LOGINกวินอดใจไว้ไม่อยู่ที่จะใช้ปากของตัวเองทักทายทรวงอกคู่สวยผ่านชุดนอนบางเบาที่เธอสวมใส่ เขารู้สึกได้ถึงยอดทรวงอกที่ชูชันขึ้นตอบรับการทักทายของเขา
มือเรียวยาวไล้ลงบนหน้าท้องนวลเนียน ทุกที่ที่มือของเขาลากผ่านสัมผัสลงบนตัวเธอ มันสร้างกระแสความร้อนในร่างกายของเธอให้เพิ่มอุณภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ กวินลากริมฝีปากสูงขึ้นไปที่ซอกคอเธอ เขาฝากรอยแห่งความปรารถนาไว้ที่ลาดบ่าและเนินอกสวยอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนที่จะปลดสายเสื้อนอนตัวสวยที่เธอสวมใส่อยู่ให้หลุดออกจากกายอย่างง่ายดาย
และด้วยสัญชาติญาณของตัวเอง...ทำให้มินตรารีบยกมือขึ้นมาปิดบังทรวงอกเอาไว้ด้วยสีหน้าตื่นกลัว กวินจูบลงไปบนมือบางนั้นของเธอก่อนจะสำรวจทรวงอกของเธออย่างรสชาติ
โดยที่หญิงสาวรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบและสัมผัสที่เขามอบให้กับเธอทำให้เธอเผลอปล่อยมือออก ชายหนุ่มใช้ท่อนแขนแข็งแรงยันตัวเองเอาไว้เพื่อที่จะมองสำรวจร่างบางตรงหน้า หญิงสาวหน้าแดงจัดด้วยความเขินอายส่วนกวินก็ปลดสายเสื้อคลุมตัวยาวที่เขาสวมใส่อยู่เพียงชิ้นเดียวและถอดมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี เขามองร่างสวยที่เย้ายวนตาของมินตราอย่างไม่รู้เบื่อ ตอนนี้ทั้งตัวของเธอเหลือเพียงแค่ชั้นในสองชิ้นซึ่งเขาไม่ลังเลที่จะเอื้อมมือไปปลดปราการสองด่านสุดท้ายนั่นออก
ก่อนที่จะฝังจมูกและปากไปที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ไล่ดะขึ้นไปจนถึงติ่งหูแล้วขบเล่นเบาๆ อย่างมันเขี้ยว
“วินคะ” มินตราเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น
“ครับ” กวินตอบรับพร้อมกับการสัมผัสร่างกายของเธอไม่หยุดหย่อน ตอนนี้เองที่หญิงสาวเริ่มกลัวกับความรู้สึกในแบบที่เธอไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ชายหนุ่มก้มลงไปชิมความหวานของทรวงอกคู่งามอย่างมีความสุข
“ฉะ...ฉะ...ฉันกลัว” เธอพูดออกมาในที่สุดทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามอง นัยน์ตาของเขาบ่งบอกถึงความปรารถนาอันร้อนแรง ที่คุกรุ่นอยู่ภายในกายของเขาอย่างเห็นได้ชัด และนั่นทำให้เธอยิ่งกลัวมากขึ้นกว่าเดิม
“ไม่มีอะไรต้องกลัวเลยคนดี มันเป็นการแสดงความรักอีกแบบหนึ่งที่คนอื่นเขาก็ทำกัน” กวินกระซิบบอกข้างหูของมินตราอย่างปลอบประโลม แล้วก็ใช้ลิ้นแทะเล็มติ่งหูของเธอมันสร้างความซาบซ่านให้กับเธอได้มิใช่น้อยเลย ถึงแม้ว่าใจหนึ่งของเธอจะกลัวกับประสบการณ์ใหม่ที่เขาจะมอบให้ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากที่จะล่องลอยไปกับเขาทุกที่...ที่เขาจะนำพาเธอไป
“อย่ากังวลไปเลย...มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก...เชื่อผมนะอย่ากลัว” กวินใช้ปากของเขาปิดกั้นคำประ ท้วงที่กำลังจะตามออกมาจากริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ เขาจูบเธออย่างหิวกระหายและเว้าวอนมันทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว
มินตราตอบสนองจูบของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ กวินถึงกับส่งเสียงครางออกมาอย่างพึงพอใจ เขาเริ่มใช้นิ้วสวยสำรวจเรือนร่างงดงามเย้ายวนอย่างทนุถนอมแล้วไล้ ริมฝีปากจูบตามลงไปอย่างรสชาติ ในตอนนี้เองที่มินตราไม่เหลือความคิดใดใดอยู่ในสมองอีกแล้ว เธอสอดมือเข้าไปในผมนุ่มของกวินอย่างเผลอไผล พร้อมกับส่งเสียงครางออกมาเป็นระยะ
กวินเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ จากอกอุ่นไปจนถึงหน้าท้องแบนราบ หญิงสาวสะดุ้งเฮือกกระเถิบหนีโดยอัตโนมัติแต่เขาไม่ปล่อยให้เธอทำแบบนั้น เขาใช้ความชำนาญและลีลาที่เร่าร้อนปลุกเร้าอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามให้ถึงขีดสุด ในตอนนี้เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเธอไม่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้มาก่อน
เขาจึงจะต้องอ่อนโยนกับเธอให้มาก กวินรู้ดีว่าตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกกลัว เพราะสายตาของเธอมันบ่งบอกและเขาอาจจะทำให้เธอเจ็บได้ กวินไม่อยากให้เธอมีความรู้สึกที่ไม่ดีในความรักครั้งแรกที่เขาตั้งใจจะเป็นผู้มอบให้ แม้แต่สิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ก็เต็มใจที่จะทำให้เธอเป็นคนแรกโดยไม่นึกรังเกียจเลยแม้แต่นิดเดียว มินตรารู้สึกทรมานอย่างบอกไม่ถูกกับการแสดงความรักของกวิน เธอบิดเรือนกายอันบอบบางอย่างทุกข์ทรมาน หัวใจของเธอเต้นเร็วจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“วินคะ” เสียงแผ่วเรียกชื่อเขาผ่านริมฝีปากบาง สลับกับเสียงครวญครางที่ดังรอดออกมาตลอดเวลาเร้าอารมณ์ของชายหนุ่มได้อย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะเชื่อเลย เขาอยากจะหักหาญเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับร่างบางตั้งแต่เดี๋ยวนี้ เพราะเขาเองก็รู้สึกทรมานไม่ต่างไปจากเธอเช่นกัน สำหรับหญิงสาวยิ่งแล้วใหญ่เธอรู้สึกทรมาน และอยากที่จะให้เขาช่วยปลดปล่อยความทรมานนี้ให้เสร็จสิ้นไปซะที จนต้องเอ่ยปากออกมากวินพามินตราไปพบกับความสุขในแบบที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน
เขาพยายามทำอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ มินตราส่งเสียงกรีดร้องออกมาเมื่อเธอถูกรุกล้ำจากสิ่งที่ไม่คุ้นเคย เธอดิ้นรนหลีกหนีความเจ็บแปลบที่ได้รับ จนชายหนุ่มต้องกอดรัดเธอไว้แน่นและหยุดการกระทำไว้เพียงแค่นั้น
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







