Masukมินตรายิ้มพร้อมกับถามเขาด้วยความสงสัย
“ไม่ยักรู้นะคะว่าคุณก็ยังมีเวลาไปออกกำลังกายแบบนี้ด้วย”
“ทำไมคุณถึงคิดว่าผมจะไม่มีเวลาไปออกกำลังกายล่ะครับ”
“ก็เพราะว่างานของพวกคุณมันเยอะซะจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนน่ะสิคะ”
“ก็จริงครับแต่พวกผมก็ต้องหาเวลาสำหรับการออกกำลังกายเหมือนกันครับ และยิ่งผมต้องทำงานตอนกลางคืนเพราะต้องไปคอยดูแลที่ผับด้วยแล้ว เวลานอนก็จะไม่ค่อยเหมือนคนอื่น ดังนั้นก็ต้องคอยหาเวลาออกกำลังกายเพื่อที่จะให้สุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอไม่งั้นจะป่วยได้ง่ายๆ”
“คุณไปเล่นบาสคนเดียวเหรอคะเพื่อนของคุณไปด้วยหรือเปล่าคะ”
“ถ้าคุณหมายถึงนายภัศร์ละก็ไปครับ คุณสงสัยอะไรเหรอครับ”
“เปล่าค่ะก็แค่ถามดูเพราะว่าปกติแล้วฟ้าจะเห็นข่าวของคุณภัศร์กับสาวๆ อยูในคอลัมน์ซุบซิบไฮโซเป็นประจำ ก็เลยค่อนข้างแปลกใจกับคำตอบ ที่คุณบอกว่าเขามักจะไปออกกำลังกายกับคุณด้วยเสมอ”
“ที่จริงแล้วนายภัศร์เขาชอบการออกกำลังกายครับ เขามักจะหาเวลาไปฟิตเนสบ่อยกว่าผมด้วยซ้ำ คุณไม่เห็นเหรอครับว่ารูปร่างเขาดีกว่าผม เพราะเขาชอบเล่นเวท”
“เหรอคะฟ้านึกว่าพวกคุณจะชอบแต่กีฬาในร่มเท่านั้นซะอีก ไม่คิดว่าพวกคุณก็ชอบกีฬาประเภทนี้ด้วยเหมือนกัน”
กวินหัวเราะหลังจากที่ได้ยินคำเอ่ยแซวของหญิงสาวข้างตัว เขาเข้าใจความหมายของคำว่ากีฬาในร่มที่เธอพูดเป็นอย่างดี ว่าเธอจะหมายความถึงอะไร
“คุณคิดว่าผมกับภัศร์ชอบเอ่อ...คุณคิดได้ยังไงกัน”
“ก็หรือไม่จริงคะใครๆ ก็รู้ดีว่าพวกคุณสองคนน่ะเป็นเสือผู้หญิง ถึงแม้ตัวคุณเองจะไม่มีข่าวเหมือนกับเพื่อนของคุณก็ตาม แต่นั่นเป็นเพราะคุณเป็นคนระวังตัวเองอยู่เสมอและไม่ชอบตกเป็นข่าว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้างกายของคุณจะขาดผู้หญิงสวยๆ หรอกนะคะ”
“พวกผมเป็นผู้ชายอีกอย่างเรื่องแบบนี้มันก็เป็นเรื่องธรรมดา คุณคงไม่ได้หึงผมหรอกนะ” มินตราหน้าแดงและก็รีบพูดแก้ตัว
“เปล่าซะหน่อยเราไม่ได้รักกันจะหึงหวงกันทำไมจริงไหมคะ”
“ก็จริงของคุณ ผมเห็นจะต้องขอตัวกลับก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อพิเศษนี้ หวังว่าผมจะมีโอกาสได้มากินอาหารฝีมือคุณแบบนี้อีก”
“นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าตอนที่คุณอยากกิน ฟ้าอยากจะทำด้วยหรือเปล่านะคะ”
หญิงสาวเดินออกมาส่งชายหนุ่มที่รถของเขา พร้อมทั้งบอกให้เขาขับรถอย่างระมัดระวัง
แต่ก่อนที่กวินจะขึ้นรถเขากลับดึงตัวมินตราเข้ามากอดเอาไว้แนบอกและก้มหน้าลงมาหาเธอ
“อย่าค่ะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
หญิงสาวร้องห้ามชายหนุ่มพร้อมกับเบี่ยงหน้าหนีการจุมพิตของเขา
“ไม่มีใครเห็นหรอกครับตรงนี้มันมืด แต่ถ้าคุณกระโตกกระตากแบบนี้ คนเขาอาจจะสงสัยเอาก็ได้นะ”
จากนั้นเขาก็ก้มลงใช้จมูกโด่งของเขาเคล้าเคลียอยู่ที่ต้นคอหอมกรุ่นของเธอ ริมฝีปากร้อนรุ่มของเขาเริ่มไล้ไปตามผิวเนียนนุ่มเรื่อยขึ้นไปจนถึงใบหู เขาขบเม้มติ่งหูของเธอเบาๆ ทำเอามินตราตัวเกร็งไปหมดไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี กวินก้มลงจูบริมฝีปากนุ่มของเธออย่างอ้อยอิ่งอยู่นาน ก่อนที่จะยอมปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ
“ผมต้องไปแล้ว ราตรีสวัสดิ์ครับ” ชายหนุ่มก้มลงจูบแก้มของเธออีกครั้งจากนั้นก็ขึ้นรถขับออกไป
ทิ้งให้มินตรายืนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปกติเธอจะไม่เคยปล่อยตัวให้ใครมาทำอะไรแบบนี้ แต่ทำไมคราวนี้ถึงยอมให้กวินทำ และยังรู้สึกชอบสัมผัสของเขาอีกทั้งอยากที่จะให้เขาสัมผัสเธอให้มากกว่านี้ ที่จริงแล้วเธอควรจะโกรธเขาสิถึงจะถูก ที่ทำกับเธอเหมือนดูถูกราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายแบบนี้
แต่ว่าทำไมนะ...ทำไมเธอถึงไม่ได้รู้สึกโกรธเขาแม้แต่น้อย ทั้งที่ความจริงแล้วมันควรจะเป็นอย่างนั้น หรือว่าเธอหลงรักเขาเข้าแล้ว ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยก็เธอกับเขาเพิ่งจะเจอกันเมื่อไม่นานนี้เอง มินตราถอนหายใจก่อนที่จะหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกสับสน
ปิยภัศร์ไปนั่งรอกวินที่ผับของเขาตั้งแต่สามทุ่ม...หลังจากนั้นไม่นานกวินก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน
“นายมานานแล้วเหรอเห็นเด็กบอกว่านายมารอพบฉัน มีธุระอะไรเร่งด่วนหรือเปล่า”
“เปล่าพอไปเคลียร์งานเสร็จก็เลยขับรถแวะมาหานายเพราะคิดว่านายอยู่ที่นี่ แต่เด็กกลับบอกว่านายยังไม่มาไม่รู้วันนี้จะเข้ามาหรือเปล่า ฉันก็เลยนั่งรอกะว่าถ้าอีกครึ่งชั่วโมงนายยังไม่มาก็จะกลับบ้าน”
“ฉันว่านายน่าจะกลับไปดูคุณตะวันนะ เธอยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่ด้วย”
“แล้วนายไปไหนมาถึงได้เข้ามาป่านนี้”
“ก็ไปส่งฟ้าที่บ้านและก็อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนเธอ”
“น่าสงสัยจริงว่าคุณฟ้ามีอะไรดีนะ ถึงขนาดทำให้นายใช้เวลาไปขลุกอยู่กับเธอแทนที่จะกลับมาทำงาน หรือว่านายจะ...”
“นายอย่าเดาเลยมันไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดหรอก ฉันก็แค่ไปช่วยเธอทำอาหารแล้วก็อยู่กินข้าวเป็นเพื่อนเธอก็เท่านั้นเอง” ปิยภัศร์ยักไหล่
“นายจะดื่มอะไรจะได้สั่งเด็กให้ยกมาให้”
“ไม่ล่ะตอนแรกว่าจะมาชวนนายดื่มแต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว จะกลับไปดูยายตัวแสบซะหน่อยป่านนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง”
“จะชวนดื่มทำไมไม่โทรมาบอกก่อนฉันจะได้รีบมา”
“ไม่เป็นไรไว้วันหลังเราค่อยดื่มด้วยกันก็ได้เวลายังมีอีกถมเถไป”
“โอเค...ไว้เราหาเวลาว่างไปเล่นบาสด้วยกันนะ”
“ได้เลยฉันก็อยากออกกำลังกายอยู่เหมือนกัน นายจะไปเมื่อไรก็โทรมาบอกฉันก็ละกันไปละ”
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







