เข้าสู่ระบบ19:00น.
รถยุโรปขับออกมาจากเมืองหลักเพื่อมุ่งหน้าพาสาวสวยเจ้าของสถานบริการสำหรับผู้หญิงกลับไปยังที่พัก หรือที่ทำงานของตนเอง เฟรย่าชำเลืองสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเล็กน้อยเมื่อรถกำลังขับเคลื่อนอยู่บนถนนที่มืดสนิทไร้ซึ่งแสงไฟส่องสว่างระหว่างทาง
เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ แม้นั่นจะเป็นความต้องการของเธอเองที่อยากได้พื้นที่ที่ห่างออกมาจากเมืองหลักประมาณหนึ่ง แต่ก็คิดไม่ถึงว่ามันจะดูเปลี่ยว และน่ากลัวขนาดนี้ในยามค่ำคืน
“…วิค ลูกค้าของเราบ่นบ้างไหมเรื่องทางเข้า”
ริมฝีปากอวบอิ่มเอ่ยถามคนสนิทเพียงคนเดียวของตัวเองที่กำลังรับหน้าที่เป็นคนขับรถให้กับเธอในตอนนี้
“ไม่เลยครับ น่าแปลกตรงที่ลูกค้าของเราค่อนข้างจะชอบด้วยซ้ำ”
เสียงทุ้มใหญ่รับกับขนาดตัวของเขาตอบกลับผู้เป็นนาย แม้พระอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่การ์ดประจำตัวเธอก็ยังไม่คิดถอดแว่นดำของเขาออก
“ไม่แปลกใจ แต่เป็นแบบนั้นก็ดีแล้วล่ะ”
เฟรย่าพูดด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ เธอพอจะเข้าใจว่าทำไมบรรดาลูกค้าผู้หญิงของเธอถึงไม่มีปัญหากับทางเข้าของสถานบริการ เพราะทุกคนล้วนต่างมีหน้าที่การงานที่ดี รวมไปถึงบางรายก็ยังมีตำแหน่งอำนาจใหญ่โตเป็นที่รู้จักในวงสังคมกว้างขวาง จะให้เข้ามาใช้บริการในสถานที่แบบนี้แบบประเจิดประเจ้อก็คงจะดูไม่ดีนัก
“…แล้ววันนี้มีแขกมาใช้บริการเยอะไหม”
“ไม่มากเท่าไหร่ครับ เพราะเป็นวันหยุดด้วย หลาย ๆ ท่านคงติดภาระหน้าที่”
วิครายงานสาวสวยที่นั่งกอดอกอยู่ด้านหลังตามที่เขาได้รับรายงานมาจากคนที่อยู่ภายใน ‘สวนลับ’ อีกที
“อืม ก็ถือว่าไม่แย่ เพราะยังไงแต่ละคนก็จ่ายหนักกันอยู่แล้ว เก็บสถิติไปเรื่อย ๆ แล้วกัน”
เสียงหวานมีอำนาจพูดไปด้วยพลางก็คิดเรื่องธุรกิจอยู่ภายในหัวไปด้วย เธอมองตรงไปด้านหน้าเมื่อรถขับเข้ามาถึง ‘สวนลับ’ หรือสถานบริการสำหรับผู้หญิงที่ต่างรู้กันว่าเป็นเสมือนหอนายโลมที่ใหญ่ที่สุด และมีเพียงแห่งเดียวในประเทศญี่ปุ่น…
ขาเรียวยาวก้าวลงมาจากรถทันทีที่คนสนิทของเธอเดินอ้อมมาเปิดประตูให้ ใบหน้าสวยมองตรงไปยังสวนขนาดใหญ่สไตล์ญี่ปุ่นตรงหน้าที่มีกำแพงสูงกั้นขึ้นมาเพื่อปิดบังสายตาจากคนข้างนอก และมีการ์ดหุ่นล่ำยืนเฝ้าอยู่ตรงประตูทางเข้าถึงสี่คน เธอไล่ตามองความใหญ่โตของธุรกิจตัวเองอีกครั้ง รวมไปถึงแสงไฟสีส้มที่ถูกประดับประดาเอาไว้ ทำให้พื้นที่ตรงนี้สว่างสวยงามแตกต่างไปจากถนนทางเข้าอย่างสิ้นเชิง
ตึก ตึก ตึก…
“สวัสดีครับคุณเฟรย่า”
ทันทีที่สาวเจ้าของสวนลับเดินมาหยุดอยู่ตรงประตูทางเข้า การ์ดทั้งสี่คนก็พากันก้มหัวทำความเคารพพร้อมเพรียงกัน
“…เจ้าของหรอคะ สวยดีนะ”
ไม่ทันที่ทายาทสาวเพียงคนเดียวของแบรดลีย์จะได้เอ่ยพูดคุยกับคนของตัวเอง ก็มีน้ำเสียงเย็นเยียบของผู้หญิงดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ทำให้ร่างแบบบางค่อย ๆ หมุนตัวหันไปตามทิศทางของเสียง เธอถึงได้เห็นว่ามีผู้หญิงรูปร่างดีคนหนึ่งใส่เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย และมีหมวกปีกกว้างปกคลุมใบหน้าเอาไว้ ยืนไม่ห่างไปจากตัวของเธอมากนัก
“สวัสดีค่ะคุณวีไอพีหมายเลขหนึ่ง…เอ่อ ขอบคุณนะคะสำหรับคำชม แต่เชิญเข้าด้านในก่อนดีกว่าค่ะ อากาศด้านนอกค่อนข้างเย็นเลย”
เฟรย่ารีบเอ่ยทักทันทีเมื่อรู้ว่าเป็นแขกวีไอพีของตนเอง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ปิดหน้าปิดตาคนนี้เป็นใคร แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะขอแค่ลูกค้าของเธอใช้จ่ายเงินมากพอจนได้วีไอพีแบบนี้ นั่นก็เพียงพอแล้ว…
“…”
ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เธอทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อยเฟรย่าเลยส่งซิกให้คนของตัวเองพาแขกวีไอพีเข้าไปด้านใน ส่วนสาวสวยเจ้าของหอนายโลมก็สาวเท้าเดินตามหลังไปโดยไม่ลืมที่จะเว้นระยะห่างเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้บริการ
“…เอ่อ เรื่องคัดคนเลื่อนเป็นพรุ่งนี้ดีไหมครับ”
วิคถามขึ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้ไม่มีคนนอกอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
“ไม่เป็นไร ฉันยังไหว แต่เปลี่ยนไปทำในห้องทำงานฉันแทนแล้วกันจะได้ทำงานไปด้วย”
รูปร่างสมส่วมหมุนตัวกลับมาจนผมลอนยาวสยายไปด้านหลัง เธอมองชายรูปร่างสูงใหญ่ตรงหน้าพร้อมออกคำสั่งออกไป
“จะดีหรอครับ ผมเกรงว่า…”
“จะกังวลอะไรล่ะ นายก็เฝ้าฉันอยู่ด้านนอกหนิ”
เฟรย่ารีบขัดคนสนิทของตัวเองทันที เพราะเธอรู้ดีว่าผู้ชายตัวใหญ่เป็นยักษ์ตรงหน้าขี้กังวล และห่วงเธอเกินเรื่องเกินราวมากขนาดไหน
“ก็ได้ครับ คุณเฟรย่ารอที่ห้องทำงานได้เลยเดี๋ยวผมจัดการให้”
ใบหน้าสวยพยักหน้ารับรู้ก่อนจะหมุนตัวอีกครั้งแล้วโยกย้ายพาตัวเองเดินทะลุผ่านสถานเริงรมย์ไปยังโซนด้านหลังที่ถูกออกแบบให้เป็นบ้านพัก และสถานที่ทำงานส่วนตัว
ครืดดด ~
มือเรียวเลื่อนประตูไม้แบบญี่ปุ่นออกเพื่อเข้าไปด้านในห้องพัก เธอวางกระเป๋าถือของตัวเองลงบนโต๊ะทันทีที่ไฟภายในห้องสว่างขึ้นโดยไม่ลืมหยิบเอาขวดแก้วที่มีเม็ดเจลสีฟ้าอยู่ด้านในออกมาตั้งไว้บนโต๊ะทำงานด้วย
สามสิบนาทีหลังจากนั้น…
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญ”
เสียงหวานเอ่ยอนุญาตโดยไม่ได้ละสายตาออกจากงานตรงหน้า เฟรย่าพลิกกระดาษที่ถืออยู่ในมือแล้วใช้มืออีกข้างพิมพ์ยุกยิกอยู่บนแป้นพิมพ์ไปด้วยแม้หูของเธอ และประสาทสัมผัสจะรับรู้ได้ว่ามีคนนอกเข้ามายืนอยู่ภายในห้องแล้วก็ตาม
“วันนี้มีทั้งหมดแปดคนครับ ส่วนอันนี้แฟ้มประวัติ และข้อมูลส่วนตัวของคนที่มาสมัคร”
วิคเดินตรงเข้ามาหาผู้เป็นนายที่กำลังนั่งทำงานอยู่ เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะก่อนจะถอยห่างออกไปเล็กน้อย
พรึบ!
เฟรย่ากดปิดงานบนหน้าจอแล้วคว้าเอาแฟ้มขึ้นมาถือ เธอหันไปมองผู้ช่วยของตัวเองอีกครั้งแล้วพยักหน้าให้แทนการบอกให้วิคพาผู้สมัครเข้ามาได้เลย
“…อ้อ นายรอด้านนอกเถอะ ไม่ต้องห่วง”
เธอบอกกับคนของตัวเองเพราะวิธีการคัดตัวที่เธอใช้ วิคคงไม่อยากที่จะเห็นมันเท่าไหร่นัก
ครืดดด…
ทันทีที่ประตูห้องทำงานของเธอถูกเปิดออกอีกครั้ง ร่างแบบบางที่นั่งอยู่บนเก้าอี้สำนักงานก็หมุนเก้าอี้ตัวเองกลับมาเผชิญหน้ากับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ
“…เอ่อ ผมไวน์ สูง 187 หนัก…”
“ไม่ต้องบอก ฉันมีประวัตินายในมือแล้ว ถอดเสื้อผ้าเลย”
เฟรย่าเอ่ยเสียงเรียบ เธอใช้สายตาไล่สำรวจเรือนร่างของผู้ชายที่ชื่อไวน์เล็กน้อยก่อนจะกลับมาอ่านประวัติของเขาที่อยู่ในมือเพื่อรอให้หนุ่มหล่อตรงหน้าจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเอง
“…เรียบร้อยครับ”
นัยน์ตาสวยทรงเสน่ห์ค่อย ๆ ละสายตาออกจากหน้ากระดาษเพื่อมองร่างแกร่งกำยำแบบผู้ชายที่กำลังยืนเปลือยต่อหน้าเธอ เฟรย่าปรายตามองอาการเขินอายของไวน์เล็กน้อย แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจแล้วหลุบตาลงมองสิ่งที่มือของเขากำลังปิดมันอยู่แทน
“เอามือออก แล้วทำให้ไอ้นั่นแข็งตัวสิ”
เฟรย่าพยักเพยิดหน้าไปที่กลางลำตัวของชายหนุ่มเพื่อบอกให้เขาจัดการปลุกของรักของหวงของตนเองขึ้นมาโชว์ขนาดที่แท้จริงให้เธอดู หญิงสาวไม่มีท่าทีเขินอาย หรือความรู้สึกประหม่าในการทำอะไรแบบนี้แม้แต่น้อย คงเป็นเพราะนี่เป็นงานของเธอ และแท่งหรรษาที่พวกผู้ชายมีก็สร้างรายได้ให้เธอเป็นกอบเป็นกำในธุรกิจนี้ เลยมีโอกาสได้เห็นมันอยู่บ่อย ๆ จนชินตา…
“เอ่อ…ครับ”
ผู้ชายที่ชื่อไวน์มีอาการลังเลเล็กน้อย แต่ก็ยอมปล่อยมือที่กุมกันเอาไว้ในที่สุด เขาใช้มือชักรูดแท่งเนื้อของตัวเองให้ตื่นตัวขึ้น โดยมีสายตาของสาวสวยจ้องมองไม่วางตา
“อ่าา”
หนุ่มหล่อเผลอปล่อยเสียงครางแหบต่ำออกมาเมื่ออารมณ์ดิบหื่นภายในตัวถูกกระตุ้นให้ตื่นขึ้น ใบหน้าหล่อใสมองสบสายตากับเจ้าของสถานที่แห่งนี้ก่อนจะเลื่อนตาลงมองหน้าอกของผู้หญิงตรงหน้าไปตามสัญชาตญาณ
“ใหญ่กว่าที่ลงในประวัติรึเปล่า”
เฟรย่าเลือกที่จะไม่สนใจปฏิกิริยาของผู้ชายตรงหน้า เธอหรี่ตาลงเพื่อเพ่งมองลำรักของเขาอีกครั้งอย่างตั้งใจ
“อืม ไม่รู้สิ คงเป็นเพราะเห็นคุณ มันเลยพองขยายมากกว่าปกติล่ะมั้ง”
นัยน์ตาของไวน์เป็นประกายระยิบระยับแสดงความปรารถนาออกมาอย่างเปิดเผย เขาแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตัวเองแล้วทำท่าจะเดินตรงเข้ามาหาเธอ
“วิค! พาตัวออกไป”
ครืดดด!
“ครับผม”
ทันทีที่เฟรย่าสั่งคนของตัวเองด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด หนุ่มร่างโตที่เป็นคนดูแลเธอก็เปิดประตูเข้ามาแล้วลากตัวผู้ชายคนนั้นออกไปทันที
“น่าเสียดายจริง ๆ”
ปากเล็กพึมพำพลันส่ายศีรษะไปมา ใจจริงเธอแอบสนใจในรูปร่างหน้าตา และขนาดใหญ่โตของผู้ชายที่ชื่อไวน์ไม่น้อย เพราะมันคงสร้างความสุขสมให้กับลูกค้าของเธอได้เป็นอย่างดี แต่เขาดันเป็นชายหนุ่มที่คุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ แบบนี้คงไม่เป็นผลดีกับงานเท่าไหร่ ทำให้เธอต้องตัดทิ้งไปแบบไม่มีทางเลือก
“ให้คนถัดไปเข้ามาได้เลย”
เฟรย่าพลิกกระดาษไปหน้าถัดไปแล้วส่งเสียงบอกให้คนของเธอได้รับทราบ…
“นายกำลังจับผิดฉัน หรือหาเรื่องเข้ามาใกล้กันแน่…จินเบ” คนตัวเล็กกว่าจ้องตาเขากลับพร้อมขยับตัวเข้าไปใกล้แล้ววางมือทั้งสองข้างลงบนบ่าแกร่ง “ไปเจอผู้ชายมาสินะ เพราะเธอกำลังเปลี่ยนเรื่อง” มาเฟียหนุ่มหรี่ตาลง เขาไม่ยอมลดละความพยายาม และยังสังเกตท่าทีของหญิงสาวอยู่ตลอด “คู่ค้าฉันเป็นผู้ชายมันจะแปลกตรงไหน? ก็แค่ทำงานด้วยกัน” จุ๊บ! เสียงหวานเอ่ยบอกพลางทำหน้าลูกแมวใส่เขาแล้วใช้จังหวะนั้นฉวยโอกาสกดแนบริมฝีปากของตัวเองลงบนปากหนา โดยไม่ให้ชายหนุ่มได้ตั้งตัวก่อน เธอถอนปากออกมาจ้องตาคมอีกครั้งเพื่อดูปฏิกิริยาตอบโต้จากจินเบ “ฉันจะคาดโทษเธอไว้ก่อนนะเฟรย่าเพราะเธอกำลังกลบเกลื่อน…” “ทำไม นายจะทำอะไร” มุมปากสวยยกยิ้มร้ายกาจออกมาแล้วส่งแววตาท้าทายออกไป ครืดดด ~ “พวกมึงกลับกันไปได้เลย กูมีธุระสำคัญต้องทำตอนนี้ ไม่ต้องเฝ้า” ปึง! จินเบลุกขึ้นแล้วก้าวขาคร่อมตัวเฟรย่าเพื่อเปิดประตูรถไปบอกกับคนของตัวเองที่ยังยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก และทันทีที่ออกคำสั่งเรียบร้อยร่างสูงก็กระชากประตูรถปิดอีกครั้ง แต่มือ
หอนายโลม “คุณเฟรย่าจะออกไปทำธุระเหรอครับ? วันนี้ไม่มีงานข้างนอก” วิคเอ่ยถามสาวสวยที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้อง เขามองนายของตัวเองที่ดูจะแต่งตัวสวยมากกว่าทุกวัน “ใช่ แต่นายไม่ต้องตามไปหรอก ฉันจะออกไปกินข้าวกับเอเดนคุยกับเขาเรื่องที่ดินสักหน่อย เสร็จแล้วก็จะไปทำธุระส่วนตัวต่อ…นายอยู่ดูแลความเรียบร้อยที่นี่แหละ” เธอบอกกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า “เอาแบบนั้นเหรอครับ” แม้จะรู้จักผู้เป็นนายดี แต่วิคก็อดไม่ได้ที่จะถามย้ำออกไปอีกครั้ง “ตามที่ฉันบอกนั่นแหละ ไปละ” เฟรย่ากระชับกระเป๋าถือในมือแล้วเดินผ่านหน้าคนของตัวเองออกไป เธอล้วงเอาแว่นตาดำกันแสงยูวีออกมาจากในกระเป๋าแล้วสวมมันลงบนใบหน้าก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่รถหรูของตัวเอง ติ๊ด! “นาน ๆ จะได้ใช้แกสักทีหนุ่มน้อย” นิ้วเรียวกดปลดล็อกรถซูเปอร์คาร์สีสวย ทำให้ไฟหน้ารถกระพริบขึ้นต้อนรับ เฟรย่าลูบรถของตัวเองราวกับลูบหัวสัตว์เลี้ยงก่อนจะเปิดประตูส่งตัวเองเข้าไปนั่งด้านในด้วยท่าทางชวนมอง บรื๊นนนน ~ รถราคาแพงลิ่วพุ่งทะยานออกไปจากอ
“วิค นายบอกว่ามีนายโลมของเราแพ้ตัวยาอย่างนั้นเหรอ?” เฟรย่าเอ่ยถามวิคที่กำลังขับรถพาเธอกลับสวนลับ หลังจากวันนี้หญิงสาวออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่ช่วงเช้า เธอจำได้ว่าวิคบอกกับเธอตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว แต่ตอนนั้นเธอยังไม่มีเวลามากพอที่จะสนใจ “ใช่ครับ แค่มีอาการตัวแดง ไม่ได้เป็นหนักครับ” “อืม ยังไงลองถามกับทางห้องแล็บอีกที แล้วก็ถามประวัติ สุขภาพ โรคประจำตัวของนายโลมเราด้วย” มาเฟียสาวย้ำออกไปโดยที่มือของเธอก็ยังไม่หยุดอ่านรายละเอียดสัญญาที่เพิ่งออกไปเซ็นกับคู่ค้า เฟรย่ากำลังแยกประสาทแล้วจัดการหลาย ๆ เรื่องพร้อมกันในเวลาเดียว “ครับผม…ถึงแล้วครับ คุณเฟรย่าจะเข้าพักเลยไหม” “…อือ ฝากนายดูแลความเรียบร้อยด้วยแล้วกัน ฉันคงเข้าไปอ่านสัญญานี่ต่อหน่อยแล้วว่าจะพักเลย” ใบหน้าสวยเงยขึ้นมามองการ์ดประจำตัวผ่านกระจกมองหลังก่อนจะเคลื่อนตามองออกไปนอกหน้าต่างที่ตอนนี้วิคมาหยุดรถอยู่ด้านหน้าธุรกิจบริการของเธอแล้ว “ได้ครับ ไม่ต้องห่วง” วิครับคำแล้วเปิดประตูลงไปจากรถ เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูให้นายสาวตามหน้าที่แล้วเดินตามร่างแบบบางไป
ห้องประชุม สาวสวยผมลอนยาวถึงกลางหลังเดินเข้าไปในห้องกระจกที่ถูกสร้างให้ห่างออกมาจากบริเวณที่เอาไว้บริการแขก และห้องเลือกนายโลม เธอแตะปลายนิ้วลงบนประตูเลื่อนอัตโนมัติแล้วก้าวเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งของตัวเองทันที “ถ้าพร้อมแล้วก็ว่ามาเลย” เสียงของเธอไม่ได้อ่อนหวานอย่างปกติ เพราะเมื่อไหร่ที่หญิงสาวต้องสวมบทบาทการทำงาน เฟรย่าก็มักจะดูเคร่งขรึมเป็นสาวจอมเผด็จการเสียมากกว่า “ผลประกอบการในส่วนของร้านอาหารสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากเดือนที่แล้วครับ หลังจากที่คุณเฟรย่าให้เชฟเปลี่ยนสูตรอาหารใหม่ และปรับราคาลง แขกในร้านเราก็เริ่มมีมากขึ้น จนตอนนี้ลูกค้าบางท่านเข้ามาเพื่อทานอาหารอย่างเดียวก็มีครับ” ผู้จัดการร้านอาหารของเธอเอ่ยรายงานขึ้นมาเป็นคนแรกพร้อมส่งเอกสารสรุปรายได้ และผลประกอบการให้หญิงสาวเองกับมือ เฟรย่ารับมันมาถือไว้แล้วไล่ตามองตัวเลขเจ็ดหลักที่สร้างความพึงพอใจให้เธอไม่น้อยทั้ง ๆ ที่เป็นแค่ร้านอาหารเล็ก ๆ ภายในสถานบริการ ที่มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแขกของเธอเท่านั้นเอง “อืม ทำได้ดี…ถ้ารายได้อยู่ที่ประมาณนี้อีกสักสองสามเดือนเราน่าทำบัตรสมาชิ
สวนลับ 08:00น. ร่างสูงงัวเงียตื่นขึ้นมา เขาหยัดกายลุกขึ้นนั่งเอาหลังพิงกับหัวนอนแล้วใช้มือยีผมบนหัวด้วยอาการง่วงซึม “เพลียกว่าที่คิด” แขนแกร่งยืดเหยียดออกมาข้างหน้า เขามองรอยเล็บที่เฟรย่าฝากเอาไว้ก่อนจะเงยใบหน้าขึ้นใช้ตาสำรวจทั่วห้องถึงได้เห็นว่าสาวสวยเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ภายในห้องนี้ด้วยกันกับเขา ปากหนักพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่แล้วถึงได้หย่อนปลายขาลงจากเตียงเดินเปลือยไปเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคล จินเบหายเข้าไปในนั้นไม่ถึงยี่สิบนาทีร่างสูงโปร่งก็เดินกลับออกมาด้วยผ้าขนหนูสีชมพูหวานแหววพันรอบเอวหนาไว้อย่างหมิ่นเหม่ “ไม่แย่อย่างที่คิด” มาเฟียหนุ่มพูดกับตัวเองหน้ากระจก เมื่อเขาสาวขายาวพาร่างกายแสนเพอร์เฟกมาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเงาเพื่อดูว่าผ้าเช็ดตัวของเฟรย่าจะเข้ากับหน้าหล่อ ๆ และร่างกำยำของเขาขนาดไหน ซึ่งมันก็ไม่ได้น่าเกลียดอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก จินเบเลยเดินไปหยิบเอาเสื้อผ้าชุดเดิมกลับขึ้นมาใส่แล้วถือวิสาสะใช้ครีมบำรุงของเจ้าของห้องทาหน้าด้วยเสียเลย “รสนิยมดีใช้ได้” เขาหยิบกระปุกครีมสีดำพรีเมีย
“ไม่ต้องเหวี่ยงลงเตียงนะ ฉันเบื่อพล็อตนั้น” เฟรย่าดึงข้อมือออกจากมือหนา เธอมองหน้าเขาซึ่งจินเบก็ดูจะงงไม่น้อยกับท่าทางของคนตัวเล็ก “ทำไม จะแหกปากร้องให้คนของเธอเข้ามาเหรอ?” มาเฟียหนุ่มถามกลับพลันรั้งเอวบางเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง “ไม่ต้องแหกปากให้เจ็บคอหรอก แหกอย่างอื่นให้นายง่ายกว่า” นัยน์ตาสวยจ้องเข้าไปในนัยน์ตามีเสน่ห์ของมาเฟียหนุ่ม เธอคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมา เพราะการที่เธอยอมให้เขาเข้ามาหาได้ง่ายดายขนาดนี้ ก็เป็นเพราะรู้อยู่แล้วว่าจินเบมาหาเธอเพื่ออะไร และตอนนี้เธอก็ต้องการสิ่งนั้นเหมือนกัน… พลั่ก! เฟรย่าผลักอกแกร่งให้นั่งลงตรงปลายเตียง แววตาของเขายังมีความสับสนเจือปนอยู่ แต่กลับปล่อยให้เธอปลดกางเกงของเขาออกอย่างง่ายดาย “หึ ถ้าคิดจะมาหัวเสียใส่ฉันแล้วจับปล้ำ นายก็คงรู้จักฉันน้อยเกินไปหน่อยแล้วล่ะ” สาวสวยพูดออกไปอย่างคนรู้ทันความคิด เธอมองหน้าเขาก่อนจะก้มลงมองแท่งร้อนขนาดใหญ่ในมือแทนเพราะมันกำลังพองขยายโชว์ศักยภาพของตนเองอยู่ “อ่า” ปากหนาครางออกมาเสียงแผ่วเบา เขามองมือเฟรย่าที่กำลังชักรูดแ







