เข้าสู่ระบบวันนี้เป็นอีกวันที่เธอต้องตื่นมาทำงาน เพื่อวันพรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดของเธอ
แน่นอนว่าการทำงานบริการ วันหยุดไม่ได้ถูกกำหนดแน่นอนว่าต้องเป็นวันอาทิตย์ แต่วันหยุดแต่ละคนจะวางแผนเป็นรายเดือน และช่วงวันที่เป็นช่วงพีค ฤดูท่องเที่ยว หรือเป็นช่วงจัดงานประชุมสำคัญ การทำงานของเธอก็จะต้องทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน กว่าจะได้หยุด และช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่เรียกว่าเดือนนรกสำหรับพนักงานต้อนรับอย่างเธอ
“สีนิล พี่เหมือนดาวไปทำงานก่อนนะ วันนี้ไม่ต้องไปรับ เดี๋ยวรถจะชนเอาได้” เธอบอกสีนิลหมาที่เธอรับเลี้ยงไว้ก่อนออกจากบ้าน
สีนิลก็ทำตัวเหมือนจะรับฟังและรับรู้ทุกอย่างที่เธอบอก นั่นทำให้เธอรักมันอย่างที่สุด มันฉลาดและรู้ว่าเวลาไหนเธอต้องการอะไร เสียอย่างเดียวที่มันพูดคุยเหมือนคนไม่ได้เท่านั้นเอง
พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของเธอ เหมือนดาวในวัย 23 ปี เธอรู้สึกว่าตัวเองผ่านวันเวลาอันเลวร้ายมามากมายนัก จนเมื่อพบกับเขาในวันที่เธอสิ้นไร้หนทางที่สมัครงาน
ไม่รู้ว่าโชคชะตาหรือฟ้ากลั่นแกล้ง ให้เธอได้พบกับ ภีรภาคย์ คุณากร เขาที่อายุ 30 กับเธอที่อายุ 22 ความแตกต่างที่นอกจากอายุ ก็คงจะเป็นฐานะที่ยังคงชัดเจน
‘หากเธอไม่ได้ฐานะยากจน ร่ำรวยเทียบเท่ากับเขา เขาจะรักเธอไหมนะ’
ยอมรับว่าตัวเองตกหลุมรักเขาตั้งแต่วันแรกด้วยซ้ำ ไม่ใช่เพียงเงื่อนไขการได้ทำงานที่นี่เท่านั้นที่เธอยินยอมเป็นคนในความลับ
ตลอด 1 ปีที่เราทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันในที่ทำงาน โดยที่จะว่าไปมันก็ไม่ถูกนักหรอก แต่เพราะใจมันร้องหาแต่เขา จึงรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่มีเวลาอยู่ด้วยกัน แม้ว่าจะเป็นแค่เครื่องระบายอารมณ์ให้เขาก็ตาม
ร่างเล็กเดินเข้ามาในโรงแรมด้านหลังที่เป็นประตูเฉพาะพนักงาน เพื่อเอาของไปเก็บยังล็อกเกอร์ เธอก็ได้ยินเสียงเตือนจากแอปพลิเคชันมีข้อความจากคุณพศินส่งมาหาเธอเป็นการส่วนตัว
พศิน: หลังจากวันนี้เป็นต้นไปไม่ต้องมาทำความสะอาดที่ห้องชั้น 40 แล้ว
เมื่ออ่านข้อความจบ ก็เหมือนฟ้าฟาดลงกลางใจ
‘เขาเบื่อเธอแล้วอย่างนั้นเหรอ’
น้ำตาที่มันหยุดไหลตั้งแต่เมื่อวานก็เริ่มปริ่มที่ดวงตาอีกครั้ง ในหัวใจเหมือนตัวเองกำลังโดนเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้ามา ความเจ็บแปลบนั้นทำให้เธอต้องยกมือขึ้นกุม
‘เขาไม่ต้องการเธอ’ คำนี้มันดังก้องในหู แม้ไม่มีใครพูดแต่ว่าเธอก็รับรู้ได้เอง
“ของขวัญฉลองครบรอบ 1 ปีที่ทำงานนี้ และก็ฉลองวันเกิดในวัย 23 ปี หึ!” นับว่าเขาให้ของขวัญที่ล้ำค่ากับเธอมากนัก เหมือนเขาจะสัมผัสบางอย่างจากเธอได้ ว่าเธอหลงรักเขา และเขาต้องการสลัดเธอให้หลุดจากวงโคจรเพื่อต้องการหาคนใหม่ที่ดีกว่า สวยกว่า สดกว่าเธอสินะ
นี่เธอไม่ต่างอะไรจากหมาจรจัดเหมือนสีนิลจริง ๆ เขาเคยพูดว่าที่ชอบเธอเพราะว่าเธอเป็นผู้หญิงใจดี เวลาอยู่กับหมาจรจัด ก็ยังมีรอยยิ้มละมุนละไมจนเขาอดใจที่จะเอาเธอมาครอบครองไม่ได้
ทุเรศ!
ถ้อยคำพวกนั้นก็แค่คำหลอกลวง เพื่อให้คนหัวอ่อนอย่างเธอยินยอมพลีกายให้เขา และเมื่อเขาได้จนเบื่อก็ทิ้งแบบไม่ใยดี
หรือเพราะเธอไม่มีราคาอะไรที่ต้องจ่าย เมื่อเขาสอบถามว่าต้องการอะไร เธอจะส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเดียว แล้วพูดในใจว่า ‘สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือหัวใจคุณ’
สิ่งนั้นมันยากเกินเอื้อมเหลือเกิน น้ำตาของเธอค่อย ๆ ไหลลงมาเป็นทางแล้วก็ต้องปาดมันทิ้งอย่างลวก ๆ เมื่อตัวเองต้องเข้างานแล้ว
เธอพยายามคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วตั้งสมาธิเพื่อทำงานต่อไป เธอไม่จำเป็นต้องห่วงเขาอีกแล้ว คิดว่าห้องบนนั้นก็คงจะเปลี่ยนคนไปทำความสะอาดสินะ
“เหมือนดาว ทำไมหน้าตาซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า” พิมพ์ประภาถามเพื่อนร่วมงาน เพราะว่าวันนี้เพื่อนดูไม่ร่างเริง ทั้งที่ทุกวันนั้นเธอมีรอยยิ้มที่สดใสก่อนเข้างานเสมอ
“ไม่มีอะไรหรอก แค่นอนฝันร้าย เลยรู้สึกเหมือนนอนไม่พอ” เธอบอกกับเพื่อน เพื่อให้เพื่อนสบายใจ
‘ใช่ ที่ผ่านมาแค่ฝันร้ายของผู้หญิงอย่างเธอเท่านั้น’เธอคิดในใจ
ใครไหนเลยจะรู้ว่า เธอต้องเก็บความลับไว้มากมาย ต้องทนอยู่อย่างเดียวดาย เป็นคนคั่นเวลาเพื่อให้เขาพบเจอคนที่ดีและเหมาะ
เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงวัน แล้วคนที่เธอคิดถึงอยู่ก็เดินมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ควงแขนราวกับสนิทสนมเกินคนรู้จักหรือคนร่วมธุรกิจทั่วไป และที่สำคัญเขาดันพามาที่เคาน์เตอร์ของเธอ
“คุณดาราภรณ์ เช็คอินห้องสวีทให้คุณพราวรุ้งด้วยนะ” เขาพูดเสียงแข็งทำเหมือนเธอไม่มีความรู้สึกอะไร ที่เขาควงผู้หญิงคนไหนเข้ามานอนในโรงแรมก็ได้
“เอ่อ...ไม่ทราบว่าท่านประธานให้พักชั้น 40 ด้วยไหมคะ” เธอไม่แน่ใจจึงถามออกไป แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมามองเขาก็เจอเข้ากับใบหน้าถมึงทึง จนเธอรู้สึกเริ่มหวาดกลัว
“เอ่อ...พราวครับ ไปนั่งรอผมที่โซฟาตรงโน้นสักครู่นะครับ” เขาพาผู้หญิงของตัวเองไปนั่ง แล้วก็คิดมาจัดการกับเธอ
“เธอลืมไปแล้วเหรอว่าฐานะอะไร เป็นพนักงานอย่าคิดมาเผยอคิดแทน” เสียงสบถรอดไรฟัน พร้อมกับถ้อยคำร้าย ๆ เปล่งออกมาทำให้เธอยืนก้มหน้าน้ำตาปริ่ม
“ขออภัยค่ะท่าน” เธอไม่ได้จะคิดแทน แต่ว่าไม่รู้ว่าสวีทของเขามันห้องไหนกัน แค่ถามทำไมต้องโกรธขนาดนี้ด้วย
เธอรู้สึกมือไม้สั่นทำตัวไม่ถูก ตาเริ่มแดงและบังคับน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“นี่ทำงานมาเป็นปีแล้ว ยังไม่รู้อีกเหรอว่าห้องสวีทชั้นไหน คุณควรจะรู้นะว่าผมสั่งแค่ไหนก็ทำแค่นั้น” เขาต่อว่าเธอเสียงไม่ดังนัก แต่ทว่าคนที่โดนต่อว่าอย่างหนักน้ำตาไหลไม่หยุดเช่นเดียวกัน
“พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงาน พักงานหนึ่งวัน”
“พรุ่งนี้วันหยุดค่ะท่านประธาน” เธอบอกเขาให้ทราบเพื่อที่จะได้รู้ว่าเธออาจจะต้องหยุดวันอื่น
“นี่งี่เง่าอะไรอีก ฉันบอกแล้วใช่ไหมที่ของเธอแค่ไหน”
“ซะ...ทราบค่ะ” เสียงเครือสั่นตอบออกไป
เธอไม่รู้ว่าทำผิดอะไรจริง ๆ แค่ถามเท่านั้นเอง ก็โดนต่อว่าเสียยกใหญ่
มือสั่นของเธอหยิบกุญแจห้องชั้น 39 ที่เป็นห้องพักที่ดีที่สุดมาให้ท่านประธาน แล้วน้ำตาก็หยดแหมะลงที่มือของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
เขาเช็ดหลังมือราวกับว่าน้ำตาของเธอมันร้อนนัก จนเธอรู้สึกว่าเขารังเกียจเธอขนาดนี้เลยเหรอ
‘ทำไม!’ เมื่อเขาเดินจากไปแล้ว เธอก็ได้แต่เพียรถามตัวเอง จนเมื่อถึงช่วงที่พักเธอก็ได้รับรู้ว่า ตารางเวรของเธอถูกสับเปลี่ยนให้เข้ากลางคืนทั้งหมดตั้งแต่หลังจากวันหยุดเป็นต้นไป
นะ...นี่อะไรกัน!
เธอมองดูตารางเวรด้วยความแปลกใจ แต่ก็ได้รับคำตอบจากเพื่อนว่าคุณพศินเพิ่งมาสับเปลี่ยนก่อนหน้านี้แค่ 2 ชั่วโมง นั่นทำให้เธอรู้ว่าเพราะอะไรตารางถึงได้ถูกสับเปลี่ยน
เขาไม่อยากเห็นหน้าเธอ เขาแค่ต้องการเธอเพียงชั่วคราว และตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็มาแทนที่แล้ว แต่จะต่างกันก็คือ เธอคือคนที่อยู่ในความลับ แต่ผู้หญิงคนนั้นที่เขากล้าควงไปไหนมาไหน
“เหมาะสมแล้ว!” เธอพูดออกมาเพียงสั้น ๆ จนเพื่อนสาวแอบงง ว่าเหมาะสมยังไง
“เหมาะบ้าอะไร นี่เท่ากับให้แกทำงานแต่กลางคืนนะ ต่างอะไรจากทำงานในผับในบาร์” พิมพ์ประภาไม่เห็นด้วย เหมือนเพื่อนของเธอคงจะไปแตะขัดขาใครเข้ากระมังโดนกลั่นแกล้งขนาดนี้
“ก็ดีนะ ฉันจะได้ไม่ต้องร้อนมาทำงานแต่เช้า แล้วก็ได้มีเวลาอยู่กับสีนิลบ้าง” เธอมองโลกในแง่ดี คงจะมีเพียงลูกหมาน้อยสีดำตาแป๋วแหววของเธอสินะที่ยังคงอยู่ด้วยกันกับเธอไม่ทิ้งไปไหน
‘สุดท้ายทุกคนก็รุมกันทิ้งเธอไป’
“แกไม่เป็นไรจริง ๆ ใช่ไหม”
“ไม่เป็นอะไร สบายใจได้” เธอไม่ได้เป็นอะไร เป็นเพียง ‘แค่คนที่ถูกทิ้ง’
จากที่ตั้งใจจะดิ้นออกจากอ้อมแขน จึงเปลี่ยนเป็นกอดเขาไว้แน่นอีกครั้ง “ลูกคิดถึงคุณมากค่ะ” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนลงไม่แข็งกระด้างเหมือนวันก่อน ในใจก็กลัวว่าเขาจะหายไปอีก แล้วลูกจะคิดถึงเขา “แล้วคุณล่ะ คิดถึงผมบ้างไหม” เสียงนุ่มถามเธอทั้งที่ยังไม่ปล่อยจากอ้อมแขน แต่แล้วก็มีเสียงเด็กน้อยที่สะดุ้งตื่นแล้วก็ร้องไห้หาแม่ ดังขึ้น “ฮื้อ ๆ แม่ขา...!” “นับดาวลูก” ชายหนุ่มรู้สึกเซ็งทันที เมื่อมีคนขัดจังหวะโดยเฉพาะเป็นลูกสาวตัวน้อยของเขา จนคนเป็นพ่อและแม่ต้องเลิกกอดกันชั่วคราวแล้วเปิดประตูไปหาลูกรัก “แม่ขาไปไหนมาคะ” “ไปเปิดประตูให้พ่อขาของหนูไงลูก พ่อขามาหาแล้วนะคะ” “จริงเหรอคะ อ๊ายพ่อขา” เด็กน้อยรีบเอามือขยี้ตาแล้วก็โผเข้ากอดพ่อขาของตัวเอง “พ่อขามาหานับดาวแล้ว ดีใจจังเลยค่ะ” “พ่อขาทนคิดถึงหนูไม่ไหว รอให้เช้าก็กลัวใจจะขาดเลยรีบมาหาตั้งแต่คืนนี้เลยค่ะ” คนเป็นพ่ออุ้มลูกสาวขึ้นหอมแก้มซ้ายขวาจนชื่นใจ “พ่อขานอนกับนับดาวกับแม่ขานะคะ” “เอ่อ...” เขาไม่กล้ารับปาก เพราะกลัวอีกคนจะไล่ออกไปนอนข้างนอก
นายน์เข้ามาที่เลานจ์ เห็นไอ้เพื่อนยากยกแก้วตั้งแต่หัวค่ำ ก็อดเข้าไปแซวไม่ได้ “ว่าไง ไม่เฝ้าเมียหรือไง” “เฝ้ากับผีโดนไล่ออกมาเนี่ย” ได้ยินเสียงมันแล้วหงุดหงิด ยิ่งง้อเมียไม่สำเร็จอยู่ “ง้ออีท่าไหนวะ โดนไล่ออกมา” นายน์ที่นั่งลงซักเพื่อนรักที่ได้เมียไปครองแบบรวดเร็วทันใจด้วยแผนอันแยบยลของตัวเอง “ไม่ได้สักท่า” พูดแล้วก็หงุดหงิด อยากลากขึ้นเตียงง้อแบบเพื่อนบ้างเหมือนกันแต่ว่า เขาไม่มีโอกาสเลยสักนิดนี่สิ “ว้า ไร้น้ำยา ปากดีนักสิมึงนะ ขอให้เมียใจอ่อนไว ๆ แล้วกัน” “กูว่าจะห่างสักพัก รอให้อะไรเข้าที่ก่อน กูจะไปจัดบ้านรอต้อนรับเมียกับลูกด้วย” “สักพักของมึงกี่วัน สามวันนารีก็เป็นอื่นแล้ว ระวังไว้เถอะ” นายน์เตือนเพื่อนด้วยความหวังดี “ไม่เกินสามหรอก กูอยากรู้ว่าเขาคิดถึงกูบ้างหรือเปล่า” เมื่อตามติดทุกฝีก้าวไม่ใจอ่อน เว้นระยะห่างหาทางไปง้อเมียวิธีอื่นดีกว่า ตอนนี้ยังมืดแปดด้านกลับไปปรึกษาแม่ก่อนก็ดีเหมือนกัน “หวังว่าเขาจะรอมึง” “ก็ให้คนตามติดไว้แล้ว ไม่ต้องห่วง กูไม่โง่แบบครั้งก่อนแล้ว” “ให้มันจริง”
ชายหนุ่มต้องทนนอนปวดหลังบนโซฟา โดยมีหมาสีนิลที่มันนอนอย่างสบายใจมาก จนเขาอยากดีดไข่มันสักที “แกนอนสบายไปแล้วนะ” เมื่อบ่นมัน มันก็บ่นกลับราวกับรู้เรื่องทุกอย่าง เจ้านี่มันน่าอิจฉาที่มีเวลาอยู่กับลูกและเมียของเขาทุกช่วงเวลา ตั้งแต่เธอท้องยันคลอดนับดาว แล้วก็อยู่เป็นเพื่อนนับดาวตลอดไม่ห่างไปไหน ดีเท่าที่มันไม่กัดเขาจนได้เลือดเหมือนอย่างตอนนั้น กว่าแผลจะหายใช้เวลาอยู่นานเชียว “แกโชคดีจังนะ ที่เมียฉันเอ็นดู ดูฉันนี่สิต้องมาทนนอนปวดหลัง” เขาอิจฉากระทั่งหมาแล้วตอนนี้ แต่ต่อให้ยากลำบากกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า หากได้เมียกับลูกคืนมาเขาก็ยินดีที่จะทน เขานอนเอามือก่ายหน้าผาก ในวันที่มีลูกและเมียอยู่พร้อมหน้า เมื่อมีนับดาวตัวน้อยแล้ว ก็อยากมีเอื้อมดาวอีกสักคน ตามด้วยอาทิตย์ ที่เป็นผู้ชายสุดท้องอีกคน แค่ได้คิดเขาก็อมยิ้มอย่างมีความสุขแล้ว คืนนี้ได้นอนใกล้ลูกและเมียคืนแรก แต่ไม่รู้ว่าทำไมใจมันฟูจัง เหมือนดาวไม่คิดจะสนใจคนอย่างเขาอีก อยากนอนที่นี่ไม่ยอมกลับก็นอนข้างนอกนั่นแหละ อย่างไรเธอก็ไม่ใจอ่อนให้เขาหรอก แค่นี้เขายังทรมานน้อยเกินไป ปล่อยให้หง
เหมือนดาวมองใบหน้าลูกสาวกับผู้ชายที่เคยร้ายกับเธอที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยด้วยความหมั่นไส้ เมื่อทานข้าวอิ่มแล้ว เธอก็เห็นเขานั่งทานของตัวเองบ้างแล้วปล่อยให้ลูกของเธอนอนเล่นบนโซฟา ความเงียบเข้าปกคลุมอย่างน่าอึดอัดอีกครั้ง เธอไม่อยากให้เขามาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้เลย เธอรู้สึกว่าไม่เป็นตัวเอง เธอเคยมีความสุขมากกว่านี้หลายเท่าตอนที่ไม่มีเขา เมื่อเขาอิ่มแล้วเธอจึงเก็บจานแล้วเดินเข้าไปในครัว ตั้งใจหนีหน้าเขา แต่ชายหนุ่มก็เดินตามเธอเข้ามาอีก “ผมช่วยล้างนะ” “ไม่จำเป็นค่ะ ฉันทำเองได้” เธอปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย กำแพงสูงที่เธอสร้างขึ้นมันจะเป็นเกาะที่คอยคุ้มครองตัวเธอให้อยู่รอดจากคนที่ไม่มีหัวใจอย่างเขา หากเขาจะเข้ามาหาเธอเพื่อต้องการเพียงแค่ลูกล่ะก็ เธอไม่มีวันยอมให้เขาทำสำเร็จ อย่างไรสิทธิ์การเลี้ยงลูกก็ต้องอยู่กับเธออยู่ดี การเป็นเมียที่ไม่มีสถานะนั้นมันเจ็บปวดแค่ไหน เขาจินตนาการไม่ออกหรอก “เหมือนดาว ผมขอโทษสิ่งที่ผ่านมา ผม...ขอโอกาสแก้ตัวได้ไหม” “โอกาสมันมีสำหรับคนที่พร้อมเท่านั้น คุณไม่เคยพร้อมจะมีฉันในชีวิต คุณก็ไม่ควรได้รั
“รับไว้ นับดาวจะคือลูกสาวของผมตลอดไป และเมื่อเธอโตขึ้น ผมอยากส่งเธอเรียนที่ต่างประเทศ” เขายื่นบัตรเครดิตเฟิร์สรอยัลมาสเตอร์การ์ดให้กับเธอ แต่เมื่อเธอปฏิเสธก็มีมือของเลโอน่ามากุมไว้ “รับไว้เถอะนะคะ ฉันรู้ว่าเขาไม่สบายใจแน่หากพวกเรามีความสุขแล้วคุณต้องลำบาก หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ว่าที่สามีของฉันต้องเอาแต่คิดถึงคุณกับลูกนะ ฉันขี้หึงมากค่ะ” ถ้อยคำล้อเล่นของเลโอน่าเรียกเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งหมด แล้วเธอก็เดินไปส่งเขาและเธอที่หน้าบ้าน เธอกอดลาเขาครั้งสุดท้าย ก่อนจะเข้ามาในบ้าน ที่มีคนที่เธอไม่อยากต้อนรับยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าประตู “กอดกับผู้ชายอื่นไม่เกรงใจสามีเลยหรือไง” “ใครสามี” เธอเดินผ่านเขาไปหาลูก ก่อนจะเห็นว่าลูกตื่นแล้ว “ก็ผมยังไงล่ะ” “ฝันไปหรือเปล่า คุณไม่ใช่สามีฉันสักหน่อย” เธอไม่สนใจและหันไปอุ้มลูกขึ้นไปแปรงฟันล้างหน้าเตรียมตัวไปหาอะไรกิน “มามี้ บ้านใครเหยอคะ” เด็กน้อยที่หลับตั้งแต่เมื่อคืน จนไม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้นอนโรงแรมแล้ว จึงถามด้วยความมึนงง “บ้านเราไงคะ ลูก” “บ้านเราเหยอ...แล้วแดดดี้ล่ะคะ” เด็กน้อยที่ไม
เหมือนดาวกลับมาบ้านโดยเขาเป็นคนพากลับมา และเมื่อเหยียบลงที่หน้าบ้านอีกครั้ง ความอบอุ่นก็แทรกเข้ามาในทรวงอก “ไม่มีที่ไหนสุขใจเหมือนกับบ้านแล้วสินะ” เธอพูดออกมาเบา ๆ และเมื่อเปิดไฟเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ก็ต้องแปลกใจเมื่อห้องนี้ติดแอร์เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งบ้านของเธอก็ติดแทบจะทุกมุม “คุณติดแอร์เยอะขนาดนี้ทำไม ฉันจะจ่ายค่าไฟไหวได้ยังไง” เธอรู้ว่ามีแค่เขาคนเดียวที่จะบ้าทำอะไรพวกนี้ “ผมจ่ายไหวอยู่แล้ว เชิญคุณผู้หญิงและลูกสาวคนสวยใช้ได้ตามสบายเลยครับ” เขาพูดอย่างยินดี และดีใจที่เธอกลับมาอยู่บ้าน และกลัวว่าลูกสาวของเขาจะร้อน คุณพ่อใจสปอร์ตอย่างเขาก็จัดการให้ทุกอย่าง “ใครบอกว่าจะให้คุณมาจ่ายให้ฉัน ฉันทำงานและจ่ายเงินเองได้ ส่วนเงินของคุณเก็บไว้เถอะ” เธอไม่รับการช่วยเหลือจากเขา แค่นี้ก็เกินพอแล้ว ต่อไปนี้เธออยากมีแค่ลูกและก็เจ้าสีนิลเท่านั้นส่วนเขาเชิญไปอยู่ในที่ของเขา “โธ่...คุณไม่ยกโทษให้ผมหน่อยเหรอ” “ไม่มีวัน” เธอย้ำชัดเจน หลังจากเขาวางลูกสาวให้นอนอย่างสบายบนเตียงที่กว้างใหญ่ที่เขาจัดให้เธอ ร่างเล็กก็เดินเข้าไปในห้องน้ำก็มีข้าวของเครื่องใช้เต็มไปหมด และเป็น