Beranda / โรแมนติก / หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม / บทที่ 3 เรียกพี่ก่อน

Share

บทที่ 3 เรียกพี่ก่อน

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2025-12-14 01:46:27

บทที่ 3 เรียกพี่ก่อน

เช้าอันสดใส ฟ้าสีครามเหนือไร่เขียวขจี ลมอ่อน ๆ พัดโชยกลิ่นหญ้าสดจากทุ่งกว้างเข้ามาในบ้าน ฟาร์มโคนมของครอบครัวน่านฟ้าเหมือนถูกปลุกให้คึกคักตั้งแต่ไก่ขัน

เสียงรองเท้าแตะกระทบพื้นไม้ดังตึกตัก ๆ ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของ น่านฟ้า จะเดินลงบันไดมา ใบหน้ายังมีร่องรอยความง่วงแต่ดวงตากลับเปล่งประกายอารมณ์ดี เพราะวันนี้คือวันหยุด ไม่ต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน อีกไม่กี่เดือนก็จะขึ้น ม.4 แล้ว แต่ในใจเขายังเหมือนเด็กซน ๆ ที่ไม่ยอมโต

พอลงมาถึงห้องอาหาร กลิ่นกับข้าวที่แม่ทำไว้ลอยหอมจนท้องร้องทันที บนโต๊ะมีไข่เจียวหมูสับกรอบ ๆ น้ำพริกกะปิพร้อมผักลวก ต้มจืดฟักใส่ซี่โครงหมู และที่ขาดไม่ได้คือปลาทอดตัว

โต ๆ ของโปรดเขา

แต่สิ่งที่น่านฟ้าเห็นก่อนอาหารก็คือ ธารกับธีม สองเพื่อนซี้ที่กลายเป็นเหมือนลูกน้องขาประจำ กำลังนั่งรอหน้าแป้นอยู่ก่อนแล้ว

“สวัสดีครับลูกพี่”

ธารกับธีมพูดพร้อมกัน เสียงเจื้อยแจ้วแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยความกวน

น่านฟ้ายกคิ้วขึ้น หยิบแก้วน้ำดื่มก่อนตอบเสียงห้วน ๆ แต่แอบยิ้มมุมปาก

“เออ มาแต่เช้าเลยนะพวกมึงอ่ะ”

ธีมหัวเราะหึ ๆ

“อ้าว!! มาเช้าก็บ่น มาสายก็ว่า”

ธารเลยรีบเสริม

“ลูกพี่จะเอายังไงครับ เอาเวลาไหนพวกผมก็จะทำตาม”

น่านฟ้ากลอกตา เหวี่ยงคำพูดทันที

“หืมมม …ไอ้เชี่ยนี่ กวนตีนแต่เช้าเลยนะ”

ธีมยกมือเกาศีรษะ ยิ้มกวน ๆ

“สักทีไหมมึงอ่ะ”

“ปากดี”

“ผมผิดอะไรครับเนี่ย”

ธารทำหน้าละห้อยเหมือนโดนรังแก

“เออ พวกมึงไม่ผิดหรอก กูผิดเองก็ได้”

น่านฟ้าโบกมือเหมือนยอมแพ้แต่จริง ๆ ก็หมั่นไส้ทั้งสามคนหัวเราะพรืดออกมาพร้อมกัน บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความสดใส แม่ของน่านฟ้ามองอยู่ห่าง ๆ ก็ส่ายหัวแต่แอบยิ้ม เพราะเห็นแล้วก็รู้ว่าลูกชายไม่เคยเหงา

หลังจากกินอิ่มจนพุงตึง ธารกับธีมก็หันไปสะกิดน่านฟ้า

“ลูกพี่ ไปไหนต่อดีอ่ะ วันนี้ฟ้าโคตรดีเลยนะ”

“กูว่าไปดูวัวกันมั้ย เมื่อวานเห็นคนงานต้อนฝูงไปปล่อยหญ้า กูอยากลองปั่นจักรยานไปดู”

น่านฟ้าพยักหน้าทันที

“เออ ไปดิ อยู่บ้านก็เบื่อ ๆ”

ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงล้อจักรยานดังกรุ๋งกริ๋ง ๆ สามหนุ่มน้อยปั่นกันไปตามทางในฟาร์ม ลมปะทะหน้า หญ้าเขียวไหวระริก กลิ่นโคลนผสมกลิ่นฟางลอยเข้าจมูก มันคือความสุขแบบเด็กบ้าน ๆ ที่ไม่ต้องใช้เงินก็สนุกได้

“เฮ้ย ๆๆๆ ระวังวัว!”

ธารตะโกนเมื่อเห็นฝูงวัวตัวใหญ่เดินข้ามทาง

“กลัวอะไรล่ะวะ กูเจ้าของฟาร์ม กูเอาอยู่!”

น่านฟ้าตะโกนตอบแล้วหักจักรยานเลี้ยว

เฉียด ๆ จนเกือบชน

ธีมกับธารร้องลั่น แต่สุดท้ายก็หัวเราะเหมือนคนบ้า เพราะน่านฟ้าดันโชว์ความเก่งไม่กลัวอะไรอีกแล้วทั้งสามคนปั่นจักรยานไล่วัวในฟาร์ม กลายเป็นภาพเช้าที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความผูกพัน และความซนแบบวัยรุ่นชนบทที่ไม่ต้องเสแสร้ง

อาทิตย์ วันนี้เขาตั้งใจจะไปเฝ้าสวนส้มที่ท้ายไร่ เพื่อรอดู ‘เด็กดื้อแก้มซาลาเปา’ ว่าวันนี้จะมาลักส้มอีกหรือเปล่า เขายืนอยู่หลังรั้วมองทางเข้าด้วยสายตาจริงจัง ดวงตาคมจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของสวนส้ม มือทั้งสองข้างนั้นกอดอกไว้รอ ระหว่างรอก็กระตุกนิ้วเล่นเบา ๆ รออย่างอดทน

สายลมเช้าเย็น ๆ พัดผ่านใบส้ม ทำให้กลิ่นหอมจาง ๆ ของผลส้มลอยเข้าจมูก อาทิตย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย หันมองไปรอบ ๆ เห็นคนงานทำงานกันอยู่ไกล ๆ แต่สายตาของเขายังคงไม่ละจากต้นส้มตรงชายเขต

ในขณะเดียวกัน น่านฟ้าก็เพิ่งปั่นจักรยานมาถึงบริเวณชายเขตติดต่อไร่ส้มของบ้านตัวเอง หลังจากปั่นจักรยานเล่นกับธารและธีมจนเหนื่อย เขาหยุดรถ พักหอบสักครู่ แล้วหันไปพูดกับสองเพื่อน

“ไปเอาส้มสด ๆ จากต้นกินกันเถอะ”

น่านฟ้าพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

ธารและธีมทำหน้าเซ็งปนงง

“โห่ ลูกพี่ยังไม่เข็ดอีกเหรอ?” ธารบ่น

“ใช่ ๆ เพิ่งโดนจับได้เมื่อวาน วันนี้จะไปอีกแล้ว”

ธีมเสริม

น่านฟ้ายิ้มอย่างมั่นใจ ยกคิ้วเล็กน้อย

“นี่ใคร กู ‘น่านฟ้า’ ไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว”

ธารสะดุ้งเล็กน้อย

“ลูกพี่ไม่กลัว แต่พวกผมกลัวนะ”

“พวกมึงอย่าปอดแหกดิว่ะ”

น่านฟ้าแซว พร้อมหัวเราะเบา ๆ

“โธ่..ลูกพี่” ธีมร้อง

“โอ้ย น่ารำคาญว่าพวกมึงอ่ะ”

น่านฟ้าหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพุ่งไปยังชายเขต

“งั้นกูไปคนเดียว มึงสองคนรออยู่นี่นะ”

น่านฟ้ากำชับเสียงหนักแน่น

“ถ้าพ่อกูมา มึงรีบไปบอกกูเลยนะ”

“ได้ครับลูกพี่”

น่านฟ้าหลังจากตกลงกับธารและธีมเรียบร้อยแล้ว ก็รีบวิ่งไปชายเขตของสวนส้ม มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ไม่ทันสังเกตเลยว่ามีสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่ด้านล่าง

อาทิตย์ยืนอยู่ใต้ต้นส้ม ดวงตาคมจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเด็กดื้ออย่างตั้งใจ ใบหน้าเรียบเฉย แต่หัวใจเต้นแรงนิด ๆ เพราะกลัว

น่านฟ้าจะพลัดตกลงมา

น่านฟ้าเริ่มปีนต้นส้มด้วยความมั่นใจ ก้มหน้าก้มตาเก็บส้มทีละลูก ใส่ตะกร้าอย่างตั้งใจ ปล่อยให้ความตื่นเต้นและความสนุกของการ “ลักส้ม” บังสายตาไปชั่วขณะ

อาทิตย์ก้าวเข้ามาใต้ต้นส้ม กำลังจะเรียกเบา ๆ ให้เด็กดื้อหยุดแต่เมื่อน่านฟ้าไม่ได้ยินเสียง เขาจึงทำเสียง “กะแฮ่ม!” เพื่อดึงความสนใจ

น่านฟ้าไม่สนใจ เขายังคงปีนต้นส้มเก็บผลไม้ไปเรื่อย ๆ จนอาทิตย์ตัดสินใจตะโกนเสียงดัง

“น่านฟ้า!!!”

เหวอออออออ!!

เสียงเรียกทำให้เด็กดื้อชะงัก ปล่อยมือจากกิ่งส้ม เขาหลับตาปี๋ คิดว่าตัวเองกำลังจะตกลงพื้นแน่นอน

ตุบ!!

ร่างน่านฟ้าถูกอาทิตย์รับเอาไว้ทันที ทำให้เขาไม่เจ็บอะไรเลย แถมยังต้องเผชิญกับสาย

ตาดุ ๆ ของอาทิตย์ที่จ้องเขาอยู่แน่น

“พี่บอกแล้วใช่ไหม ไม่ให้มาปีนต้นส้มอีก”

อาทิตย์พูดเสียงเข้ม

น่านฟ้ายืนอึ้งอยู่ในอ้อมกอดของอาทิตย์

“ถ้าพี่มารับไม่ทัน จะเป็นยังไงห้ะ?”

น่านฟ้าเบิกตากว้าง ทำหน้าเหวอเต็มที่

“ใครขอให้มารับละ?”

เขาพึมพำ

“แล้วอยู่ดี ๆจะตะโกนทำไม?”

“ตกใจหมดเลยนะ เห็นไหมล่ะ ถึงได้ตกลงมาแบบนี้”

“ถ้าพี่ไม่ตะโกน จะเห็นเด็กดื้อลักส้มไหมล่ะ?”

อาทิตย์ตอบอย่างจริงจัง

น่านฟ้าทำหน้าไม่สบอารมณ์ เห็นสีหน้าดุ ๆ ของอาทิตย์แล้วอยากจะพลิกสถานการณ์

“ปล่อย!!!”

“ไม่ปล่อย”

“บอกพี่มาก่อน ทำไมไม่ฟังที่พี่พูดเลย”

“ทำไมกูต้องฟังมึงด้วย!”

“ปล่อยกู!!!”

“ไม่ปล่อย”

“ปล่อยกูลง!”

เด็กดื้อดิ้นสุดแรง แต่ยิ่งดิ้นเท่าไหร่ อาทิตย์ก็ยิ่งกอดแน่นเท่านั้น จนน่านฟ้าต้องยอม

“ปล่อย”

“พูดดี ๆ ก่อน”

“ไม่!!”

“งั้นก็อยู่แบบนี้แหละ”

น่านฟ้าถอนหายใจแรง ๆ แล้วทำหน้าบึ้ง

“แล้วจะให้พูดยังไงดี ๆ ของมึงล่ะ?”

อาทิตย์มองหน้าเขาแล้วพูดช้า ๆ

“พูดตามที่พี่บอก”

“พี่อาทิตย์ครับ ปล่อยหนูลงหน่อย”

น่านฟ้าหยุดคิดสักวินาที ก่อนจะพูด

“ควยเหอะ”

“แหนะ พูดไม่เพราะเลยครับ”

“แมร่งเฮ้ย..”

“พี่อาทิตย์ครับ ปล่อยกูลงหน่อยครับ”

“ไม่ใช่แบบนั้นครับ พูดใหม่”

“เชี่ยยย..”

“พี่อาทิตย์ครับ ปล่อยหนูลงหน่อยครับ”

“พอใจยัง?”

“พอใจแล้วครับ”

อาทิตย์ปล่อยให้น่านฟ้ายืนบนพื้น น่านฟ้าทำหน้าไม่ค่อยพอใจ

“เหอะ!!!”

“เหอะอะไรครับ ซาลาเปา?”

“กูบอกไม่ให้เรียกแบบนั้น!”

“พี่บอกว่าไง พูดเพราะ ๆ”

“วุ่นวาย”

น่านฟ้าหันหลังจะเดินหนี แต่จู่ ๆ อาทิตย์ก็จับแขนเขาไว้ ไม่ให้ไป และยื่นหน้าเข้าใกล้พูดเสียงนุ่ม

“ส้มเนี่ย เก็บไปด้วยครับ”

“ไม่เอา! เกลียดขี้หน้าเจ้าของ!”

“ใช่หรอครับ?”

น่านฟ้าหน้าแดง แต่ยังพยายามแสดงท่าทีเกรี้ยวกราด พลักอกอาทิตย์ออก

“เออ กูเอาไปก็ได้”

“ดีครับ ซาลาเปา”

น่านฟ้าได้แต่ก้มหน้าเก็บส้มด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงแล้วเดินกระทืบเท้าเดินกลับไปที่ฟาร์ม พอรู้ว่าเริ่มเดินห่างออกไป ก็หันหน้าไปทางอาทิตย์แล้วยกนิ้วกลางให้อาทิตย์

เมื่ออาทิตย์เห็นแบบนั้น เขายิ้มเบา ๆ พลางคิดในใจ ‘ฝากไว้ก่อนเหอะ’

น่านฟ้าเหนื่อยหอบส้มกลับมาที่ฟาร์ม ธารกับธีมที่นั่งรออยู่กับจักรยานก็รีบลุกขึ้นทันที

“ไปนานจังลูกพี่”

ธารเอ่ยด้วยเสียงแผ่ว ๆ แต่แฝงความเป็นห่วง

น่านฟ้าหอบหายใจหนัก ๆ แล้วพูดเสียงติดเหนื่อย

“กูไปเจอหมาบ้ามา”

ธีมตาโตทันที

“มันกัดไหมพี่?”

น่านฟ้าทำหน้าเย็นชา พลางยกยิ้มมุมปาก

“ไม่กัด กูกัดมัน”

ธารและธีมแทบจะร้องลั่น

“บ้าไปแล้วลูกพี่กูกัดกับหมาเนี่ยนะ!”

“โหย..หงุดหงิดไปไกล ๆ ตีนไป!!”

ธารพ่นลมหายใจร้อน ๆ

น่านฟ้าเหนื่อยหอบเลยหอบส้มกลับมาที่ฟาร์ม เขาไม่รอช้า เดินกระฟัดกระเฟียดกลับบ้านไปทันที ทิ้งให้ธารกับธีมต้องลากจักรยานตามหลังไปอย่างทุลักทุเล

“แล้วเราจะไปยังไงวะ… สองคนสามคันนี่”

ธารถอนหายใจ พยายามยกจักรยานขึ้นรากไม้และก้อนหินตลอดทาง

ธีมพยักหน้าเบา ๆ มือเกร็งจนข้อมือเจ็บ

“ลาก ๆ ไปแหละ…ไม่ไหวจริง ๆ”

เขาพูดพลางหยุดยืนพักเหนื่อย

จักรยานทั้งสามคันครูดกับพื้น ทำเสียงดังเป็นจังหวะคลืด ๆ ธารกับธีมพยายามคุมไม่ให้ล้ม แต่หลายครั้งก็สะดุดก้อนหินจนต้องเบรกทันที

“โอ๊ย! เฮ้ย…จักรยาน! ทำไมมึงไม่เชื่อฟังวะ!”

ธารตะโกนด้วยความหงุดหงิด แต่ก็อดขำไม่ได้

ธีมยืนหน้าซีด พลางถอนหายใจแรง ๆ

“นี่เรากำลังลากจักรยานหรือถูกซ้อมรบกันแน่วะ…”

ทุกก้าวทั้งเหนื่อย ทั้งทุลักทุเล แต่ก็แฝงความขำขันอยู่ในทุกย่างก้าว มองไปข้างหน้าก็เห็นน่านฟ้าเดินนำไปอย่างมั่นใจ มือหนึ่งถือส้ม มืออีกข้างแกว่งไปตามแรงอารมณ์ บางครั้งก็หันมามองพวกเขาเหมือนจะบอกว่า

“ตามมาสิ ถ้าไม่ไหวก็ทิ้งไป”

ธารกับธีมสบตากันแล้วหัวเราะเบา ๆ แม้จะเหนื่อยสุด ๆ แต่ก็อดขำไม่ได้กับความดื้อของลูกพี่

“ดื้อแบบนี้…เหนื่อยใจเลย”

ธีมพูดเสียงแผ่ว

ธารถอนหายใจอีกรอบ พลางดึงจักรยานไปอีกก้าว

“ใช่…”

เสียงหัวเราะเหนื่อย ๆ ผสมกับเสียงล้อครูดพื้น ทำให้บรรยากาศดูทั้งเหนื่อยปนสนุกปนอบอุ่น เหมือนกับทุกก้าวที่ลากจักรยานไป เป็นช่วงเวลาเล็ก ๆ ที่ทำให้สามคนนี้สนิทกันมากขึ้น แม้เหนื่อยแต่เต็มไปด้วยความผูกพัน

พอมาถึงบ้าน น่านฟ้าก็เห็นแม่กำลังทำขนมไทยอยู่บนเคาน์เตอร์ กลิ่นหอมหวานลอยมาแตะจมูก ทำให้ใจบาง ๆ ของเด็กดื้อเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็ยังเดินเข้าหาแม่ด้วยท่าทีอ้อน ๆ

“คนสวยค้าบบ~ หนูหิวจัง”

เขายกมือขึ้นลูบหน้า พลางทำตาแป๋วเหมือนแมวขี้อ้อน

แม่มองเขาด้วยสายตาจับผิด แต่ซ่อนรอยยิ้มเอาไว้

“ไปอาบน้ำก่อนค่ะ”

“กอดก่อนได้ไหมครับ”

น่านฟ้าทำหน้าตาเศร้า ราวกับโลกทั้งใบพังพินาศถ้าไม่ได้กอดแม่

“ไม่ค่ะ คุณน่าน”

แม่ตอบเสียงเข้มแต่หัวใจอ่อนโยน

“โธ่..”

เด็กดื้อถอนหายใจแรง ๆ ทำหน้าเจื่อน แต่ก็ยังเอียงตัวไปจูบแก้มแม่เบา ๆ

“ก็ได้ครับ”

แล้วเขาก็วิ่งขึ้นห้องไปอาบน้ำ หลังจากอาบน้ำเสร็จ กลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ยิ่งทำให้เขารู้สึกสดชื่น ใจเบิกบาน แต่ความเหนื่อยจากการลากจักรยานและหอบส้มก็ยังอยู่

พอลงมาถึงห้องครัว เขาได้ยินเสียงโทรศัพท์แม่ดังขึ้น

“จ้าพี่อาทิตยา เดี๋ยวฉันให้น่านฟ้าเอาขนมไป

ให้พี่ที่ไร่ส้มนะจ้ะ ฉันเพิ่งหัดทำใหม่ ๆ เลย”

“โอเคจ้ะพี่ สักแป๊บนะจ้ะ”

ปลายสายตอบรับ

น่านฟ้าเดินมาหน้าเหวอ ทำตาโต

“แม่…หนู…ไปเหรอครับ?”

เขาพูดเสียงสั่น ๆ ปนงอน

แม่วางสายแล้วหันมาพูดกับเขา

“คุณน่าน เดี๋ยวเอาขนมไปให้แม่เลี้ยงอาทิตยาที่ไร่ส้มแทนคำขอโทษที่เราไปลักส้มทุกวันนะลูก”

“แม่!!!”

น่านฟ้าตาโต หน้าแดงก่ำด้วยความงอนและเขินปนกัน

“หนูไม่อยากไป”

เขาบ่นเสียงสูง ทำท่าจะยืนงอแง

“ต้องไปค่ะคุณน่านฟ้า”

แม่ตอบเสียงเข้ม แต่สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใย

“โธ่คนสวย ทำไมทำกับคนหล่อได้ลงคอ”

เขาบ่นพลางยักไหล่ หัวใจเต้นแรงแบบไม่รู้ตัว

“ให้ไอ้ธารกับธีมไปได้ไหมครับ?”

เขาส่งสายตาไปยังสองเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างจักรยาน

“ไม่ค่ะ คุณน่านต้องไปด้วยตัวเอง”

แม่พูดเด็ดขาด

“งั้นหนูให้สองนั้นไปเป็นเพื่อนนะ”

พร้อมกับชี้ไปที่ธารกับธีม เพื่อนทั้งสองที่หน้าซีดแต่พยายามทำหน้าเข้มสองคนพูดพร้อมกัน

“โห้…ลูกพี่ไม่ไหว”

“ไปคนเดียวเหอะ…เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”

น่านฟ้าพึมพำเสียงงอน ๆ ก่อนคว้าจักรยานคู่ใจและตะกร้าขนมไว้แน่น

“เออ..จำไว้เลย”

อาทิตย์ เดินเข้าบ้านพอดี แม่เลี้ยงอาทิตยาหันมาบอกเขา

“อาทิตย์ลูกเดียวป้านภาให้น้องน่านฟ้าเอาขนมมาส่งนะ”

“ครับ”

เขาตอบเสียงเรียบ แต่ในใจเริ่มตื่นเต้นเล็ก ๆ

“เดี๋ยวเรารอรับให้แม่หน่อย แม่ต้องออกไปดูคนงาน เห็นว่าเจ็บท้องจะคลอด พ่อก็ไม่อยู่ด้วย”

“ครับแม่”

อาทิตย์นั่งลงรอหน้าบ้าน ใบหน้าเรียบเฉย แต่แววตาแอบเป็นห่วง เขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอเด็กดื้ออีกครั้ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 26 วันแรกของชีวิตคู่ NC

    บทที่ 26 วันแรกของชีวิตคู่ NCเช้าวันแรกหลังงานแต่ง กลิ่นข้าวต้มหมูร้อน ๆ ลอยอบอวลมาจากครัวด้านล่าง อาทิตย์ลงไปทำเองด้วยความตั้งใจ ทุกขั้นตอนเหมือนคนที่อยากเอาใจเมียใหม่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะหั่นต้นหอม โรยกระเทียมเจียว หรือตักน้ำซุปใส่ถ้วย เขาใส่ใจทุกอย่างราวกับกำลังทำเพื่อสมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตเมื่อจัดโต๊ะเสร็จ เขาก็รีบขึ้นไปบนห้อง เห็นน่านฟ้ายังซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หัวฟูเล็กน้อยจากเมื่อคืนที่เจอศึกหนักในสมรภูมิรัก อาทิตย์ยิ้มเอ็นดู ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วก้มไปกระซิบเบา ๆ“หนู ตื่นได้แล้วนะครับ”เสียงงัวเงียดังขึ้นจากใต้ผ้าห่ม “ไม่ หนูเมื่อย...”อาทิตย์หัวเราะเบา ๆ “คนดี ตื่นได้แล้วนะ”น่านฟ้าโผล่หน้าออกมาเล็กน้อย ทำตาปรือ ๆ “ห้านาทีได้ไหมครับ”“ไม่ได้หรอกครับ ธารกับธีมมันมารอแล้วนะ”ทันใดนั้นน่านฟ้าก็ถลึงตาใส่ทันที ความง่วงหายไปนิดหน่อย “อีกแล้ว! มาขัดจังหวะตลอดอ่ะ พวกมันอ่ะ”อาทิตย์กลั้นขำไม่อยู่“ก็พวกมันเป็นห่วงหนูนั่นแหละ”“เถอะเถอะ เมื่อวานเพิ่งแต่งงานไปวันเดียว เสนอหน้ามาแล้ว” น่านฟ้าบ่นอุบพลางซุกหน้ากับหมอนอาทิตย์ยิ้มกว้างก่อนดึงผ้าห่มออก “ไป พี่พาไปอาบน้ำดีกว่า จะ

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 25 วันแต่งงาน NC

    บทที่ 25 วันแต่งงาน NCเช้าวันนั้น ฟาร์มของน่านฟ้าถูกตกแต่งอย่างสวยงาม ดอกไม้สีสันสดใสผูกประดับตามรั้ว ซุ้มทางเข้า และตามซุ้มพิธี ริบบิ้นสีทองและชมพูพริ้วไหวตามสายลมอ่อน ๆ เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ กับพนักงานช่วยกันเตรียมงาน เพิ่มบรรยากาศคึกคักให้ทุกคนตื่นเต้นไปด้วยเวลาไม่กี่นาทีต่อมา ขบวนรถของพ่อเลี้ยงอาทิตย์แล่นเข้าสู่ฟาร์ม ทุกสายตาต่างจับจ้องขบวนขันหมากที่ยาวเป็นหางว่าว อาทิตย์ในชุดสูทสีครีมเรียบหรู ใบหน้าตื่นเต้น มือไม้สั่นเล็กน้อย ยศ ลูกน้องสนิทนั่งข้าง ๆ ต้องเอ่ยเตือนเสียงเบา“ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างปนความตื่นเต้นน่านฟ้าแอบยืนอยู่บนระเบียงห้องชั้นบน มือสั่นเล็กน้อย ใจเต้นแรงกับความอลังการของงาน แม้ว่าจะเคยเห็นอาทิตย์แต่งตัวเรียบร้อยหลายครั้ง แต่วันนี้เหมือนโลกทั้งใบรวมอยู่ตรงหน้าเธอธารเอ่ยกระซิบ“ลูกพี่วันนี้ดูดีมากนะครับ”น่านฟ้าแอบยิ้มและพยักหน้าเบา ๆ“เออ ขอบใจ”ธีมเอ่ยต่ออย่างตื่นเต้น“งั้นพวกผมไปกั้นประตูเงินก่อนนะครับ”อาทิตย์ส่ายหน้าเล็กน้อย“ไม่อยู่เป็นเพื่อนกันก่อนเถอะ”ธารยักไหล่ ทำหน้ายียวน“เอาน่า อีกแปบเดียวก็ได้เป็นเมียพ่อเลี้ยงแล้

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 24 สู่ขอ NC

    บทที่ 24 สู่ขอ NC เช้าวันใหม่ แสงแดดอ่อนส่องผ่านยอดไม้ ลมหนาวปลายฤดูพัดเอื่อย ๆ กลิ่นหญ้าเปียกน้ำค้างยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงนกบนฟ้ากู่ร้องรับอรุณเป็นสัญญาณของวันที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตใครบางคนเวลาเก้าโมงตรง ขบวนรถของครอบครัวพ่อเลี้ยงสุริยาแล่นเข้าสู่เส้นทางดินแดงมุ่งหน้าสู่ฟาร์มโคนม เสียงเครื่องยนต์ประสานกับเสียงล้อบดกรวดเบา ๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งดูขึงขังอาทิตย์นั่งอยู่เบาะหลัง ใบหน้าที่ปกติสงบนิ่ง กลับเผยแววกังวลที่ไม่ค่อยได้เห็น มือที่เคยจับพวงมาลัยรถแข็งแรง มาวันนี้กลับกำแน่นบนตักจนมีเหงื่อซึม เขารู้ดีว่าหลังจากก้าวลงจากรถ ทุกอย่างในชีวิตจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปยศซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ แอบเหลือบตามองเจ้านายตลอด ก่อนเอ่ยปลอบทั้งรอยยิ้ม “ใจเย็นครับพ่อเลี้ยง”“กูดีใจ” อาทิตย์ตอบเสียงสั่น แต่ก็ยังยิ้มกว้างจนหูแดง ๆ โผล่มาให้เห็นยศหัวเราะหึ ๆ พลางแหย่ต่อ “ผมก็ดีใจที่พ่อเลี้ยงจะมีเมียซะที จะได้ไม่ต้องไปปีนหน้าต่างแล้ว”“ยศ!! มึงเงียบเลย”อาทิตย์ถลึงตามองเหมือนจะเอาเรื่อง แต่แววตาที่ซ่อนความเขินไม่สามารถหลบเลี่ยงได้“ฮ่าๆๆ” ยศระเบิดเสียงหัวเราะในรถทันที จนพ่อเลี้ยงสุริยาที่ขับอ

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 23 อดทนได้ไหม

    บทที่ 23 อดทนได้ไหมเช้าวันพรุ่ง อาทิตย์ตื่นแต่เช้า เดินทางมายังฟาร์มตามคำสั่งของพ่อเลี้ยงอนันต์ที่สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน พอมาถึง เขาก็พบกับความท้าทายทันทีคอกม้าที่เต็มไปด้วยม้าและของใช้ที่ต้องจัดการ ความเหน็ดเหนื่อยอยู่ในสายตา แต่หัวใจเขาเต็มไปด้วยความตั้งใจน่านฟ้าที่เป็นห่วงอาทิตย์มาก รีบเดินมานั่งอยู่ใกล้คอกม้า ยกมือจับราวไม้เล็กน้อย เพื่อให้เห็นว่าเขากำลังทำงานหนัก แต่ความห่วงใยกลับทำให้น่านฟ้าไม่สามารถนิ่งเฉยได้ธารและธีมที่เดินผ่านมาเห็นน่านฟ้านั่งเฝ้า จึงเอ่ยขึ้นแบบแซว ๆ“ลูกพี่ ไปทำงานสิ จะนั่งเฝ้าพ่อเลี้ยงทำไมเนี่ย”น่านฟ้าเถียงกลับทันทีด้วยน้ำเสียงดื้อ ๆ“ไม่ไป กูเป็นห่วงพี่อาทิตย์”ธีมทำหน้าเอือม ๆ “เดี๋ยวพ่อเลี้ยงอนันต์ก็มาบ่นนะ”“ไม่ไป!” น่านฟ้าพยักหน้าแน่นเหมือนเตรียมตั้งด่านสกัดอาทิตย์เห็นน่านฟ้าเถียงกับธารและธีม เขาก็วางมือจากคอกม้าแล้วเดินมาหาน่านฟ้า พูดด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“หนูไปทำงานได้แล้ว งานแค่นี้สบายสำหรับพี่ ไม่ต้องห่วงหรอก”น่านฟ้าไม่ยอมละความกังวล“ไม่เอา หนูเป็นห่วง!”“พี่ไหวอยู่แล้ว” อาทิตย์เอื้อมมือมาลูบหัวน่านฟ้าเบา ๆ “แค่เนี้ยเอง ไม่หนักหนาอะไร”น่าน

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 22 รักลูกกูต้องอดทน

    บทที่ 22 รักลูกกูต้องอดทนเช้าวันรุ่งขึ้น อาทิตย์สะดุ้งตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เสียงไก่ขันแข่งกับเสียงจักจั่นยามเช้า เขารีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างเรียบร้อย แม้ใต้ตาจะคล้ำเล็กน้อยเพราะนอนไม่ค่อยหลับ แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นวันนี้เขาต้องไปหาพ่อเลี้ยงอนันต์ตลอดทางที่ขับรถยนต์ไปยังฟาร์มของน่านฟ้า ลมเย็นยามเช้าพัดปะทะหน้า แสงแดดยังอ่อนนุ่ม เขามองวิวทุ่งหญ้า ภูเขา และกลิ่นดินสดชื่นอย่างกับกำลังจะไปสนามสอบใหญ่ที่สุดในชีวิตเมื่อถึงฟาร์ม เสียงวัวร้องดังแว่ว ๆ ประกอบกับเสียงคนงานกำลังต้อนวัวไปคอก อาทิตย์มองเห็นร่างสูงใหญ่ของพ่อเลี้ยงอนันต์นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงชานบ้าน ถ้วยกาแฟร้อนในมือ ละอองไอน้ำยังลอยขึ้นเป็นควันบาง ๆ สีหน้าของพ่อเลี้ยงนิ่งขรึม แต่สายตาคมกริบจ้องมาเหมือนมีดกรีดอาทิตย์สูดหายใจลึก ก่อนก้าวเข้าไปยกมือไหว้“สวัสดีครับพ่อเลี้ยง”พ่อเลี้ยงวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เสียงดัง กึก! ไม่รีบตอบทันที แต่ปรายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนยกคิ้วเล็กน้อย“เอ่อ…คิดจะเป็นลูกเขยบ้านนี้ มึงต้องอดทน”คำพูดนั้นหนักแน่นเหมือนการประกาศสงคราม อาทิตย์ยืดหลังตรง ตอบสั้น ๆ“ครับ”พ่อเลี้ยงหร

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 21 เอาใจพี่หน่อย NC 100%

    บทที่ 21 เอาใจพี่หน่อย NC 100%รถกระบะของอาทิตย์เลี้ยวเข้าบ้านเงียบ ๆ ลมบ่ายพัดเอื่อย แสงแดดลอดใบไม้ลงมากระทบกระจกจนแสบตา น่านฟ้านั่งกอดอกอยู่เบาะข้าง ดวงหน้าแดงเรื่อ ๆ แต่ก็ยังทำปากแข็งถามเสียงเบา“ยังไม่หายโกรธหรอ”อาทิตย์เหลือบตามอง รอยยิ้มมุมปากโผล่มาทันที “หายแล้วครับ…แต่พี่อยากสานต่อจากเมื่อเช้า” เสียงทุ้มของเขามีแววเจ้าเล่ห์ปนอบอุ่นน่านฟ้าหันขวับ “บ้า นี่มันบ่ายอยู่นะ!”คนข้าง ๆ กลับหัวเราะเบา ๆ เอื้อมมือมาวางบนต้นขาของน่านฟ้าแล้วลูบช้า ๆ“พี่หวงหนู…พี่คิดถึงหนู”“ไม่เอา หนูเกรงใจพ่อแม่พี่” น่านฟ้าพูดพลางดันมือนั้นออก แต่แรงเขาสู้ใครได้ที่ไหน แถมใบหน้ายิ่งแดงกว่าเดิม“ท่านไม่อยู่หรอก สองวันเต็ม ๆ ไปประชุมที่อำเภอ” อาทิตย์ตอบเรียบ ๆ ราวกับเตรียมเหตุผลไว้หมดแล้ว“แล้วถ้าพ่อหนูรู้ล่ะ…”น้ำเสียงของน่านฟ้าอ่อนลง ราวกับถามเพื่อต่อเวลาให้หัวใจตัวเองที่เต้นแรงผิดปกติ“ไม่รู้หรอก เดี๋ยวธารกับธีมมันจัดการข่าวเอง” อาทิตย์ตอบสบาย ๆ ก่อนจะชะโงกหน้ามาใกล้จนคนข้าง ๆ ต้องเบี่ยงหนี“ไม่เอาพี่อาทิตย์” น่านฟ้าพูดเสียงสั่น แต่สายตากลับหลบไม่พ้น“นะ…หนู” อาทิตย์เอ่ยเสียงอ้อนผิดจากความเข้มข

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 19 มาหาผัวครับ

    บทที่ 19 มาหาผัวครับ เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศสดชื่นกว่าทุกวัน ลมเย็นพัดผ่านกลิ่นดอกส้มที่เริ่มผลิบานในไร่ฝั่งตะวันออก เสียงไก่ขันแว่วมาแต่ไกล แต่น่านฟ้ากลับตื่นขึ้นเร็วกว่าปกติ ดวงตาใสยังมีร่องรอยความคิดคำนึงค้างอยู่ ใบหน้าเรียวสดใส แต่ก็แฝงไปด้วยรอยครุ่นคิดบางอย่างเขาลุกขึ้นล้างหน้าล้างตา แต่งตัวเร

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 18 คิดถึง

    บทที่ 18 คิดถึงตกเย็นหลังเลิกงาน อาทิตย์นั่งเอนหลังพิงเสาไม้บนชานบ้าน เสียงจักจั่นเรไรดังแข่งกับเสียงลมพัดใบอ้อยที่เอนเอียงไปตามแรงธรรมชาติ แต่กลับกลายเป็นเสียงรบเร้าใจเขาให้ยิ่งว้าวุ่นกว่าเดิม มือที่ถือโทรศัพท์พลิกไปมาเหมือนของเล่นชิ้นเก่า แต่ความจริงแล้วสิ่งที่เขารออยู่ไม่ใช่เกม ไม่ใช่ข่าวมันคือ

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 14 ไปหาคนป่วย

    บทที่ 14 ไปหาคนป่วยเช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนสาดลอดช่องไม้กระทบลงตรงใต้ถุนบ้าน กลิ่นหอมจางๆ ของข้าวหอมที่หุงใหม่ลอยคลุ้งออกมาจากครัวอาทิตย์เดินลงมาช้าๆ สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับลวกๆ ถึงข้อศอก ท่าทางเหมือนคนคิดอะไรในใจอยู่ตลอดเวลา พอเห็นแม่เลี้ยงอาทิตยากำลังจัดของในครัวก็เอ่ยขึ้นเสียงเรียบแต่หนักแน่น

  • หัวใจหล่นที่ไร่ส้ม   บทที่ 13 ไม่สบาย

    บทที่ 13 ไม่สบายพอมาถึงฟาร์ม รถกระบะคันใหญ่ก็ค่อย ๆ ลดความเร็ว ก่อนจะหยุดสนิทตรงลานกว้าง เสียงล้อบดกับกรวดดังแกรกกรากไปทั่ว ความเงียบของยามเช้าผสมกับหมอกบาง ๆ ที่ยังคลออยู่เหนือไร่ ทำให้บรรยากาศดูทั้งสงบและกดดันไปพร้อมกันน่านฟ้าที่เพิ่งสะลึมสะลือตื่น ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาที่บวมช้ำจากการอดนอนและคว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status