Masukตอนที่ 4 ลูกแมว 🔥🔞
ภายในห้องนอนกว้างขวางมีเพียงความเงียบงันปกคลุม มีเพียงเสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศที่พัดพาไอเย็นวนเวียนไปมา คล้ายกับจังหวะลมหายใจของใครบางคน คณินเปิดประตูเข้ามาโดยมีร่างเล็กอยู่ในอ้อมแขน เขาค่อย ๆ วางเต้าหู้ลงบนเตียงหนานุ่มอย่างทะนุถนอมที่สุด “รู้ว่าตัวเองแพ้แอลกอฮอล์ ก็ยังจะฝืนดื่มเข้าไปอีก...”เสียงทุ้มบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดที่ปลายเสียง แต่กลับแฝงไปด้วยกระแสความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าของเต้าหู้ที่ตอนนี้ขึ้นสีจัดจนแดงระเรื่อไปถึงลำคอ แก้มเนียนใสดูนุ่มนิ่มจนน่ารังแก ดวงตากลมโตปรือปรอยพยายามข่มความมึนงง พลางส่งเสียงพึมพำออกมาอย่างลำบาก “ร้อน... ผมร้อน...” คณินตั้งใจจะไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้คนเมา แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับกาย ร่างเล็กกลับพลิกตัวขึ้นมาแล้วโถมเข้าหาซบอกแกร่งของเขาเต็มแรง ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่เขาก็ไม่ได้ผลักไส กลับยอมให้อีกฝ่ายกอดเกี่ยวไว้ตามใจชอบ “เฮ้... ตั้งสติหน่อยลูกแมว เอาแต่มาซุกแบบนี้เฮียก็ใจไม่ดีเหมือนกันนะ” เต้าหู้เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นวาวฉ่ำด้วยฤทธิ์สุราและอารมณ์ที่เริ่มปะทุ มือเรียวเล็กเลื่อนไล้ไปตามแผงอกกว้างอย่างช้า ๆ สำรวจผ่านเนื้อผ้าเหมือนจะจดจำทุกรายละเอียด “อย่ายั่วเฮีย... ถ้ายังไม่หยุดตอนนี้ อย่าหาว่าเฮียใจร้ายก็แล้วกัน” นั่นคือคำเตือนสุดท้ายที่หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่ม ทว่าเต้าหู้กลับไม่ฟัง เขากลับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินกัน ริมฝีปากบางแตะลงที่มุมปากของคณินแผ่วเบา เป็นการรุกล้ำที่ทำให้ความอดทนที่สั่งสมมานานพังทลายลงในพริบตา คณินคว้าร่างเล็กเข้ามาแนบชิดก่อนจะประกบริมฝีปากจูบ เรียวลิ้นร้อนเกี่ยวตวัดเข้าหากันอย่างดุดันแต่ก็ยังแฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมอบให้ได้ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามส่วนเว้าโค้งของร่างกาย ปลดเปลื้องอาภรณ์ออกทีละชิ้นด้วยความระมัดระวัง ขณะที่เด็กหนุ่มส่งเสียงครางแผ่วพร่าอยู่ข้างหู ร่างกายสั่นสะท้านทุกครั้งที่สัมผัสหยาบโลนแตะต้องผิวเนื้อเนียนละเอียด “อ๊ะ... เฮีย... อืม...” เสียงหวานใสที่เรียกขานชื่อเขา ทำเอาคณินต้องขบกรามแน่นเพื่อข่มอารมณ์ ร่างเล็กเบื้องหน้าดูราวกับจะละลายคามือ ชายหนุ่มโน้มตัวลงพรมจูบซ้ำ ๆ ตั้งแต่ซอกคอหอมกรุ่นไล่ลงมาถึงยอดอก ก่อนจะลากไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบอย่างไม่รีบร้อน เต้าหู้หอบหายใจแรงขึ้น มือเล็กขยุ่มผ้าปูเตียงไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพร้อมในระดับหนึ่ง คณินจึงค่อย ๆ ใช้นิ้วชโลมเจลใสแล้วสอดแทรกเข้าไปอย่างใจเย็น แต่เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส เขาก็ต้องขมวดคิ้วแน่นด้วยความตกใจ... เพราะมันคับแน่นเกินกว่าที่เขาคาดคิด “ไม่เคยเหรอ?”น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา ทว่าเต็มไปด้วยความประหลาดใจและสับสน เต้าหู้ไม่ได้ตอบเป็นคำพูด เพียงแต่ส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมแววตาที่สั่นระริกด้วยความหวั่นใจ คณินถอนหายใจยาวพยายามระงับความต้องการของตนเอง เขาโน้มลงจูบหน้าผากมนอย่างปลอบประโลม “โอเค... งั้นเฮียจะใจเย็นกว่าเดิม” เขาเริ่มเล้าโลมใหม่อีกครั้งอย่างช้า ๆ ปลายนิ้ววนเวียนอยู่อย่างนุ่มนวลเพื่อให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย เสียงครางหวานหูเริ่มกลับมาดังขึ้นอีกครั้ง ร่างกายที่เคยเกร็งเริ่มโอนอ่อนตามแรงอารมณ์ แต่เมื่อถึงจุดที่เขาพยายามจะแทรกตัวตนเข้าไปลึกขึ้น เต้าหู้กลับสะดุ้งสุดตัว “คุณ... ผมเจ็บ...” ชายหนุ่มหยุดการเคลื่อนไหวทันที เขาโน้มลงจูบแก้มเนียนเบา ๆ เพื่อซับน้ำตาที่เริ่มปริ่มออกมาตรงหางตา “เต้าหู้...” เขากระซิบเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงพร่า สูดกลิ่นกายหอมที่ต้นคอระหง เต้าหู้เริ่มตอบสนองด้วยการบิดกายเล็กน้อย ใบหน้าแดงก่ำบ่งบอกถึงอารมณ์ที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด “อืม... อื้อ...” เสียงประท้วงกึ่งเว้าวอนเล็ดลอดออกมา คณินแทบจะทนไม่ไหว เขาชิดใบหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากแตะกัน “เด็กดี... ไม่ต้องกลัวนะ เฮียจะเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้” ปลายนิ้วหนาสัมผัสอย่างแผ่วเบา นำพาความร้อนผ่าวให้แผ่ซ่านไปทั่วตัว เต้าหู้สะดุ้งน้อย ๆ มือเล็กจิกไหล่กว้างไว้แน่นแต่กลับไม่ผลักไส คณินจึงจูบปลอบขวัญซ้ำ ๆ ทั้งที่แก้ม ใต้ตา และลาดไหล่เนียน นิ้วแรกสอดแทรกเข้าไปอย่างใจเย็น ความรู้สึกที่ได้รับนั้นช่างคับแน่นและอุ่นซ่านจนเขาเกือบจะหยุดหายใจ “อ๊ะ... มัน... แน่นไปหมด...” เต้าหู้ร้องออกมาเบา ๆ น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความตกใจแต่ไร้ซึ่งการต่อต้าน “เฮียอยู่ตรงนี้... หายใจตามจังหวะของเฮียนะ” เขากดจูบลงบนริมฝีปากบางอีกครั้งเพื่อดึงความสนใจ ขณะที่นิ้วเริ่มขยับเข้าออกสลับกับการวนรอบผนังนุ่มด้านใน เสียงหอบหายใจของคนใต้ร่างเริ่มดังประสานไปกับเสียงหัวใจที่เต้นรัว “อ๊า... มันรู้สึก... แปลกจัง” เต้าหู้พูดออกมาทั้งที่ยังหลับตาแน่น ร่างกายสั่นสะท้านไปตามแรงอารมณ์ คณินไม่ได้กล่าวอะไร เขาเพียงแต่ยกยิ้มที่มุมปากอย่างเอ็นดู ก่อนจะเพิ่มนิ้วที่สองเข้าไปอย่างระมัดระวัง กล้ามเนื้อนุ่มบีบรัดตัวตนของเขาแน่นขึ้น ความร้อนแรงภายในพุ่งพล่านจนควบคุมไม่อยู่ “เฮีย... มัน... อืมมม...”เสียงครางและเสียงสัมผัสที่เกิดขึ้นเริ่มสั่นประสาทของคณินจนถึงที่สุด เขาต้องใช้สติทั้งหมดที่มีเพื่อกดอารมณ์ดิบเถื่อนเอาไว้ มืออีกข้างลูบแผ่นหลังบางอย่างแผ่วเบา ขณะที่นิ้วภายในขยับถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างเล็กเริ่มบิดเกร็ง “เด็กดีของเฮีย... เฮียจะเข้าไปจริงๆ แล้วนะ” ชายหนุ่มกระซิบเสียงหอบ เขาค่อย ๆ ถอนปลายนิ้วออกแล้วแทนที่ด้วยตัวตนที่ร้อนผ่าวจ่อตรงทางรัก เต้าหู้พยักหน้าเงียบ ๆ แทนคำอนุญาต แม้จะมีความกลัวฉายชัดในแววตา แต่ความต้องการกลับมีมากกว่าเขาสอดแทรกตัวตนเข้าไปอย่างช้า ๆ ... “อึก... อ๊า...!”เต้าหู้สะดุ้งสุดตัว แขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้แน่นในทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความรู้สึกที่โถมทับเข้ามาจนล้นปรี่ คณินหยุดนิ่งไม่ขยับกาย รอให้อีกฝ่ายได้ปรับตัวกับความยิ่งใหญ่ที่แทรกซึมอยู่ภายใน “แน่นมาก...” คณินพึมพำผ่านไรฟัน เขาเองก็ต้องอดทนอย่างหนักเพราะแรงบีบรัดนั้นช่างรุนแรงเหลือเกิน เมื่อเห็นว่าเต้าหู้เริ่มผ่อนลมหายใจเป็นจังหวะและเริ่มปรับตัวได้ คณินก็เริ่มขยับเอวสอบ เบา ๆ จากจังหวะเนิบนาบช้า ๆ ค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้นทีละนิด จนในที่สุดเสียงครางแรกก็หลุดออกมา “อ๊ะ... เฮีย... มัน...” ทุกการขยับเขยื้อนเต็มไปด้วยความหมาย ราวกับทั้งสองคนกำลังหลอมรวมวิญญาณเข้าด้วยกัน คณินโน้มลงจูบเต้าหู้อีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงและลึกซึ้งกว่าเดิม ร่างบางสั่นสะท้านไปตามจังหวะที่โถมเข้าใส่ “เฮีย... มันเสียว... อ๊ะ... ได้โปรด...” “อีกนิดนะคนดี... ใกล้แล้ว...” คณินตอบกลับด้วยเสียงพร่ามัวฝ่ามือหนากุมสะโพกมนไว้แน่น เร่งจังหวะให้เร็วและลึกขึ้น จนกระทั่ง... “อ๊า... เฮีย...!”เสียงร้องสุดท้ายดังก้องไปทั่วห้องพร้อมกับร่างกายที่กระตุกเกร็ง ร่างเล็กปลดปล่อยความใคร่ออกมาจนเปรอะเปื้อน ขณะที่คณินขบกรามแน่น กระแทกตัวตนเข้าไปจนสุดทางแล้วปลดปล่อยทุกหยาดหยดเข้าสู่ร่างกายของเต้าหู้จนหมดสิ้น ความเงียบกลับมาเยือนห้องอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจรัวเร็วที่ดังประสานกัน คณินโน้มตัวลงกอดคนใต้ร่างไว้แน่น จูบซับที่ขมับอย่างแสนรัก ขณะที่เต้าหู้ยังคงตัวสั่นเทาด้วยความซ่านสยิว “หนูน่ารักมากเลยนะลูกแมวของเฮีย...”ชายหนุ่มกระซิบข้างหูอย่างอ่อนโยน เต้าหู้ไม่ได้รับคำ เขาเพียงแต่ซุกหน้าเข้ากับอกกว้างเพื่อซ่อนความเขินอาย โดยที่ร่างกายยังคงแนบชิดกันอยู่อย่างนั้น น้ำอุ่นใสที่ปลดปล่อยออกมาค่อย ๆ ไหลย้อนออกมาตามช่องทางที่ยังคงบีบรัด “ยังไหวไหม...” เขาถามพลางลูบแผ่นหลังเนียนที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ เต้าหู้พยักหน้าเบา ๆ “อือ... แต่อย่าเพิ่งเอาออกนะ...”คำขอร้องที่ไร้เดียงสานั้นทำให้คณินแทบหยุดหายใจ เขาเริ่มขยับเอวอีกครั้งอย่างนุ่มนวลที่สุด สัมผัสถึงความชื้นแฉะและแรงบีบตอดที่ยังไม่จางหาย เสียงสัมผัสรักดังแว่วเป็นจังหวะในห้องที่อบอวลไปด้วยไอรัก “อ๊า... เฮีย... ตรงนั้นอีกแล้ว... มันกระทบ... อ๊ะ อื้อออ...!” คณินยกยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนใต้ร่าง เขาขยับเข้าหาจุดเดิมซ้ำ ๆ เน้นย้ำความลึกซึ้งในทุกท่วงท่า “เฮีย... ทำให้เต้าหู้... เหมือนจะละลายไปหมดแล้ว” “ก็เต้าหู้ของเฮียน่ารักขนาดนี้... ใครจะหยุดไหวล่ะครับ” บทรักยังดำเนินต่อไปด้วยความเร่าร้อนและนุ่มนวลสลับกันไป จนกระทั่งถึงจุดสูงสุดอีกครั้ง ทั้งสองคนกอดเกี่ยวกันไว้แน่นท่ามกลางหยาดเหงื่อและน้ำรักที่เปรอะเปื้อนอยู่บนที่นอน คณินไม่รีบร้อนที่จะถอนกายออก เขาเพียงแต่กอดเต้าหู้ไว้ในอ้อมอก จูบหน้าผากซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เจ็บไหมครับลูกแมว...” “แค่ตอนแรกครับ... แต่พอเฮียขยับ... มันกลับรู้สึกดีจนบรรยายไม่ถูกเลย”ชายหนุ่มยิ้มอย่างพึงพอใจ ค่อย ๆ ถอนกายออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะรีบนำผ้ามาชุบน้ำเพื่อเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้คนตัวเล็กอย่างเบามือ เขาจัดแจงห่มผ้าและดึงเต้าหู้เข้ามากอดไว้อีกครั้ง “คืนนี้นอนกับเฮียนะ ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด” เต้าหู้พยักหน้าด้วยแววตาปรือปรอย ซุกตัวเข้าหาไออุ่นจากแผงอกแกร่งแล้วหลับใหลไปในอ้อมกอดของชายที่เขาเพิ่งจะมอบกายและใจให้ไปจนหมดสิ้นตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞แสงแดดอ่อนในยามเช้าทอแสงลงมายังกลุ่มนักศึกษาที่นั่งล้อมวงหัวเราะร่าริมระเบียงคณะ เต้าหู้พยายามปั้นหน้ายิ้ม แสร้งหัวเราะไปกับมุกตลกของเพื่อนเรื่องอาจารย์ประจำวิชา ทว่าในใจกลับว้าวุ่นกระวนกระวายจนต้องแกล้งเอ่ยถามออกไปอย่างหยั่งเชิง“สมมุตินะเว้ย... ถ้ามีคนตามตื๊อเราไม่เลิกแบบคุกคามนิด ๆ พวกมึงจะมีวิธีปฏิเสธยังไงให้เด็ดขาดบ้างวะ?”“หือ? ถามแบบนี้แสดงว่ามีแฟนแล้วใช่ไหม หรือมีหนุ่มที่ไหนมาตามจีบกันแน่บอกมาซะดี ๆ” เพื่อนคนหนึ่งหันมาแซวทันควันพร้อมสายตาจับผิด“ไม่มี๊! จะไปมีได้ยังไงเล่า!” เต้าหู้รีบปฏิเสธเสียงสูงจนผิดปกติ ใบหน้าเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากเพื่อนในกลุ่มที่พากันล้อเลียนอย่างสนุกสนานเมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งห้าคนเดินลงมาจากอาคารเรียนเตรียมจะแยกย้าย เดิมทีกลุ่มเพื่อนอาสาจะไปส่งเต้าหู้ที่บ้านจู่ ๆ ทุกคนกลับมีธุระด่วนกะทันหันอย่างน่าประหลาด จนสุดท้ายเต้าหู้จึงต้องเดินปลีกตัวออกมาเพียงลำพังเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถทว่าที่ตรงนั้น... รถ SUV คันหรูสีดำขลับที่แสนคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ก่อนแล้ว
ตอนที่ 9 มารับหลังแผ่นหลังบอบบางของเต้าหู้ที่เพิ่งลับสายตาไปคือสิ่งสุดท้ายที่หล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์ในตัวเขาไว้ เมื่อไร้ซึ่งเงาของคนตัวเล็ก จิตวิญญาณส่วนที่ดำมืดที่สุดก็ตื่นขึ้นมาแทนที่เขาก้าวฉับๆ เข้าไปในโซนวีไอพีชั้นใต้ดินที่แสงไฟสลัวราง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาว เริ่มแตะจมูก ลูกน้องสองคนที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนาต่างรีบก้มหัวต่ำจนคางชิดอก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างสูง“มันยังเหลือลิ้นไว้พูดไหม?”คณินถามเสียงเรียบแต่น่าขนลุก มือหนาถอดเสื้อสูทราคาแพงส่งให้ลูกน้องพลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นอย่างใจเย็น เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนตามลำแขนแกร่ง เมื่อประตูเหล็กถูกผลักออก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันทีใจกลางห้องที่มีเพียงหลอดไฟดวงเดียวสั่นไหว ร่างของชายผู้โชคร้ายถูกตรึงอยู่กับเก้าอี้เหล็ก สภาพสะบักสะบอมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ คณินเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า หยิบมีดพกใบสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือขึ้นมาหมุนเล่น แสงไฟสะท้อนคมมีดเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่บัดนี้ไร้แววของ "พี่คณิน" ผู้แสนใจดีโดยสิ้นเชิง“กูเลี้ยงทำไมมึงถึงจำไ
ตอนที่ 8 เจรจาเต้าหู้ไม่รอช้า เขาพุ่งตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวกว้าง แววตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธจัดก่อนจะแผดเสียงใส่ด้วยความเหลืออดให้กับคนตรงหน้านี้“เฮียต้องการอะไรจากผมกันแน่! ตามไปเฝ้าที่มหาลัย ตามเหมาน้ำเต้าหู้ที่บ้านทุกวันแบบนี้เพื่ออะไรครับ!”คณินปรายตามองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาสูบบุหรี่เข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับมันลงในถาดเขี่ยบุหรี่อย่างใจเย็น กิริยาทุกอย่างราบเรียบจนน่าโมโหก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ“ก็ไปเฝ้าเมีย”คำตอบสั้น ๆ นั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์มหึมาที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกจนเต้าหู้รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เขาชะงักไปชั่วครู่ด้วยความอึ้ง ก่อนจะเรียกสติแล้วแผดเสียงกลับไปอย่างเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเฮีย! ผมไม่ใช่เมียเฮีย!”“ทำไมหนูจะไม่ใช่...” คณินเอียงคอเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางกวนประสาทอย่างถึงที่สุด “ในเมื่อเราได้เสียกันแล้ว จะให้เฮียเรียกหนูว่าอะไร? หรืออยากให้เร
ตอนที่ 7 เฝ้าเมียแสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายค่อย ๆ ผ่อนแรงลง ทิ้งไว้เพียงไออุ่นรำไรที่ลอดผ่านพุ่มใบของต้นไม้ใหญ่ริมทาง รถยนต์คันหรูสีดำขลับที่จอดสนิทอยู่ริมฟุตบาทดูโดดเด่นและเคร่งขรึม ภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้จนเย็นฉ่ำ คณินนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังบางที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในร้านเค้กเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัยอย่างไม่วางตาเขาลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา คล้ายกำลังชั่งใจกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในอก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงพาเขามุ่งตรงไปยังจุดหมายโดยไร้ซึ่งความลังเลวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน กลิ่นหอมหวานของแป้งและเนยสดก็โชยมาปะทะจมูก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสดใส เต้าหู้กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับกลุ่มเพื่อนอย่างมีความสุข มือเล็กถือช้อนคันสั้นเตรียมจะจัดการกับเค้กมะพร้าวอ่อนตรงหน้า ทว่าเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านกลับดึงความสนใจให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองและในจังหวะนั้นเอง... โลกทั้งใบของเต้าหู้ก็เหมือนจะหยุดหมุน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่แสนคุ้นตา
ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้ แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงลงมากระทบกับผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ตัวโปรดของม๊า กลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำเต้าหู้ต้มสดใหม่ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ผสมผสานกับไอความร้อนจากเตาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เต้าหู้ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงผ้าขายาวใส่สบาย ยืนพิงเสาไม้เก่า ๆ หน้าบ้าน สายตาเหม่อมองเตี่ยที่กำลังบรรจุบรรจงแพ็กปาท่องโก๋ใส่ถุงด้วยความคล่องแคล่วและชำนาญ ผ่านมาสามวันเต็มแล้วที่มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น... มีใครบางคนมาเหมาน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จนเกลี้ยงร้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ในคราแรกเต้าหู้ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร หนำซ้ำยังนึกขำอยู่ในใจว่าสูตรเด็ดของที่บ้านคงจะถูกปากใครเข้าอย่างจังจนถึงขั้นต้องผูกขาดกันขนาดนี้ “เตี่ย ทำไมวันนี้เก็บร้านเร็วจังครับ?” เต้าหู้เอียงคอถามด้วยความฉงน ขณะที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย เตี่ยที่กำลังคลายปมผ้ากันเปื้อนถอนหายใจออกมาเบาๆ ทว่าใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง “มีคนมาเหมาหมดร้านอีกแล้วลูก วันนี้ก็วันที่สามเข้าไปแล้วนะ มาต
บทที่ 5 ตามสืบท่ามกลางความเงียบสงัดของเช้าวันใหม่ มีเพียงเสียงนกกระจิบตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อนรำไรทอแสงผ่านม่านสีขาวสะอาดตกลงบนผ้าห่มผืนหนา ร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ใต้กองผ้าขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตาค่อย ๆ จางหายไปก่อนที่ดวงตากลมโตจะเปิดขึ้นมองโลกอีกครั้งเต้าหู้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกมึนงงที่ยังตกค้างอยู่ในศีรษะ สมองของเขาทำงานช้าลงคล้ายกับคนเพิ่งฟื้นจากความฝันอันยาวนาน เขากวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความฉงน ห้องกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูดูราคาแพงแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกถิ่นและเย็นเยียบอย่างประหลาดทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ขาดช่วงไปเมื่อคืนก็พุ่งวาบเข้ามาในหัว เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ชวนคลื่นไส้ สัมผัสอุ่นร้อนของใครบางคนที่โอบประคองเขาไว้ในห้องน้ำ และที่สำคัญที่สุด... สัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นบนเตียงหลังนี้เต้าหู้สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขารีบหันมองข้างกายด้วยความตื่นตระหนก และต้องหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เมื่อพบว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องยั
ตอนที่ 3 รับน้องเหตุการณ์ของคืนที่วุ่นวายใน “Neon Reverie” ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ แต่ความจริงของชีวิตนักศึกษาก็หมุนวนกลับมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องเรียนช่วงบ่ายที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวาย เมื่อกลุ่มรุ่นพี่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เดาใจยาก"เย็นนี้รวมตัว! เรามีน
ตอนที่ 2 ไปฉลองกันหลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวายในวันแรกของการลงทะเบียนเรียน เต้าหู้เดินออกจากตึกคณะพร้อมกระเป๋าเป้ใบเก่งที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารรับน้องใหม่ แม้จะเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงนอน แต่หัวใจกลับเบาสบายขึ้นเมื่อก้าวผ่านวันแรกมาได้สำเร็จ“เฮ้ย! ไปฉลองกันหน่อยไหม วันนี้รอดมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
ตอนที่ 1 นักศึกษา“เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีครับ...” เสียงประกาศราบเรียบจากอาจารย์คุมสอบกรีดผ่านความเงียบงันในห้องกว้าง เต้าหู้สะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามบังคับปลายนิ้วที่สั่นเทาให้กระชับปากกาแน่นขึ้น ดวงตาที่พร่าเบลอจากการอดนอนจ้องมองตัวเลขบนกระดาษคำตอบแผ่นสุดท้าย หัวใจเต้นระรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกาท
“แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สถานที่ในเรื่องย่านสถานบันเทิงและคลับหรูในกรุงเทพฯสถานที่ในเรื่องนี้ถูกเซตขึ้นเพื่อดึงบรรยากาศความหรูหรา แสงสีเสียง และความลึกลับของยามค่ำคืนมาเป็นฉากหลัง ผสมผสานกับกลิ่นอายความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เหตุการณ์และบริบทต่างๆ ภายในเรื่องถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากจ







