เข้าสู่ระบบบทที่ 3 เรียกพี่ก่อน
เช้าอันสดใส ฟ้าสีครามเหนือไร่เขียวขจี ลมอ่อน ๆ พัดโชยกลิ่นหญ้าสดจากทุ่งกว้างเข้ามาในบ้าน ฟาร์มโคนมของครอบครัวน่านฟ้าเหมือนถูกปลุกให้คึกคักตั้งแต่ไก่ขัน เสียงรองเท้าแตะกระทบพื้นไม้ดังตึกตัก ๆ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของ น่านฟ้า จะเดินลงบันไดมา ใบหน้ายังมีร่องรอยความง่วงแต่ดวงตากลับเปล่งประกายอารมณ์ดี เพราะวันนี้คือวันหยุด ไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน อีกไม่กี่เดือนก็จะขึ้น ม.4 แล้ว แต่ในใจเขายังเหมือนเด็กซน ๆ ที่ไม่ยอมโต พอลงมาถึงห้องอาหาร กลิ่นกับข้าวที่แม่ทำไว้ลอยหอมจนท้องร้องทันที บนโต๊ะมีไข่เจียวหมูสับกรอบ ๆ น้ำพริกกะปิพร้อมผักลวก ต้มจืดฟักใส่ซี่โครงหมู และที่ขาดไม่ได้คือปลาทอดตัว โต ๆ ของโปรดเขา แต่สิ่งที่น่านฟ้าเห็นก่อนอาหารก็คือ ธารกับธีม สองเพื่อนซี้ที่กลายเป็นเหมือนลูกน้องขาประจำ กำลังนั่งรอหน้าแป้นอยู่ก่อนแล้ว “สวัสดีครับลูกพี่” ธารกับธีมพูดพร้อมกัน เสียงเจื้อยแจ้วแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความกวน น่านฟ้ายกคิ้วขึ้น หยิบแก้วน้ำดื่มก่อนตอบเสียงห้วน ๆ แต่แอบยิ้มมุมปาก “เออ มาแต่เช้าเลยนะพวกมึงอ่ะ” ธีมหัวเราะหึ ๆ “อ้าว!! มาเช้าก็บ่น มาสายก็ว่า” ธารเลยรีบเสริม “ลูกพี่จะเอายังไงครับ เอาเวลาไหนพวกผมก็จะทำตาม” น่านฟ้ากลอกตา เหวี่ยงคำพูดทันที “หืมมม …ไอ้เชี่ยนี่ กวนตีนแต่เช้าเลยนะ” ธีมยกมือเกาศีรษะ ยิ้มกวน ๆ “สักทีไหมมึงอ่ะ” “ปากดี” “ผมผิดอะไรครับเนี่ย” ธารทำหน้าละห้อยเหมือนโดนรังแก “เออ พวกมึงไม่ผิดหรอก กูผิดเองก็ได้” น่านฟ้าโบกมือเหมือนยอมแพ้แต่จริง ๆ ก็หมั่นไส้ทั้งสามคนหัวเราะพรืดออกมาพร้อมกัน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความสดใส แม่ของน่านฟ้ามองอยู่ห่าง ๆ ก็ส่ายหัวแต่แอบยิ้ม เพราะเห็นแล้วก็รู้ว่าลูกชายไม่เคยเหงา หลังจากกินอิ่มจนพุงตึง ธารกับธีมก็หันไปสะกิดน่านฟ้า “ลูกพี่ ไปไหนต่อดีอ่ะ วันนี้ฟ้าโคตรดีเลยนะ” “กูว่าไปดูวัวกันมั้ย เมื่อวานเห็นคนงานต้อนฝูงไปปล่อยหญ้า กูอยากลองปั่นจักรยานไปดู” น่านฟ้าพยักหน้าทันที “เออ ไปดิ อยู่บ้านก็เบื่อ ๆ” ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงล้อจักรยานดังกรุ๋งกริ๋ง ๆ สามหนุ่มน้อยปั่นกันไปตามทางในฟาร์ม ลมปะทะหน้า หญ้าเขียวไหวระริก กลิ่นโคลนผสมกลิ่นฟางลอยเข้าจมูก มันคือความสุขแบบเด็กบ้าน ๆ ที่ไม่ต้องใช้เงินก็สนุกได้ “เฮ้ย ๆๆๆ ระวังวัว!” ธารตะโกนเมื่อเห็นฝูงวัวตัวใหญ่เดินข้ามทาง “กลัวอะไรล่ะวะ กูเจ้าของฟาร์ม กูเอาอยู่!” น่านฟ้าตะโกนตอบแล้วหักจักรยานเลี้ยว เฉียด ๆ จนเกือบชน ธีมกับธารร้องลั่น แต่สุดท้ายก็หัวเราะเหมือนคนบ้า เพราะน่านฟ้าดันโชว์ความเก่งไม่กลัวอะไรอีกแล้วทั้งสามคนปั่นจักรยานไล่วัวในฟาร์ม กลายเป็นภาพเช้าที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความผูกพัน และความซนแบบวัยรุ่นชนบทที่ไม่ต้องเสแสร้ง อาทิตย์ วันนี้เขาตั้งใจจะไปเฝ้าสวนส้มที่ท้ายไร่ เพื่อรอดู ‘เด็กดื้อแก้มซาลาเปา’ ว่าวันนี้จะมาลักส้มอีกหรือเปล่า เขายืนอยู่หลังรั้วมองทางเข้าด้วยสายตาจริงจัง ดวงตาคมจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของสวนส้ม มือทั้งสองข้างนั้นกอดอกไว้รอ ระหว่างรอก็กระตุกนิ้วเล่นเบา ๆ รออย่างอดทน สายลมเช้าเย็น ๆ พัดผ่านใบส้ม ทำให้กลิ่นหอมจาง ๆ ของผลส้มลอยเข้าจมูก อาทิตย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หันมองไปรอบ ๆ เห็นคนงานทำงานกันอยู่ไกล ๆ แต่สายตาของเขายังคงไม่ละจากต้นส้มตรงชายเขต ในขณะเดียวกัน น่านฟ้าก็เพิ่งปั่นจักรยานมาถึงบริเวณชายเขตติดต่อไร่ส้มของบ้านตัวเอง หลังจากปั่นจักรยานเล่นกับธารและธีมจนเหนื่อย เขาหยุดรถ พักหอบสักครู่ แล้วหันไปพูดกับสองเพื่อน “ไปเอาส้มสด ๆ จากต้นกินกันเถอะ” น่านฟ้าพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ธารและธีมทำหน้าเซ็งปนงง “โห่ ลูกพี่ยังไม่เข็ดอีกเหรอ?” ธารบ่น “ใช่ ๆ เพิ่งโดนจับได้เมื่อวาน วันนี้จะไปอีกแล้ว” ธีมเสริม น่านฟ้ายิ้มอย่างมั่นใจ ยกคิ้วเล็กน้อย “นี่ใคร กู ‘น่านฟ้า’ ไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว” ธารสะดุ้งเล็กน้อย “ลูกพี่ไม่กลัว แต่พวกผมกลัวนะ” “พวกมึงอย่าปอดแหกดิว่ะ” น่านฟ้าแซว พร้อมหัวเราะเบา ๆ “โธ่..ลูกพี่” ธีมร้อง “โอ้ย น่ารำคาญว่าพวกมึงอ่ะ” น่านฟ้าหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพุ่งไปยังชายเขต “งั้นกูไปคนเดียว มึงสองคนรออยู่นี่นะ” น่านฟ้ากำชับเสียงหนักแน่น “ถ้าพ่อกูมา มึงรีบไปบอกกูเลยนะ” “ได้ครับลูกพี่” น่านฟ้าหลังจากตกลงกับธารและธีมเรียบร้อยแล้ว ก็รีบวิ่งไปชายเขตของสวนส้ม มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ไม่ทันสังเกตเลยว่ามีสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่ด้านล่าง อาทิตย์ยืนอยู่ใต้ต้นส้ม ดวงตาคมจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเด็กดื้ออย่างตั้งใจ ใบหน้าเรียบเฉย แต่หัวใจเต้นแรงนิด ๆ เพราะกลัว น่านฟ้าจะพลัดตกลงมา น่านฟ้าเริ่มปีนต้นส้มด้วยความมั่นใจ ก้มหน้าก้มตาเก็บส้มทีละลูก ใส่ตะกร้าอย่างตั้งใจ ปล่อยให้ความตื่นเต้นและความสนุกของการ “ลักส้ม” บังสายตาไปชั่วขณะ อาทิตย์ก้าวเข้ามาใต้ต้นส้ม กำลังจะเรียกเบา ๆ ให้เด็กดื้อหยุดแต่เมื่อน่านฟ้าไม่ได้ยินเสียง เขาจึงทำเสียง “กะแฮ่ม!” เพื่อดึงความสนใจ น่านฟ้าไม่สนใจ เขายังคงปีนต้นส้มเก็บผลไม้ไปเรื่อย ๆ จนอาทิตย์ตัดสินใจตะโกนเสียงดัง “น่านฟ้า!!!” เหวอออออออ!! เสียงเรียกทำให้เด็กดื้อชะงัก ปล่อยมือจากกิ่งส้ม เขาหลับตาปี๋ คิดว่าตัวเองกำลังจะตกลงพื้นแน่นอน ตุบ!! ร่างน่านฟ้าถูกอาทิตย์รับเอาไว้ทันที ทำให้เขาไม่เจ็บอะไรเลย แถมยังต้องเผชิญกับสาย ตาดุ ๆ ของอาทิตย์ที่จ้องเขาอยู่แน่น “พี่บอกแล้วใช่ไหม ไม่ให้มาปีนต้นส้มอีก” อาทิตย์พูดเสียงเข้ม น่านฟ้ายืนอึ้งอยู่ในอ้อมกอดของอาทิตย์ “ถ้าพี่มารับไม่ทัน จะเป็นยังไงห้ะ?” น่านฟ้าเบิกตากว้าง ทำหน้าเหวอเต็มที่ “ใครขอให้มารับละ?” เขาพึมพำ “แล้วอยู่ดี ๆจะตะโกนทำไม?” “ตกใจหมดเลยนะ เห็นไหมล่ะ ถึงได้ตกลงมาแบบนี้” “ถ้าพี่ไม่ตะโกน จะเห็นเด็กดื้อลักส้มไหมล่ะ?” อาทิตย์ตอบอย่างจริงจัง น่านฟ้าทำหน้าไม่สบอารมณ์ เห็นสีหน้าดุ ๆ ของอาทิตย์แล้วอยากจะพลิกสถานการณ์ “ปล่อย!!!” “ไม่ปล่อย” “บอกพี่มาก่อน ทำไมไม่ฟังที่พี่พูดเลย” “ทำไมกูต้องฟังมึงด้วย!” “ปล่อยกู!!!” “ไม่ปล่อย” “ปล่อยกูลง!” เด็กดื้อดิ้นสุดแรง แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ อาทิตย์ก็ยิ่งกอดแน่นเท่านั้น จนน่านฟ้าต้องยอม “ปล่อย” “พูดดี ๆ ก่อน” “ไม่!!” “งั้นก็อยู่แบบนี้แหละ” น่านฟ้าถอนหายใจแรง ๆ แล้วทำหน้าบึ้ง “แล้วจะให้พูดยังไงดี ๆ ของมึงล่ะ?” อาทิตย์มองหน้าเขาแล้วพูดช้า ๆ “พูดตามที่พี่บอก” “พี่อาทิตย์ครับ ปล่อยหนูลงหน่อย” น่านฟ้าหยุดคิดสักวินาที ก่อนจะพูด “ควยเหอะ” “แหนะ พูดไม่เพราะเลยครับ” “แมร่งเฮ้ย..” “พี่อาทิตย์ครับ ปล่อยกูลงหน่อยครับ” “ไม่ใช่แบบนั้นครับ พูดใหม่” “เชี่ยยย..” “พี่อาทิตย์ครับ ปล่อยหนูลงหน่อยครับ” “พอใจยัง?” “พอใจแล้วครับ” อาทิตย์ปล่อยให้น่านฟ้ายืนบนพื้น น่านฟ้าทำหน้าไม่ค่อยพอใจ “เหอะ!!!” “เหอะอะไรครับ ซาลาเปา?” “กูบอกไม่ให้เรียกแบบนั้น!” “พี่บอกว่าไง พูดเพราะ ๆ” “วุ่นวาย” น่านฟ้าหันหลังจะเดินหนี แต่จู่ ๆ อาทิตย์ก็จับแขนเขาไว้ ไม่ให้ไป และยื่นหน้าเข้าใกล้พูดเสียงนุ่ม “ส้มเนี่ย เก็บไปด้วยครับ” “ไม่เอา! เกลียดขี้หน้าเจ้าของ!” “ใช่หรอครับ?” น่านฟ้าหน้าแดง แต่ยังพยายามแสดงท่าทีเกรี้ยวกราด พลักอกอาทิตย์ออก “เออ กูเอาไปก็ได้” “ดีครับ ซาลาเปา” น่านฟ้าได้แต่ก้มหน้าเก็บส้มด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงแล้วเดินกระทืบเท้าเดินกลับไปที่ฟาร์ม พอรู้ว่าเริ่มเดินห่างออกไป ก็หันหน้าไปทางอาทิตย์แล้วยกนิ้วกลางให้อาทิตย์ เมื่ออาทิตย์เห็นแบบนั้น เขายิ้มเบา ๆ พลางคิดในใจ ‘ฝากไว้ก่อนเหอะ’ น่านฟ้าเหนื่อยหอบส้มกลับมาที่ฟาร์ม ธารกับธีมที่นั่งรออยู่กับจักรยานก็รีบลุกขึ้นทันที “ไปนานจังลูกพี่” ธารเอ่ยด้วยเสียงแผ่ว ๆ แต่แฝงความเป็นห่วง น่านฟ้าหอบหายใจหนัก ๆ แล้วพูดเสียงติดเหนื่อย “กูไปเจอหมาบ้ามา” ธีมตาโตทันที “มันกัดไหมพี่?” น่านฟ้าทำหน้าเย็นชา พลางยกยิ้มมุมปาก “ไม่กัด กูกัดมัน” ธารและธีมแทบจะร้องลั่น “บ้าไปแล้วลูกพี่กูกัดกับหมาเนี่ยนะ!” “โหย..หงุดหงิดไปไกล ๆ ตีนไป!!” ธารพ่นลมหายใจร้อน ๆ น่านฟ้าเหนื่อยหอบเลยหอบส้มกลับมาที่ฟาร์ม เขาไม่รอช้า เดินกระฟัดกระเฟียดกลับบ้านไปทันที ทิ้งให้ธารกับธีมต้องลากจักรยานตามหลังไปอย่างทุลักทุเล “แล้วเราจะไปยังไงวะ… สองคนสามคันนี่” ธารถอนหายใจ พยายามยกจักรยานขึ้นรากไม้และก้อนหินตลอดทาง ธีมพยักหน้าเบา ๆ มือเกร็งจนข้อมือเจ็บ “ลาก ๆ ไปแหละ…ไม่ไหวจริง ๆ” เขาพูดพลางหยุดยืนพักเหนื่อย จักรยานทั้งสามคันครูดกับพื้น ทำเสียงดังเป็นจังหวะคลืด ๆ ธารกับธีมพยายามคุมไม่ให้ล้ม แต่หลายครั้งก็สะดุดก้อนหินจนต้องเบรกทันที “โอ๊ย! เฮ้ย…จักรยาน! ทำไมมึงไม่เชื่อฟังวะ!” ธารตะโกนด้วยความหงุดหงิด แต่ก็อดขำไม่ได้ ธีมยืนหน้าซีด พลางถอนหายใจแรง ๆ “นี่เรากำลังลากจักรยานหรือถูกซ้อมรบกันแน่วะ…” ทุกก้าวทั้งเหนื่อย ทั้งทุลักทุเล แต่ก็แฝงความขำขันอยู่ในทุกย่างก้าว มองไปข้างหน้าก็เห็นน่านฟ้าเดินนำไปอย่างมั่นใจ มือหนึ่งถือส้ม มืออีกข้างแกว่งไปตามแรงอารมณ์ บางครั้งก็หันมามองพวกเขาเหมือนจะบอกว่า “ตามมาสิ ถ้าไม่ไหวก็ทิ้งไป” ธารกับธีมสบตากันแล้วหัวเราะเบา ๆ แม้จะเหนื่อยสุด ๆ แต่ก็อดขำไม่ได้กับความดื้อของลูกพี่ “ดื้อแบบนี้…เหนื่อยใจเลย” ธีมพูดเสียงแผ่ว ธารถอนหายใจอีกรอบ พลางดึงจักรยานไปอีกก้าว “ใช่…” เสียงหัวเราะเหนื่อย ๆ ผสมกับเสียงล้อครูดพื้น ทำให้บรรยากาศดูทั้งเหนื่อยปนสนุกปนอบอุ่น เหมือนกับทุกก้าวที่ลากจักรยานไป เป็นช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่ทำให้สามคนนี้สนิทกันมากขึ้น แม้เหนื่อยแต่เต็มไปด้วยความผูกพัน พอมาถึงบ้าน น่านฟ้าก็เห็นแม่กำลังทำขนมไทยอยู่บนเคาน์เตอร์ กลิ่นหอมหวานลอยมาแตะจมูก ทำให้ใจบาง ๆ ของเด็กดื้อเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็ยังเดินเข้าหาแม่ด้วยท่าทีอ้อน ๆ “คนสวยค้าบบ~ หนูหิวจัง” เขายกมือขึ้นลูบหน้า พลางทำตาแป๋วเหมือนแมวขี้อ้อน แม่มองเขาด้วยสายตาจับผิด แต่ซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ “ไปอาบน้ำก่อนค่ะ” “กอดก่อนได้ไหมครับ” น่านฟ้าทำหน้าตาเศร้า ราวกับโลกทั้งใบพังพินาศถ้าไม่ได้กอดแม่ “ไม่ค่ะ คุณน่าน” แม่ตอบเสียงเข้มแต่หัวใจอ่อนโยน “โธ่..” เด็กดื้อถอนหายใจแรง ๆ ทำหน้าเจื่อน แต่ก็ยังเอียงตัวไปจูบแก้มแม่เบา ๆ “ก็ได้ครับ” แล้วเขาก็วิ่งขึ้นห้องไปอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จ กลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ยิ่งทำให้เขารู้สึกสดชื่น ใจเบิกบาน แต่ความเหนื่อยจากการลากจักรยานและหอบส้มก็ยังอยู่ พอลงมาถึงห้องครัว เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์แม่ดังขึ้น “จ้าพี่อาทิตยา เดี๋ยวฉันให้น่านฟ้าเอาขนมไป ให้พี่ที่ไร่ส้มนะจ้ะ ฉันเพิ่งหัดทำใหม่ ๆ เลย” “โอเคจ้ะพี่ สักแป๊บนะจ้ะ” ปลายสายตอบรับ น่านฟ้าเดินมาหน้าเหวอ ทำตาโต “แม่…หนู…ไปเหรอครับ?” เขาพูดเสียงสั่น ๆ ปนงอน แม่วางสายแล้วหันมาพูดกับเขา “คุณน่าน เดี๋ยวเอาขนมไปให้แม่เลี้ยงอาทิตยาที่ไร่ส้มแทนคำขอโทษที่เราไปลักส้มทุกวันนะลูก” “แม่!!!” น่านฟ้าตาโต หน้าแดงก่ำด้วยความงอนและเขินปนกัน “หนูไม่อยากไป” เขาบ่นเสียงสูง ทำท่าจะยืนงอแง “ต้องไปค่ะคุณน่านฟ้า” แม่ตอบเสียงเข้ม แต่สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย “โธ่คนสวย ทำไมทำกับคนหล่อได้ลงคอ” เขาบ่นพลางยักไหล่ หัวใจเต้นแรงแบบไม่รู้ตัว “ให้ไอ้ธารกับธีมไปได้ไหมครับ?” เขาส่งสายตาไปยังสองเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างจักรยาน “ไม่ค่ะ คุณน่านต้องไปด้วยตัวเอง” แม่พูดเด็ดขาด “งั้นหนูให้สองนั้นไปเป็นเพื่อนนะ” พร้อมกับชี้ไปที่ธารกับธีม เพื่อนทั้งสองที่หน้าซีดแต่พยายามทำหน้าเข้มสองคนพูดพร้อมกัน “โห้…ลูกพี่ไม่ไหว” “ไปคนเดียวเหอะ…เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” น่านฟ้าพึมพำเสียงงอน ๆ ก่อนคว้าจักรยานคู่ใจและตะกร้าขนมไว้แน่น “เออ..จำไว้เลย” อาทิตย์ เดินเข้าบ้านพอดี แม่เลี้ยงอาทิตยาหันมาบอกเขา “อาทิตย์ลูกเดียวป้านภาให้น้องน่านฟ้าเอาขนมมาส่งนะ” “ครับ” เขาตอบเสียงเรียบ แต่ในใจเริ่มตื่นเต้นเล็ก ๆ “เดี๋ยวเรารอรับให้แม่หน่อย แม่ต้องออกไปดูคนงาน เห็นว่าเจ็บท้องจะคลอด พ่อก็ไม่อยู่ด้วย” “ครับแม่” อาทิตย์นั่งลงรอหน้าบ้าน ใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาแอบเป็นห่วง เขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอเด็กดื้ออีกครั้งบทที่ 26 วันแรกของชีวิตคู่ NCเช้าวันแรกหลังงานแต่ง กลิ่นข้าวต้มหมูร้อน ๆ ลอยอบอวลมาจากครัวด้านล่าง อาทิตย์ลงไปทำเองด้วยความตั้งใจ ทุกขั้นตอนเหมือนคนที่อยากเอาใจเมียใหม่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะหั่นต้นหอม โรยกระเทียมเจียว หรือตักน้ำซุปใส่ถ้วย เขาใส่ใจทุกอย่างราวกับกำลังทำเพื่อสมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตเมื่อจัดโต๊ะเสร็จ เขาก็รีบขึ้นไปบนห้อง เห็นน่านฟ้ายังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หัวฟูเล็กน้อยจากเมื่อคืนที่เจอศึกหนักในสมรภูมิรัก อาทิตย์ยิ้มเอ็นดู ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วก้มไปกระซิบเบา ๆ“หนู ตื่นได้แล้วนะครับ”เสียงงัวเงียดังขึ้นจากใต้ผ้าห่ม “ไม่ หนูเมื่อย...”อาทิตย์หัวเราะเบา ๆ “คนดี ตื่นได้แล้วนะ”น่านฟ้าโผล่หน้าออกมาเล็กน้อย ทำตาปรือ ๆ “ห้านาทีได้ไหมครับ”“ไม่ได้หรอกครับ ธารกับธีมมันมารอแล้วนะ”ทันใดนั้นน่านฟ้าก็ถลึงตาใส่ทันที ความง่วงหายไปนิดหน่อย “อีกแล้ว! มาขัดจังหวะตลอดอ่ะ พวกมันอ่ะ”อาทิตย์กลั้นขำไม่อยู่“ก็พวกมันเป็นห่วงหนูนั่นแหละ”“เถอะเถอะ เมื่อวานเพิ่งแต่งงานไปวันเดียว เสนอหน้ามาแล้ว” น่านฟ้าบ่นอุบพลางซุกหน้ากับหมอนอาทิตย์ยิ้มกว้างก่อนดึงผ้าห่มออก “ไป พี่พาไปอาบน้ำดีกว่า จะ
บทที่ 25 วันแต่งงาน NCเช้าวันนั้น ฟาร์มของน่านฟ้าถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกไม้สีสันสดใสผูกประดับตามรั้ว ซุ้มทางเข้า และตามซุ้มพิธี ริบบิ้นสีทองและชมพูพริ้วไหวตามสายลมอ่อน ๆ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ กับพนักงานช่วยกันเตรียมงาน เพิ่มบรรยากาศคึกคักให้ทุกคนตื่นเต้นไปด้วยเวลาไม่กี่นาทีต่อมา ขบวนรถของพ่อเลี้ยงอาทิตย์แล่นเข้าสู่ฟาร์ม ทุกสายตาต่างจับจ้องขบวนขันหมากที่ยาวเป็นหางว่าว อาทิตย์ในชุดสูทสีครีมเรียบหรู ใบหน้าตื่นเต้น มือไม้สั่นเล็กน้อย ยศ ลูกน้องสนิทนั่งข้าง ๆ ต้องเอ่ยเตือนเสียงเบา“ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างปนความตื่นเต้นน่านฟ้าแอบยืนอยู่บนระเบียงห้องชั้นบน มือสั่นเล็กน้อย ใจเต้นแรงกับความอลังการของงาน แม้ว่าจะเคยเห็นอาทิตย์แต่งตัวเรียบร้อยหลายครั้ง แต่วันนี้เหมือนโลกทั้งใบรวมอยู่ตรงหน้าเธอธารเอ่ยกระซิบ“ลูกพี่วันนี้ดูดีมากนะครับ”น่านฟ้าแอบยิ้มและพยักหน้าเบา ๆ“เออ ขอบใจ”ธีมเอ่ยต่ออย่างตื่นเต้น“งั้นพวกผมไปกั้นประตูเงินก่อนนะครับ”อาทิตย์ส่ายหน้าเล็กน้อย“ไม่อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนเถอะ”ธารยักไหล่ ทำหน้ายียวน“เอาน่า อีกแปบเดียวก็ได้เป็นเมียพ่อเลี้ยงแล้
บทที่ 24 สู่ขอ NC เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านยอดไม้ ลมหนาวปลายฤดูพัดเอื่อย ๆ กลิ่นหญ้าเปียกน้ำค้างยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงนกบนฟ้ากู่ร้องรับอรุณเป็นสัญญาณของวันที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคนเวลาเก้าโมงตรง ขบวนรถของครอบครัวพ่อเลี้ยงสุริยาแล่นเข้าสู่เส้นทางดินแดงมุ่งหน้าสู่ฟาร์มโคนม เสียงเครื่องยนต์ประสานกับเสียงล้อบดกรวดเบา ๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูขึงขังอาทิตย์นั่งอยู่เบาะหลัง ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่ง กลับเผยแววกังวลที่ไม่ค่อยได้เห็น มือที่เคยจับพวงมาลัยรถแข็งแรง มาวันนี้กลับกำแน่นบนตักจนมีเหงื่อซึม เขารู้ดีว่าหลังจากก้าวลงจากรถ ทุกอย่างในชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปยศซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ แอบเหลือบตามองเจ้านายตลอด ก่อนเอ่ยปลอบทั้งรอยยิ้ม “ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบเสียงสั่น แต่ก็ยังยิ้มกว้างจนหูแดง ๆ โผล่มาให้เห็นยศหัวเราะหึ ๆ พลางแหย่ต่อ “ผมก็ดีใจที่พ่อเลี้ยงจะมีเมียซะที จะได้ไม่ต้องไปปีนหน้าต่างแล้ว”“ยศ!! มึงเงียบเลย”อาทิตย์ถลึงตามองเหมือนจะเอาเรื่อง แต่แววตาที่ซ่อนความเขินไม่สามารถหลบเลี่ยงได้“ฮ่าๆๆ” ยศระเบิดเสียงหัวเราะในรถทันที จนพ่อเลี้ยงสุริยาที่ขับอ
บทที่ 23 อดทนได้ไหมเช้าวันพรุ่ง อาทิตย์ตื่นแต่เช้า เดินทางมายังฟาร์มตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงอนันต์ที่สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน พอมาถึง เขาก็พบกับความท้าทายทันทีคอกม้าที่เต็มไปด้วยม้าและของใช้ที่ต้องจัดการ ความเหน็ดเหนื่อยอยู่ในสายตา แต่หัวใจเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจน่านฟ้าที่เป็นห่วงอาทิตย์มาก รีบเดินมานั่งอยู่ใกล้คอกม้า ยกมือจับราวไม้เล็กน้อย เพื่อให้เห็นว่าเขากำลังทำงานหนัก แต่ความห่วงใยกลับทำให้น่านฟ้าไม่สามารถนิ่งเฉยได้ธารและธีมที่เดินผ่านมาเห็นน่านฟ้านั่งเฝ้า จึงเอ่ยขึ้นแบบแซว ๆ“ลูกพี่ ไปทำงานสิ จะนั่งเฝ้าพ่อเลี้ยงทำไมเนี่ย”น่านฟ้าเถียงกลับทันทีด้วยน้ำเสียงดื้อ ๆ“ไม่ไป กูเป็นห่วงพี่อาทิตย์”ธีมทำหน้าเอือม ๆ “เดี๋ยวพ่อเลี้ยงอนันต์ก็มาบ่นนะ”“ไม่ไป!” น่านฟ้าพยักหน้าแน่นเหมือนเตรียมตั้งด่านสกัดอาทิตย์เห็นน่านฟ้าเถียงกับธารและธีม เขาก็วางมือจากคอกม้าแล้วเดินมาหาน่านฟ้า พูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“หนูไปทำงานได้แล้ว งานแค่นี้สบายสำหรับพี่ ไม่ต้องห่วงหรอก”น่านฟ้าไม่ยอมละความกังวล“ไม่เอา หนูเป็นห่วง!”“พี่ไหวอยู่แล้ว” อาทิตย์เอื้อมมือมาลูบหัวน่านฟ้าเบา ๆ “แค่เนี้ยเอง ไม่หนักหนาอะไร”น่าน
บทที่ 22 รักลูกกูต้องอดทนเช้าวันรุ่งขึ้น อาทิตย์สะดุ้งตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เสียงไก่ขันแข่งกับเสียงจักจั่นยามเช้า เขารีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเรียบร้อย แม้ใต้ตาจะคล้ำเล็กน้อยเพราะนอนไม่ค่อยหลับ แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นวันนี้เขาต้องไปหาพ่อเลี้ยงอนันต์ตลอดทางที่ขับรถยนต์ไปยังฟาร์มของน่านฟ้า ลมเย็นยามเช้าพัดปะทะหน้า แสงแดดยังอ่อนนุ่ม เขามองวิวทุ่งหญ้า ภูเขา และกลิ่นดินสดชื่นอย่างกับกำลังจะไปสนามสอบใหญ่ที่สุดในชีวิตเมื่อถึงฟาร์ม เสียงวัวร้องดังแว่ว ๆ ประกอบกับเสียงคนงานกำลังต้อนวัวไปคอก อาทิตย์มองเห็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงอนันต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงชานบ้าน ถ้วยกาแฟร้อนในมือ ละอองไอน้ำยังลอยขึ้นเป็นควันบาง ๆ สีหน้าของพ่อเลี้ยงนิ่งขรึม แต่สายตาคมกริบจ้องมาเหมือนมีดกรีดอาทิตย์สูดหายใจลึก ก่อนก้าวเข้าไปยกมือไหว้“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง”พ่อเลี้ยงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง กึก! ไม่รีบตอบทันที แต่ปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยกคิ้วเล็กน้อย“เอ่อ…คิดจะเป็นลูกเขยบ้านนี้ มึงต้องอดทน”คำพูดนั้นหนักแน่นเหมือนการประกาศสงคราม อาทิตย์ยืดหลังตรง ตอบสั้น ๆ“ครับ”พ่อเลี้ยงหร
บทที่ 21 เอาใจพี่หน่อย NC 100%รถกระบะของอาทิตย์เลี้ยวเข้าบ้านเงียบ ๆ ลมบ่ายพัดเอื่อย แสงแดดลอดใบไม้ลงมากระทบกระจกจนแสบตา น่านฟ้านั่งกอดอกอยู่เบาะข้าง ดวงหน้าแดงเรื่อ ๆ แต่ก็ยังทำปากแข็งถามเสียงเบา“ยังไม่หายโกรธหรอ”อาทิตย์เหลือบตามอง รอยยิ้มมุมปากโผล่มาทันที “หายแล้วครับ…แต่พี่อยากสานต่อจากเมื่อเช้า” เสียงทุ้มของเขามีแววเจ้าเล่ห์ปนอบอุ่นน่านฟ้าหันขวับ “บ้า นี่มันบ่ายอยู่นะ!”คนข้าง ๆ กลับหัวเราะเบา ๆ เอื้อมมือมาวางบนต้นขาของน่านฟ้าแล้วลูบช้า ๆ“พี่หวงหนู…พี่คิดถึงหนู”“ไม่เอา หนูเกรงใจพ่อแม่พี่” น่านฟ้าพูดพลางดันมือนั้นออก แต่แรงเขาสู้ใครได้ที่ไหน แถมใบหน้ายิ่งแดงกว่าเดิม“ท่านไม่อยู่หรอก สองวันเต็ม ๆ ไปประชุมที่อำเภอ” อาทิตย์ตอบเรียบ ๆ ราวกับเตรียมเหตุผลไว้หมดแล้ว“แล้วถ้าพ่อหนูรู้ล่ะ…”น้ำเสียงของน่านฟ้าอ่อนลง ราวกับถามเพื่อต่อเวลาให้หัวใจตัวเองที่เต้นแรงผิดปกติ“ไม่รู้หรอก เดี๋ยวธารกับธีมมันจัดการข่าวเอง” อาทิตย์ตอบสบาย ๆ ก่อนจะชะโงกหน้ามาใกล้จนคนข้าง ๆ ต้องเบี่ยงหนี“ไม่เอาพี่อาทิตย์” น่านฟ้าพูดเสียงสั่น แต่สายตากลับหลบไม่พ้น“นะ…หนู” อาทิตย์เอ่ยเสียงอ้อนผิดจากความเข้มข







