LOGINขณะที่กำลังยืนคุยกันอยู่นั่นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของเมธาวีก็ดังขี้น เธอเอ่ยขอตัวไปรับโทรศัพท์โดยทิ้งให้ทั้งคู่ยืนคุยกันตามลำพัง กันต์พูดกับอดีตแฟนสาวว่าถ้าเธอกลับไปอเมริกาเมื่อไร หรือมีปัญหาอะไรให้ติดต่อเขาได้ทุกเวลา โดยไม่ลืมที่จะยื่นนามบัตรส่งให้เธอ
เมธาวีคุยโทรศัพท์กับปิยภัศร์สักพักก็วางสาว และเดินกลับไปสมทบกับมินตรา ซึ่งเป็นจังหวะที่กันต์ขอตัวไปทำธุระพอดี ในตอนนั้นเองที่กวินและปิยภัศร์เดินตรงมาสมบทกับพวกเธอ เขาอยากรู้ว่าเมื่อกี้มินตราายืนคุยอยู่กับใคร แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม
ทั้งสี่คนตกลงกันว่าจะแยกย้ายกันไปซื้อของเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา และอีกสองชั่วโมงจะกลับมาเจอกันที่เดิมโดยกวินแยกตัวไปกับมินตรา ส่วนปิยภัศร์ก็ถูกเมธาวีทั้งลากทั้งจูงให้เขาเดินตามเธอไปที่โน่นที่นี่ตามแต่ใจเธอต้องการ และก็มาหยุดอยู่ที่แผนกเสื้อผ้าผู้ชายแบรนด์เนมชื่อดัง หญิงสาวให้เขาลองชุดโน้นชุดนี้ตามที่เธอเลือก สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจเลือกเสื้อผ้าลำลองให้เขาสองชุด ซึ่งเขาก็รู้สึกพอใจในสิ่งที่เธอเลือกให้
สองวันต่อมาปิยภัศร์และเมธาวีต้องไปร่วมงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าพร้อมกัน เขาได้นำเครื่องเพชรที่เธอเคยใส่เดินแฟชั่นโชว์ที่เขาประมูลไว้ได้มาสวมให้เธอ ถึงแม้หญิงสาวจะปฏิเสธแต่ปิยภัศร์ยืนยันว่า เขาประมูลเครื่องเพชรชุดนี้มาเพื่อเธอโดยเฉพาะ เมธาวีกล่าวขอบคุณชายหนุ่มสำหรับเครื่องประดับราคาแพงที่เขามอบให้ ปิยภัศร์ยื่นแขนให้เธอเดินควงออกจากห้องไป
กวินและมินตราก็มาร่วมในงานเลี้ยงนี้เช่นกัน มินตราสวมชุดราตรีเกาะอกสีครีมที่ตัดเย็บด้วยฝีมือปราณีต นักข่าวได้รุมล้อมพวกเขาเพื่อขอสัมภาษณ์เล็กน้อย ก่อนที่กวินจะขอตัวพาแฟนสาวเดินเข้าไปในงาน
หลังจากนั้นไม่นานปิยภัศร์ก็ควงเมธาวีมาที่ห้องจัดเลี้ยง เขาได้ให้สัมภาษณ์แต่เพียงสั้นๆ แล้วเอ่ยขอตัวเข้าไปในงานพร้อมกับเลขาสาวสวยที่คืนนี้มาพร้อมกับความเซ็กซี่ ใครก็ตามที่ได้พบเห็นต่างก็เอ่ยปากชื่นชมไปกับความงามและความเซ็กซี่ของเมธาวี ในค่ำคืนนี้เธอสวมชุดราตรียาวสีดำของแบรด์เนมชื่อดัง ถึงแม้แบบจะเรียบหรูแต่ดูดีมีสไตล์ด้วยเนื้อผ้าบางเบาและการตัดเย็บที่ประณีต ด้านหน้าคอเสื้อแหวกลึกลงไปมองเห็นร่องอกรำไร และด้านหลังเปลือยเกือบถึงบั้นเอว จึงไม่แปลกที่เมธาวีจะสะกดทุกสายตา
เมื่อพิธีการบนเวทีเริ่มขึ้นปิยภัศร์ขึ้นไปกล่าวขอบคุณลูกค้าทุกท่าน และผู้ถือหุ้นทุกคนที่ให้ความสนับสนุนเขามาโดยตลอดและยังให้เกียรติมาร่วมงานในค่ำคืนนี้ ในขณะนั้นเองที่มินตรายืนอยู่คนเดียวเพราะกวินขอตัวไปทักเพื่อนนักธุรกิจคนหนึ่ง ชลกาญจน์เห็นเป็นโอกาสเหมาะที่มินตรายืนอยู่คนเดียว เลยถือโอกาสเดินเข้าไปยืนข้างเธอแล้วก็พูดให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
“สวัสดีค่ะคุณมินตราคู่ควงคนใหม่ล่าสุดของวิน คุณคิดว่าคุณแน่มาจากไหน คิดหรือว่าหน้าตาจืดชืดแบบนี้จะยึดวินเอาไว้ได้ ฉันให้เวลาคุณไม่เกินหนึ่งเดือนรับรองได้เลยว่าคุณจะต้องถูกเขาเขี่ยทิ้งอย่างแน่นอน”
ชลกาญจน์พูดและมองมินตราด้วยสายตาเหมือนจะเย้ยหยันปนสมเพช ที่ในที่สุดเธอเองก็คงจะไม่ต่างไปจากคู่ควงคนอื่นๆ ของกวินที่ผ่านมา คือจะต้องโดนเขาทิ้งหลังจากที่เขาเบื่อหน่ายอย่างแน่นอน
“คุณเป็นใครแล้วมายุ่งอะไรกับเรื่องส่วนตัวของเรา”
“ฉันก็เป็นผู้หวังดีน่ะสิ คุณไม่รู้เหรอว่าวินเขาเป็นคนเบื่อง่ายและมักจะคบกับใครได้ไม่นาน คุณเองก็ควรจะระวังตัวเอาไว้ให้ดี คิดไว้หรือยังว่าจะทำอย่างไรถ้าถูกเขาเฉดหัวทิ้ง”
มินตรารู้สึกโกรธเมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น แต่หญิงสาวเลือกที่จะไม่ต่อปากต่อคำและพูดเพียงแค่
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีถึงแม้ว่าฉันจะไม่ต้องการก็ตาม แต่ฉันไม่สนใจเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ”
“ฉันก็แค่อยากที่จะเตือนคุณเอาไว้ ดูคุณจะมั่นใจว่าจะผูกมัดเขาไว้ได้ เผื่อใจเอาไว้บ้างก็ดีนะอย่าทระนงว่าตนเองเหนือกว่าคนอื่น เพราะขนาดฉันที่ไม่เคยยอมแพ้ใครยังผูกมัดเขาเอาไว้ไม่ได้ แล้วผู้หญิงที่ดูจืดชืดอย่างเธอแบบนี้รับรองได้เลยว่าเขาคงจะทิ้งคุณเร็วกว่าที่ทิ้งฉันแน่”
ชลกาญจน์พูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนที่จะสะบัดหน้าเดินหนีไปด้วยความสะใจ การที่เธอทำเช่นนี้เพราะต้องการให้มินตราเป็นกังวลและหวาดระแวงในตัวกวิน สาเหตุก็เพราะเธออิจฉาที่กวินดูจะให้ความสำคัญกับมินตรามากเป็นพิเศษ เรียกได้ว่ามากกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยคบหา เมธาวีเดินสวนกับชลกาญจน์ก่อนที่จะเดินไปถามมินตราว่ารู้จักกับผู้หญิงคนนี้ด้วยหรือ มินตราส่ายหน้าพร้อมกับเล่าเรื่องที่ชลกาญจน์เตือนเธอให้น้องสาวฟัง
แต่เมธาวีกลับหัวเราะแล้วบอกกับมินตราว่าอย่าไปใส่ใจเลย ของแบบนี้อยู่ที่คนกลางอย่างกวินว่าเขาจะรักและเลือกใคร คงไม่มีใครไปชักจูงเขาได้ อีกทั้งยังกล่าวเตือนมินตราว่าไม่จำเป็นต้องเก็บเรื่องนี้มาคิดมาก แค่เธอรักและเชื่อใจในตัวแฟนหนุ่มก็พอ มินตราพยักหน้าแต่ก็ยังอดกังวลไม่ได้อยู่ดี เพราะใครต่างก็รู้ถึงกิตติศัพท์ในความเจ้าชู้ของเขา
ที่สำคัญตัวเขาเองก็มักจะพูดอยู่เสมอว่าเขารักอิสระ ไม่อยากมีข้อผูกมัดกับใคร และจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครทั้งสิ้น
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







