Share

บทที่ ๑ สวยบาดใจ (2/4)

last update publish date: 2026-08-11 08:00:21

ปลื้มหลังโบกมือลาคุณผู้หญิงก็กลับมาตั้งอกตั้งใจทำความสะอาด ระหว่างที่ป๊าขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวนอน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ร้านนี้กลายเป็นที่นิยมในหมู่สตรีวัยทำงาน รู้ตัวอีกทีป๊าที่วัน ๆ ชอบทำหน้าไม่รับแขกก็เดินมาตบไหล่ขอบอกขอบใจตัวเขา สงสัยเพราะเป็นคนคารมดี เอาใจเก่งโดยเฉพาะกับผู้ที่มีคุณวุฒิสูงกว่า ตัวเขาจึงเป็นที่นิยมในหมู่ลูกค้ากระมัง

หุ้นส่วนร้านทำงานพลางคิดเรื่อยเปื่อย ไอ้ตัวเขาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเลือกลาออกจากราชการทหาร และเลือกกลับมาทำงานขายอาหารแต้จิ๋วร่วมกับบิดาที่ประกอบกิจการมาตั้งแต่ก่อนเขาเกิด

แม้ไม่เป็นที่ถูกใจของป๊ามากนัก ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่รู้เลยว่าสังคมทหารนั้นเต็มไปด้วยพวกฉ้อราษฎร์บังหลวงและการกดขี่ ยิ่งลูกชายเข้าไปพร้อมอัตลักษณ์อย่างชนชาวจีนจึงตกเป็นเป้าหมายการกลั่นแกล้งมาตั้งแต่สมัยเรียน การเลื่อนขั้นครั้งหนึ่งนั้นจึงจำเป็นต้องทำผลงานมากกว่าชนชาวไทยเพื่อก้าวข้ามอคติของผู้บังคับบัญชา

โชคยังดีที่เขาได้มีโอกาสติดตามรุ่นพี่คนสนิทไปเป็นครูฝึกยุวชนทหารสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง นอกจากนี้เด็กน้อยเหล่านั้นยังทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีจนไร้คนเสียชีวิตหลังจบสงครามท่านางสังข์ที่จังหวัดชุมพร ส่งผลให้เขาได้เลื่อนขั้นจากสิบเอกกลายเป็นร้อยตรีทันที

ด้วยยศที่เลื่อนขึ้นกลายเป็นกำลังใจให้เขาฝืนทำงานต่อไป ตั้งแต่เข้าอบรม และถูกส่งไปเป็นครูฝึกที่อื่นจนสุดท้ายมียศสูงถึงร้อยเอก ทว่าความอดทนเขาก็หมดลง เมื่อเห็นรุ่นพี่ที่เขานับถือผันตัวไปทำอย่างอื่นแล้วรุ่งกว่าด้วยเหตุผลว่างานทหารไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป ทำให้เขาตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกตามกันมาและกลายเป็นคนตกงาน กลับมาช่วยสานต่อธุรกิจเล็ก ๆ ของที่บ้าน

นอกเหนือไปจากเหตุผลดังกล่าว หลังกลับจากสงครามเมื่อราว ๗ ปีก่อนผนวกกับการได้มาเข้าครัวอย่างจริงจังอีกครั้ง ทำให้ตัวเขานึกถึงใครบางคนอันเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ทำแต่ของคาวมาตลอด ริเริ่มพัฒนาสูตรของหวานขึ้นมา แม้ตัวเองจะไม่มีโอกาสมอบขนมรสมือตัวเองให้อีกฝ่ายได้ลิ้มรสแล้วก็ตาม เพราะบุคคลนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพญี่ปุ่นที่พ่ายแพ้ไป บางทีชีวิตของเชลยศึกตอนนี้คงยากลำบากไม่มากก็น้อย

ปลื้มเดินไปหน้าร้านหยิบโหลแก้วเปล่ากะจะนำไปวางในอ่างล้างจานรอทำความสะอาดคืนนี้ ทว่าจู่ ๆ เสียงกระดิ่งเหนือประตูเหล็กยืดกลับดังขึ้นด้วยลมที่พัดผ่านเข้ามา พร้อมร่างเงาของใครคนหนึ่งมายืนด้อม ๆ มอง ๆ ร้าน หนุ่มหน้าตี๋ซึ่งรับรู้ด้วยหางตาจึงเตรียมกล่าวบอกลูกค้าด้วยความสุภาพ

“ตอนนี้ของหมดแล้วครับ ไว้มาใหม่วันพรุ่ง...”

ดวงเนตรเรียวเล็กเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเพ่งมองใบหน้าคมคายที่กำลังยิ้มบางนั้นให้ชัดเจนขึ้น แสงไฟนวลตาจากโคมระย้าสาดส่องลงกระทบร่างโปร่งบาง ทำให้รายละเอียดของโครงหน้าและแววตาปรากฏชัดเจนขึ้นในห้วงความคิด ความคุ้นเคยบางอย่างแล่นเข้ามาในความทรงจำอย่างรวดเร็ว ภาพของนายแพทย์คนนั้นที่ตัวเองเคยมีใจให้เมื่อนานแสนนาน

“จำฉันได้ไหม”

หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความรู้สึกประหลาดใจกับความอิ่มเอมใจผสมผสานกันจนแยกไม่ออก เมื่อแน่ใจว่าไม่ได้มองผิดไปว่าเป็นภาพฝัน ดวงตาเล็กหยีจึงเบิกกว้างสำรวจเครื่องแต่งกาย ทรงผมเครื่องหน้าทุกอย่างเปรียบเทียบกับคนในความทรงจำ

“คุณน้ำ...”

“ดีใจจัง”

เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมยกมุมปากสูงขึ้นกว่าเดิมจนดวงตากลมแทบปิดลง ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ปลื้มอนุญาตให้คนแก่กว่าเดินผ่านเข้ามานั่งในร้าน ทว่าหันกลับมาอีกทีเจ้าตัวก็นั่งลงกับโต๊ะรอตัวเขาเดินเข้าไปต่อบทสนทนาแล้ว

“คุณน้ำจริง ๆ ใช่ไหมครับ?”

“อืม”

“แล้วคุณ...”

“ไม่รู้เหรอว่าฉันมาได้ยังไง”

“ไม่ครับ”

“เหรอ...แก้วยังไม่ได้โทรมาบอกเหรอ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๓ สะทกสะท้าน (4/4)

    น้ำเองทีแรกหลังเอาตัวรอดออกมาจากกองทัพได้ ก็จดจ่ออยู่แต่กับการตามหาที่อยู่ของปลื้มโดยไม่ได้คิดถึงการนิยามสถานะโดยละเอียด ขอเพียงเด็กคนนั้นยังไม่ลืม และมีความรู้สึกดี ๆ มอบให้แก่กันเป็นพอ โดยเราสารภาพความในผ่านโทรศัพท์ ส่วนปลื้มก็ปฏิบัติประคบประหงมดูแลเขาด้วยแววตารักใคร่ เพียงแต่เรื่องราวทั้งหมดมันไม่ได้เริ่มที่ตรงนั้น แต่เป็นช่วงเวลาที่สงครามกำลังดำเนินอยู่เขาตัดสินใจเล่าเรื่องตั้งแต่ที่ได้เจอลูกชายคุณป๊าครั้งแรกให้ฟัง พร้อมเล่าด้วยว่าลูกชายเข้ามาเป็นสีสันในชีวิตได้อย่างไรโดยข้ามเรื่องราวความสัมพันธ์เก่าอันเป็นพิษเพื่อลดทอนความซับซ้อนลง“ตอนนั้นมีเงื่อนไขหลายอย่างที่ทำให้ผมไม่สามารถอยู่กับปลื้มได้ครับ”“หลายปีเลยสิ”น้ำพูดไปก็ได้แต่เฝ้ารอคำถามนั้น คำถามที่ไม่ว่าใครก็คงสงสัยหากผู้ชายคนหนึ่งไม่นิยมในสตรีเพศ“อื้ม เข้าใจแล้ว อั๊วฝากดูแลไอ้เปี๊ยกมันด้วยก็แล้วกัน”“คะ...ครับคุณป๊า ขอบคุณครับ”“อือ ๆ แคก ๆ! ไม่เป็นไร ลื้อก็ขึ้นไปพักเถอะ ยังไงไอ้เปี๊ยกก็ทำงานคนเดียวไหว”น้ำได้แต่เพียงพยักหน้าตอบรับ พลางเหลือบมองไปยังเจ้าปลื้

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๓ สะทกสะท้าน (3/4)

    “ลื้อก็พูดมาสิ”ปลื้มหลังกลับมาจากตลาดก็โดนคำถามต่อยเข้าหน้าอย่างจัง จะร้องไห้แง ๆ ขึ้นไปเรียกพี่น้ำลงมาเจรจาไกล่เกลี่ยก็กระไรอยู่ แต่จะสู้อีกฝ่ายก็เป็นปะป๊าเป่าหลงที่ถือเซียะอาวุธประจำกาย หากบอกว่า ‘พวกเรากำลังคบหากันอยู่’ มีหวังได้โดนไล่ฟาดก่อนถีบหัวส่งแน่นอนเป่าหลงที่สวมผ้าปิดปากกันการแพร่เชื้อ ดูท่าทีเงอะงะของไอ้ลูกชายก็ส่ายหัว จำได้ว่าเลี้ยงให้มันเป็นคนได้เรื่องมากกว่านี้นะ คำถามง่าย ๆ แค่นี้ทำไมยังอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ใช่ว่าเขาไม่รู้ที่มาที่ไปสักหน่อย“ผมเป็นฝ่ายเข้าหาน้องเขาก่อนเองครับ”น้ำเดินลงมาอย่างเชื่องช้า เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากบันไดไม้เก่า ดวงตาหรี่ปรือเล็กน้อยยังคงมีร่องรอยของความง่วงงุนจากการพักผ่อน กล่าวไขความกระจ่างให้คุณป๊า“น้ำ แล้วลื้อหายดีแล้วรึ?”“ครับ”“พี่! ผมบอกป๊าแล้วว่าให้พี่หยุดเป็นกรณีพิเศษ”เมื่อวานที่พวกเขาทำความสะอาดและพี่น้ำตัวเปียกโชก คงเป็นตอนนั้นที่ร่างกายได้รับความเย็น ไหนจะลงมาใช้แรงช่วยงานปัดกวาดเช็ดถูร้าน เช้าตื่นมาเลยตัวรุม ๆ คล้ายจะเป็นหวัดฤดูฝน เมื่อตัวเขาเดินลงมาสวนทางก

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๓ สะทกสะท้าน (2/4)

    “เราไม่ต้องกลัวหรอก พี่เป็นคนมาหาเราก่อนนี่ ถ้าพี่อธิบายก่อน เราต้องไม่เป็นไรแน่นอน”“แต่ผมก็เล่นด้วยนี่ครับ ป๊าคงไม่ยอมหรอก”ปลื้มบ่นอุบพลางมองพี่หมอคนสวยทำแผลให้ นอกจากเรื่องเมื่อสักครู่แล้วป๊าคงปะติดปะต่อภาพที่เขาชอบตัวติดไม่ก็อ้อนพี่อยู่ตลอด ๆ ได้ แต่มาสำนึกรู้ตอนนี้มันคงสายเกินไปแล้ว“คุณป๊าอยากให้เราแต่งงานมีลูกเหรอ?”“ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ถ้าขึ้นชื่อว่ามีเชื้อสายจีนแล้วก็อยากมีลูกมีหลานทั้งนั้นครับ”“แสดงว่าปลื้มเองก็อยากมีเหรอ?”“มะ...ไม่อยากเลยครับ! ยิ่งภาวะหลังสงครามแบบนี้ยิ่งไม่อยากมีเลย ไหนจะเศรษฐกิจอีก ผมไม่อยากให้ลูกมาลำบากไปด้วย”ปลื้มเกาหัวแกรก ๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะได้พูดเรื่องนี้มาก่อน แต่ทุกอย่างล้วนเป็นความจริง เขาได้ฟังข่าวแล้วก็รู้ว่ารอบประเทศไทยนั้นกำลังอยู่ในสภาวะไม่มั่นคงเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นอินโดจีน มลายู หรือพม่าล้วนมีสงครามเล็กสงครามน้อยเกิดขึ้น แม้ตอนนี้ไทยเราจะยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากมายนักเมื่อเทียบกับประเทศแพ้สงครามตัวจริง แต่หากเขาต้องให้เด็กลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นโลกทั้งใบอยู่ในความโกลาหล สู้ไม่มีลูกเ

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๓ สะทกสะท้าน (1/4)

    “อาน้ำ อั๊วจะมาถามว่าไอ้ยาต้องกินพร้อมกันหรือกินทีละเม็ด”“แนะนำว่าให้ทานทีละเม็ดในเวลาใกล้เคียงกันครับ”เจ้าของชื่อกล่าวพลางใช้แรงทั้งหมดที่มีดันร่างอันหนักอึ้งของเจ้าเด็กปลื้มออกเมื่อได้ยินเสียงสุขุมเรียกมาจากชานพักบันได ลุกจากที่นั่งก้าวขาเดินตรงไปหาชายสูงอายุอย่างไม่กระโตกกระตาก“ทานพร้อมกันได้ก็จริง แต่จะเสี่ยงสำลักหรือติดคอได้ครับ”น้ำว่าแล้วก็ส่งยิ้มให้คุณป๊าอย่างเป็นมิตร ทั้งที่ในใจตกลงไปถึงตาตุ่ม ใครจะไปคิดว่าปะป๊าที่บอกว่าจะขอตัวไปนอนจะเดินลงมาอีกครั้งในจังหวะล่อแหลมแบบนั้น หากเขาไม่ตั้งสติขึ้นมาได้แล้วแสดงราวกับว่าการที่ลูกชายเจ้าตัวเข้ามาออดอ้อนนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตแล้วละก็มีหวังได้โดนเพ่งเล็งไม่ก็ขับไล่ออกจากการเป็นบริกรหุ้นส่วนเป็นแน่บรรยากาศภายในร้านคล้ายจะเข้มข้นขึ้นเป็นเท่าตัว หนักอึ้งเสียจนอาซามิที่ค่อนข้างอาวุโสยังหายใจไม่ค่อยสะดวก ไม่ต้องถามปลื้มเลยว่ามีอาการเช่นไร เพราะสติหลุดตัวสั่นงั่กส่อพิรุธเต็มประดาแม้จะนั่งอยู่เฉย ๆ ต่อให้เคยเป็นทหารสายสืบมาก่อนแต่พออยู่ต่อหน้าบิดาการเก็บสีหน้าคงทำได้ยากกระมัง“ให้ผมพาขึ้นไปข้างบ

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๒ สารคลาดเคลื่อน (4/4)

    พ่อหนุ่มตี๋ร้องเสียงหลงเมื่อพี่หมอส่งนิ้วไปแตะยังแผลถลอกบนหัวเข่าที่เจ้าของร่างทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หากเป็นเหตุการณ์ปกติเขาคงอะลุ่มอล่วยให้บ้างเล็กน้อย แต่คราวนี้ปลื้มต้องใช้ผงซักฟอกซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่าง ประเดี๋ยวแผลได้ขยายวงกว้างลามปามเอา“ล้างเท้าวางไม้ถูแล้วมานั่งเร็ว”ปลื้มได้ฟังก็ยอมวางไม้ ล้างเท้าเดินออกไปนั่งจุมปุ๊กรอพี่หมอทำแผล ไม่รู้เพราะอะไร แต่พวกเราสองพ่อลูกคล้ายว่าจะได้รับการดูแลด้านสุขภาพมากจนรู้สึกแปลก ๆ ด้วยความไม่ชิน เนื่องจากหากเป็นสมัยก่อนแผลแค่นี้เราไม่ถึงขั้นต้องหยอดยาเสียด้วยซ้ำ หรือถ้าไม่รู้วิธีดูแลก็ล้างน้ำซับให้แห้งจากนั้นจึงปล่อยตามมีตามเกิด“พี่ครับ แล้วแผลตรงนี้ ต้องทำอะไรกับมันรึเปล่าครับ?”“แผลวัคซีนเหรอ? ไม่ต้องหรอก”คุยไปน้ำก็เช็ดแผลหยอดยาแดงไป ทีแรกน้ำรู้สึกแปลกใจกับคำถามพื้นฐานประเภทนี้ เพราะตัวเองคุ้นเคยกับมันมานานจึงไม่ค่อยรู้เท่าไรนักว่าคนปกติในสายอาชีพอื่นมีความรู้ด้านสุขอนามัยมากแค่ไหนในเรื่องของวัคซีนวัณโรคหรือไข้หวัดใหญ่เอง ถ้าเป็นคนทั่วไปคงไม่ทราบถึงการมีอยู่ของมัน หากไม่ใช่คนในแวดวงหรือตามข่าวติดต่อกัน

  • องครักษ์ส่วนตัวของคุณหมอโรคศิลป์   บทที่ ๑๒ สารคลาดเคลื่อน (3/4)

    “พี่เป็นอะไรไหมครับ!? เจ็บตรงไหนไหมครับ!?”“ศอกกระแทกพื้นนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก”“จริง ๆ นะครับ!? ขอโทษนะที่ผมไม่มองทาง”“ไม่เป็นไร ๆ ในเมื่อน้ำมันลงพื้นแล้วก็ไปเอาผงซักฟอกมาโรยด้วยเลยไป เดี๋ยวพี่ขอขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อ ดูแผลก่อน แล้วเราเจ็บตรงไหนไหม?”น้ำพูดไปก็ลุกขึ้นมาจับเนื้อจับตัวเจ้าปลื้ม เมื่อสักครู่สะดุดล้มน่าจะกระทบข้อเท้า ไม่ก็คงมีส่วนใดส่วนหนึ่งบอบช้ำ ประเดี๋ยวตอนขากลับคงต้องหยิบกล่องปฐมพยาบาลลงมาด้วยแล้ว“ผมไม่เป็นไรครับ... ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมช่วยพยุงขึ้นนะครับ”“อย่าทำเหมือนพี่เป็นคนแก่สิ”พอพูดแซวหน่อย ปลื้มก็พลันหัวเราะคิกคักพร้อมดึงตัวเขาขึ้นมาจากพื้นครัว จากนั้นน้ำจึงขอตัวเดินขึ้นไปจัดการตัวเองพร้อมอาสาหยิบเสื้อผ้าขนหนูลงมาให้ปลื้มเปลี่ยนเพื่อความอบอุ่นทว่าขณะเดินขึ้นชั้นสามอยู่นั่นเอง น้ำกลับได้ยินเสียงไม้ลั่นแทรกขึ้นมาราวกับมีใครบางคนกำลังเดิน แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ ชั้นสองหรือเงยหน้าขึ้นมองชั้นบนก็ไม่เห็นถึงการเคลื่อนไหวใด ๆ ไม่แน่ว่านั่นอาจเป็นเสียงหนูสักตัว สงสัยเย็นวันพรุ่งนี้คงต้องมาตรวจสอบสักหน่อยกระมัง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status