공유

บทที่ ๑ สวยบาดใจ (3/4)

last update 게시일: 2026-08-12 08:00:51

“เหรอ...แก้วยังไม่ได้โทรมาบอกเหรอ”

ปลื้มได้ยินชื่อบุคคลที่สามขึ้นมาก็ตงิดใจ เพราะคุณแก้วเป็นคนรักของรุ่นพี่คนสนิทที่ไปร่วมรบยังจังหวัดชุมพรด้วยกัน บางทีคงเป็นเจ้าตัวที่ช่วยบอกทางคุณหมอ

ระหว่างปลื้มกำลังใช้ความคิดอยู่นั่นเอง เสียงโทรศัพท์บ้านหน้าร้านก็ดังขึ้น ปลื้มจึงจำเป็นต้องวางโหลขนมลงบนโต๊ะวิ่งไปรับสาย ทิ้งแขกผู้มาเยือนอย่างช่วยไม่ได้

นายแพทย์ในชุดเสื้อผ้าสีสะอาดเมื่อเห็นภาพนั้นจึงชายตามองชายหนุ่ม ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มเล็กน้อย พลางถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อเสียงสนทนาทางโทรศัพท์ยังคงดำเนินต่อไป แสงนีออนส่องกระทบกรอบแว่นตาทรงเหลี่ยมบนสันจมูกโด่งสวย ผมสั้นสีดำขลับที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างเป็นระเบียบรับกับใบหน้าคมคายได้อย่างลงตัว ขนตาที่ยาวงอนทอดเงาลงบนพวงแก้มทับไฝเม็ดเล็กใต้ตาข้างซ้าย แม้มีริ้วรอยปรากฏตามกาลเวลาที่ผันผ่านแต่กลับไม่ได้ลดทอนเสน่ห์ลงไปได้เลย

‘ครับ...อ๋อ...เหรอครับ’

‘...ใช่ครับ ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ในร้านเลย...’

ครู่หนึ่งเมื่อคู่สายบอกกล่าวบางสิ่งบางอย่างจนชายหนุ่มแสดงท่าทีตกอกตกใจ หันกลับมาสบตามองตัวเขาที่นั่งอยู่ ทำให้น้ำรู้ได้ในทันทีว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นใคร

‘พะ...พูดอะไรน่ะครับ! ผมน่ะเหรอ ไม่หรอก...ก็คุณหมอเขามี...’

‘...พูดจริงใช่ไหมครับ! แต่แบบนี้มัน...’

เสียงโหวกเหวกโวยที่แว่วมาชวนให้คุณหมอยิ้มกริ่ม ทีนี้เด็กน้อยจะได้ทราบสาเหตุทั้งหมดทั้งมวลที่เขามาเยือนเยาวราชเสียที

เมื่อหุ้นส่วนร้านวางสายดังกรึบ แทนที่จะหันมาพูดคุยกับแขกคนสวยกลับเลือกเดินดุ่ม ๆ เข้าครัวทำเสียงอะไรก็ไม่รู้กุกกัก ก่อนจะกลับมาพร้อมถาดน้ำชาและจานขนมหวานหลากชนิด

หลังจากนั้นชายหนุ่มจึงลากเก้าอี้มานั่งหย่อนก้น หน้าแดงตั้งแต่พวงแก้มลงไปถึงหลังคอ เมื่อก่อนเห็นเป็นคนช่างจ้อช่างพูด ไม่คิดว่าจะกลายเป็นคนขี้เขินเพราะเรื่องแบบนี้

“จริงเหรอครับ...ที่คุณแก้วบอกว่าคุณหมอ…”

“ฉันสนใจเธอตั้งแต่ตอนนั้นเลยมาหา เข้าใจถูกแล้ว”

พอพูดไปตามตรงเช่นนั้นเจ้าเด็กก็หน้าแดงแจ๋กว่าเก่า เอาหน้าจุ่มลงไปกับโต๊ะไม้ด้วยเหตุผลบางประการ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาและเอาหัวฟาดโต๊ะหลบตาอีกครั้ง ถึงดูประหลาดไปสักหน่อยแต่ก็น่ารักดี

ปลื้มเสียอาการเข้าขั้นหนัก ไม่คิดไม่ฝันว่าคนในจินตนาการอยู่ ๆ จะปรากฏตัวมาวันนี้ อยากจะพาตัวเองย้อนเวลากลับไปตั้งแต่ก่อนโทรศัพท์เข้า เต๊ะท่าทำตัวขรึมไว้ล่วงหน้าจะได้ไม่ใจเหลวเป๋วเสียทรงต่อหน้าคนสวย

คนในชุดเสื้อกล้ามผ้ากันเปื้อนหาจังหวะเหลือบมองคุณหมอที่กำลังนั่งทานขนม ก่อนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง หากจำไม่ผิดเมื่อ ๗ ปีก่อนเจ้าตัวเข้าชุมพรมาพร้อมกับคนรักในกองทัพ ยิ่งกว่านั้นคือชายคนนั้นมียศสูงถึงผู้พัน ไม่รวมกับนิสัยที่เขาเคยไปสืบมาก็รู้ได้ว่าทหารคนนั้นคงไม่ปล่อยตัวคนที่สวยเพียบพร้อมขนาดนี้ไปง่าย ๆ แต่ทำไม...

“คิดอะไรอยู่เหรอ?”

“เฮือก!”

“เป็นเรื่องของฉันหรือเปล่า?”

“คะ...ครับ คือ...แล้ว ทหารคนนั้นที่คุณเคยคบหา...”

“ฉันฆ่าทิ้งไปแล้ว”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๑ เถ้าแก่เปี๊ยก (2/4)

    น้ำกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นพ่อลูกและนายหน้าเดินกลับเข้ากระโจมเพื่อเจรจาสรุปการซื้อขายกันอีกครั้ง ทว่ากลับมีความผิดปกติบางประการที่ทำให้น้ำจำต้องยกประเด็นมาคุยต่อระหว่างทางเดินไปสถานีรถไฟ“ทำไมเราซื้อตั้งสี่หลุมล่ะปลื้ม”“ก็ซื้อเผื่อผม แล้วก็...”ปลื้มไม่ค่อยกล้าพูดเท่าไรนัก เพราะไม่แน่ใจว่าพี่หมอจะยอมรับการกระทำดังกล่าวได้หรือเปล่า เนื่องจากอีกตำแหน่งหนึ่งเราซื้อเผื่อคนรักของตัวเอง เนื่องจากนายหน้าคนนั้นเป็นซินแสคนเดียวกับที่มาดูวงจรพลังงานในร้านให้ ท่านแนะนำว่าวันนี้เป็นวันฤกษ์ดีที่สิบปีจะมีหน ควรฝังพลังงานเอาไว้เปิดประตูรับความมงคล ซึ่งแน่นอนว่าคนที่เขานับถือเป็นคนรักอยู่ในตอนนี้จะเป็นใครไปได้นอกจากพี่หมอน้ำ แต่เจ้าตัวอาจไม่ได้มีความเชื่อทางนี้ เขาจึงรู้สึกผิดนิด ๆ“ขะ...ขอโทษที่ผมคิดไปไกลนะครับ ถ้าพี่ไม่พอใจจะบอกให้ผมโทรไปยกเลิกก็ได้“อั๊วบอกแล้วว่าให้มาถามอาน้ำก่อน แคก!”บิดาเดินกลับมาจากการเข้าห้องน้ำ ไอ้ลูกคนนี้ไม่เคยคิดถึงอนาคต แต่พอจะคิดก็จินตนาการเลยเถิด ถ้าอาน้ำมันบอกปัดไม่เอาฮวงซุ้ยร่วมด้วยเขาจะขำให้ฟันร่วงหมดปากเลย

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๑ เถ้าแก่เปี๊ยก (1/4)

    “ตรงนี้มันไม่แพงไปหน่อยรึไอ้เปี๊ยก”เป่าหลงทักท้วงไอ้ลูกชายที่พามาเดินซื้อฮวงซุ้ยกับนายหน้าหนึ่งสัปดาห์หลังทราบว่าตัวเขาจะอยู่ได้อีกไม่ถึงปี เพื่อให้ได้มีโอกาสเลือกมากกว่าชาวบ้าน นอกจากนี้ที่สำหรับสองคนนั้นเริ่มหายากแล้วเพราะนอกจากเปี๊ยกจะซื้อให้ตัวเขาแล้วยังต้องการซื้อให้ภรรยาเขาหรือมารดาที่จากไปด้วย“เงินฉันบอกว่ามันไม่แพง”“เงินลื้อหรือเงินร้าน”“เงินฉันเก็บมาตั้งแต่เป็นทหารเถอะ!”ปลื้มโมโหแก้มป่องกลบเกลื่อน เพราะมันก็ชวนเขินเหมือนกันที่บอกว่าจะมาซื้อฮวงซุ้ยให้พ่อที่พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ดีมาตั้งแต่แรก ทว่าพอนึกเรื่องนี้ขึ้นได้และบอกกับพี่น้ำตอนกลางดึก เจ้าตัวกลับสนับสนุนยกใหญ่ให้พาป๊ามาดูที่เผื่อไว้ขณะเดียวกันพี่หมอที่มาด้วยก็ขอนั่งรออยู่ใต้กระโจมใกล้ ๆ เพราะต่อให้จะเข้าหน้าหนาวแต่แดดของประเทศไทยยังคงแรงอย่างเคย หากไม่พกร่มไปเหมือนสองพ่อลูกมีหวังเขาที่ยังไม่ได้ทานมื้อเช้าได้เป็นลมแน่เรื่องราวมีอยู่ว่าทีแรกเราต้องการมอบความเป็นส่วนตัวให้สองพ่อลูก จึงบอกว่าตนจะอยู่เฝ้าร้าน ทำความสะอาดทั้งร้านวิภาโภชนาและคลินิกของตัวเอง ไม่ก็นั

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (4/4)

    “ไอ้เปี๊ยกมันขี้น้อยใจ ช่วยใจเย็นกับมันแทนฉันหน่อยก็แล้วกัน”“ผมพยายามทำอยู่ตลอดเลยครับ”“ฮ่า...ฮ่า เป็นเรื่องที่ถึงกับต้องพยายามเลยเหรอ แคก!”“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ ฮ่า ๆ”“เอาเป็นว่าหลังจากอั๊วลงดินไปแล้ว ฝากบอกไอ้เปี๊ยกมันหน่อยก็แล้วกัน ว่าป๊ารักมันอยู่ตลอดนั่นแหละ”เป่าหลงกล่าวอย่างปล่อยวาง หากมีเจ้าน้ำอยู่ด้วยกับไอ้ลูกชายติดเล่น เขาคงตายตาหลับ ทว่าในขณะที่คุณป๊ากำลังเตรียมจะลุกไปปิดหน้าต่างส่งคุณหมอกลับห้อง นายแพทย์กลับเดินตรงไปยังหน้าประตูด้วยตัวเองก่อน“ผมว่าคงไม่ต้องพูดแล้วล่ะครับ”สิ่งที่อาน้ำกล่าวทำเอาเป่าหลงสับสนงงงวยก่อนทุกอย่างจะกระจ่างชัดเมื่อหลังบานประตูกลับมีลูกชายยืนอยู่ และมันคงยืนฟังบทสนทนาระหว่างตัวเขาและอาน้ำมาตลอด“อะไร พอฉันมายืนต่อหน้าแล้วพูดไม่ออกเลยเหรอ...โอ๊ย!”“พูดจาดี ๆ สิปลื้ม”น้ำหยิกแขนเจ้าเด็กดื้อให้หลาบจำ เขาเตือนมาก่อนหน้านี้แล้วแท้ ๆ ว่าให้ประพฤติตัวดีจะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง แต่กลับพูดจาวางท่ากับพ่อที่พึ่งเปิดใจเป็นครั้งแรกน่ะหรือปลื้มเองก็ไม่

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (3/4)

    “ของพวกนั้นเขาให้คนไทยทำ ไม่คิดหน่อยว่าฉันเข้าไปแล้วจะโดนอะไรบ้าง!!”“ถ้าแค่นั้นยังอดทนไม่ได้แล้วลื้อจะไปทำมาหากินอะไรได้!!”“ป๊าบอกให้ทนอยู่ได้! แล้วมันมีอะไรเปลี่ยนไปไหม! จะอีกสิบปี ยี่สิบปียังไงพวกเราก็ยังเป็นพลเมืองชั้นสองอยู่วันยังค่ำ!!”พวกเราทะเลาะกันอย่างรุนแรงเพราะเราไม่อาจยอมรับลูกชายที่จะโตไปอยู่หน้าเตาไฟ แม้ตัวเองกำลังหาเงินจากอาชีพนั้นอยู่ก็ตาม จนกระทั่งการถกเถียงเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด“ป๊าหวงร้านขนาดไม่ยอมให้ลูกชายตัวเองรับช่วงต่อเลยเหรอ!?”“ก็เออสิวะ! จำไว้เลยนะถ้าอั๊วยังไม่ตาย ร้านนี้ก็ยังเป็นของอั๊ว!!!”เราไม่เคยคิดว่าผลจากการมีปากเสียงในครั้งนั้นจะเป็นสาเหตุให้วันต่อมาลูกชายเก็บกระเป๋าออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปสมัครโรงเรียนเตรียมทหาร ก่อนจะกลับมาพร้อมกับความผิดหวังที่สอบข้อเขียนไม่ผ่าน แต่เขาที่ใช้ลูกชายตัวเองในฐานะลูกจ้างคนหนึ่งจะคอยเพิ่มเงินรายวันให้มันเก็บหอมรอมริบไปสมัครสอบจนประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน แม้ว่ามันจะเสี่ยงตายจนเขาเกือบออกปากห้ามหลายต่อหลายครั้งก็ตามไม่ว่าจะเป็นการไป

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (2/4)

    เป่าหลงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โยก เอนหลังพิงเบาะเก่าเก็บเปื่อยยุ่ยที่เขามักใช้เวลาส่วนใหญ่กับมัน สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูกลุ่มเมฆ เคลื่อนผ่านพระจันทร์ยามราตรีออกไปอย่างเชื่องช้า ช่วงเวลาหลังรับรู้ชะตากรรมในอนาคตผนวกกับความเงียบในตอนนี้ทำให้เขามีเวลาทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต และในห้วงความคิดนั้นก็เต็มไปด้วยภาพของลูกชายคนเดียวของเขา ‘ปลื้มปีติ วิภา’เราเกิดมาบนเรือท่ามกลางคลื่นโหมกระหน่ำกับมารดาเพียงคนเดียว เพียงแต่เมื่อขึ้นฝั่งมาไทยท่านกลับเสียชีวิตไปด้วยโรคร้าย ดังนั้นเราจึงยังไม่มีชื่อเรียกจนกระทั่งได้มาเป็นเด็กทำความสะอาดในวัดจีน จนได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง“汝对底块来? 号乜名?” เอ็งมาจากไหน ชื่ออะไรหรือ?เธอเป็นลูกสาวลูกครึ่งไทยจีนของหนึ่งในนักแสดงในโรงงิ้วซึ่งอยู่ไม่ห่างจากวัดนัก เมื่อมีโอกาสเราจะได้คุยกันเป็นครั้งคราวเวลาเธอมาทำบุญกับครอบครัว แล้วเป็นเธอคนนี้ที่มอบความหมายให้กับตัวเขา“唉... 呣号真名呣? 阿𡅏付我来号会呣?” อือ...ไม่มีชื่อจริงเหรอ ถ้าอย่างนั้นให้ฉันตั้งให้ได้ไหม?

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๒๐ อย่ามัวรีรอ (1/4)

    เสียงปิดประตูดัง ‘ปึง!’ กระแทกกับขอบวงกบดังลั่นสะเทือนไปทั้งบ้านทำความเงียบที่เคยปกคลุมอยู่พลันถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ปลื้มทรุดตัวเอนพิงกำแพงอย่างหมดแรงหัวใจเต้นรัวด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินอยู่ภายในด้วยความโกรธโมโหซึ่งพุ่งเป้ามาที่ตนเองโดยมีมือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อเตือนสติเพื่อไม่ให้กลายเป็นบ้าไปเสียก่อน ก่อนจะเดินไปยังหน้าต่าง แล้วเลื่อนกระจกออกอย่างแรงจนสุดขอบ ก่อนจะยืนหอบหายใจอย่างหนัก สอดส่องสายตาออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอก แต่ภาพที่กำลังฉายอยู่ในม่านตายังคงเป็นภาพของบิดาในสภาพร่อแร่อ่อนแรงเต็มทียิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดและรู้สึกผิด ทุกอาการที่เคยเห็น อาการไอ เสียงที่แหบแห้ง วิธีการทานอาหารที่เปลี่ยนไป หรือแม้แต่ใบหน้าที่หมองซีด ทั้งหมดนั้นคือสัญญาณที่ตัวเองมองข้ามไปอย่างไม่ตั้งใจเพราะตีความจากชีวิตอันปกติสุขที่ผ่านมาเองว่ามันคงไม่เป็นไร ถึงกระนั้นความทรงจำมากมายกลับไหลเข้ามาในมโนคติ ภาพของบิดาที่ยืนอยู่หน้าเตา เสียงไอโขลกที่ดังขึ้นเป็นระยะที่อีกฝ่ายกำลังทำหน้าที่พ่อครัว เสียงไอที่แห้งผากและรุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน ปลื้มเคยคิดเสมอว่ามันเป็นเพียงเพราะไอควันจากไฟเตา ห

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status