฟองนุ่ม น้ำสกัดตัวนี้ล่ะคือตัวเชื่อมที่ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกันได้ ต่อมานางก็จัดการต้มน้ำดอกกุหลาบ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเจือจาง และน้ำผึ้ง มืออีกข้างใช้ตะกร้อไม้ไผ่กวนตีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อกวนไปเรื่อยๆ น้ำใสกับน้ำมันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากของเหลวใส กลายเป็นของเหลวสีขาวนวล นุ่มลื่น มีความข้นนิดๆ เหมือนน้ำนม หลังจากนั้นนางก็ตักใส่ขวดใบใสและพักเอาไว้ และนำน้ำกุหลาบที่เตรียมเอาไว้เททับลงไปด้านบน เวลาจะใช้ให้เขย่าขวด 3-4 ครั้ง เพื่อให้เนื้อเนียนผสมเข้ากันชั่วคราวแล้วรีบหยดทาผิว เพราะสารสกัดจา
เมื่อตกลงทำสัญญากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานและเสิ่นสวินก็ทำการจมอบเงินและทำสัญญาซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาให้ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยในที่ว่าการอำเภอมาเป็นพยานในการซื้อขายครั้งนี้ด้วย เมื่อได้ร้านค้ามาอยู่ในมือแล้ว เฟิ่งจูหลานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อได้เดินดูภายในร้านนางก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่ ภายในร้านตกแต่งได้อย่างงดงามอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นด้านหลังร้านยังมีสระบัวสวยงามตั้งอยู่ด้วย นับว่างดงามมากจริงๆ“ท่านไม่เสียดายแน่หรือที่ขายร้านนี้ ท่านเป็นถึงบุตรชายคนรองของท่านเจ้าเมือง ดูแล้วไม่น่าขาดแคลนเงิน เหตุใดต้องขายร้านนี้ด้วยเล่า?”นางหันมาเอ่ยถามเสิ่นสวินอีกคราเพราะเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ก่อนจะมองเห็นแววความเศร้าใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มไป ก่อนที่เขาจะรีบเก็บสายตานั้นกลับคืนและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังเดิม“ข้าเบื่อแล้ว ไม่อยากจะดูแลร้านนี้ ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น มีสตรีมากมายรอให้ข้าไปเกี้ยวพาอยู่ เจ้าไม่ต้องถามให้มากความหรอกน่า ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะ ทำไม หรือติดใจในตัวข้า ได้ร้านไปแล้ว ยังอยากจะได้เจ้าของร้านเดิมอีกหรือ?”“หุบปากไปเถอะ
เฟิ่งจูหลานหันกลับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง หน้าตาของเขาหล่อเหลา ยามยิ้มจะเห็นลักยิ้มปรากฏเด่นชัดบนข้างแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองฉายแววขี้เล่นหยอกเย้า ท่าทางดูเจ้าเล่ห์อย่างมาก นางไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน และจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่มีคนผู้นี้อยู่เลยแม้แต่น้อย“คุณชายเป็นเจ้าของร้านนี้หรือเจ้าคะ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามอย่างนอบน้อม นางสังเกตดูจากการแต่งกายของเขาแล้ว คาดว่าคงจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน ชายหนุ่มตรงหน้าจ้องมองนางพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยตอบ“ใช่แล้ว นี่คือสินเดิมที่มารดาข้าทิ้งเอาไว้ให้น่ะ หากเจ้าชอบ ข้าลดราคาให้อีกก็ได้นะ”เขาเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวย เฟิ่งจูหลานได้ฟังเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว เกิดมานางเพิ่งเคยเห็นคนที่เอาสินเดิมของมารดาตนเองมาขายกินเช่นนี้“ของของมารดาท่าน ไม่เก็บเอาไว้ดูต่างหน้าหน่อยหรือ เหตุใดต้องขายด้วยเล่า หากเป็นเช่นนี้ข้าไม่ซื้อดีกว่า ไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก”เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำท่าจะเดินจากไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบตรงเข้ามาขวางหน้านาง พลางโบกพัดในมือและเอ่ย“จะรีบไปไหนเล่าแม่นางคนงาม เอาอย่างนี้ หาก







