로그인"เม็ดพลอยจะไม่หนีแน่นอนค่ะ จนกว่าคุณธามจะไม่ต้องการให้เม็ดพลอยอยู่ที่นี่ วางใจได้เลยค่ะ" เธอไม่ได้พูดเล่นเลย เพราะถ้าเธอเผ่นหนีไป แม่เลี้ยงก็ต้องหาเงินมาจ่ายชดใช้ถึงหกสิบล้าน ไม่มีทางที่แม่เลี้ยงจะหาเงินจำนวนมากได้แน่นอน นอกจากต้องขายบ้านของเธอเท่านั้น
"เข้าใจง่าย ๆ ก็ดี"
"แต่เราไม่ได้จัดงานแต่งกัน เอ่อ…คุณแม่บอกให้เราจดทะเบียนกันอย่างเดียวค่ะ เอกสารก็เตรียมมาครบแล้วนะคะ คุณแม่เตรียมมาไว้ให้แล้วค่ะ ถ้าคุณธามพร้อมเซ็นเมื่อไหร่ก็บอกได้เลยนะคะ"
"กลัวฉันจะไม่จดหรือไง? ถึงได้เตรียมเอกสารไว้เองทุกอย่างเลยน่ะ เตรียมพร้อมดีนี่ แต่ฉันต้องให้แน่ใจก่อนนะว่าเธอจะไม่ขอร้องอ้อนวอนออกไปจากที่นี่ก่อนน่ะ"
"ตามแต่คุณธามจะสะดวกเลยค่ะ งั้นเม็ดพลอยขอเก็บเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าก่อนนะคะ แต่ว่าห้องมืดมาก มองไม่ค่อยเห็นเลยค่ะ ขออนุญาตเปิดไฟแป๊บเดียวได้ไหมคะ"
"กี่นาทีว่ามา"
"ขอเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้แป๊บเดียวค่ะ จะรีบทำให้เร็วที่สุดค่ะคุณธาม ขอรบกวนเวลาสักนิดนะคะ"
ร่างสูงลุกจากรถเข็น ก่อนจะถือไม้เท้าแล้วแกว่งไม้ไปมาก่อนจะค่อย ๆ เดินช้า ๆ
"คุณธามจะไปไหนคะ เดี๋ยวเม็ดพลอยพาไปค่ะ"
"ไม่ต้องยุ่ง! แค่นี้ฉันเดินจนชินละ ห้องนี้ฉันคุ้นเคยและรู้แล้วว่าข้าวของอยู่ที่ไหน เพราะฉะนั้นห้ามเคลื่อนย้ายอะไรเด็ดขาด! อยากทำอะไรก็รีบทำ แล้วรีบปิดไฟด้วย"
"ได้ค่ะ จะรีบทำให้เร็วที่สุดค่ะ"
เม็ดพลอยไม่วายหันไปมองตามคนตัวสูงด้วยความเป็นห่วง เพราะเขาตาบอดก็เลยทำให้เธอไม่อยากละสายตาไปจากเขา แต่เธอก็รีบเก็บเสื้อผ้าไปแขวนไว้ในตู้ด้วยความรีบเร่ง เพราะกลัวว่าเขาจะไม่พอใจอีก จากนั้นก็รีบปิดไฟในขณะที่เขากำลังอยู่ในห้องน้ำ
เม็ดพลอยทำตัวไม่ถูกเลย เพราะคนที่เธอต้องมาอาศัยอยู่ด้วยนับตั้งแต่วินาทีนี้ เธอไม่เคยรู้จัก ไม่เคยพูดคุยและไม่เคยรู้ถึงนิสัยใจคอกันมาก่อน จึงทำให้เธอรู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก
เม็ดพลอยได้แต่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง ท่ามกลางความมืดมิดที่เธอไม่คุ้นเคย เธอไม่รู้จะต้องทำอะไร ต้องนั่งตรงไหน แล้วต้องทำอะไรต่อจากนี้ ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนมาอยู่ในโลกที่เธอไม่รู้จักใครเลย จะก้าวเท้าไปตรงจุดไหนก็กังวลไปหมด เพราะกลัวจะไปเดินชนข้าวของในห้องเสียหาย
เสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออก พร้อมกันเสียงฝีเท้าที่เดินไปนั่งบนเตียง ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นช่วงบ่าย แต่พอไฟในห้องถูกปิดสนิท ตอนนี้ก็ไม่ต่างจากเวลาในตอนกลางคืนสักนิด
"แล้วนี่ทำไมถึงเงียบขนาดนี้ล่ะ อยู่ในห้องนี้หรือเปล่า"
"อยู่ค่ะ" เม็ดพลอยรีบตอบกลับอย่างรวดเร็วทันที
"ถ้าอยู่แล้วทำไมถึงยังไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเองล่ะ ฉันเสียเงินไปสามสิบล้านบาท แล้วนี่ยังไม่รู้ตัวอีกหรือไงว่าจะต้องทำอะไรบ้างน่ะ"
"อ๋อ…จะให้ทำอะไรบอกได้เลยนะคะ เม็ดพลอยจะทำอย่างเต็มที่เลยค่ะ"
"แล้วผัวเมียเขาทำอะไรกันล่ะ ยังต้องให้ฉันบอกอีกหรือไง"
"ขอโทษจริง ๆ ค่ะ งั้นเม็ดพลอยขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ"
ตุ่บ!
"โอ๊ย..." ด้วยสภาพห้องที่มืดสนิทและเธอก็ยังไม่ชินกับข้าวของที่วางอยู่ตามจุดต่าง ๆ จึงทำให้เม็ดพลอยไปเดินชนขอบโต๊ะ จนของบนโต๊ะตกกระจายไปบางส่วน
"ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำข้าวของเสียหายน่ะ!"
"ขอโทษจริง ๆ นะคะ พอดีว่าเม็ดพลอยไม่เห็น มันมืดน่ะค่ะ"
"น่ารำคาญจริง ๆ เลย รีบขึ้นเตียงมาเดี๋ยวนี้!"
"คะ?"
"ฉันบอกให้ขึ้นเตียงไง"
"เอ่อ…ตอนนี้เลยหรือคะคุณธาม"
"หน้าที่ของเมียคือปรนนิบัติผัวไม่ใช่หรือไง จะตอนไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ"
"ขอเปิดไฟก่อนได้ไหมคะ จะเก็บของของคุณธามที่ตกพื้นให้เข้าที่ก่อนน่ะค่ะ"
"รีบ ๆ เลย จำไว้ว่าฉันไม่ชอบรอ ถ้าฉันสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำตอนนั้นเลยเข้าใจไหม"
"เข้าใจแล้วค่ะ ขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ จะรีบเก็บของเดี๋ยวนี้แหละค่ะ"
"เก็บของเสร็จเปิดไฟที่หัวเตียงก็พอ แล้วปิดไฟห้องด้วย" ร่างสูงที่นั่งอยู่ขอบเตียงอีกฝั่งกำลังหันหลังคุยกับเธอ เม็ดพลอยรีบเก็บของอย่างรีบเร่ง ก่อนจะรีบเปิดโคมไฟแสงสีส้มอ่อน ๆ แล้วปิดไฟห้องตามที่เจ้าของห้องสั่ง
เม็ดพลอยรีบเดินไปที่เตียงด้วยความรีบเร่ง ถึงเธอจะไม่เคยคบกับใครมาก่อน แต่เธอก็ไม่ได้ใสซื่อถึงขนาดไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
"ถอดเสื้อผ้าสิ!"
"เม็ดพลอยขอไปอาบน้ำก่อนได้ไหมคะคุณธาม"
"คิดจะถ่วงเวลาหรือไง"
"ไม่ใช่นะคะ คือว่าวันนี้เม็ดพลอยเก็บของแล้วเหงื่อออกเยอะค่ะ ก็เลยคิดว่าไปอาบน้ำก่อนน่าจะดีกว่า"
"ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าขัดใจและไม่ชอบรอ!"
"ชะ…ใช่ค่ะ"
"ถ้าเข้าใจแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด แล้วขึ้นเตียงเดี๋ยวนี้!"
"คะ…ค่ะ" เม็ดพลอยรีบถอดเสื้อผ้าออกมือไม้สั่น ถึงแม้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอตรงหน้าจะมองไม่เห็น แต่เธอก็ยังรู้สึกอายและประหม่าอยู่ดี
หลังจากที่บิดาของเธอเสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อน เธอก็ไม่เคยพบกับความอบอุ่นของคนในครอบครัวอีกเลย เพราะแม่เลี้ยงที่เคยเคารพเหมือนกับมารดาของเธอคนหนึ่งกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แล้วชีวิตเธอก็ต้องลำบากมาตลอด เพราะแม่เลี้ยงไม่ส่งเสียให้เรียนและหยิบยื่นเงินให้เธอเลย แม้ว่าจะเป็นสมบัติที่บิดาของเธอทิ้งไว้เพื่อให้ใช้จ่ายร่วมกันในครอบครัว แต่เธอก็ไม่เคยได้แตะต้องนอกจากในส่วนของตัวเองที่บิดาให้เธอเท่านั้น จนเธอต้องหางานเสริมทำเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนจนจบ
เม็ดพลอยไม่มีเวลาแม้แต่จะคุยกับผู้ชายคนไหน เพราะลำพังแค่ทำงานกับเรียนก็เหนื่อยมากพออยู่แล้ว จนมาถึงตอนนี้ชีวิตของเธอก็ยังเจอแต่อุปสรรค ขนาดคู่ครองยังไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตเองได้เลย
เม็ดพลอยรีบสลัดความคิดออกไปทันที ก่อนจะถอดชุดตัวเองออกเกือบหมด ยกเว้นชุดชั้นในกับกางเกงชั้น เธอยังไม่กล้าพอที่จะถอดทั้งหมดในตอนนี้ ก่อนจะรีบขึ้นไปบนเตียงนุ่มอย่างรวดเร็ว
มือหนารั้งต้นแขนเล็กแล้วกดลงบนเตียงนุ่มเด้งทันที เมื่อได้ยินเสียงตอนที่เธอขึ้นมาบนเตียง ก่อนจะออกแรงบีบไปที่ต้นแขนด้วยความโมโหเพราะคนใต้ร่างไม่ยอมทำตามคำสั่งเขา
"ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด!"
"เม็ดพลอยกลัวคุณธามจะรอนานก็เลยรีบขึ้นเตียงก่อนน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ เม็ดพลอยจะรีบถอดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
เม็ดพลอยรีบถอดบราเซียลายลูกไม้สีหวานมือไม้สั่น ถึงคนตรงหน้าจะมองไม่เห็นว่าเธอเป็นยังไง แต่เธอก็ยังกลัวและอายอยู่ดี
กางเกงชั้นในชิ้นสุดท้ายถูกถอดออกในที่สุด ผิวขาวเนียนใสที่สะท้อนกับแสงไฟสีส้มอ่อน ๆ ยิ่งทำให้ร่างเปลือยดูน่าหลงใหลยิ่งขึ้น เม็ดพลอยไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าคนตัวใหญ่ที่ยังใส่แว่นตาอยู่ด้วยซ้ำ ถึงจะรู้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็น แต่เธอก็ไม่กล้าเงยหน้าสบตาอยู่ดี
มือเล็กนั่งคุกเข่าก่อนปิดส่วนสงวนไว้ ก่อนที่มือแกร่งแข็งแรงจะจับไหล่เล็ก แล้วใช้มืออีกข้างดันคางเล็กให้เงยหน้าขึ้น
"ก้มหน้าทำไม!" ร่างเล็กสะดุ้งโหยง พยายามควบคุมร่างกายไม่ให้สั่น
"คะ...คือว่า" เม็ดพลอยพยายามบังคับเสียงให้เป็นปกติที่สุด ทั้ง ๆ ที่เธอกังวลแทบตาย ใบหน้าใสแดงก่ำด้วยความอาย แต่นิ้วแกร่งที่ออกแรงบีบคางเล็กด้วยความไม่พอใจ ก็ทำให้เม็ดพลอยเจ็บแทบน้ำตาเล็ด
"อย่ามาทำสะดีดสะดิ้งเหมือนกับไม่เคยหน่อยเลยน่า เล่นตัวแบบนี้มันน่ารำคาญเข้าใจไหม! ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าทำอย่างกับไม่เคยอย่างนั้นแหละ อย่าตอแหลให้มากนักนะ ถ้าเธอกล้ามาเหยียบถึงบ้านผู้ชายแบบนี้ได้ก็ร่านพอตัวล่ะ"
"ขอโทษนะคะ คือความจริงแล้วเม็ดพลอยไม่ได้กลัวหรอกค่ะ แต่แค่ในห้องมันหนาวน่ะค่ะ"
"หึ! ก็นึกไว้อยู่แล้ว คิดว่ากำลังจะเล่นละครตบตาฉัน เสแสร้งว่าตัวเองบริสุทธิ์อยู่เสียอีก แต่บอกไว้ก่อนนะ ถึงแม้ว่าฉันจะมองไม่เห็น แต่ฉันก็ดูออกว่าใครทำจริงหรือใครแสดง ไม่ต้องทำตัวหรือแสดงสีหน้าอะไรออกมาหรอก เพราะยังไงฉันก็มองไม่เห็นอยู่แล้วนี่ บางทีตอนนี้เธอก็อาจจะเปิดไฟในห้องอยู่ก็ได้ จริงไหม? แล้วเธออาจจะโกหกฉันว่าเธอปิดไฟแล้ว เพราะคนตาบอดมันก็ไม่ต่างจากคนโง่ไง เหมือนกับที่เธอมาแต่งงานกับฉันเพราะคิดว่าครอบครัวฉันโง่และหลอกเอาเงินง่ายไง ใช่หรือเปล่าล่ะ"
"สวัสดีค่ะบอส สวัสดีค่ะคุณเม็ดพลอย" พนักงานในโรงแรมต่างก็พากันทักทายธามไทกับเม็ดพลอยเป็นระยะ ๆ เมื่อเห็นเจ้าของโรงแรมเดินเข้ามาในตัวอาคาร ส่วนเม็ดพลอยก็เกร็งเล็กน้อย เพราะวันนี้ถูกสามีสั่งแกมบังคับให้มาที่โรงแรมด้วย แถมวันนี้เธอก็ไม่มีสอนพิเศษก็เลยขัดเขาไม่ได้พอเข้ามาถึงห้องทำงาน เม็ดพลอยก็ถอนหายใจทันที เพราะเธอยังไม่ชินกับสายตาที่โดนจับจ้องตลอดเวลาแบบนั้น แถมทุกคนยังมองมาที่เธอกับสามีเป็นทางเดียวกัน"นี่ไง พี่ถึงบอกให้มากับพี่บ่อย ๆ หนูจะได้ชินไงครับ มาช่วงที่ทิชาไปเรียนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาตลอดหรอก""นี่หนูต้องมาอีกกี่รอบคะถึงจะชินน่ะ แล้วเดี๋ยวสัปดาห์หน้าต้องไปงานเลี้ยงกับพี่อีก หนูจะไหวไหมนะพี่ธาม""พี่ไม่อยากฝืนใจนะ แต่พี่บังคับเลยล่ะเพราะพี่ไม่ยอมนะถ้าหนูไม่ไปด้วยเนี่ย มีเมียก็ต้องเอาเมียไปอวดสิครับ ยิ่งมีเมียน่ารัก ๆ แบบนี้ต้องทำให้คนอื่นอิจฉา""พี่ธามล่ะก็ ว่าแต่ช่วงบ่ายพี่ธามมีแพลนจะไปทานข้าวที่ไหนหรือเปล่าคะ""ไม่มีแพลนหรอก ว่าแต่ทำไมหรือครับ หรือว่าหนูอยากทานที่ไหนก็บอกพี่ได้นะ พี่ไปได้หมด""พอดีว่ามีร้านแถว ๆ โรงแรมของเราที่เคยเป็นร้านประจำของหนูกับน้ำตาลน่ะค่ะ หนูไม่ได้
เป็นครั้งแรกที่เธอได้เดินทางออกนอกประเทศแบบนี้ เนื่องจากสามีของเธอมีแพลนจะพักร้อนกะทันหัน พอหลังจากที่เปิดตัวเธอให้กับทุกคนได้รู้จักว่าเธอคือภรรยาของเขาไปได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ เขาก็บอกว่าอยากจะพักร้อนแล้วพาครอบครัวไปเที่ยว ในทริปนี้เหมือนเป็นทริปครอบครัว เพราะมีทั้งบิดามารดาของเขา พี่ชายของเขา น้ำตาลเพื่อนสาวของเธอ ไทก้าและลูกสาวของเธอด้วยวันนี้ก็เข้าสู่วันที่สองของการมาเที่ยวที่ประเทศเวเนซุเอลา โดยได้จองที่พักในรัฐโบลิวาร์ ที่ใกล้กับน้ำตกเอนเจลที่จะไปกัน ทุกคนต่างก็เตรียมตัวเพื่อจะได้ไปชมน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกที่มีความสูงเกือบหนึ่งกิโลเมตร"โอ้โห...สูงมากเลยครับแด๊ด น้ำตกมันอยู่สูงจนดูเหมือนเป็นก้อนเมฆเลยนะครับ" ทุกคนนั่งอยู่บนเรือของทางอุทยานที่มีบริการพาพายเรือไปตามแม่น้ำ เพื่อไปชมบริเวณฐานของน้ำตกเอนเจล พอมาถึงฐานน้ำตก พนักงานก็หยุดเรือไว้ตรงนั้นเพื่อให้นักท่องได้ชมความงามของน้ำตกที่นี่"ใช่แล้วไทก้า เพราะน้ำตกที่นี่มันสูงมากยังไงล่ะ สูงเกือบหนึ่งกิโลเมตรเลยนะ ก็ไม่แปลกที่หลานจะเห็นเป็นหมอก เพราะน้ำตกมันอยู่สูงมาก น้ำจากข้างบนที่ไหลลงมาจึงไม่ตกถึงพื้นหรือฐานที่เราอยู่ตรงนี้ เพราะน้
งานจัดเลี้ยงพนักงานในโรงแรมทั้งหมดหลายร้อยชีวิต ต่างก็พากันแต่งตัวจัดเต็มเพื่อฉลองส่งท้ายปีล่วงหน้า ธามไทปิดโรงแรมหนึ่งวันแล้วเลี้ยงพนักงานทุกคนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของว่าง เครื่องดื่มต่าง ๆ ก็จ้างเหมาจากร้านอาหารบุฟเฟต์ชื่อดังระดับประเทศมาเพื่อเลี้ยงต้อนรับพนักงานทุกคนที่ได้ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งปีโดยทุ่มทุนไม่อั้น"งานเลี้ยงพนักงานของนายแต่ชวนพวกฉันมาด้วยนี่จะดีจริงหรือวะไอ้ธาม แบบนี้พวกฉันก็เหมือนคนนอกเลยนะ""อะไรกัน พวกนายหน้าบางด้วยหรือไง แล้วเพื่อนชวนจะกล้าปฏิเสธหรือวะ""ถ้าปฏิเสธแล้วฉันจะมายืนอยู่ที่นี่ไหม""แล้วนี่แฟน ๆ ของพวกนายไปไหนกันล่ะ""ก็นายเล่นนัดพวกฉันกะทันหันแบบนี้ แฟนพวกฉันจะว่างได้ยังไงวะ เล่นมาบอกเอาวันสุดท้ายก่อนจัดงานแบบนี้ พวกฉันมาได้ก็บุญแล้วว่ะ""ใช่ แล้วอีกอย่างนะ แกก็รู้ว่าผู้หญิงน่ะเรื่องมากจะตาย อย่างน้อยก็ต้องมีเวลาตัดชุดก่อนสักสามสี่วันน่ะ ให้ไปแบบเร่งรีบแบบนี้ไม่มีใครมากันหรอก""ทำไมไม่เหมือนเมียของฉันเลยวะ กินง่ายอยู่ง่าย เสื้อผ้าอะไรก็ใส่ได้หมด อย่าเหมารวมว่าผู้หญิงทุกคนจะเป็นแบบแฟนพวกแกนะโว้ย เมียของฉันน่ะไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิ
"นั่งเหม่ออะไรอยู่คนเดียวล่ะครับเมียพี่" ธามไทเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กจากทางด้านหลัง ที่ยืนมองไปยังสวนดอกไม้หน้าบ้านบนชั้นสองด้วยท่าทีเหม่อลอย"หนูคิดถึงทิชาจังเลยค่ะ ไปอยู่ที่บ้านคุณย่าตั้งสัปดาห์หนึ่งแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมาก็ไม่รู้นะคะ""คงจะติดไทก้าตามเคยนั่นแหละ เห็นว่าไปวิ่งเล่นที่สนามเทนนิสทุกวันเลยล่ะ""แปลกนะคะที่ทิชาชอบเล่นเทนนิสมาก ชอบมาตั้งแต่จำความได้เลยมั้งคะ พอพาไปเดินร้านของเล่นก็คว้าแต่ลูกเทนนิสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จนถึงตอนที่พี่ธามเกิดอุบัติเหตุก็หยุดเล่นไปพักใหญ่ แต่ก็ดีแล้วล่ะค่ะที่กลับมาเล่นอีกครั้ง""พี่ว่าทิชาคงจะอยู่ที่บ้านคุณแม่พี่อีกนานแน่เลยล่ะ เพราะบ้านเราไม่มีสนามเทนนิสเหมือนที่บ้านโน้นด้วย""ก็พี่ธีร์เล่นลงทุนสร้างสนามเทนนิสให้ไทก้าขนาดนี้ ทุกคนดูจะถูกตามใจกันมากเลยนะคะเนี่ย ทั้งพี่ธีร์และก็พี่ธามด้วย คุณพ่อคุณแม่คงไม่มีใครกล้าขัดใจเลยใช่ไหมคะ""เจ้าไทก้าน่ะดูเหมือนจะนิสัยแย่มากนะ เพราะพี่กับพี่ธีร์ถึงจะโดนตามใจแต่ก็ไม่ได้พูดจาขวานผ่าซากแบบนั้น ดีนะที่โดนหนูปราบนิสัยได้จนอยู่หมัดตั้งแต่เด็ก เจ้าไทก้าจึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย เดี๋ยวนี้กลายเป็นเด็กพูดเพราะสุภาพเรีย
"เดี๋ยวนะ...อย่าบอกนะว่าอาหารนี้ลูกก็ลงมือทำเองเลยเหรอ""ใช่ครับคุณแม่""นี่ลูกฝึกทำอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่""ก็ตั้งแต่ที่ผมเริ่มหายจากอุบัติเหตุนั่นแหละครับ ผมแค่อยากจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อคนที่ผมรัก ผมก็เลยให้แม่บ้านช่วยสอนทำช่วงที่เม็ดพลอยออกไปสอนพิเศษข้างนอก ฝีมือก็ยังไม่เข้าขั้นหรอกนะครับแต่ผมก็ค่อย ๆ ฝึกทำจนเริ่มชำนาญแล้วล่ะครับ""นอกจากทำอาหารจัดโต๊ะอาหารแล้วยังทำอะไรอีกหรือเปล่าเนี่ย แม่ว่ามันหักโหมมากเกินไปไหม""ผมก็ทำแค่นี้แหละครับ" ธามไทโกหกมารดาไปเพราะกลัวว่าท่านจะเป็นห่วง "ส่วนที่เหลือก็เป็นงานของแม่บ้านครับ ผมก็ทำบางอย่างเท่าที่ผมอยากจะทำ แต่ผมก็ไม่ได้ทำทุกวันหรอกเพราะว่าวันไหนที่งานยุ่ง เม็ดพลอยก็เป็นคนทำเองครับ""อันนี้ก็เป็นฝีมือของพี่ธามนะคะ คุณแม่ลองทานดูค่ะ"บนโต๊ะอาหารที่บรรยากาศอึมครึมก่อนหน้านี้กลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่นและความสุข เม็ดพลอยได้กลับมายิ้มอย่างเต็มที่อีกครั้งหลังจากที่เธอเครียดมานานเหลือเกิน กังวลมาตลอดว่าเธอจะสามารถเข้ากับมารดาของสามีได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างก็ลงตัวลง ใบหน้าใสก็ยิ้มออกมาอย่างเต็มที่ เป็นยิ้มแรกในรอบหลายปีที่เธอไม่
...หนึ่งปีก่อน..."พี่ธามคะ ที่พี่ธามบอกว่าคุณแม่จะมาทานอาหารที่บ้านของเรา เอ่อ...พรุ่งนี้แล้วนี่คะ ถึงจะเคยเจอหน้ากันตอนที่พี่ธามอยู่โรงพยาบาลก็เถอะ แต่หนูก็ยังไม่เคยได้คุยกันแบบเป็นทางการสักที แล้วหนูต้องทำยังไงบ้างคะ""ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรนี่ครับ ก็ทำตัวตามปกตินั่นแหละ""ตามปกตินี่ยังไงคะ คุณแม่ของพี่เคยเกลียดหนูมากเลยนะ หนูไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงเพื่อทำให้คุณแม่และครอบครัวของพี่พอใจดีค่ะ กลัวเหลือเกินว่าจะทำให้ท่านทั้งสองคนผิดหวัง""ตอนนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วนี่ครับ หนูไม่ต้องกังวลอะไรไปหรอก คุณแม่เข้าใจเรื่องทุกอย่างมาตั้งนานแล้วล่ะ ก็ตั้งแต่ที่พี่บอกความจริงเรื่องที่พี่มีลูกกับหนูตั้งแต่ที่หนูยังไม่ยอมรับในตัวพี่นั่นแหละ ตอนนั้นพวกเราก็ดูทิชาผ่านทางภาพถ่ายและวิดีโอมาตลอด""แต่ว่าหนู...""ไม่ต้องคิดมากนะครับคนดี คุณแม่พี่เข้าใจในตัวหนูทุกอย่างแล้วล่ะ เข้าใจว่าที่ผ่านมาหนูต้องเจอกับอะไรบ้าง ทั้งเรื่องที่แม่เลี้ยงและน้องสาวของหนูทำอะไรกับหนูไว้มากมาย แล้วก็สาเหตุที่ทำให้หนูต้องมาเจอกับครอบครัวพี่ คุณแม่ของพี่อยากจะคุยกับหนูด้วยตัวเองจริง ๆ นะครับ""แน่ใจนะคะว่าคุณแม่ของพี่จะไม่
...หนึ่งปีผ่านไป...เม็ดพลอยมองดูรูปถ่ายที่แขวนอยู่บนผนังของบ้านขนาดใหญ่ เป็นรูปถ่ายที่เธอกับสามีถ่ายรูปพร้อมแหวนแต่งงานวงแรก โดยด้านหลังของทั้งสองคนเป็นภาพน้ำตกสูงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในประเทศเวเนซุเอลา ที่เมื่อหนึ่งปีที่แล้วทั้งสองคนได้พาครอบครัวไปเที่ยวกัน ธามไทก็เซอร์ไพรส์เธอโดยการขอแต่งง
"เอ๊ะ! คุณธามจะไปพักร้อนหรือคะ""ใช่ แล้วฉันก็ให้เลขาจองไฟล์บินและที่พักให้แล้วล่ะ ไปกันทั้งครอบครัวนี่แหละ""ทั้งครอบครัว? หมายถึงคุณพ่อคุณแม่ของคุณธามด้วยใช่ไหมคะ""ใช่ แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะ ก็มีทั้งพี่ชายของฉันแล้วก็เพื่อนของเธอ อ้อ...แล้วก็เจ้าไทก้าด้วย ไปกันทั้งหมดนี่แหละ""แล้วเราจะไปที่ไหนกันหร
"แน่ใจนะคะคุณธามว่าไปทำงานได้แล้ว นี่เพิ่งพักฟื้นได้แค่สัปดาห์เดียวเองนะคะ""บาดแผลภายนอกแค่นี้น่ะมันไม่ได้ทำให้มีผลกระทบอะไรต่อการทำงานหรอก ฉันก็แค่ดูเอกสารแล้วใช้สมอง อย่าเป็นห่วงมากนักเลย งั้นจะไปโรงแรมด้วยกันไหมล่ะ ไปคุ้มกันฉันไหม ถ้าห่วงขนาดนี้""ไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวสามโมงเย็นมีสอนพิเศษด้วย แต
ธามไทค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหลังจากที่นอนหลับใหลยาวนานถึงแปดวัน เขาค่อย ๆ ปรับสายตาให้คุ้นชินกับสิ่งรอบตัว แล้วก็พอจะทราบว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนธามไทค่อย ๆ ขยับร่างกายและมือตัวเองเพื่อเคลื่อนไหว ก่อนที่จะรู้ตัวว่ามีใครบางคนกำลังฟุบหน้านอนหลับแล้วจับมือเขาไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อยแบบนี้ใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มอ







