เข้าสู่ระบบ22:30น.
“คนสุดท้ายแล้วครับคุณเฟรย่า”
วิคบอกสาวสวยผู้เป็นนายหลังจากที่ผ่านการคัดตัวไปเจ็ดคนแล้ว แต่กลับได้นายโลมคนใหม่เข้าทำงานเพียงคนเดียวเท่านั้น
“อืม นายกลับไปได้เลย…ไม่ต้องห่วง ยังไงก็มีคนอยู่ด้านนอก”
ร่างเพรียวบางยกขาขึ้นไขว้กันแล้วพลิกกระดาษไปหน้าสุดท้ายเพื่อดูประวัติหนุ่มหล่อคร่าว ๆ ผ่านสายตา เธอเอ่ยปากไล่ให้วิคเลิกงาน เขาจะได้กลับไปพักผ่อนเพราะชายร่างสูงใหญ่เริ่มมีท่าทีอิดโรยแสดงออกมาให้เห็น ถึงจะสังเกตผ่านแววตาไม่ได้เพราะเขาใส่แว่นตลอด แต่เพราะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีทำให้หญิงสาวรู้ว่าคนของตัวเองกำลังอ่อนล้าหลังจากทำงานมาทั้งวัน
“ครับ”
การ์ดประจำตัวไม่ได้แย้งอะไรเพราะรู้ดีว่าเฟรย่าไม่ชอบให้พูดซ้ำเฉกเช่นเดียวกันกับพี่ชายของเธอ วิคก้มหัวให้คนตัวเล็กแล้วหมุนตัวสาวเท้าเดินออกไปจากห้องในทันที
ร่างบางหมุนเก้าอี้กลับเข้ามาหาโต๊ะทำงานพร้อมวางแฟ้มลงบนโต๊ะเมื่อหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอสว่างวาบขึ้น ตาเรียวสวยมองสายเรียกเข้าที่ถูกกดโทรเข้ามาแบบวีดิโอคอลบนหน้าจออีกครั้ง หญิงสาวก็ไม่ลังเลที่จะกดรับมัน
“ยังไม่ถึงไหนก็คิดถึงน้องสาวคนนี้แล้วเหรอคะ ~”
เฟรย่าจีบปากจีบคอส่งเสียงหวานพร้อมกระพริบตาถี่ ๆ ส่งไปให้พี่ชายของตนเองที่ยังนั่งอยู่บนเครื่องบินส่วนตัว เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอรับรู้ได้ว่ามีคนนอกเข้ามายืนอยู่ภายในห้องแล้ว
ผู้สมัครหมายเลขแปดสินะ…
สาวสวยคิดในใจ แต่ก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ เธอทำเพียงยกมือขึ้นข้างหนึ่งเพื่อส่งสัญญาณให้ผู้ชายคนนั้นได้รับรู้ว่าตัวเองติดธุระอยู่ และให้เขายืนรอก่อน
(อืม ที่นั่นมืดแล้วหนิ ยังนั่งทำงานอยู่อีกหรอ วังเวงแย่)
เสียงเซบดังออกมาพร้อมภาพใบหน้าหล่อร้ายเป็นเอกลักษณ์ฉายชัดอยู่บนหน้าจอ
“วังเวงอะไรล่ะ พี่ลืมไง๊ว่าหอนายโลมของฉันเปิด 24 ชั่วโมง”
เฟรย่าพูดคุยหยอกล้อกับพี่ชายโดยที่ประสาทสัมผัสของเธอก็พอจะรับรู้ว่าผู้สมัครที่อยู่ด้วยกันภายในห้องกำลังเสียมารยาทเดินสำรวจห้องทำงานของเธออยู่ แต่คนตัวเล็กกลับทำอะไรไม่ได้เพราะไม่อยากให้พี่ชายรู้ว่าเธอแอบขี้เกียจจนเอาผู้ชายมาคัดตัวถึงในห้อง เลยต้องปล่อยให้ผู้ชายคนนั้นทำพฤติกรรมไร้มารยาทของเขาต่อไป
ฉันไม่รับผู้ชายคนนี้เข้าทำงานแน่ต่อให้หล่อแค่ไหน…เพราะไร้มารยาทสิ้นดี!
(แค่นี้แหละ ง่วงละ)
เสียงของพี่ชายดึงความสนใจเธออีกครั้ง
“ประโยคนั้นเฟรย่าต้องพูดไม่ใช่หรอ แถวนั้นน่าจะยังไม่หัวค่ำเลยนะ”
(ขี้เกียจคุยด้วยแล้ว…)
เซบบอกตามตรงแล้วชิงตัดสายด้วยความว่องไว หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอเลยดับลง ใบหน้าสวยมองนิ่งอยู่ตรงจอภาพที่ตอนนี้มีเงาของผู้ชายสะท้อนให้เห็นลาง ๆ เธอเลยเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มข้างตัวขึ้นมาอีกครั้งแล้วปล่อยปลายเท้าเคลื่อนเก้าอี้หมุนตัวหันไปทางชายแปลกหน้าที่อยู่ร่วมห้องกันมาสักพัก
“…ฉันไม่รับนาย เชิญ”
ทันทีที่สายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลาเพอร์เฟกต์ ความตั้งใจในตอนแรกก็สลายไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หญิงสาวจะตั้งสติกลับมาได้แล้วเอ่ยปากบอกผู้ชายตรงหน้าออกไปตามความประสงค์เดิม
“อืม ไม่ดูศักยภาพกันสักหน่อยก่อนเหรอครับ…คุณเฟรย่า”
เสียงทุ้มมีเสน่ห์แบบฉบับหนุ่มเพลย์บอยดังก้องเข้ามาในหูของเธอ เขาฉีกยิ้มกว้างจนฟันเขี้ยวทั้งสองโผล่ออกมาให้เห็น
กล้าโปรยเสน่ห์ใส่ฉันอย่างนั้นเหรอ…?
“หึ เอาสิ ถอดเสื้อผ้าของนายออก แล้วก็ปลุกมันขึ้นมา”
ร่างบางพูดแบบปราศจากความเขินอายเช่นเดิม เธอวางแฟ้มในมือลงเพราะไม่คิดสนใจประวัติในตัวผู้ชายคนนี้อยู่แล้ว เพราะยังไงก็ไม่มีทางรับเข้าทำงานแน่นอน แค่อยากเล่นด้วยกับความกล้าดีของเขาเฉย ๆ คิดเสียว่าหาความบันเทิงให้ตัวเองหลังทำงานเสร็จก็แล้วกัน
“หมายถึงช่วยตัวเอง?” ร่างสูงถามย้ำ
“ใช่ มาสมัครงานที่นี่ก็ต้องรู้อยู่แล้วสิ…ว่าต้องใช้อะไรทำงาน”
เฟรย่าตอบกลับแทบจะทันทีพลันลากตาหลุบลงมองกลางตัวของเขาอย่างตรงไปตรงมา
“หึ ได้สิ ตั้งใจดูล่ะ”
เสียงหัวเราะในลำคอพร้อมประโยคถือดีเพิ่งดังออกมาจากปากเขา ทำเอาสาวสวยเจ้าของหอนายโลมถึงกับนิ่งค้างไป เธอเชิดใบหน้าขึ้นเพื่อมองสบสายตากับใครอีกคนที่กำลังยืนอยู่ ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะค่อย ๆ ถอดชุดยูกาตะสีน้ำเงินเข้มออกจากตัวแล้วยื่นมันไปแขวนไว้บนราวแบบไม่เร่งรีบนัก
เขาหันกลับมาอีกครั้งพร้อมร่างกายเปลือยเปล่า และปล่อยให้ลำรักของตนเองตั้งผงาดโดยไม่คิดปกปิดแม้แต่น้อย ทำเอาทายาทสาวอย่าง ‘เฟรย่า แบรดลีย์’ ยังต้องลอบกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอเพราะผู้ชายคนนี้กำลังทำให้เธอรู้สึกปั่นป่วนอยู่ภายในแบบที่ไม่เคยเป็น
“ขนาดผ่านไหม? อยากลองพิสูจน์ด้วยมือ หรือด้วยตัวเธอเองหน่อยไหมล่ะ”
ทันทีที่ผู้ชายไร้มารยาทตรงหน้าพูดจาละลาบละล้วงออกมา เฟรย่าก็ชักสีหน้าใส่เขาแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเองอย่างคนวางอำนาจ
“ระวังปากนายหน่อย ฉันไม่ใช่คนที่นายจะมาพูดอะไรแบบนี้ใส่ได้…เชิญออกไปจากห้อง”
หมับ!
ร่างสูงโปร่งตรงหน้าส่งมือของเขาเข้ามาคล้องเอวของเธอพร้อมออกแรงดึงตัวเธอเข้าไปหาจนร่างกายแนบชิดติดกัน หญิงสาวไม่ได้มีทีท่าตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เธอจ้องตากับชายแปลกหน้าพลันในหัวก็ชักประหลาดใจว่าทำไมเขาถึงได้กล้าดีมากขนาดนี้
“ไม่กลัวด้วยเว้ย หึ”
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มทรงเสน่ห์ออกมาอีกครั้งแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้สาวสวยตรงหน้าเขามากกว่าเดิม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลงบนแก้มเนียนพร้อมตาคมที่กำลังไล่มองสำรวจทั่วใบหน้าเธอ
“ทำไมฉันต้องกลัว รีบออกไปซะ ถ้าทำอะไรฉันคนธรรมดาอย่างนายรับผิดชอบไม่ไหวแน่”
เสียงหวานเปล่งออกมาด้วยความมั่นใจ เธอไม่คิดถอยหนี หรือแม้แต่จะขยับออกห่างจากเขาเพราะรู้ดีว่าถ้าคนตรงหน้ากล้าทำอะไรเธอ ชีวิตของเขาจะจบลงแบบไหน
“คนธรรมดาอย่างนั้นเหรอ? ว้าาา เห็นว่าเป็นน้องสาวไอ้เซบคิดว่าจะฉลาด และรับมือยากกว่านี้ซะอีก”
ใบหน้าหล่อทำสีหน้ายียวนใส่ก่อนจะปล่อยมือที่จับเอวเธออยู่ออก เขาถอยหลังไปเล็กน้อยแล้วชำเลืองตามองไปตรงแฟ้มประวัติของตนเอง หญิงสาวหันมองตามสายตาแล้วหยิบแฟ้มนั่นขึ้นมาดูอีกครั้ง เธอกรีดนิ้วพลิกหาหน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายแล้วไล่ตาอ่านชื่อกับประวัติของผู้ชายตรงหน้า
ประวัติปลอมสินะ แต่ชื่อ ‘จินเบ’ อย่างนั้นเหรอ…
จินเบ อย่างนั้นเหรอ…
“จินเบ แมคจี พอจะคุ้นไหมครับ”
ชายหนุ่มพูดชื่อตัวเองพร้อมส่งมือไปคว้าเอาขวดแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา เขาเปิดฝามันออกแล้วหยิบเอาเม็ดเจลสีฟ้ามาจับพลิกดูเล็กน้อยแล้วถึงได้ส่งมันเข้าปากไปอย่างคนอยากรู้อยากลอง
เพี๊ยะ!
“นี่ ทำบ้าอะไรของนาย”
เฟรย่าเหวเสียงสูงแล้วปัดมือลงบนมือของเขาหวังให้ตัวยาหลุดรอดออกจากมือของชายหนุ่ม แต่มันก็ไม่ทัน
“รู้จักฉันแล้วสินะ”
เสียงทุ้มเอ่ยออกมาไม่ดังมากเพราะ และครั้งนี้แววตาของมาเฟียสาวก็ดูจะประหม่าไม่น้อยเลยทีเดียว
“ออกไปจากที่นี่ ฉันยังไม่อยากมีผัวเป็นนาย”
พลั่ก หมับ!
มือเล็กดันหน้าอกของมาเฟียหนุ่ม แต่ข้อมือของเธอกลับถูกเขารวบเอาไว้ ใบหน้าสวยเงยขึ้นเพื่อสบกับนัยน์ตาคม แม้แววตาจะมีความสั่นไหวเบา ๆ ที่ถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เฟรย่าก็ยังเก็บอาการไว้ได้เป็นอย่างดี
“มีผัวเป็นฉันไม่ดีตรงไหน ไม่ใช่คนธรรมดาสักหน่อย อีกอย่างเธอดูจะชอบลูกชายฉันพอสมควรนะ”
เขาเบียดตัวเข้ามาชิดจนแก่นกายขนาดใหญ่แนบลงมาแปะอยู่ตรงหน้าท้องของเธอ ขนาดมีเสื้อผ้ากั้นอยู่เฟรย่าก็ยังสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนจากมัน
คนของฉันปล่อยไอ้มาเฟียตัวร้ายเข้ามาถึงขนาดนี้ได้ยังไงกัน!
“ออกไป เราไม่อยากทำเรื่องนี้กันแน่ ๆ จินเบ”
เฟรย่าพูดย้ำเพราะเธอรู้ดีว่ายาที่เขาเพิ่งกินเข้าไปมันจะส่งผลแบบไหน และนั่นต้องไม่ใช่เรื่องดีกับทั้งเธอ และเขาแน่ ๆ
“ยาเธอมันออกฤทธิ์แบบนี้เหรอวะ?”
จินเบหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าไปมาช้า ๆ เมื่อภายในหัวเขาเริ่มมีภาพการร่วมรักกับผู้หญิงตรงหน้าปรากฏขึ้นมาพร้อมกลางลำตัวที่เริ่มยากจะควบคุม
“…”
“คิดซะว่าฉันช่วยทดลองยาให้เธอก็แล้วกัน แต่เธอต้องเป็นคนรับผิดชอบผลของมัน…”
“นายกำลังจับผิดฉัน หรือหาเรื่องเข้ามาใกล้กันแน่…จินเบ” คนตัวเล็กกว่าจ้องตาเขากลับพร้อมขยับตัวเข้าไปใกล้แล้ววางมือทั้งสองข้างลงบนบ่าแกร่ง “ไปเจอผู้ชายมาสินะ เพราะเธอกำลังเปลี่ยนเรื่อง” มาเฟียหนุ่มหรี่ตาลง เขาไม่ยอมลดละความพยายาม และยังสังเกตท่าทีของหญิงสาวอยู่ตลอด “คู่ค้าฉันเป็นผู้ชายมันจะแปลกตรงไหน? ก็แค่ทำงานด้วยกัน” จุ๊บ! เสียงหวานเอ่ยบอกพลางทำหน้าลูกแมวใส่เขาแล้วใช้จังหวะนั้นฉวยโอกาสกดแนบริมฝีปากของตัวเองลงบนปากหนา โดยไม่ให้ชายหนุ่มได้ตั้งตัวก่อน เธอถอนปากออกมาจ้องตาคมอีกครั้งเพื่อดูปฏิกิริยาตอบโต้จากจินเบ “ฉันจะคาดโทษเธอไว้ก่อนนะเฟรย่าเพราะเธอกำลังกลบเกลื่อน…” “ทำไม นายจะทำอะไร” มุมปากสวยยกยิ้มร้ายกาจออกมาแล้วส่งแววตาท้าทายออกไป ครืดดด ~ “พวกมึงกลับกันไปได้เลย กูมีธุระสำคัญต้องทำตอนนี้ ไม่ต้องเฝ้า” ปึง! จินเบลุกขึ้นแล้วก้าวขาคร่อมตัวเฟรย่าเพื่อเปิดประตูรถไปบอกกับคนของตัวเองที่ยังยืนเฝ้าอยู่ด้านนอก และทันทีที่ออกคำสั่งเรียบร้อยร่างสูงก็กระชากประตูรถปิดอีกครั้ง แต่มือ
หอนายโลม “คุณเฟรย่าจะออกไปทำธุระเหรอครับ? วันนี้ไม่มีงานข้างนอก” วิคเอ่ยถามสาวสวยที่เพิ่งเปิดประตูออกมาจากห้อง เขามองนายของตัวเองที่ดูจะแต่งตัวสวยมากกว่าทุกวัน “ใช่ แต่นายไม่ต้องตามไปหรอก ฉันจะออกไปกินข้าวกับเอเดนคุยกับเขาเรื่องที่ดินสักหน่อย เสร็จแล้วก็จะไปทำธุระส่วนตัวต่อ…นายอยู่ดูแลความเรียบร้อยที่นี่แหละ” เธอบอกกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า “เอาแบบนั้นเหรอครับ” แม้จะรู้จักผู้เป็นนายดี แต่วิคก็อดไม่ได้ที่จะถามย้ำออกไปอีกครั้ง “ตามที่ฉันบอกนั่นแหละ ไปละ” เฟรย่ากระชับกระเป๋าถือในมือแล้วเดินผ่านหน้าคนของตัวเองออกไป เธอล้วงเอาแว่นตาดำกันแสงยูวีออกมาจากในกระเป๋าแล้วสวมมันลงบนใบหน้าก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่รถหรูของตัวเอง ติ๊ด! “นาน ๆ จะได้ใช้แกสักทีหนุ่มน้อย” นิ้วเรียวกดปลดล็อกรถซูเปอร์คาร์สีสวย ทำให้ไฟหน้ารถกระพริบขึ้นต้อนรับ เฟรย่าลูบรถของตัวเองราวกับลูบหัวสัตว์เลี้ยงก่อนจะเปิดประตูส่งตัวเองเข้าไปนั่งด้านในด้วยท่าทางชวนมอง บรื๊นนนน ~ รถราคาแพงลิ่วพุ่งทะยานออกไปจากอ
“วิค นายบอกว่ามีนายโลมของเราแพ้ตัวยาอย่างนั้นเหรอ?” เฟรย่าเอ่ยถามวิคที่กำลังขับรถพาเธอกลับสวนลับ หลังจากวันนี้หญิงสาวออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่ช่วงเช้า เธอจำได้ว่าวิคบอกกับเธอตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว แต่ตอนนั้นเธอยังไม่มีเวลามากพอที่จะสนใจ “ใช่ครับ แค่มีอาการตัวแดง ไม่ได้เป็นหนักครับ” “อืม ยังไงลองถามกับทางห้องแล็บอีกที แล้วก็ถามประวัติ สุขภาพ โรคประจำตัวของนายโลมเราด้วย” มาเฟียสาวย้ำออกไปโดยที่มือของเธอก็ยังไม่หยุดอ่านรายละเอียดสัญญาที่เพิ่งออกไปเซ็นกับคู่ค้า เฟรย่ากำลังแยกประสาทแล้วจัดการหลาย ๆ เรื่องพร้อมกันในเวลาเดียว “ครับผม…ถึงแล้วครับ คุณเฟรย่าจะเข้าพักเลยไหม” “…อือ ฝากนายดูแลความเรียบร้อยด้วยแล้วกัน ฉันคงเข้าไปอ่านสัญญานี่ต่อหน่อยแล้วว่าจะพักเลย” ใบหน้าสวยเงยขึ้นมามองการ์ดประจำตัวผ่านกระจกมองหลังก่อนจะเคลื่อนตามองออกไปนอกหน้าต่างที่ตอนนี้วิคมาหยุดรถอยู่ด้านหน้าธุรกิจบริการของเธอแล้ว “ได้ครับ ไม่ต้องห่วง” วิครับคำแล้วเปิดประตูลงไปจากรถ เขาเดินอ้อมมาเปิดประตูให้นายสาวตามหน้าที่แล้วเดินตามร่างแบบบางไป
ห้องประชุม สาวสวยผมลอนยาวถึงกลางหลังเดินเข้าไปในห้องกระจกที่ถูกสร้างให้ห่างออกมาจากบริเวณที่เอาไว้บริการแขก และห้องเลือกนายโลม เธอแตะปลายนิ้วลงบนประตูเลื่อนอัตโนมัติแล้วก้าวเข้าไปนั่งประจำตำแหน่งของตัวเองทันที “ถ้าพร้อมแล้วก็ว่ามาเลย” เสียงของเธอไม่ได้อ่อนหวานอย่างปกติ เพราะเมื่อไหร่ที่หญิงสาวต้องสวมบทบาทการทำงาน เฟรย่าก็มักจะดูเคร่งขรึมเป็นสาวจอมเผด็จการเสียมากกว่า “ผลประกอบการในส่วนของร้านอาหารสูงขึ้นเป็นเท่าตัวจากเดือนที่แล้วครับ หลังจากที่คุณเฟรย่าให้เชฟเปลี่ยนสูตรอาหารใหม่ และปรับราคาลง แขกในร้านเราก็เริ่มมีมากขึ้น จนตอนนี้ลูกค้าบางท่านเข้ามาเพื่อทานอาหารอย่างเดียวก็มีครับ” ผู้จัดการร้านอาหารของเธอเอ่ยรายงานขึ้นมาเป็นคนแรกพร้อมส่งเอกสารสรุปรายได้ และผลประกอบการให้หญิงสาวเองกับมือ เฟรย่ารับมันมาถือไว้แล้วไล่ตามองตัวเลขเจ็ดหลักที่สร้างความพึงพอใจให้เธอไม่น้อยทั้ง ๆ ที่เป็นแค่ร้านอาหารเล็ก ๆ ภายในสถานบริการ ที่มีไว้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแขกของเธอเท่านั้นเอง “อืม ทำได้ดี…ถ้ารายได้อยู่ที่ประมาณนี้อีกสักสองสามเดือนเราน่าทำบัตรสมาชิ
สวนลับ 08:00น. ร่างสูงงัวเงียตื่นขึ้นมา เขาหยัดกายลุกขึ้นนั่งเอาหลังพิงกับหัวนอนแล้วใช้มือยีผมบนหัวด้วยอาการง่วงซึม “เพลียกว่าที่คิด” แขนแกร่งยืดเหยียดออกมาข้างหน้า เขามองรอยเล็บที่เฟรย่าฝากเอาไว้ก่อนจะเงยใบหน้าขึ้นใช้ตาสำรวจทั่วห้องถึงได้เห็นว่าสาวสวยเจ้าของห้องไม่ได้อยู่ภายในห้องนี้ด้วยกันกับเขา ปากหนักพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่แล้วถึงได้หย่อนปลายขาลงจากเตียงเดินเปลือยไปเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างคราบเหงื่อไคล จินเบหายเข้าไปในนั้นไม่ถึงยี่สิบนาทีร่างสูงโปร่งก็เดินกลับออกมาด้วยผ้าขนหนูสีชมพูหวานแหววพันรอบเอวหนาไว้อย่างหมิ่นเหม่ “ไม่แย่อย่างที่คิด” มาเฟียหนุ่มพูดกับตัวเองหน้ากระจก เมื่อเขาสาวขายาวพาร่างกายแสนเพอร์เฟกมาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกเงาเพื่อดูว่าผ้าเช็ดตัวของเฟรย่าจะเข้ากับหน้าหล่อ ๆ และร่างกำยำของเขาขนาดไหน ซึ่งมันก็ไม่ได้น่าเกลียดอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก จินเบเลยเดินไปหยิบเอาเสื้อผ้าชุดเดิมกลับขึ้นมาใส่แล้วถือวิสาสะใช้ครีมบำรุงของเจ้าของห้องทาหน้าด้วยเสียเลย “รสนิยมดีใช้ได้” เขาหยิบกระปุกครีมสีดำพรีเมีย
“ไม่ต้องเหวี่ยงลงเตียงนะ ฉันเบื่อพล็อตนั้น” เฟรย่าดึงข้อมือออกจากมือหนา เธอมองหน้าเขาซึ่งจินเบก็ดูจะงงไม่น้อยกับท่าทางของคนตัวเล็ก “ทำไม จะแหกปากร้องให้คนของเธอเข้ามาเหรอ?” มาเฟียหนุ่มถามกลับพลันรั้งเอวบางเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง “ไม่ต้องแหกปากให้เจ็บคอหรอก แหกอย่างอื่นให้นายง่ายกว่า” นัยน์ตาสวยจ้องเข้าไปในนัยน์ตามีเสน่ห์ของมาเฟียหนุ่ม เธอคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมา เพราะการที่เธอยอมให้เขาเข้ามาหาได้ง่ายดายขนาดนี้ ก็เป็นเพราะรู้อยู่แล้วว่าจินเบมาหาเธอเพื่ออะไร และตอนนี้เธอก็ต้องการสิ่งนั้นเหมือนกัน… พลั่ก! เฟรย่าผลักอกแกร่งให้นั่งลงตรงปลายเตียง แววตาของเขายังมีความสับสนเจือปนอยู่ แต่กลับปล่อยให้เธอปลดกางเกงของเขาออกอย่างง่ายดาย “หึ ถ้าคิดจะมาหัวเสียใส่ฉันแล้วจับปล้ำ นายก็คงรู้จักฉันน้อยเกินไปหน่อยแล้วล่ะ” สาวสวยพูดออกไปอย่างคนรู้ทันความคิด เธอมองหน้าเขาก่อนจะก้มลงมองแท่งร้อนขนาดใหญ่ในมือแทนเพราะมันกำลังพองขยายโชว์ศักยภาพของตนเองอยู่ “อ่า” ปากหนาครางออกมาเสียงแผ่วเบา เขามองมือเฟรย่าที่กำลังชักรูดแ







