LOGINมินตราตอบออกไปโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เหมือนกับว่าเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องพูดแบบนี้ นิสัยแบบนี้ของเขาเป็นมานานแล้ว แต่เธอค่อนข้างมั่นใจว่าความรักและความจริงใจของเธอ จะสามารถทำให้ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนใจยอมรับเธอได้อย่างหมดใจ และไม่มีข้อแม้อื่นใดมาขวางกั้นระหว่างเธอและเขา กวินเพียงแต่ยิ้มเขาไม่แปลกใจเลยที่มินตรายอมตกลงตามข้อเสนอของเขา และเขาค่อนข้างมั่นใจด้วยซ้ำไปว่าเธอจะต้องตกลงอย่างไม่มีข้อแม้ แต่ก็ยังไม่วายถาม
“ทำไมคุณถึงยอมตกลงง่ายนักละครับ”
“เพราะว่าฉันรักคุณ”
เมื่อชายหนุ่มได้ยินดังนั้นเขาก็โน้มใบหน้าของเขาลงมา เพื่อสัมผัสริมฝีปากนุ่มแดงระเรื่อที่เหมือนกับจะเชิญชวนอยู่ในที ริมฝีปากบางของเธอเหมือนกับยาเสพติดที่ยากจะถอนตัวออกมา เขาบดริมฝีปากอย่างเร่าร้อนแขนทั้งสองข้างของหญิงสาวโอบรอบคอของชายหนุ่ม กวินถอนจูบเพื่อที่จะให้ร่างบางตรงหน้าได้หายใจ หลังจากที่เขามอบจูบที่เร่าร้อนรุนแรงยาวนานให้กับเธอ เขาซุกไซ้จมูกโด่งกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอด้วยความหลงใหล เขารู้ดีว่าเธอพร้อมที่จะเป็นของเขา
“นี่ก็ดึกแล้วคืนนี้คุณค้างที่นี่นะครับ”
“เอ่อ ... คือว่า”
“นะครับ...ค้างที่นี่กับผมนะครับ...เพราะถ้าคุณกลับไปบ้านคุณก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่ดี”
“ตกลงค่ะ”
“ผมจะพาคุณไปพักผ่อนนะ”
กวินก้มลงอุ้มหญิงสาวเดินตรงมาที่ห้องรับรอง และวางเธอตรงที่นอนซึ่งปูไว้อย่างเรียบร้อยก่อนที่จะลุกจากไปอย่างรวดเร็ว จนหญิงสาวงงและแปลกใจในท่าทีของเขาที่เปลี่ยนไป
มีแต่กวินเท่านั้นที่รู้ว่าทำไมถึงเขาถึงทำแบบนั้น เพราะเขาเกรงว่าตัวเองอาจจะเปลี่ยนใจหันกลับไปนอนแนบชิดกับเธอก็เป็นได้ พร้อมกับคิดว่านี่เขาโง่หรือบ้ากันแน่
กวินมั่นใจว่าถ้าเขาเดินหน้าต่อหญิงสาวจะไม่ปฏิเสธความต้องการของเขา ปกติเขาจะไม่เคยลังเลแต่ทำไมคราวนี้เขาถึงเลือกที่จะหยุดตัวเอง ทั้งที่เขาก็มีความต้องการในตัวเธอ และเขาก็ยอมรับว่าท่าทางตอบ สนองจูบที่ไร้เดียงสาของเธอกระตุ้นอารมณ์เพศของเขาได้ไม่ใช่น้อยเลย ถึงตอนนี้เขาก็ยังอยากที่จะกลับไปสานต่อความสัมพันธ์ทางกายอย่างแนบชิดกับเธอ แต่ก็ได้แต่ปรามตัวเองในใจ
‘ฟุ้งซ่านกันไปใหญ่แล้ว...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายได้สัมผัสผู้หญิงนะ ในทางตรงกันข้ามนายสัมผัสผู้หญิงสวยมาแบบนับครั้งไม่ถ้วนด้วยซ้ำไป อะไรจะตื่นเต้นตื่นตัวขนาดนั้นทำเหมือนกับไม่เคยไปได้’ กวินถอนหายใจก่อนจะพึมพำกับตนเอง
“เฮ้อ!! อาบน้ำดีกว่าเผื่อจะดับความรุ่มร้อนในร่างกายลงได้บ้าง”
เมื่อกวินรีบเดินหุนหันออกไปจากห้องโดยที่มินตราเองก็ยังไม่ค่อยจะเข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น แต่ก็ไม่อยากที่จะคิดอะไรมากอีก จากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำสระผมแล้วก็เดินออกมายืนรับลมอยู่ที่หน้าระเบียงห้องของตัวเอง เธอคิดทบทวนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้
แทบไม่น่าเชื่อเลยว่ากวินขอคบหากับเธอจริงจัง ถึงแม้ว่าเขาจะพูดว่าจะไม่มีข้อผูกมัดใดใดก็ตาม ทำไมเธอถึงยอมตกลงอย่างง่ายดาย และเมื่อเขาจูบเธอ ทำไมเธอถึงไม่อยากให้เขาหยุด และยังอยากที่จะมีความสัมพันธ์แนบชิดกับเขาให้มากกว่านี้
“หยุดเพ้อฝันเดี๋ยวนี้นะมินตราชักจะคิดอะไรฟุ้งซ่านไปใหญ่แล้ว” เธอพูดออกมาราวกับว่าจะเตือนสติของตัวเองพร้อมกับสะบัดหัวไปมา เธอยืนรับลมอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งกวินเดินตามมาสมทบและชักชวนเธอเข้าห้องนอน
“เรากลับเข้าไปข้างในกันดีกว่านะครับ เดี๋ยวคุณจะไม่สบายเพราะยืนตากน้ำค้างนานแล้ว”
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ”
กวินโอบไหล่ของหญิงสาวพาเดินเข้าไปข้างในห้องของเธอ และพาเธอไปที่เตียงพร้อมกับเอนตัวเธอลงบนเตียงนอนอย่างเชื่องช้า ก่อนที่เขาจะทาบทับตัวของเขาตามลงมาด้วย กวินใช้นิ้วเรียวยาวของเขาลูบไล้แก้มนวลของมินตราอย่างบางเบา
“ผมต้องการคุณ...ให้ผมรักคุณนะครับ”
กวินจ้องหน้าของมินตรานิ่งเหมือนรอคอยคำตอบจากเธอ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกับว่าลมหายใจของเขาติดขัด รู้สึกทรมานเหมือนกับนักโทษที่กำลังรอการตัดสิน ฟ้าเห็นถึงความต้องการจากดวงตาของเขา เธอแทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นหรือว่าได้ยินเลยทีเดียว
‘หรือว่าเราฝันไป...ไม่ใช่...ต้องไม่ใช่ความจริงแน่...แต่ทำไมเรากลับรู้สึก และรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ทาบทับและรายล้อมอยู่บนร่างกาย’ ทำให้หญิงสาวเชื่อได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน มินตราใช้การกระทำของตัวเองแทนคำตอบ เธอเลื่อนฝ่ามือนุ่มขึ้มไปโอบรอบคอของเขาแล้วดึงเขาลงมาหา เธอบรรจงจูบบางเบาราวกับปีกผีเสื้อที่ริมฝีปากอุ่นของเขา มินตราหลบสายตาร้อนแรงที่บ่งบอกถึงความต้องการตัวเธอจากดวงตาคู่นั้นของเขา เธอรู้สึกเขินอายกับสิ่งที่เธอทำลงไปเหมือนเธอเป็นฝ่ายเริ่มเสนอตัวให้เขาก่อน
ทั้งที่จริงแล้วเธอไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อนนี่คือครั้งแรก และที่ทำแบบนี้ก็เป็นเพราะเธอรักเขามากนั่นเอง
“ผมจะถือว่านี่เป็นคำตอบของคุณนะครับ...ขอบคุณมาก” กวินพูดกับเธอด้วยแววตาวาวระยับอย่างมีความสุข
เขาก้มลงมาจูบริมฝีปางแดงระเรื่อของเธอ และมอบความหวานดูดดื่มให้กับเธอ ลิ้นของเขาทำหน้าที่สำรวจความหวานจากปากของเธออย่างไม่รู้จักพอ
ฝ่ามือนุ่มของเธอที่ลากไปตามร่างกายของเขาอย่างสะเปะสะปะเหมือนไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนนั้น มันสร้างความร้อนวูบวาบให้เกิดขึ้นในกายของชายหนุ่ม กวินถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย เมื่อได้ยินเสียงประท้วงของร่างบางในอ้อมกอด ดวงตาคู่สวยหรี่ปรือเธอหอบหายใจอย่างหนักจนหน้าอกกระเพื่อม
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







