เข้าสู่ระบบ
เมื่อเขาหมดความเสน่หาก็ไม่ต่างจากหมาถูกทิ้ง เธออยู่ในความลับเพื่อยังรักษาความสัมพันธ์เพียงชั่วคืนไว้
ใช่เธอหลงรักเขา!
ซึ่งมันนอกเหนือจากข้อตกลงของเราสองคน
เสียงจูบเคล้ากับเสียงครางของสองร่างที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันบนเตียงในโรงแรมหรู The PP Grand Hotel ที่เป็นห้องชั้นบนสุดที่เธอต้องคอยไปทำความสะอาดหลังเลิกงาน ซึ่งเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเธอ ที่พศินให้เธอมีหน้าที่รับผิดชอบนอกเหนือจากงานหลัก โดยมีคำสั่งจากเบื้องบนที่ชั้น 40 สั่งมาอีกที
ร่างกายใหญ่สอดเข้าประสานกับร่างเล็กหนักหน่วงราวกับหิวกระหายมาเสียเต็มประดา มือหนาบีบเคล้นเต้าตึงอวบของเธอราวกับจะขยี้เธอให้แหลกคามือ
‘เขาเป็นอะไร ทำไมอารมณ์รุนแรง’
หญิงสาวต้องทนร่วมรักกับเขา ที่แม้ว่าจะหนักหน่วงเพียงใด แต่เธอก็โหยหาร่างกายของเขาไม่แพ้กัน เพียงแค่
ภีรภาคย์สะกิด ก็ทำให้เธอพร้อมสำหรับเรื่องบนเตียงกับเขา“อื้ม...อ๊ะ...!” เสียงครางอย่างเจ็บปวดเมื่อเขาดันเข้ามาอย่างรุนแรง ก่อนจะดึงอุปกรณ์ป้องกันออกทิ้งไปยังพื้นแล้วก็ดันเข้าลึกสุดใจกลางสาวพร้อมกับครางเสียงดังลั่น ปลดปล่อยอารมณ์ออกมาอย่างสุดเหวี่ยง เมื่อเขาเสร็จในยกที่หนึ่งของวันนี้แล้ว
เสียงหวานของเหมือนดาวกรีดร้องตามเขาไปติด ๆ เมื่อลาวาสีขาวขุ่นไหลเข้าไปภายในร่องรัก แล้วมันก็ขมิบตอดสั่นระรัว ราวกับต้องการให้เข้าลึกขึ้นไปอีก
มือเรียวจิกเล็บเข้าที่ท่อนแขนของเขาจนเกิดรอยเล็บ แต่ทว่าก็หาได้เจ็บปวดไม่ แค่มันกระตุ้นแรงปรารถนาอย่างเปี่ยมล้นในการเริ่มร่วมรักที่เร่าร้อนในรอบต่อไป
เขาสาวแก่นกายที่อ่อนได้เพียงชั่วอึดใจ และกลับมาแข็งในเวลาที่รวดเร็ว เข้าออกตามอารมณ์ และมองห่อฟอยล์สีเงินที่อยู่ด้านข้างอย่างไม่ใยดี
เขาต้องการเอาสดกับเธอในวันนี้ เพราะความเครียดกับเรื่องงาน และต้องปลดปล่อยในร่างเล็กให้หายเครียด
ร่างใหญ่ปล่อยให้สัญชาตญาณนำทาง แม้เอวจะเคลื่อนเข้าออกอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าริมฝีปากหนาก็ครอบครองริมฝีปากของเธอ บดขยี้จนกลิ่นคาวเลือดนั้นคละคลุ้งในปาก สองมือสามัคคีเคล้นคลึงเต้าอวบแรง ๆ อย่างหมั่นเขี้ยว เพราะยามเธอใส่ชุดยูนิฟอร์มพนักงาน มันโดดเด่นนำหน้าไปเสียหมด
ส่วนช่องทางที่แสนคับแคบนั้นก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี กว่าหนึ่งปีที่เขาได้ร่วมรักกับเธอ มันไม่ได้ทำให้หลวมเลยสักนิด ทั้งยังฟิตเสมออีกต่างหาก
ร่างกายเล็กสั่นระริกในอ้อมกอดของเขา เธอกัดฟันขบเข้าที่หัวไหล่แกร่งอย่างรุนแรง เพื่อระบายความเสียดเสียวที่กำลังเกิดขึ้น
หน้าท้องที่แบนราบรับกับเอวคอดกิ่วส่ายไปมาด้วยความซาบซ่านและแอ่นหยัดขึ้นรับการกระทำที่รุนแรงจากเขา
วันนี้เขาปรนเปรอเธอจนแทบสำลักในความสุข เสียงหอบหายใจของหญิงสาวนั้นไม่ได้ทำให้เขาปราณีเลยสักนิด ลำกายที่แข็งแกร่งเสียดสีเข้าออกแบบเนื้อแนบเนื้อจนในที่สุดเขาก็ปลดปล่อยลงมาอีกครั้ง
“ฮึก...อื้อ....!” เธอได้แต่ครางในลำคอในช่วงสุดท้ายของยกที่สอง เพราะเขาตะโบมจูบลงมาขบขยี้เธอจนปากบวมเจ่อ
สองลิ้นกระดกรัดพัวพันกันอย่างรวดเร็ว จนเธอต้องใช้ลมหายใจร่วมกับเขา เพราะรู้สึกเหมือนจะขาดใจกับรสจูบ
ยามนี้เธอไม่มีแม้เรี่ยวแรงจะเดิน สองขาอ่อนแรงราบไปกับพื้นเตียงนอนนุ่มเป็นที่สุด แต่เมื่อเขาได้เธอสมใจอยาก ก็ถอดถอนออกจากร่างกายของเธอทันที
“ฮึก...!” ร่างเล็กเสียววาบที่ช่องท้องแล้วก็มองดูเขาติดกระดุมเสื้ออย่างรวดเร็วราวกับมีธุระด่วน
“จะกลับเลยเหรอคะ” เธอถามเขา
“อืม...ผมจะกลับแล้ว”เขาพ่นลมหายใจก่อนจะตอบเธอออกไปอย่างรู้สึกรำคาญ
“ขับรถดี ๆ นะคะ” ร่างเล็กเหยียดกายลุกขึ้น ขณะที่ยังเปล่าเปลือยบอกส่งเขา แม้ในใจจะรู้สึกเจ็บแปลบเพียงใด แต่สถานะคนในความลับก็ไม่อาจจะเปิดเผยตัวตนออกมาได้ หรือแม้แต่แสดงความรู้สึกต่อหน้าเขา
“แล้วก็รีบกลับบ้านอย่ามัวโอ้เอ้” เขาสั่งจบก็ออกไป ทิ้งให้เธอกลับเองแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว
เหมือนดาวมองดูแผ่นหลัง ที่เธอเพียงได้สัมผัสเขาเป็นเวลาสั้น ๆ ในทุกวันหรือทุกครั้งที่ต้องการ ด้วยแววตาหม่นเศร้า
แม้ทุกครั้งจะจบแบบนี้ แต่เธอเลือกที่จะตกลงกับเขาเอง เพียงเพื่ออยากทำงานที่นี่ แต่ช่วงหลังมันไม่ใช่แค่นั้นหรอก ที่เธอยอมทน แต่เป็นเพราะ ‘เธอรักเขา’ เข้าเสียแล้ว และถอนตัวถอนใจออกจากเขาไม่ได้แล้ว
เมื่อนึกถึงวันแรกที่ตกลงจะทำงานที่นี่
“คุณยินยอมทำตามใจผมหรือเปล่า หากยอมพรุ่งนี้คุณเริ่มงานได้เลย แต่ต้องพ่วงด้วยหน้าที่พิเศษ”
“พิเศษยังไงคะ”
“นอนกับผมตามที่ผมต้องการ”
“นะ...นอน...เหรอคะ” ไม่เคยรู้ว่าวงการที่ใช้เต้าไต่มีอยู่ทุกที่ แต่ทว่าแค่เป็นเพียงพนักงานต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรมของเขา เธอต้องยอมแลกตัวเลยหรือ หากไม่เป็นเพราะเงินของเธอเพียงพอจะประทังชีวิตอยู่ได้อีกเพียงเดือนเดียวละก็ เธอไม่มีวันตัดสินใจแบบนี้เด็ดขาด
“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างคะ”
“ง่าย ๆ แค่ห้ามท้องเพื่อจับผม คุณคือคนในความลับ และห้ามทุกคนรู้”
คำพูดนี้เธอพยายามท่องมันให้ขึ้นใจ แล้วก็จำใส่สมองเอาไว้ว่า พื้นที่ของเธอก็แค่บนเตียงในห้องนี้เท่านั้นอย่าเผยอขึ้นไปยืนเคียงข้างเขาบนชั้นสูงสุด มันไม่ใช่ที่ของเธอ
‘เขาไม่เคยรักเธอ จำเอาไว้’
เธอเก็บร่างอันร้าวราน เก็บหัวใจที่บอบช้ำ แล้วพาตัวเองไปอาบน้ำชำระร่างกายและแต่งตัวในชุดพนักงาน ติดเข็มกลัดที่หน้าอก ที่เป็นชื่อตัวเองภาษาอังกฤษลูบมันอย่างแผ่วเบา แล้วก็จัดแต่งทรงผมให้เหมือนตอนที่เข้ามาทำความสะอาดห้องนี้
แน่นอนว่าสิ่งที่เธอต้องทำก่อนไป คือเก็บถุงยางที่เขาดึงทิ้งไว้เกลื่อนพื้นใส่ถังแล้วรวบไปทิ้งรวมกันที่ห้องขยะ
วันนี้เธอแทบหมดแรงยืน แต่ก็ต้องรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อกลับบ้าน ตลอดทางเธอคิดเรื่องระหว่างเธอและเขา ภีรภาคย์ คุณากร กับพนักงานระดับล่างที่เขาไม่เคยเห็นความสำคัญอื่นใดนอกจากเรื่องเซ็กส์อย่างเธอ
ข้อแลกเปลี่ยนแค่ได้งาน ก็คือแค่ได้งานจริง ๆ เธอปฏิเสธการรับของจากเขาทั้งหมด และขออยู่ในที่ของเธอ เธอหึงไม่ได้ หวงไม่ได้ แสดงตัวไม่ได้ อยู่เหมือนเป็นอากาศในชีวิตของเขา
เธอไม่ได้ขึ้นรถเมย์กลับ แต่เลือกที่จะเดินไปเรื่อย ๆ ระยะทางจากที่ทำงานถึงบ้านก็ห้ากิโล เธอเดินแล้วไปหยุดอยู่ที่ป้ายรถเมย์หนึ่ง แล้วนั่งลงปล่อยน้ำตาให้มันไหลลงมา
ไม่รู้ชีวิตเธอต้องเจอกับเรื่องราวที่อึดอัดกว่านี้อีกไหม เธอระบายให้ใครฟังก็ไม่ได้ หันหน้าไปหาใครก็ไม่ได้ มีเพียงพศินที่รับรู้สถานะของเธอและคนบนห้องนั้น
หากถามว่าอยากจบไหม ตอบได้คำเดียวว่าไม่ เธอต้องการมีเขาอยู่ แต่ทว่าวันหนึ่งเมื่อมาถึง เธอก็ต้องไปอยู่ดี
เสียงร้องครางอิ๋ง ๆ พร้อมกับหางที่สะบัดไปมา นั่นทำให้เธอตื่นจากภวังค์
“สีนิล...บอกแล้วใช่ไหมไม่ให้มารับ” สีนิลเป็นหมาที่เธอเก็บไปเลี้ยงด้วยความสงสาร เพราะโชคชะตาของมันเหมือนกับเธอไม่มีผิด
พ่อทอดทิ้งเธอและแม่ไปมีครอบครัวใหม่ และไม่ติดต่อกลับมาอีกแล้ว ส่วนแม่ก็เพิ่งทอดทิ้งให้เธออยู่ลำพังไม่นาน เนื่องจากป่วยกระเสาะกระแสะ จนสุดท้ายแม่ก็สิ้นลม
กว่าจะมีวันนี้ได้เธอผ่านเรื่องราวมามากมาย และไม่ง่ายที่จะต้องอยู่คนเดียว
สีนิลเหมือนเป็นเพื่อนระบายความทุกข์ของเธอ มันคอยอยู่ข้าง ๆ และรับฟังเธอทุกอย่าง ยามเธอเศร้ามันก็จะเอาคางมาเกยที่ตัก เหมือนอยากให้รับรู้ว่าเธอยังมีมันอยู่นะ
“กลับบ้านเรากันนะสีนิล คนถูกทิ้งหนึ่งคน กับหมาหนึ่งตัว” เธอหันมายิ้มให้มันทั้งน้ำตา แล้วก็เดินเป็นเพื่อนมันไปเรื่อย ๆ จวบจนถึงบ้าน
เธอเทอาหารให้มัน และนั่งมองมันกินจนหมด จากนั้นเทน้ำให้มันกินต่อ ทั้งยังนั่งลูบหัวหลังจากกินข้าวเสร็จแล้วจนมันหลับไป
เธอมองบ้านหลังเล็กที่ทรุดโทรมแล้วก็ต้องถอนหายใจ ดีที่แม่ยังมีบ้านให้เธอได้อยู่ ไม่อย่างนั้นคงได้นอนข้างถนนเหมือนกับสีนิลในวันนั้น
จากที่ตั้งใจจะดิ้นออกจากอ้อมแขน จึงเปลี่ยนเป็นกอดเขาไว้แน่นอีกครั้ง “ลูกคิดถึงคุณมากค่ะ” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนลงไม่แข็งกระด้างเหมือนวันก่อน ในใจก็กลัวว่าเขาจะหายไปอีก แล้วลูกจะคิดถึงเขา “แล้วคุณล่ะ คิดถึงผมบ้างไหม” เสียงนุ่มถามเธอทั้งที่ยังไม่ปล่อยจากอ้อมแขน แต่แล้วก็มีเสียงเด็กน้อยที่สะดุ้งตื่นแล้วก็ร้องไห้หาแม่ ดังขึ้น “ฮื้อ ๆ แม่ขา...!” “นับดาวลูก” ชายหนุ่มรู้สึกเซ็งทันที เมื่อมีคนขัดจังหวะโดยเฉพาะเป็นลูกสาวตัวน้อยของเขา จนคนเป็นพ่อและแม่ต้องเลิกกอดกันชั่วคราวแล้วเปิดประตูไปหาลูกรัก “แม่ขาไปไหนมาคะ” “ไปเปิดประตูให้พ่อขาของหนูไงลูก พ่อขามาหาแล้วนะคะ” “จริงเหรอคะ อ๊ายพ่อขา” เด็กน้อยรีบเอามือขยี้ตาแล้วก็โผเข้ากอดพ่อขาของตัวเอง “พ่อขามาหานับดาวแล้ว ดีใจจังเลยค่ะ” “พ่อขาทนคิดถึงหนูไม่ไหว รอให้เช้าก็กลัวใจจะขาดเลยรีบมาหาตั้งแต่คืนนี้เลยค่ะ” คนเป็นพ่ออุ้มลูกสาวขึ้นหอมแก้มซ้ายขวาจนชื่นใจ “พ่อขานอนกับนับดาวกับแม่ขานะคะ” “เอ่อ...” เขาไม่กล้ารับปาก เพราะกลัวอีกคนจะไล่ออกไปนอนข้างนอก
นายน์เข้ามาที่เลานจ์ เห็นไอ้เพื่อนยากยกแก้วตั้งแต่หัวค่ำ ก็อดเข้าไปแซวไม่ได้ “ว่าไง ไม่เฝ้าเมียหรือไง” “เฝ้ากับผีโดนไล่ออกมาเนี่ย” ได้ยินเสียงมันแล้วหงุดหงิด ยิ่งง้อเมียไม่สำเร็จอยู่ “ง้ออีท่าไหนวะ โดนไล่ออกมา” นายน์ที่นั่งลงซักเพื่อนรักที่ได้เมียไปครองแบบรวดเร็วทันใจด้วยแผนอันแยบยลของตัวเอง “ไม่ได้สักท่า” พูดแล้วก็หงุดหงิด อยากลากขึ้นเตียงง้อแบบเพื่อนบ้างเหมือนกันแต่ว่า เขาไม่มีโอกาสเลยสักนิดนี่สิ “ว้า ไร้น้ำยา ปากดีนักสิมึงนะ ขอให้เมียใจอ่อนไว ๆ แล้วกัน” “กูว่าจะห่างสักพัก รอให้อะไรเข้าที่ก่อน กูจะไปจัดบ้านรอต้อนรับเมียกับลูกด้วย” “สักพักของมึงกี่วัน สามวันนารีก็เป็นอื่นแล้ว ระวังไว้เถอะ” นายน์เตือนเพื่อนด้วยความหวังดี “ไม่เกินสามหรอก กูอยากรู้ว่าเขาคิดถึงกูบ้างหรือเปล่า” เมื่อตามติดทุกฝีก้าวไม่ใจอ่อน เว้นระยะห่างหาทางไปง้อเมียวิธีอื่นดีกว่า ตอนนี้ยังมืดแปดด้านกลับไปปรึกษาแม่ก่อนก็ดีเหมือนกัน “หวังว่าเขาจะรอมึง” “ก็ให้คนตามติดไว้แล้ว ไม่ต้องห่วง กูไม่โง่แบบครั้งก่อนแล้ว” “ให้มันจริง”
ชายหนุ่มต้องทนนอนปวดหลังบนโซฟา โดยมีหมาสีนิลที่มันนอนอย่างสบายใจมาก จนเขาอยากดีดไข่มันสักที “แกนอนสบายไปแล้วนะ” เมื่อบ่นมัน มันก็บ่นกลับราวกับรู้เรื่องทุกอย่าง เจ้านี่มันน่าอิจฉาที่มีเวลาอยู่กับลูกและเมียของเขาทุกช่วงเวลา ตั้งแต่เธอท้องยันคลอดนับดาว แล้วก็อยู่เป็นเพื่อนนับดาวตลอดไม่ห่างไปไหน ดีเท่าที่มันไม่กัดเขาจนได้เลือดเหมือนอย่างตอนนั้น กว่าแผลจะหายใช้เวลาอยู่นานเชียว “แกโชคดีจังนะ ที่เมียฉันเอ็นดู ดูฉันนี่สิต้องมาทนนอนปวดหลัง” เขาอิจฉากระทั่งหมาแล้วตอนนี้ แต่ต่อให้ยากลำบากกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า หากได้เมียกับลูกคืนมาเขาก็ยินดีที่จะทน เขานอนเอามือก่ายหน้าผาก ในวันที่มีลูกและเมียอยู่พร้อมหน้า เมื่อมีนับดาวตัวน้อยแล้ว ก็อยากมีเอื้อมดาวอีกสักคน ตามด้วยอาทิตย์ ที่เป็นผู้ชายสุดท้องอีกคน แค่ได้คิดเขาก็อมยิ้มอย่างมีความสุขแล้ว คืนนี้ได้นอนใกล้ลูกและเมียคืนแรก แต่ไม่รู้ว่าทำไมใจมันฟูจัง เหมือนดาวไม่คิดจะสนใจคนอย่างเขาอีก อยากนอนที่นี่ไม่ยอมกลับก็นอนข้างนอกนั่นแหละ อย่างไรเธอก็ไม่ใจอ่อนให้เขาหรอก แค่นี้เขายังทรมานน้อยเกินไป ปล่อยให้หง
เหมือนดาวมองใบหน้าลูกสาวกับผู้ชายที่เคยร้ายกับเธอที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยด้วยความหมั่นไส้ เมื่อทานข้าวอิ่มแล้ว เธอก็เห็นเขานั่งทานของตัวเองบ้างแล้วปล่อยให้ลูกของเธอนอนเล่นบนโซฟา ความเงียบเข้าปกคลุมอย่างน่าอึดอัดอีกครั้ง เธอไม่อยากให้เขามาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้เลย เธอรู้สึกว่าไม่เป็นตัวเอง เธอเคยมีความสุขมากกว่านี้หลายเท่าตอนที่ไม่มีเขา เมื่อเขาอิ่มแล้วเธอจึงเก็บจานแล้วเดินเข้าไปในครัว ตั้งใจหนีหน้าเขา แต่ชายหนุ่มก็เดินตามเธอเข้ามาอีก “ผมช่วยล้างนะ” “ไม่จำเป็นค่ะ ฉันทำเองได้” เธอปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย กำแพงสูงที่เธอสร้างขึ้นมันจะเป็นเกาะที่คอยคุ้มครองตัวเธอให้อยู่รอดจากคนที่ไม่มีหัวใจอย่างเขา หากเขาจะเข้ามาหาเธอเพื่อต้องการเพียงแค่ลูกล่ะก็ เธอไม่มีวันยอมให้เขาทำสำเร็จ อย่างไรสิทธิ์การเลี้ยงลูกก็ต้องอยู่กับเธออยู่ดี การเป็นเมียที่ไม่มีสถานะนั้นมันเจ็บปวดแค่ไหน เขาจินตนาการไม่ออกหรอก “เหมือนดาว ผมขอโทษสิ่งที่ผ่านมา ผม...ขอโอกาสแก้ตัวได้ไหม” “โอกาสมันมีสำหรับคนที่พร้อมเท่านั้น คุณไม่เคยพร้อมจะมีฉันในชีวิต คุณก็ไม่ควรได้รั
“รับไว้ นับดาวจะคือลูกสาวของผมตลอดไป และเมื่อเธอโตขึ้น ผมอยากส่งเธอเรียนที่ต่างประเทศ” เขายื่นบัตรเครดิตเฟิร์สรอยัลมาสเตอร์การ์ดให้กับเธอ แต่เมื่อเธอปฏิเสธก็มีมือของเลโอน่ามากุมไว้ “รับไว้เถอะนะคะ ฉันรู้ว่าเขาไม่สบายใจแน่หากพวกเรามีความสุขแล้วคุณต้องลำบาก หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ว่าที่สามีของฉันต้องเอาแต่คิดถึงคุณกับลูกนะ ฉันขี้หึงมากค่ะ” ถ้อยคำล้อเล่นของเลโอน่าเรียกเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งหมด แล้วเธอก็เดินไปส่งเขาและเธอที่หน้าบ้าน เธอกอดลาเขาครั้งสุดท้าย ก่อนจะเข้ามาในบ้าน ที่มีคนที่เธอไม่อยากต้อนรับยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าประตู “กอดกับผู้ชายอื่นไม่เกรงใจสามีเลยหรือไง” “ใครสามี” เธอเดินผ่านเขาไปหาลูก ก่อนจะเห็นว่าลูกตื่นแล้ว “ก็ผมยังไงล่ะ” “ฝันไปหรือเปล่า คุณไม่ใช่สามีฉันสักหน่อย” เธอไม่สนใจและหันไปอุ้มลูกขึ้นไปแปรงฟันล้างหน้าเตรียมตัวไปหาอะไรกิน “มามี้ บ้านใครเหยอคะ” เด็กน้อยที่หลับตั้งแต่เมื่อคืน จนไม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้นอนโรงแรมแล้ว จึงถามด้วยความมึนงง “บ้านเราไงคะ ลูก” “บ้านเราเหยอ...แล้วแดดดี้ล่ะคะ” เด็กน้อยที่ไม
เหมือนดาวกลับมาบ้านโดยเขาเป็นคนพากลับมา และเมื่อเหยียบลงที่หน้าบ้านอีกครั้ง ความอบอุ่นก็แทรกเข้ามาในทรวงอก “ไม่มีที่ไหนสุขใจเหมือนกับบ้านแล้วสินะ” เธอพูดออกมาเบา ๆ และเมื่อเปิดไฟเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ก็ต้องแปลกใจเมื่อห้องนี้ติดแอร์เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งบ้านของเธอก็ติดแทบจะทุกมุม “คุณติดแอร์เยอะขนาดนี้ทำไม ฉันจะจ่ายค่าไฟไหวได้ยังไง” เธอรู้ว่ามีแค่เขาคนเดียวที่จะบ้าทำอะไรพวกนี้ “ผมจ่ายไหวอยู่แล้ว เชิญคุณผู้หญิงและลูกสาวคนสวยใช้ได้ตามสบายเลยครับ” เขาพูดอย่างยินดี และดีใจที่เธอกลับมาอยู่บ้าน และกลัวว่าลูกสาวของเขาจะร้อน คุณพ่อใจสปอร์ตอย่างเขาก็จัดการให้ทุกอย่าง “ใครบอกว่าจะให้คุณมาจ่ายให้ฉัน ฉันทำงานและจ่ายเงินเองได้ ส่วนเงินของคุณเก็บไว้เถอะ” เธอไม่รับการช่วยเหลือจากเขา แค่นี้ก็เกินพอแล้ว ต่อไปนี้เธออยากมีแค่ลูกและก็เจ้าสีนิลเท่านั้นส่วนเขาเชิญไปอยู่ในที่ของเขา “โธ่...คุณไม่ยกโทษให้ผมหน่อยเหรอ” “ไม่มีวัน” เธอย้ำชัดเจน หลังจากเขาวางลูกสาวให้นอนอย่างสบายบนเตียงที่กว้างใหญ่ที่เขาจัดให้เธอ ร่างเล็กก็เดินเข้าไปในห้องน้ำก็มีข้าวของเครื่องใช้เต็มไปหมด และเป็น







