ホーム / วาย / อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน) / 5.มื้อเที่ยงสะเทือนขวัญ

共有

5.มื้อเที่ยงสะเทือนขวัญ

last update 公開日: 2026-02-19 12:42:38

...เสียงออดดังกังวาน บ่งบอกว่าถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว เด็กนักเรียนต่างวิ่งออกไปจากห้องเรียนกันหมด เหลือไว้เพียงผู้ใหญ่สามคน

ครูฝน “ครูอคิณค่ะ คุณธารินด้วย ไปทานข้าวกลางวันพร้อมฝนนะคะ”

อคิณ “จะดีเหรอครับ ผมว่า ผมกลับไปทานที่ห้องพักดีกว่ามั้งครับ” เขาแค่รู้สึกเกรงใจ

ธาริน “ผมเอง ก็คง…ต้องรีบกลับเหมือนกันครับครูฝน เอาไว้คราวหน้า..”

“ไม่ได้ค่ะ!” ครูฝนพูดเสียงเฉียบขาด “ถือว่าเลี้ยงต้อนรับคุณครูคนใหม่อย่างเป็นทางการนะคะ พวกคุณสองคนห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ตอนนี้ป้าบัว ป้าแสง คงเตรียมอาหารไว้รอพวกเราแล้วมั้งคะ”

ที่แท้เธอเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วนี่เอง สองหนุ่มมองหน้ากัน ต่างก็คิดว่าคงปฏิเสธไม่ได้แน่ๆ ครูฝนเธออุตส่าห์มีน้ำใจ หากพวกเขาไม่ไปตามคำเชิญ เกรงว่าเธอจะเสียน้ำใจเปล่าๆ 

“งั้นก็ได้ครับ” ธารินพูดก่อน

ครูฝนหันไปทางคุณครูคนใหม่ “คุณอคิณล่ะคะ?”

อคิณจำต้องรับปากเช่นกัน “ก็ได้ครับ”

ครูฝนยิ้มกว้าง “ดีเลยค่ะ งั้นพวกเราไปกันเลยนะคะ”

ครูฝนพาสองหนุ่มหล่อเดินมาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง…บรรยากาศใต้ต้นจามจุรีใหญ่ข้างโรงเรียนนั้น อาจจะร่มรื่นสำหรับครูฝนและธาริน แต่สำหรับอคิณหนุ่มไฮโซดีกรีนักเรียนนอก ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญกับบททดสอบที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทเสียอีก

บนโต๊ะไม้ตัวยาวมีถ้วยแกงและกระจาดผักวางเรียงรายเป็นแถว กลิ่นปลาร้านัวๆ ลอยเตะจมูกจนคุณครูคนใหม่ต้องแอบกลั้นหายใจเป็นพักๆ อย่างช่วยไม่ได้

"กินเยอะๆ เลยนะพ่อครูคนใหม่ ป้าตั้งใจทำสุดฝีมือเลยจ้ะ”

ป้าบัวภรรยาของลุงภารโรง ยิ้มจนตาปิดพลางขยับเข้ามาใกล้

"เอ่อ... ขอบคุณครับป้า" อคิณยิ้มแห้ง เขี่ยข้าวสวยในจานอย่างระแวดระวัง

ครูฝนกลับดูจะเอ็นจอยกับทุกอย่างบนโต๊ะ ตักแกงหน่อไม้เข้าปากคำโต "หูยย ป้าบัวคะ วันนี้รสนัวมากค่ะ แซ่บสุดๆ เลยเนี่ย"

"อร่อยก็กินเยอะๆ จ้ะ... อ๊ะ! พ่อครูอคิณ ลองนี่สิจ๊ะ ปลาเผา พี่เชยแกหามาได้จากแม่น้ำใหญ่นู้น เนื้อหว๊านหวาน" พูดจบป้าบัวก็โชว์สกิลที่ทำให้อคิณตาค้าง แกใช้มือเปล่า ที่เพิ่งหยิบผักหยิบฟืนมาสดๆ ร้อนๆ จิกลงไปที่พุงปลาเผาตัวเขื่อง ค่อยๆ บิเนื้อขาวๆ ออกมาอย่างชำนาญ ก่อนจะวางแปะลงบนข้าวของอคิณด้วยนิ้วโป้งป้อมๆ ของแก

อคิณจ้องก้อนเนื้อปลานั้นด้วยสายตาเหมือนจ้องวัตถุระเบิดก็มิป่าน 'นิ้วป้า... นิ้วป้าสัมผัสข้าวผมเต็มๆ เลยนะ!' เขาคิดในใจแต่ไม่กล้าพูดออกมา 

แล้วจะให้กินเข้าไปได้ยังไงกันเนี่ย นี่มันไม่ถูกโภชนาการเลยนะ!

"กินสิจ้ะพ่อครู เดี๋ยวเย็นชืดซะหมด" ป้าบัวเร่งเร้าด้วยสายตาเป็นประกาย นางยิ้มกว้าง คิดว่าประเดี๋ยวคงได้ยินคำพูดว่าอร่อยจากปากคุณครูคนใหม่แน่ๆ

อคิณยังคงถือช้อนค้างอยู่อย่างนั้น พลันเหลือบมองธาริน ที่นั่งฝั่งตรงข้าม ฝ่ายนั้นกลั้นขำจนลูกกระเดือกสั่น เหมือนจะรู้ว่าหนุ่มไฮโซอย่างเขากำลังจะช็อกตาย "กินไปเถอะครับคุณอคิณ ของดีทั้งนั้น ป้าบัวแกล้างมือแล้ว... มั้งนะ"

อคิณกัดฟันกรอด กลั้นใจตักเนื้อปลาชิ้นนั้นเข้าปาก รสชาติมันก็ดีหรอกนะ แต่ภาพนิ้วป้าบัวที่เพิ่งจิ้มลงมามันติดตาจนเขาแทบจะสำลอกออกมาตรงนั้น แต่ต้องพยายามกลืนลงคอไปอย่างฝืนทนจนหน้าเขียวหน้าแดง

"ท่าทางจะอร่อยจนพูดไม่ออกเลยนะนั่น" ธารินยกยิ้มกวนประสาท ก่อนเสริมทัพ "งั้นลองเมนูเด็ดของผมบ้างดีกว่า"

อคิณมองดูธารินด้วยความหวังว่าอย่างน้อยคนหนุ่มยุคใหม่ ก็น่าจะมีสุขอนามัยที่ดีกว่าป้าแกล่ะมั้ง... แต่เปล่าเลย! ธารินใช้มือเปล่าๆ ที่เพิ่งลูบหัวเจ้าดำ (สุนัขเฝ้าโรงเรียน) มาเมื่อครู่ หยิบเส้นขนมจีนสีขาวจับใหญ่ขึ้นมาม้วนๆ แล้วโปะลงในจานของอคิณ

"เฮ้ย! คุณธาริน!" อคิณร้องเสียงหลง

"ไม่ต้องขอบคุณครับ ผมจัดให้เต็มที่" ธารินไม่หยุดแค่นั้น เขาคว้าทัพพีตักน้ำยาป่ารสจัดจ้านราดลงไปบนขนมจีน จนน้ำสีแดงส้มชุ่มโชก และที่พีคที่สุดคือตีนไก่ ขนาดมหึมาสามสี่ชิ้นที่ถูกตักขึ้นมาวางเกยขอบจานอคิณอย่างสง่างาม

เล็บไก่ที่ถูกต้มจนเปื่อยยุ่ยสะท้อนแสงแดดวิบวับอยู่ตรงหน้าหนุ่มไฮโซ อคิณถึงกับหน้าถอดสี

"นี่ครับ... ตีนไก่เน้นๆ คอลลาเจนสูงนะคุณ" หนุ่มผมยาวบอกพลางใช้ช้อนตัวเองเขี่ยตีนไก่ในจานอคิณให้เข้าที่เหมือนจัดจานมิชลินสตาร์

อคิณจ้องมองตีนน้อง ที่กำลังกวักมือเรียกเขาอยู่ในจาน สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่กวนเบื้องล่างของเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาดเซอร์ ความรู้สึกอยากจะอาเจียนกับความโกรธตีรวนจนเขาอยากจะกรีดร้องออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศสให้รู้แล้วรู้รอด

"ทำไมล่ะคะครูอคิณ ไม่กินเหรอคะ? ตีนไก่ป้าแสงนี่ของดีเลยนะคะ" ครูฝนเสริมพร้อมกับแทะตีนไก่ในจานตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย เสียงซู๊บๆ ซ๊วบๆ ของการแทะทำเอาอคิณขนลุกซู่ไปทั่งตัว

"ผม... ผมรู้สึก... อิ่มทิพย์ขึ้นมาทันทีเลยครับ" เขาตอบเสียงสั่น พลางถดตัวหนีจากจานขนมจีนมรณะนั้น

"เสียน้ำใจแย่เลยนะคุณอคิณ ดูสิ ป้าบัวกับป้าแสงจ้องคุณตาไม่กะพริบเลยนะ" ธารินกระซิบ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนอคิณได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกลิ่นป่าไม้จากตัวเขา "หรือจะให้ผมป้อน... ด้วยมือดีล่ะ?"

หนุ่มไฮโซมาจากเมืองกรุงถึงกับเบิกตากว้าง รีบคว้าช้อนขึ้นมาทันที "ไม่ต้อง! ผมกินเองได้!"

สำหรับอคิณ มื้อเที่ยงวันนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่เชื่องช้าที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ แม้บอกว่ากินเองได้ แต่สายตายังคงชะงักค้างอยู่ที่จานขนมจีนตรงหน้า โดยเฉพาะตีนไก่ที่เกยอยู่บนน้ำยาอย่างภาคภูมิใจ ราวกับกำลังท้าทายความกล้าของเขา

อคิณเผลอกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ น้ำลายที่ไม่ใช่อยากกิน พลางคิดในใจว่า รู้อย่างนี้น่าจะอ้างไปเลยว่าเขาอยู่ในช่วงกินมังสวิรัตไปเลยน่าจะเป็นการดี อย่างน้อยก็อาจรอดพ้นจากชะตากรรมอันแสนโหดร้ายนี้ได้

แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ธารินกำลังยิ้มล้อเลียนเขาอยู่ ความคิดจะปฏิเสธก็หายไป แม้ท้องจะยังไม่พร้อมก็ตาม.. อคิณบังคับตัวเองตักขนมจีนเข้าปากคำแรกแล้วเคี้ยวกิน ฝืนหยิบตีนน้องขึ้นมา ค่อยแทะเล็มทีละนิ้วด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ ต่อหน้านายมาดเซอร์ ที่นั่งคอยลุ้นว่าเขาจะกินได้ไหมนั้น

…หลังจากผ่านพ้นมื้อเที่ยงสุดระทึกมาได้ ธารินก็ใจดี (หรืออยากแกล้งต่อก็ไม่รู้) พูดว่าเขามีธุระในเมือง เอ่ยถามครูฝนก่อนว่าเธออยากไปด้วยไหม เผื่อมีอะไรขาด ครูฝนปฏิเสธ เนื่องจากเธอเพิ่งซื้อของใช้มาเมื่อวาน

ธารินหันมาทางอคิณ “คุณล่ะครับ”

อคิณตอบอย่างกระตือรือร้น “ไปครับ ผมไปด้วย ผมกำลังอยากได้ของใช้หลายรายการเลยครับ” 

 ธารินเดาใจอคิณถูกเพ้ง เขาดูจากท่าทางการทานอาหารมื้อกลางวันแล้ว คุณชายไฮโซไม่น่ารอดตลอดเทอมนี้แน่ๆ และเขาไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น

“งั้นไปเลยไหมครับ” 

“ครับ”

อคิณเดินตามหลังธารินอย่างว่าง่าย ฝีเท้าช้าลงโดยไม่รู้ตัว ราวกับถูกแรงดึงดูดบางอย่างฉุดรั้งไว้

"ขึ้นมาสิครับคุณครูอาสา รถผมไม่ได้นั่งสบายเหมือนรถสปอร์ตที่กรุงเทพฯ หรอกนะ" ธารินตบขอบประตูรถกระบะดีเซลทรงสูงที่เต็มไปด้วยรอยโคลนเปื้อนไปครึ่งคัน

อคิณมองความสูงของรถแล้วถอนหายใจยาว พยายามปีนขึ้นไปอย่างทุลักทุเลจนเสื้อสีขาวเกือบเปื้อน "นี่รถหรือตึกแถวครับ ทำไมมันสูงขนาดนี้เนี่ย!"

ธารินยิ้มจนเห็นเขี้ยวเสน่ห์เล็กๆ สองข้างแทนคำตอบ ก่อนไขกุญแจสตาร์ทรถ พอรถออกตัว เครื่องยนต์ดีเซลก็ส่งเสียงคำรามจนอคิณสะดุ้ง ถนนลาดยางที่เพิ่งผ่านฝนตกมานั้น เต็มไปด้วยแอ่งน้ำและดินแดงที่ไหลลงมาจากเขา ทำให้ทางทั้งลื่นทั้งขรุขระ

"อุ๊ย!" รถตกหลุมโถมเข้าอย่างจังจนร่างของอคิณกระเด็นไปกระแทกกับไหล่กว้างของคนขับ

"แหม... อยากใกล้ชิดผมก็บอกดีๆ ครับคุณอคิณ ไม่ต้องเนียนให้รถตกหลุมหรอก" ธารินหัวเราะร่า มือหนึ่งบังคับพวงมาลัยอย่างคล่องแคล่ว อีกมือหนึ่งเอื้อมมาคว้าร่างอคิณไว้ไม่ให้หัวไปโขกกระจก

"ใกล้ชิดบ้านคุณสิ! ขับรถประสาอะไรเนี่ย ผมไส้จะรวมกันเป็นก้อนแล้ว!" อคิณโวยวาย หน้าแดงก่ำ ไม่รู้เพราะโมโหหรือเพราะสัมผัสอุ่นๆ ที่หัวไหล่กันแน่

“ผมแค่ล้อเล่นน่า ทำเป็นโกรธไปได้..”

ระหว่างทางที่ลมพัดเย็นสบาย อคิณที่เริ่มจะปรับตัวได้ก็ลองกดสวิตช์เปิดกระจกเพื่อรับโอโซนป่าหลังฝนตกดู

"อย่าเพิ่งเปิ.." ธารินเตือนไม่ทันขาดคำ

ซู่!!!

รถกระบะวิ่งผ่านแอ่งน้ำโคลนขนาดมหึมา ล้อรถบดลงไปจนน้ำสีส้มเข้มกระเด็นสวนขึ้นมาเข้าทางหน้าต่างที่เพิ่งเปิดพอดิบพอดี ผลคือ... ใบหน้าขาวใสและเสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมของอคิณ เต็มไปด้วยจุดกระดำกระด่างของดินโคลน

"ว๊าย!! (หลุดเสียงหลง) หน้าผม! เสื้อผม!" อคิณช็อกค้าง มือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก

ธารินรีบจอดรถข้างทางทันที แทนที่จะขำเขากลับคว้าผ้าเช็ดหน้าสะอาดในเก๊ะออกมา "อยู่นิ่งๆ น่า... บอกแล้วว่าอย่าเพิ่งเปิด"

ธารินโน้มตัวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน เขาใช้ผ้าเช็ดหน้าค่อยๆ บรรจงเช็ดคราบโคลนออกจากแก้มของอคิณอย่างเบามือ สายตาที่เคยกวนประสาทกลับเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงชั่วขณะ

"เลอะเทอะเป็นแมวตกถังโคลนเลยนะคุณ" ธารินพึมพำชิดใบหูอีกฝ่าย

อคิณที่กำลังจะอ้าปากด่า กลับเงียบกริบ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงเครื่องยนต์ดีเซลเสียอีก "เช็ดดีๆ สิ เลอะหูผมแล้วเนี่ย"

"รู้แล้วคร่าบ... สั่งเก่ง…" ธารินยิ้มมุมปาก ก่อนจะแกล้งกดจมูกลงใกล้แก้มที่เพิ่งเช็ดเสร็จจนอคิณสะดุ้งโหยง

“เฮ้ย!” อคิณสีหน้าแตกตื่น เอนตัวหนีโดยสัญชาตญาณ

ธารินค้างอยู่อย่างนั้น “หวงตัวทำไมเนี่ย ผมไม่ได้คิดจะแตะอั๋งผู้ชายด้วยกันหรอกนะคุณ…คิดมากนะเราเนี่ย!” เขาพูดออกไปเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ แต่แท้จริงแล้วคือความพยายามจะทดสอบหัวใจตัวเองต่างหาก ว่าสิ่งที่กำลังรู้สึกอยู่นั้น ใช่หรือไม่ใช่กันแน่!

“เฮ้อ!” อคิณไม่ไว้วางใจ ยังคงเอามือกอดอกไว้แน่น ราวกับว่าสาวน้อยกำลังจะถูกไอ้บ้ากามลวนลาม

"สรุปคือจะเข้าเมืองไปซื้ออะไรนะ?" ธารินถามหลังจากกลับมาขับรถต่อ

"เจลล้างหน้า... แล้วก็... น้ำยาฆ่าเชื้อ" อคิณตอบเสียงอ้อมแอ้มพลางมองดูคราบโคลนบนเสื้อตัวเองอย่างปลงตก

"ผมว่าคุณควรซื้อใจดวงใหม่ด้วยนะ ท่าทางดวงเก่าจะหล่นหายไปแถวๆ เบาะข้างคนขับเนี่ยแหละ"

"พูดอะไรบ้าๆ ขับรถไปเลย!" อคิณหน้าร้อนฉ่า รีบหันไปมองนอกหน้าต่าง ปล่อยให้เสียงหัวเราะของธารินดังสะท้อนไปทั่วห้องโดยสารท่ามกลางบรรยากาศชุ่มฉ่ำหลังฝนตกนี้

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   33.พันธนาการแห่งหัวใจ(อวสาน)

    กลิ่นดินปืนและควันจากสงครามธุรกิจหมื่นล้านค่อยๆ เลือนหายไป เหลือไว้เพียงคราบความทรงจำที่ขมขื่นและเกาะกินหัวใจ ธารินในสภาพใจแตกสลาย เดินตรงไปยังห้องทำงานของท่านเจ้าสัวเกรียงไกร ประตูไม้บานใหญ่เปิดออกอย่างแผ่วเบา ราวกับแม้แต่เสียงก็ยังเกรงใจความพ่ายแพ้ของเขา“อ้าว! ธาริน มาถึงนี่มีอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มหนักเอ่ยทักจากหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ในชีวิตเดินเข้าไปใกล้ “ท่านครับ ผมพอแล้วครับ พอแล้วจริงๆ” มือสั่นเทาปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างไม่อายใครอีกต่อไป “จากนี้ไป ผมขอยุติบทบาทของธนวีร์ หลานชายของท่าน”คำพูดนั้นแผ่วเบา ทว่าเหมือนคมมีดกรีดลึกลงในความเงียบของห้อง“และผมอยากขอให้ท่าน… อย่าถือโทษวรโชติเมธีอีกเลยนะครับ ที่ผ่านมา คุณธนากับครอบครัวก็ได้รับบทเรียนหนักหนาสาหัสพอแล้ว”ท่านเจ้าสัวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ค่อยๆ เอนตัวพิงพนัก สายตาคมลึกมองหลานชายอย่างรู้ทันทุกอย่าง“ธาริน เธอยอมแพ้แล้วสินะ” น้ำเสียงนั้นอ่อนลงอย่างชัดเจน “ฉันหมายถึงเรื่องอคิณน่ะ”ธารินยิ้มออกมาทั้งน้ำตา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนใช้หลังมือปาดมัน

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   32.กว่าจะรู้ตัวว่าอคิณรักธาริน

    หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องทำงานลับของอัครเดชโชติช่วง ปรากฏจุดสีแดงกระพริบถี่ๆ อยู่บนแผนที่ดิจิทัล ธนวีร์หรือธาริน นั่งจ้องมองมันด้วยดวงตาที่แทบไม่ได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืน หลังจากที่เขาใช้เส้นสายลับทางการสื่อสารแกะรอยสัญญาณโทรศัพท์ที่อคิณใช้โทรหาธนาเมื่อวันก่อน ในที่สุดเขาก็พบตำแหน่งปัจจุบันของหัวใจที่หายไป"ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองงั้นเหรอ" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ปนเปไปกับความหวาดกลัวเขาไม่ได้สั่งให้ลูกน้องตามไปจัดการเหมือนทุกครั้ง แต่เขากลับเลือกที่จะคว้ากุญแจรถแล้วขับออกไปเพียงลำพัง ธารินในชุดลำลองที่พยายามพรางตัวที่สุดสวมแว่นกันแดดสีเข้มและหมวกแก๊ปบดบังใบหน้า เขาเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในห้างหรู สายตาคมกริบสอดส่ายหาแผ่นหลังที่คุ้นเคย แผ่นหลังที่เขาเคยสวมกอดจากด้านหลังในบ้านพักหลังเล็กๆ เมื่อครั้งอดีตภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาเข่าของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแทบทรุดลงกับพื้นหินอ่อน ธารินหลบวูบเข้าหลังเสาขนาดใหญ่ หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก แสงไฟวอร์มไวท์ในแผนกของใช้เด็กอ่อนดูนวลตา แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเขาอย่างโหดร้ายห่า

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   31.เมื่อความลับไม่สมหวัง

    ภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกอัครเดชโชติช่วง บรรยากาศกลับสลัวราง มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าภายนอกที่สาดเข้ามาพาดผ่านร่างของชายหนุ่มที่โลกขนานนามว่าปีศาจ ธนวีร์หรือในอดีตคือธาริน บัดนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพนักธุรกิจผู้สง่างาม เขานั่งพิงโซฟาหนังราคาแพง เนคไทถูกกระชากออกจนหลวมกึ่งกลางอก ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์บนโต๊ะกระจกเบื้องหน้ามีขวดวิสกี้ชั้นดีราคาหลักแสนที่ถูกดื่มไปเกือบครึ่งขวด พร้อมแก้วคริสตัลที่สั่นคลอนตามแรงมือที่สั่นเทาของเขา หยาดน้ำใสๆ คลออยู่ที่เบ้าตาคมกริบ ความเจ็บปวดที่ถูกอคิณประกาศแต่งงานกับหญิงอื่นมันกรีดลึกยิ่งกว่าแผลไหนๆ ในชีวิต"ทำไม.. ทำไมต้องเป็นคนอื่น อคิณ" เขาพึมพำเสียงแหบพร่า "ผมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณมาครอบครอง แม้จะต้องเป็นปีศาจในสายตาคุณ แต่ทำไมสุดท้ายคุณก็ยังเลือกที่จะทิ้งผมไปหาคนอื่นครั้งแล้วครั้งเล่า!"ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้า เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและมั่นใจ ประธานสาวสวยอย่างชญาดา ทายาทแห่งสิริเกียรติโภคิณ เดินพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอให้เลขาฯ หน้าห้องอนุญาตเธอมองร่างที่ดูไร้สติของธนวีร์ด้วย

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   30.กงขังแห่งความล้มเหลว

    สามเดือนต่อมาภายในคฤหาสน์หรูของตระกูลวรโชติเมธีที่เคยอบอวลด้วยความอบอุ่น บัดนี้กลับเยียบเย็นราวกับสุสาน บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ราคาแพงระยับ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหลุยส์กลางห้องรับแขก ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาจ้องมองเจ้าหน้าที่ธนาคารและทนายความที่กำลังเดินวุ่นไปทั่วบ้าน เพื่อติดป้ายทรัพย์สินถูกยึดลงบนแจกันโบราณ เปียโนหลังงาม และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่อคิณเคยรักเขาคนนี้คือธนวีร์ ทายาทเพียงคนเดียวของเจ้าสัวเกรียงไกร หรือที่ใครๆ ต่างหวาดเกรงในฉายานักธุรกิจปีศาจแผนการของปีศาจอย่างเขาควรจะสมบูรณ์แบบ วรโชติเมธีต้องล้มละลาย อคิณต้องหมดสิ้นหนทาง และสุดท้าย อคิณจะต้องซมซานมาคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา ยอมเดินเข้าสู่กรงทองที่ธารินจงใจสร้างขึ้นเพื่อกักขังคนรักไว้ชั่วนิรันดร์ทว่ากับผิดคาด อคิณกลับหายไป หายไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากวันที่บริษัทล้มละลาย"ลูกชายของคุณหายไปไหน!" ธนวีร์สบถเบาๆ ในลำคอ ความโกรธแค้นและโหยหาปนเปจนเขาแทบคุ้มคลั่ง เขาจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย คือการบีบคั้นหัวใจของอคิณผ่านบุพการีธนาและพิมพรรณ นั่งตัวสั่นเทาอยู่ฝั่ง

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   29.ผมจะแต่งงานครับ

    บ้านวรโชติเมธีเสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมรถยุโรปคันหรูซึ่งบัดนี้อาจจะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่อคิณยังถือครองไว้ในชื่อของตนเอง ชายหนุ่มทรุดกายพิงพนักเบาะ หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน กลิ่นหนังแท้ในรถที่เคยให้ความรู้สึกมั่งคั่ง บัดนี้กลับดูเหมือนกลิ่นของงานศพ.. งานศพของความภาคภูมิใจในนามสกุลวรโชติเมธีเขาก้าวลงจากรถ เดินผ่านสวนที่เคยได้รับการดูแลอย่างดีแต่บัดนี้เริ่มดูแห้งแล้งราวกับจะล้อเลียนชะตากรรมของเจ้าของบ้าน อคิณตรงดิ่งไปยังห้องนอนของเขา ล็อกประตูแน่นหนา ราวกับต้องการตัดขาดจากโลกภายนอกที่แสนโหดร้ายเขาทรุดตัวลงข้างตู้เสื้อผ้าไม้โอ๊คใบใหญ่ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปที่หลังตู้ ดึงแผ่นเฟรมผ้าใบที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุดออกมา ภาพวาดสีน้ำมันของชายหนุ่มผมยาวประบ่า ใบหน้ามีความเซอร์และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะล้อเล่นกับโลกทั้งใบเสมอ ธาริน คนในภาพนั้นยังคงงดงามและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณอิสระเสรีอคิณมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ความรักที่เคยมีให้มันพังทลายไปพร้อมกับความแค้นและการทรยศ มือหนาหยิบมีดคัตเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมา เสียงใบมีดเลื่อนดัง แกร๊ก มันบาดลึกเข้าไปในความรู

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   28.อคิณคิดเริ่มต้นใหม่

    แสงไฟหน้ารถคันหรูสาดส่องไปบนถนนลาดยางที่ขนาบข้างด้วยป่ามืดครึ้ม อคิณ วรโชติเมธี บังคับพวงมาลัยด้วยมือที่สั่นเทา เขาขับรถออกมาจากกรุงเทพฯ อย่างไร้จุดหมายปลายทาง ปล่อยให้เข็มไมล์ขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว เส้นทางสายนี้เขาไม่คุ้นเคย แต่มันกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยกว่าการอยู่ในเมืองที่ทุกตารางนิ้วคอยย้ำเตือนถึงความพ่ายแพ้ซะอีกวรโชติเมธีล้มละลายแล้ว อาณาจักรที่บรรพบุรุษสร้างมาถูกธนวีร์กลืนกินไปจนหมดสิ้น แต่อคิณรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น ไม่ใช่การสูญเสียทรัพย์สิน แต่มันคือการที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริง ที่เขาพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต‘จบสิ้นกันสักที ธาริน ผมกับคุณควรอยู่กันคนละโลก’ เมื่อรถของเขาเกือบจะหลุดโค้ง เขาเหยียบเบรกจนตัวโก่ง รถหยุดสนิทอยู่ริมหน้าผาที่มืดมิด ลมหายใจของเขาหอบถี่ เหงื่อกาฬซึมตามไรผม"ตอนนี้ฉันไม่มีวรโชติเมธีให้ปกป้องแล้ว..." เขาพึมพำกับตัวเองในรถที่มืดสลัว ความเจ็บปวดจากการสูญเสียธุรกิจเทียบไม่ได้เลยกับความอ้างว้างในใจ อคิณซบหน้าลงกับพวงมาลัยรถ ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินจิตใจ เขาหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย ว่าควรจะไปทางไหนต่อดี จ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status