LOGINตอนที่5 ห้องเกือบลุกเป็นไฟ
“นี่ห้องพักอาจารย์นะคะ ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้”
“แล้วไง” คำตอบสั้น ๆ แต่ทำให้เธอนิ่ง วงแขนเขากระชับขึ้นนิดหนึ่ง
“ถ้าไม่อยากให้ผมทำมากกว่านี้…ก็หยุดดิ้น” เธอนั่งนิ่งตามคำสั่ง สายตาโฟกัสไปที่หน้าจอ ทั้งที่สมาธิแทบไม่มี
“ตรงนี้ต้องเพิ่มรายละเอียด” เขาพูดเหมือนปกติ แต่มือของเขายังวางอยู่ที่เอวคอด
"เดี๋ยวหนูกลับไปแก้ไขค่ะ” เธอรีบพูดตัดบท เพราะต้องการหลุดไปจากพันธะการของเขาเร็ว ๆ
“ฟังให้จบก่อน ผมยังพูดไม่จบ หรืออยากโดนหักคะแนน” เธอปิดปากเงียบ กัดริมฝีปากตัวเองเบา ๆ
"เอะอะก็จะหักคะแนน ตกลงว่าถ้าหนูแก้แล้ว ยังจะให้คะแนนหนูอยู่ไหมคะ"
"หึ หึ" เขาหัวเราะเบา ๆ
“ขึ้นอยู่กับว่าคุณตั้งใจแค่ไหน” คำว่า “ตั้งใจ” ฟังดูมีความหมายแฝง พิพิมพ์รู้ แต่ไม่กล้าพูด เธอพยายามลุกขึ้นจากตักแกร่ง แต่ดูเหมือนเขาตั้งใจรัดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ
“ชิ ไม่ให้ก็ไม่เอา ปล่อยหนูค่ะ” เธอพยายามแกะมือเขาออกอีกครั้ง
“ปล่อยหนูค่ะ หนูจะไปกินข้าว” แต่ยิ่งดิ้น วงแขนเขากลับยิ่งกระชับแน่นขึ้น
“พิพิมพ์…ผมบอกว่าอย่าดิ้น” เสียงทุ้มกดต่ำลอดไรฟัน ราวกับกำลังข่มอะไรบางอย่างเอาไว้
“คุณก็ปล่อยหนูสิคะ”
“ทีเมื่อคืน…ไม่เห็นดิ้นแบบนี้” ประโยคนั้นทำให้เธอชะงัก
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะคะ นั่นมันเรื่องของเมื่อคืน”
"หึ หึ" ภาคภูมิหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“งั้น…” เขาโน้มลงมาใกล้ เสียงต่ำกระซิบชิดข้างหู
“อยากทำให้เป็นเรื่องของวันนี้ไหมล่ะ” ภาคภูมิไม่ได้ปล่อยเธอ แต่กลับหมุนตัวให้เธอหันหน้าเข้าหาเขาแทน มือใหญ่ยังคงวางอยู่ที่เอวบาง ไม่ยอมขยับไปไหน พิพิมพ์เงยหน้ามองเขา แววตาทั้งดื้อทั้งระแวง
“อาจารย์จะทำอะไรคะ”
“กำลังคิดอยู่ว่าจะหักคะแนนตรงไหนดี”
“นี่คุณ” คำด่าถูกกลืนหายไป เมื่อเขาโน้มหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่น ๆ แตะอยู่แถวปลายจมูกโด่ง
“ทำหน้าแบบนี้อีกแล้ว” เขาพึมพำเบา ๆ “ปากจะยาวเท่าเป็ดแล้ว”
“ก็คุณชอบแกล้งหนูนี่คะ”
“ไม่ได้แกล้ง” มือใหญ่เลื่อนจากเอวขึ้นมาจับคางเธอเบา ๆ บังคับให้เธอมองสบตาเขา
“เรียกผมว่าอะไรนะเมื่อกี้”
พิพิมพ์เม้มปาก ไม่ตอบ
“เรียกอีกทีสิ”
“ไม่เรียก”
มุมปากเขายกขึ้นนิด ๆ
“เด็กดื้อ” เสียงกระซิบเบา ๆ ก่อนจะโน้มหน้าลงมาใกล้อีก จนหน้าผากแทบชนกัน พิพิมพ์ยกมือดันอกเขาไว้ แต่แรงของเธอเหมือนไม่ได้ทำให้เขาขยับเลยแม้แต่นิดเดียว
“ปล่อยหนูนะ เดี๋ยวมีคนเข้ามา”
“ประตูล็อก” คำตอบสั้น ๆ ทำให้เธอนิ่งไปทันที ภาคภูมิมองหน้าเธออยู่แบบนั้น สายตาไม่ได้เร่งรีบ ไม่ได้รุนแรง แต่กดดันจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
“เมื่อคืนไม่เห็นกลัว ขึ้นนั่งบนตัวผมคุณก็ทำมาแล้ว”
“ก็เมื่อคืนหนูเมา” ได้ยินแบบนั้นทำเธอหน้าแดง ลามไปถึงใบหู
“แล้วตอนไม่เมา ทำไม่ได้เหรอ” เขาพูดช้า ๆ แล้วใช้นิ้วโป้งลูบเบา ๆ ตรงมุมปากบาง พิพิมพ์ใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาด้านนอก
“ปล่อยหนูเถอะค่ะ” ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเขา ภาพแผ่นอกกว้างกับหุ่นล่ำในตอนเช้าลอยเข้ามาในหัว เริ่มหายใจติดขัด จนเธอเผลอกัดริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัว
“อื้อ…”
ยังไม่ทันตั้งตัว ปากหยักก็ประกบริมฝีปากบาง จูบหนักแน่น พิพิมพ์ตกใจในวินาทีแรก แต่เพียงไม่นานความคุ้นเคยจากเมื่อคืนก็ทำให้เธอเผลอตอบรับจูบนั้นอย่างไม่รู้ตัว มือของเธอกำเสื้อเขาไว้แน่นเหมือนต้องการที่ยึดเกาะ
ฝ่ามือหนาเลื่อนต่ำลงไปตามแผ่นหลัง ก่อนจะหยุดอยู่ที่สะโพก บีบกระชับเบา ๆ จนร่างบางสะดุ้ง กระโปรงทรงเอถูกร่นขึ้นเล็กน้อยตามแรงมือของเขา
เผยแพนตี้สีดำตัวจิ๋ว และต้นขาอ่อน ด้วยความเข้ากันได้จากเมื่อคืนจึงไม่ยากที่จะปลุกไฟในตัวให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง พิพิมพ์จูบตอบ ขณะที่มือหนาก็สอดเข้าใต้ชายกระโปรงไปลูบไล้กลีบอวบนูนผ่านผ้าลูกไม้ตัวบาง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
กึก!
เสียงเคาะประตูช่วยหยุดทุกอย่างในห้องลง
“Shit!” จะมาอะไรตอนนี้วะ” ภาคภูมิสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อโดนขัดจังหวะ แต่ก็จำใจต้องปล่อยหญิงสาวให้เป็นอิสระ
"เอวา ฉันขอโทษที่ฉันเคยทำผิดต่อเธอ ให้อภัยฉันได้ไหม" เอวาตกใจเล็กน้อยที่ชายหนุ่มทำแบบนั้น แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะความเป็นต่างชาติที่มักจะพูดและทำแบบตรงไปตรงมา"ฉันไม่ได้โกรธคุณหรอกค่ะ ที่ฉันเลือกที่จะเดินออกมาจากคุณเพราะฉันต้องการอิสระ ฉันต้องการหลุดพ้นจากคำว่า เมียเดิมพัน" เอวาบอกเหตุผลที่แท้จริงออกไป เจเดนเข้าใจสิ่งที่เธอกำลังบอกเขาทันที"ฟังนะเอวา เธอไม่ใช่เมียเดิมพัน ฉันตกหลุมรักเธอตั้งแต่ตอนที่เธอเอาร่มมากางให้ฉัน เด็กผู้หญิงคนนั้นที่มีรอยยิ้มสดใส ฉันพยายามตามหาเธอมาตลอด แต่ฉันเจอเธอก็ตอนที่บางอย่างมันอาจจะช้าเกินไป ฉันเป็นคนยื่นขอเสนอบ้า ๆ นั่นกับไมค์เอง ไมค์ปฏิเสธฉันหลายครั้งจนฉันบีบบังคับให้ไมค์ยอม เธอคือเมียที่ฉันตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ไม่ใช่เมียเดิมพันอย่างที่เธอเข้าใจ นี่คือคำสารภาพทั้งหมดจากฉัน" เอวาฟังแล้วแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เจเดนบอก"เพราะเหตุผลนี้ใช่ไหมที่ลูกเลือกจะย้ายมาอยู่เมืองไทย เพราะเธอลูกจึงอยากย้ายมาอยู่เมืองไทย" พ่อเจเดนถามขึ้นหลังจากได้ฟังคำสารภาพทั้งหมดของเจเดน"ครับ นั่นคือเหตุผลทั้งหมด เพราะผมต้องการตามหาเธอและอยู่กับเธอ" ราล์ฟ ไบรอัน ทุกคนไม่เคย
"ลูกแน่ใจใช่ไหมว่าเธอจะอนุญาตให้เราพบ นั่นมันบ้านของเธอเราไม่มีสิทธิ์เข้าไปโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต" แม่ของเจเดนเอ่ยถาม เพราะที่ฝรั่งเศสกฎหมายคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลนั้นรุนแรงมาก"ผมก็ไม่แน่ใจครับ ถึงต้องให้พ่อกับแม่มาช่วยนี่ไงครับ" แววตาเจเดนแสดงออกถึงความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน"พ่อกับแม่ขอให้ลูกโชคดี"รถ SUV ค่อย ๆ ชะลอลงหน้าบ้านหลังเล็กที่ตั้งอยู่ในมุมเงียบสงบของหมู่บ้านชานเมืองเชียงใหม่ รั้วไม้เตี้ย ๆ สีขาวล้อมรอบพื้นที่รอบบ้านดอกไม้หลากสีเบ่งบานอยู่ริมแนวรั้ว และที่สวนเล็กข้างบ้านนั้น…ร่างของหญิงสาวในชุดธรรมดากำลังก้มปลูกต้นกล้าดอกดาวเรืองลงดิน เส้นผมถูกรวบไว้หลวม ๆ ด้านหลัง"เอวา" เจเดนก้าวลงจากรถโดยรีรอ รีบกระโดดข้ามรั้วไม้เข้าไปในพื้นที่บ้านโดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของบ้านพ่อกับแม่ของเจเดนที่ลงจากรถตามมาต่างเบิกตากว้างกับสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ ถึงกับยกมือขึ้นปิดปาก“Mon dieu! (พระเจ้า!) เจเดน! ลูกทำอะไรของลูก!”“คุณเห็นไหม! เขาปีนรั้วเข้าไปในบ้านของผู้หญิงคนนั้น” เธอหันไปหาสามี“ที่ฝรั่งเศสแบบนี้เข้าคุกเลยนะ”“หรือถูกยิงด้วยซ้ำ ถ้าเจ้าของบ้านมีปืน” พ่อพูดเสียงนิ่ง ๆ แ
เจเดนยังกอดกระดาษแผ่นนั้นไว้แนบอก พร้อมกับหมอนใบเล็กที่ยังมีกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเอวา ไม่มีเสียง ไม่มีคำพูด ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่พึ่งบุกรุกเข้ามาในห้อง“เจเดน ลุกไปอาบน้ำ แม่งจะอยู่ในสภาพเน่าเฟะแบบนี้รอให้เธอกลับมาหรือไง” ไบรอันเดินเข้าไปใกล้ แต่มือเจเดนกลับกระชับจดหมายนั้นแน่นขึ้น“เธอไม่อยู่แล้ว…” เสียงเขาแหบแห้งแทบไม่ได้ยิน“เธอไปแล้ว...เธอพาลูกหนีไปจากกูแล้ว”“งั้นมึงก็ลุกขึ้นสิวะ...ลุกขึ้นไปตามเธอกลับมา” เสียงราล์ฟเข้มขึ้น แววตานั้นจริงจัง“กูไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน”“เธอไม่อยากให้ฉันตามหา”ตอบกลับเสียงแผ่วราวคนหมดแรง มีเพียงน้ำตาเงียบ ๆ ที่ไหลลงจากหางตาของชายผู้ไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็น“นายอยากเจอคุณเอวาไหมครับ” เจมที่ทนเห็นคนเป็นนายอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหว จึงต้องเอ่ยถามคำนี้ขึ้นก่อนเวลาที่เขาคิดไว้“มึงหมายความว่าไงเจม”“ลุกขึ้นไปอาบน้ำ กินข้าว ดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้ก่อน ผมจะพานายไปเจอคุณเอวาในสภาพไม่นี้ไม่ได้จริง ๆ”“มึงรู้ว่าเอวาอยู่ที่ไหน” ร่างสูงกำยำลุกพรวดพราดขึ้น ออกอาการเซแทบหงายหลัง จนไบรอันต้องรีบพยุงไว้ไม่งั้นคงได้หงายหลังล้มหัวกระแทกพื้น“ครับ ผมสามารถตาม
ไม่มีใครเอะใจ เพราะเคยได้ยินเอวาเล่าถึงว่าแม่ของเธอจากโลกใบนี้ไปแล้ว และในวันนี้...เธอก็ขอใช้มันเป็นข้ออ้าง เพื่อบอกลาทุกอย่างเงียบ ๆเจมขับรถไปส่งเธอที่สนามบินตามคำสั่ง เขาไม่รู้เลยว่าครั้งนี้…เธอจะไม่กลับมาอีกแล้วแต่เหมือนเจมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง จึงเอ่ยขึ้นก่อนที่เอวาจะหันหลังเดินจากไป“ผมเคารพการตัดสินใจของคุณเอวานะครับ ของชิ้นนี้ได้โปรดพกมันติดตัวไว้ตลอด ถือซะว่าเป็นของขวัญจากพี่ชายคนนี้ ของสิ่งนี้จะช่วยคุ้มครองคุณเอวาให้ปลอดภัย โชคดีนะครับ เดินทางปลอดภัย”“ขอบคุณค่ะพี่เจม” เอวารับมาแล้วคล้องเข้าที่คอ เพราะของที่เจมให้มานั้นคือสร้อยพระองค์เล็กที่ถูกหลอมขึ้นจากทองคำขาว จากนั้นก็เอ่ยลาแล้วเดินหันหลังเข้าไปด้านในสนามบินเจเดนกลับมาถึงบ้านในช่วงดึก หลังจากประชุมยืดเยื้อเกินเวลา เขาถอดเสื้อสูทลวก ๆ มาถือไว้ในมือ ก่อนก้าวขึ้นบันไดตรงไปยังห้องนอนอย่างอ่อนล้า เขาเปิดประตูห้องเข้าไปในความมืด แสงไฟจากด้านนอกเล็ดลอดเข้ามา ไม่มีร่างบางนอนอยู่บนเตียง ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่เขาเฝ้าคิดถึงทั้งวันเจเดนขมวดคิ้ว เขากวาดตามองไปรอบห้อง รีบสาวเท้าเดินตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัว เขารีบเดินไปที่ตู้เสื้อผ
เธอนั่งพิงหัวเตียง ห่มผ้าคลุมตัวไว้ทั้งที่ไม่หนาวเลยสักนิด สายตาจับจ้องไปยังนาฬิกาบนผนังครั้งแล้วครั้งเล่า ดูเวลาเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทั้งที่รู้ดีว่ามันยังไม่ถึงตอนนั้น อีกแค่ 20 นาทีก็จะถึงเวลาที่หมอหนุ่มจะกลับเข้ามาแจ้งผลตรวจเลือดหัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ว่าผลจะออกมาว่าเธอตั้งครรภ์หรือไม่ก็ตาม เธอก็ต้องยอมรับผลนั้นให้ได้ แต่เธอยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินออกไปจากชีวิตผู้ชายคนนี้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เพียงลำพังตัวคนเดียว หรือจะเดินออกไปพร้อมกับลูกในท้อง เพราะฉะนั้นเธอยังไม่พร้อมที่จะให้เขารู้ตอนนี้“คุณคะ” เสียงของเธอดังขึ้นเบา ๆ แทรกความเงียบในห้อง ชายหนุ่มเงยหน้ามองเธอทันที แววตายังคงอ่อนโยน“หืม..หนาวเหรอ หรือว่าปวดหัว มีไข้หรือเปล่า” ฝ่ามือยกขึ้นไปทาบหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายทันที“เปล่าค่ะ แต่หนูมีเรื่องอยากรบกวนคุณหน่อยค่ะ”“ว่ามาสิ”“หนูอยากได้ตุ๊กตาหมีตัวเล็ก ที่หนูนอนกอดทุกวัน มันวางอยู่บนเตียงของเรา” เธอรีบตอบ เพราะเตรียมคำพูดไว้หมดแล้ว“ได้ เดี๋ยวฉันกลับไปเอาให้”“ขับรถระวังด้วยนะคะ ไม่ต้องรีบ หนูรอได้ค่ะ” เจเดนโน้มหน้าไปจุ๊บหน้าผากมนหนึ่งครั้ง“ฉันจะรีบกลับมานะ” เอวาพยักหน้าเล
“เอ่อ..เมื่ออาทิตย์ที่แล้วค่ะ” เธอเอ่ยโกหกเบา ๆ แทบไม่มองหน้าเขา แสงในห้องสลัวเกินกว่าจะเห็นสีหน้าได้ชัด แต่เจเดน เขาแค่ฟังเสียงเธอ เสียงที่สั่นเล็กน้อย...ไม่มั่นใจ...ไม่เหมือนกับเวลาที่เธอพูดความจริง เขานิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ“โอเค ถ้างั้นเธอก็นอนพักเถอะ”“ค่ะ คุณก็ลุกไปนอนที่โซฟาเถอะค่ะ มานั่งหลับอยู่แบบนี้จะปวดหลังเอา” เอวาหันมามองเขานิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยนฝ่ามือหนายื่นไปจับมือเล็กแน่น เจ้าของดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจ้องใบหน้าของเธออย่างหนักแน่น สายตาคู่นั้นกำลังบอกอะไรเธอหลายอย่าง“ฉันไม่อยากห่างเธอแม้แต่นาทีเดียว”ตอนเช้าเช้าวันถัดมา แสงแดดอ่อนส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องพักฟื้น กลิ่นยาและแอลกอฮอล์ยังอบอวลอยู่ในอากาศ แต่บรรยากาศภายในห้องกลับนิ่งสงบเสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่ราล์ฟจะก้าวเข้ามาพร้อมพยาบาลหนึ่งคน“ยังรู้สึกเวียนหัวอยู่หรือเปล่า” เขาทักสั้น ๆ ก่อนเดินเข้ามาใกล้เตียง“เปล่าค่ะ” เอวาเอ่ยตอบเบา ๆ เจเดนก็พยักหน้ารับคำทักอย่างเงียบ ๆราล์ฟเริ่มตรวจดูอาการเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว วัดชีพจร ฟังเสียงหัวใจ ตรวจม่านตา ทุกอย่างดูเป็นไปตามปกติ จนกระทั่งเขาวางเคร


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




