Home / รักโบราณ / หอมรักสลักใจ / บทที่ 4-2 ดึงวิญญาณกลับเข้าร่าง

Share

บทที่ 4-2 ดึงวิญญาณกลับเข้าร่าง

last update publish date: 2026-10-05 12:05:46

เฟิ่งจูหลานเอ่ยวาจาประชดประชันเขาอีกรอบ ทำเอาเซี่ยเสวียนเย่ถึงกับเถียงไม่ออก คราวนี้เขาพลาดไปจริงๆ คิดแต่จะหาทางให้คนรักกลับมา จนลืมเรื่องอื่นไปเสียสนิทใจ สุดท้ายนักพรตก็ถูกจับ เหล่าชาวบ้านต่างประนามความชั่วช้าของมันชาวบ้านบางคนที่บุตรสาวหายตัวไปก็รีบมาดูศพ เจ้าหน้าที่ทางการรีบนำศพเหล่านั้นไปตรวจสอบจนพบว่าเป็นร่างของใครบ้าง จากนั้นก็ส่งศพคืนให้ญาตินำกลับไปทำพิธีที่บ้าน เฟิ่งจูหลานรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า หญิงสาวหันมามองเซี่ยเสวียนเย่ที่ยืนอยู่ก่อนจะเอ่ย

“ไม่มีสิ่งใดแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ ต่อไปนี้คงเชื่อใจนักพรตคนไหนไม่ได้อีกแล้ว เอาไว้ค่อยหาหนทางใหม่ก็แล้วกัน”

เซี่ยเสวียนเย่หันมามองเฟิ่งจูหลานก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย อยู่ๆ เขาก็เห็นว่าใบหน้าของนางแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ไวกว่าความคิดเขาจึงยื่นมือมาแตะหน้าผากของนางก่อนจะพบว่าตัวนางร้อนอยู่มาก คาดว่าคงจะป่วยไข้เพราะถูกแส้ฟาดหลังเป็นแน่ เฟิ่งจูหลานตกใจไม่น้อยเมื่อถูกเขาสัมผัสตัวเช่นนี้ นางพยายามไม่คิดสิ่งใดเกินเลยเพราะอย่างไรนางก็รู้ตัวดีว่าคนที่เขารักไม่ใช่นาง

“เจ้าไม่สบายแล้ว ต้องรีบไปหาท่านหมอก่อน”

ไม่พูดพร่ำทำเพลงเขาก็ช้อนอุ้มร่างนางไปขึ้นรถม้าทันที เฟิ่งจูหลานถึงกับเอ่ยวาจาใดไม่ออก นางคิดจะปฏิเสธเขาแต่ลำคอกลับแห้งผากขึ้นมาเสียอย่างนั้น ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถม้าเขาคอยหาผ้าชุบน้ำมาช่วยเช็ดตามใบหน้าให้นางอย่างเอาใจใส่

จนกระทั่งมาถึงโรงหมอ ท่านหมอก็รีบตรวจดูอาการของนางและจัดยาให้นางหลายเทียบ แล้วยังมอบยาลดไข้อย่างดีให้นางดื่มกินอีกด้วย เพียงไม่นานไข้ของนางก็ทุเลาลง ไม่เพียงเท่านั้นท่านหมอยังมอบยาทาให้กับนางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นตามมาในภายหลัง ด้านเซี่ยเสวียนเย่นั้นเพราะเขาฝึกฝนทหารมานาน และแรงที่นางใช้ตีเขาก็ไม่ได้แรงมากนัก บาดแผลเพียงเท่านี้จึงไม่ระคายผิวของเขาเลยแม้แต่น้อย

เขารีบมาส่งนางที่บ้านสวนเกษตรของตระกูลเฟิ่ง ก่อนจะกำชับให้นางดูแลตนเองให้ดี เฟิ่งจูหลานพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกลับมานอนพัก เพราะนางกินยาตรงเวลา และได้นอนพักเต็มที่ ทำให้ไม่กี่วันร่างกายของนางก็เข้าที่เข้าทาง ประจวบเหมาะกับที่เฟิ่งหลิงหลงส่งเงินมาให้กับหรงหมัวหมัวแล้ว และยังเขียนจดหมายมาด้วย เฟิ่งจูหลานเปิดอ่านเพียงไม่กี่ประโยคก็จัดการเผาจดหมายฉบับนั้นทิ้งไปเสีย และยังจัดการจับตัวคนที่มาส่งจดหมายไปขังรวมเอาไว้กับหรงหมัวหมัวอีกด้วย

ตอนนี้นางกำลังอารมณ์ดีเรื่องเงินที่เฟิ่งหลิงหลงส่งมามากกว่า เงินจำนวนห้าร้อยตำลึงนี้ รวมไปถึงเครื่องประดับเงินทองหลายชิ้น มันตกเป็นของนางแล้ว ในเมื่อคนพวกนั้นใช้เล่ห์เหลี่ยมกับนางก่อน เช่นนั้นนางก็จะใช้เล่ห์เหลี่ยมกลับไปบ้าง

เมื่อหายจากอาการป่วยไข้แล้ว นางก็สั่งให้ถงเสี่ยวไปซื้อไข่มุกมาเพิ่ม จากนั้นนางก็ทำแผ่นมาร์กหน้าออกมาหลายสิบกระปุก และนำไปแจกจ่ายให้กับเหล่าคุณหนูบ้านใกล้เรือนเคียงได้ทดลองใช้โดยไม่คิดเงินสักอีแปะเดียว เหล่าคุณหนูพวกนั้นตอนแรกเริ่มยังคงไม่ไว้วางใจที่จะทดลองใช้ แต่เมื่อเปิดกระปุกออกก็พบว่ากลิ่นของมันหอมมาก จึงลองใช้ดูและพบว่ามันดีมากจริงๆ อีกทั้งยังไม่เคยมีใครทำมาร์กหน้าเช่นนี้ขายมาก่อน พวกนางจึงติดใจและมาถามซื้อ ซึ่งเฟิ่งจูหลานก็ทำขายในราคาที่แตกต่างกันไป กระปุกเล็กยี่สิบอีแปะ กระปุกใหญ่หนึ่งตำลึง เหล่าคุณหนูที่บ้านฐานะปานกลางจึงซื้อกระปุกเล็กไปใช้ก่อน ส่วนคุณหนูที่มีฐานะดีหน่อยก็ซื้อกระปุกใหญ่ติดไม้ติดมือกันไปคนละหลายกระปุก

เพียงไม่นานนางก็ได้กำไรก้อนแรกมาไว้ในกำมือ แม้จะไม่มากมายนักแต่ก็พอเป็นทุนรอนในการทำอาชีพต่อไป

เยี่ยมไปเลย! ยามนี้นางพอจะมีทุนน้อยๆ ที่จะผลิตสินค้าใหม่ออกมาวางขายแล้ว แต่จะว่าไปต้องมีหน้าร้านเพื่อวางขายสินค้าจะได้มีคนรู้จักมากขึ้น มิสู้วันพรุ่งนี้ลองไปเดินเล่นในตลาดสักหน่อย เผื่อจะเจอลู่ทางทำมาหากินและขยายธุรกิจให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 8-1 ซื้อโลงศพ (ตอนต้น)

    เรื่องราวที่ผูกร้อยเรียงกันเช่นนี้ ค่อนข้างทำให้เฟิ่งจูหลานรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก ก่อนหน้านี้ที่ไปติดต่อร้านค้านางไม่เคยรู้เลยว่าร้านแห่งนี้มีความเกี่ยวพันกับเสิ่นสวินมากถึงเพียงนี้ ทำให้นางค่อนข้างเหนือความคาดหมายอย่างมากเสิ่นสวินรีบสั่งให้คนนำของเหล่านั้นเข้าไปเก็บเอาไว้ในร้านให้เฟิ่งจูหลาน ก่อนจะหันมาเอ่ยกับนาง“เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าจะซื้อร้านของข้าเอาไว้กบดานหนีจากคำนินทาของผู้คนเสียอีก แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีหัวการค้าเช่นนี้”“เหตุใดข้าจะต้องคอยหลบหน้าผู้คนด้วย พวกเขาไม่ได้หาให้ข้ากินเหตุใดข้าต้องสนใจ เสิ่นสวินปากท่านนี่มันไม่เป็นมงคลเลยจริงๆ นะ”“บุรุษรูปงามก็ปากเสียแบบนี้แหละ”เฟิ่งจูหลานได้ฟังก็กลอกตาไปมาอย่างอดรนทนไม่ได้ นอกจากจะปากเสียและเจ้าชู้แล้ว เขายังหลงตัวเองอย่างหน้ามืดตามัวอีกด้วยเสิ่นสวินเดินเข้ามาในร้านของเฟิ่งจูหลาน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำการตกแต่งร้านค้าของเขาใหม่ นางไม่ได้ทำอันใดมากนัก เพียงเพิ่มของตกแต่งเล็กน้อย และบรรยากาศทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน มันทำให้เขาเริ่มคิดถึงท่านแม่ขึ้นมา เดิมทีร้านนี้แต่ก่อนเป็นร้านขายผ้าทั่วไป แต่พ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-2 ข่มขู่ (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานเห็นด้วยกับคำพูดนี้ของเสิ่นสวิน นางรีบจัดการเก็บบัญชีเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะปิดร้านและเดินตามเสิ่นสวินไปยังศาลาว่าการทันที เรื่องราวจบลงที่คนผู้นั้นถูกจับ และมันยังซัดทอดไปถึงเถ้าแก่ฉิน เถ้าแก่ร้านเครื่องประทินโฉมอีกร้านที่เปิดมาก่อนนางหลายสิบปี เถ้าแก่ฉินขัดขืนและยังวางท่าข่มขู่เจ้าหน้าที่ แต่เสิ่นสวินที่เป็นบุตรชายท่านเจ้าเมืองย่อมมีอำนาจมากกว่าเถ้าแก่ร้านค้าเช่นเขา เสิ่นสวินจึงขอร้องให้คนของทางการรีบตรวจสอบร้านค้าของเถ้าแก่ฉินเสีย เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบว่าเครื่องประทินโฉมของเถ้าแก่ฉินมีสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมากและยังขายเกินราคาอีกด้วย เถ้าแก่ฉินถึงกับหน้าซีดเผือด และจ้องมองเสิ่นสวินเขม็งก่อนจะถูกคนของทางการลากตัวไปเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานก็หันมาเอ่ยขอบคุณเสิ่นสวิน“ขอบคุณท่านมาก”เสิ่นสวินพยักหน้าให้เฟิ่งจูหลานเล็กน้อย เขาทอดสายตามองบาดแผลตรงลำคอของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถาม“ไปหาหมอสักหน่อยดีหรือไม่?”เฟิ่งจูหลานเกือบลืมไปเสียสนิทแล้วว่าตนเองได้รับบาดเจ็บหากเสิ่นสวินไม่เอ่ยทักขึ้นมา นางส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้เขา“ไม่ต้องหรอก เ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 7-1 ข่มขู่ (ตอนต้น)

    ด้านเฟิ่งจูหลานนั้น เพราะยามนี้กิจการที่ร้านกำลังไปได้ดี นางจึงค่อนข้างวุ่นวายไม่น้อยเลย หญิงสาวลงทุนจ้างคนงานหยิงมาหนึ่งคนเพื่อให้คอยทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้า ซึ่งคนงานหญิงผู้นี้ก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้นางพอจะเบาแรงลงไปได้มาก ส่วนถงเสี่ยวก็คอยช่วยนางดูแลเรื่องงานจุกจิกภายในร้าน ด้านคนรับใช้ที่บ้านสวนตระกูลเฟิ่งเมื่อเห็นว่ายามนี้ไม่อาจพึ่งพาหรงหมัวหมัวได้อีกแล้ว จึงหันมาประจบประแจงเอาใจเฟิ่งจูหลาน คอยช่วยงานนางอย่างไม่มีข้อแม้ เฟิ่งจูหลานเองก็ไม่ใช่คนใจดำ หากคนพวกนี้ยอมรับในตัวนางอย่างจริงใจ นางก็ไม่ได้ตระหนี่เลยแม้แต่น้อย“ถงเสี่ยว ร้านที่สั่งให้ทำกล่องเครื่องประทินโฉมยังไม่นำสินค้ามาส่งอีกหรือ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามถงเสี่ยว สาวใช้น้อยที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบเดินเข้ามาหาเจ้านายพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เรียนคุณหนู เห็นว่าจะมาส่งเย็นวันนี้น่ะเจ้าค่ะ”“อ้อ เช่นนั้นหลังจากเสร็จงานแล้วเจ้าก็กลับไปก่อนเถอะ ข้าจะอยู่คิดบัญชีต่ออีกหน่อย เสร็จแล้วจะรีบตามกลับไป”“เจ้าค่ะคุณหนู”ถงเสี่ยวรับคำ ตลอดทั้งวันร้านค้ามีลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย และสินค้าเดิมก็ขายหมดแล้ว คืนนี้เฟิ่งจูหลานยังต้องทำสินค

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-2 สินค้าใหม่ (ตอนปลาย)

    เดิมทีกุหลาบพวกนี้ในยุคโบราณมักจะนำเอาไปเคี่ยวทำน้ำหอม หรือหมักน้ำส้มสายชูเพื่อล้างหน้า แต่เพราะวิธีทำยังไม่ได้ทันสมัยเท่ากับยุคปัจจุบัน ทำให้เครื่องประทินโฉมที่ทำมาจากกุหลาบและน้ำส้มสายชูมีกลิ่นฉุน และกรดแรงเกินไปจนแสบผิวเฟิ่งจูหลานนำเมล็ดชาที่ตากแห้งแล้วมาตำจนเป็นผงละเอียด จากนั้นนางก็นำผงชาที่ตำละเอียดไปต้มกับน้ำสะอาด ด้วยไฟอ่อนๆ ประมาณหนึ่งเค่อ ต่อมาก็นำมากรองเศษตะกอนออกด้วยผ้าไหมกรองละเอียด 2-3 ชั้น จะได้น้ำสกัดที่มีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ที่พอเขย่าแล้วจะเกิดฟองนุ่ม น้ำสกัดตัวนี้ล่ะคือตัวเชื่อมที่ทำให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกันได้ ต่อมานางก็จัดการต้มน้ำดอกกุหลาบ ผสมน้ำส้มสายชูหมักเจือจาง และน้ำผึ้ง มืออีกข้างใช้ตะกร้อไม้ไผ่กวนตีน้ำมันสกัดจากเมล็ดชาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อกวนไปเรื่อยๆ น้ำใสกับน้ำมันจะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากของเหลวใส กลายเป็นของเหลวสีขาวนวล นุ่มลื่น มีความข้นนิดๆ เหมือนน้ำนม หลังจากนั้นนางก็ตักใส่ขวดใบใสและพักเอาไว้ และนำน้ำกุหลาบที่เตรียมเอาไว้เททับลงไปด้านบน เวลาจะใช้ให้เขย่าขวด 3-4 ครั้ง เพื่อให้เนื้อเนียนผสมเข้ากันชั่วคราวแล้วรีบหยดทาผิว เพราะสารสกัดจา

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 6-1 สินค้าใหม่(ตอนต้น)

    เมื่อตกลงทำสัญญากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งจูหลานและเสิ่นสวินก็ทำการจมอบเงินและทำสัญญาซื้อขายกันอย่างรวดเร็ว โดยที่เขาให้ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เป็นผู้ช่วยในที่ว่าการอำเภอมาเป็นพยานในการซื้อขายครั้งนี้ด้วย เมื่อได้ร้านค้ามาอยู่ในมือแล้ว เฟิ่งจูหลานก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก และเมื่อได้เดินดูภายในร้านนางก็ยิ่งรู้สึกชอบเข้าไปใหญ่ ภายในร้านตกแต่งได้อย่างงดงามอย่างมาก ไม่เพียงเท่านั้นด้านหลังร้านยังมีสระบัวสวยงามตั้งอยู่ด้วย นับว่างดงามมากจริงๆ“ท่านไม่เสียดายแน่หรือที่ขายร้านนี้ ท่านเป็นถึงบุตรชายคนรองของท่านเจ้าเมือง ดูแล้วไม่น่าขาดแคลนเงิน เหตุใดต้องขายร้านนี้ด้วยเล่า?”นางหันมาเอ่ยถามเสิ่นสวินอีกคราเพราะเกรงว่าเขาจะเปลี่ยนใจ ก่อนจะมองเห็นแววความเศร้าใจสายหนึ่งพาดผ่านดวงตาของชายหนุ่มไป ก่อนที่เขาจะรีบเก็บสายตานั้นกลับคืนและเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดังเดิม“ข้าเบื่อแล้ว ไม่อยากจะดูแลร้านนี้ ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น มีสตรีมากมายรอให้ข้าไปเกี้ยวพาอยู่ เจ้าไม่ต้องถามให้มากความหรอกน่า ซื้อแล้วก็แล้วไปเถอะ ทำไม หรือติดใจในตัวข้า ได้ร้านไปแล้ว ยังอยากจะได้เจ้าของร้านเดิมอีกหรือ?”“หุบปากไปเถอะ

  • หอมรักสลักใจ   บทที่ 5-2 ทำเลทอง (ตอนปลาย)

    เฟิ่งจูหลานหันกลับไปมอง ก่อนจะพบเข้ากับบุรุษผู้หนึ่ง หน้าตาของเขาหล่อเหลา ยามยิ้มจะเห็นลักยิ้มปรากฏเด่นชัดบนข้างแก้มทั้งสองข้าง ดวงตาทั้งสองฉายแววขี้เล่นหยอกเย้า ท่าทางดูเจ้าเล่ห์อย่างมาก นางไม่เคยพบเห็นเขามาก่อน และจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็ไม่มีคนผู้นี้อยู่เลยแม้แต่น้อย“คุณชายเป็นเจ้าของร้านนี้หรือเจ้าคะ?”เฟิ่งจูหลานเอ่ยถามอย่างนอบน้อม นางสังเกตดูจากการแต่งกายของเขาแล้ว คาดว่าคงจะเป็นลูกผู้ดีมีเงินอย่างแน่นอน ชายหนุ่มตรงหน้าจ้องมองนางพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะค่อยๆ เอ่ยตอบ“ใช่แล้ว นี่คือสินเดิมที่มารดาข้าทิ้งเอาไว้ให้น่ะ หากเจ้าชอบ ข้าลดราคาให้อีกก็ได้นะ”เขาเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวย เฟิ่งจูหลานได้ฟังเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว เกิดมานางเพิ่งเคยเห็นคนที่เอาสินเดิมของมารดาตนเองมาขายกินเช่นนี้“ของของมารดาท่าน ไม่เก็บเอาไว้ดูต่างหน้าหน่อยหรือ เหตุใดต้องขายด้วยเล่า หากเป็นเช่นนี้ข้าไม่ซื้อดีกว่า ไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก”เมื่อเห็นว่าเฟิ่งจูหลานทำท่าจะเดินจากไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็รีบตรงเข้ามาขวางหน้านาง พลางโบกพัดในมือและเอ่ย“จะรีบไปไหนเล่าแม่นางคนงาม เอาอย่างนี้ หาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status