Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-03-05 17:30:49

บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะ

เพล้ง!

ถ้วยชาเนื้อดีถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องหนังสือ

แม่ทัพเยว่เฉิน กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ความร้อนรุ่มดั่งไฟบรรลัยกัลป์กำลังแผดเผาไปทั่วกาย เลือดลมสูบฉีดพล่านจนใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ เหงื่อไหลพรากราวกับเขื่อนแตก

"บัดซบ...!" เขาคำรามในลำคอด้วยความเจ็บใจ

ตลอดชีวิตการเป็นแม่ทัพ เขาใช้ชีวิตอยู่บนความระมัดระวังตัวเสมอ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและเล่ห์เหลี่ยมของสตรีในเรือนหลัง เขาไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้กับยาปลุกกำหนัดชั้นต่ำพวกนี้มาก่อน

แต่วันนี้... วันนี้เขากลับพลาด!

เพียงเพราะจิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มัวแต่คิดฟุ้งซ่านเรื่องท่าทีที่เปลี่ยนไปของ หลินเวย ความหงุดหงิดที่นางทำหมางเมินใส่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาหย่อนยาน จนเผลอดื่มชาถ้วยนั้นลงไปโดยไม่ทันตรวจสอบ

"ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอะไรไปขอรับ!"

มู่เฟิง ทหารคนสนิทรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ เจ้านายของเขาหายใจหอบถี่ ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง

"ยาปลุกกำหนัด... ข้าโดนยา..." เยว่เฉินเค้นเสียงรอดไรฟัน

"ข้าจะรีบไปตามท่านหมอหลวงเดี๋ยวนี้!" มู่เฟิงทำท่าจะพุ่งตัวออกไป แต่เสียงตวาดของเยว่เฉินหยุดเขาไว้เสียก่อน

"ไม่ต้อง!"

"แต่ท่านแม่ทัพ... ยานี้ดูท่าจะรุนแรงนัก หากท่านไม่ได้... เอ่อนั่นแหละ... ท่านอาจจะธาตุไฟเข้าแทรกถึงตายได้นะขอรับ!"

เยว่เฉินหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้พร่ามัวไปด้วยแรงอารมณ์ แต่สมองส่วนลึกยังคงคิดด้วยความเคียดแค้น

ใครกันที่กล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้?

คำตอบผุดขึ้นมาในหัวทันที... หลินเวย!

นางเคยใช้วิธีสกปรกนี้กับเขามาแล้วครั้งหนึ่งในคืนวันแต่งงาน แต่ครั้งนั้นเขาไหวตัวทันและไม่ได้ดื่มมันเข้าไป ครั้งนี้คงเห็นว่าใกล้จะถูกหย่า นางจึงงัดไม้ตายเดิมออกมาใช้หวังจะรวบหัวรวบหางเขาก่อนจากไปงั้นสิ?

"หึ... สตรีแพศยา" เยว่เฉินแสยะยิ้มที่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ "ในเมื่อนางปรารถนาในตัวข้านัก... ข้าก็จะสนองให้!"

"ท่านแม่ทัพ... ท่านจะ..."

"พยุงข้าไปที่เรือนของหลินเวยเดี๋ยวนี้!" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด "นางกล้าวางยาข้า นางก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ... ข้าจะทำให้นางรู้สำนึก ว่าการยั่วโทสะข้า ผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไร!"

ณ เรือนนอนของหลินเวย

หลินเวยกำลังนั่งพับผ้าชิ้นสุดท้ายลงหีบอย่างสบายใจ พรุ่งนี้เช้าคือกำหนดการย้ายบ้าน นางแทบจะรอให้ถึงเช้าวันพรุ่งนี้ไม่ไหว ชีวิตอิสระกำลังรออยู่แค่เอื้อม

ปัง!

เสียงประตูเรือนถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูแทบหลุดจากบานพับ

หลินเวยสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองด้วยความตกใจ "ใครน่ะ!?"

ภาพที่เห็นคือร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพเยว่เฉินที่ยืนโงนเงนอยู่หน้าประตู โดยมีมู่เฟิงคอยประคองไว้ แต่สิ่งที่ทำให้หลินเวยขนลุกซู่คือสภาพของเขา...

"ท่านแม่ทัพ..." เสี่ยวชุ่ยร้องเสียงหลง รีบวิ่งเอาตัวเข้ามาบังเจ้านาย "ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ นี่มันยามวิกาลแล้วนะ..."

"ออกไป!" เยว่เฉินตวาดลั่น เสียงดังจนเรือนสะเทือน "มู่เฟิง! เอาตัวพวกบ่าวไพร่ไสหัวออกไปให้หมด!"

"ขอรับ!" มู่เฟิงแม้จะลำบากใจ แต่จำต้องปฏิบัติตามคำสั่ง เขารีบเข้ามาล็อคแขนเสี่ยวชุ่ยและสาวใช้อีกคน "ขออภัยแม่นางเสี่ยวชุ่ย นี่เป็นคำสั่งท่านแม่ทัพ"

"ปล่อยข้านะ! ฮูหยิน! ช่วยด้วย ฮูหยิน!"

"เดี๋ยว! นี่พวกเจ้าจะทำบ้าอะไร!" หลินเวยตะโกนลั่น จะเข้าไปช่วยเสี่ยวชุ่ย แต่ประตูเรือนถูกกระชากปิดลงเสียก่อน

ปึง!

ความเงียบเข้าครอบงำห้องนอนทันที เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของบุรุษร่างยักษ์ที่ยืนจ้องหน้านางอยู่กลางห้อง

หลินเวยถอยหลังกรูดไปจนชิดเตียง ขนแขนลุกชันด้วยสัญชาตญาณระวังภัย

"ท่าน... ท่านเป็นบ้าอะไรของท่าน!" นางตะคอกถาม ใจเต้นรัวเร็ว "บุกรุกเข้ามาในห้องนอนข้ายามดึกดื่น ไล่คนของข้าออกไป... ท่านต้องการอะไร!"

เยว่เฉินไม่ตอบ เขาก้าวสามขุมเข้ามาหานางช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้มองนางด้วยความรัก แต่มองด้วยความโกรธแค้นและความต้องการดิบเถื่อนที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก

"ต้องการอะไร... ฮึ" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงแหบพร่า

"เจ้าทำเองกับมือ... ยังจะมาถามข้าอีกรึ ว่าข้าต้องการอะไร หลินเวย"

หลินเวยขมวดคิ้ว "ข้าทำอะไร? ข้าไม่รู้เรื่อง!"

"อย่ามามารยา!" เยว่เฉินพุ่งตัวเข้าประชิด รวบข้อมือบางทั้งสองข้างของนางไพล่หลัง แล้วดันร่างนางไปติดกับเสาเตียง "วางยาข้า... หวังจะให้ข้าร่วมหอกับเจ้าจนตัวสั่น... สมใจเจ้าแล้วนี่!"

กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกับกลิ่นเหงื่อและไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้หลินเวยเริ่มเข้าใจสถานการณ์

ตัวร้อนจี๋... ตาแดงก่ำ... หายใจแรง... ชิบหายแล้ว... อีตานี่โดนยาปลุกเซ็กส์มา!

"เดี๋ยว! ฟังข้าก่อน!" หลินเวยพยายามดิ้นหนี แต่แรงนางหรือจะสู้แรงแม่ทัพ "ข้าไม่ได้ทำ! ข้ากำลังจะย้ายออกพรุ่งนี้ ข้าจะวางยาท่านหาพระแสงอะไร! ปล่อยนะโว้ย!"

"เก็บเสียงไว้ครางใต้ร่างข้าเถอะ!"

ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้ลงมาอย่างดุดันและไร้ความปรานี เป็นจูบที่เต็มไปด้วยโทสะและแรงปรารถนาที่ถูกกระตุ้นด้วยยาปลุกกำหนัด รสชาติของมันขมปร่าและเจ็บแสบจนหลินเวยรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ

"อื้อ!"

หลินเวยพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ฝ่ามือหนาของแม่ทัพเยว่เฉินตรึงท้ายทอยของนางไว้แน่น ราวกับคีมเหล็กกล้า ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างหิวกระหาย

ทันทีที่เขายอมผ่อนแรงลงชั่วครู่เพื่อกอบโกยอากาศ หญิงสาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย...

พลั่ก!

นางผลักอกแกร่งนั้นออกสุดแรงเกิดจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองสามก้าว หลินเวยไม่รอช้า นางรีบพุ่งตัวไปที่ประตูห้อง หวังจะหนีออกไปให้พ้นจากสถานการณ์บ้าคลั่งนี้

"คิดจะหนีรึ!"

เสียงคำรามต่ำดังขึ้นที่ด้านหลัง ไวยิ่งกว่าความคิด มือแข็งแกร่งคว้าหมับเข้าที่แขนบางแล้วกระชากกลับมาอย่างแรง

"กรี๊ดดด!"

ร่างบางของหลินเวยลอยหวือขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะถูกเหวี่ยงกลับไปที่กลางเตียงกว้างอย่างไม่ไยดี

ตุบ!

ความจุกเสียดแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง แม้ฟูกนอนจะหนานุ่ม แต่แรงเหวี่ยงของแม่ทัพผู้ฝึกวรยุทธ์ย่อมไม่ธรรมดา หลินเวยกัดฟันลุกขึ้นนั่ง คว้าหมอนใบเขื่องที่อยู่ใกล้มือปาใส่หน้าเขาเต็มแรง

"ออกไปนะ! ไอคนบ้า! ไอ้โรคจิต!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋อง

    ตอนพิเศษ: ก้อนแป้งแฝดแห่งจวนชินอ๋องเวลาผันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายน้ำ... สามปีแล้วนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองหลวงจวนชินอ๋องที่ในอดีตเคยเงียบเหงา วังเวง และหนาวเหน็บดุจถ้ำน้ำแข็ง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะใสแจ๋วที่ดังเจื้อยแจ้วไปทั่วทุกมุมเรือน โดยเฉพาะในยามวสันตฤดูที่ดอกท้อกำลังเบ่งบานเช่นนี้“ป้อจ๋า! จับ... จับเฉิน!”“เอิ๊กๆ... หรานหราน ทางนี้!”เสียงเล็กๆ ที่พูดจายังไม่ค่อยจะชัดเจนนัก ดังประสานกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งเตาะแตะลัดเลาะไปตามทางเดินหินในสวนดอกไม้ เบื้องหน้าคือ ก้อนแป้งแฝดมังกรหงส์ (แฝดชายหญิง) วัยสองหนาวเศษ ผู้เป็นแก้วตาดวงใจของจวนชินอ๋องแฝดผู้พี่คือคุณชายน้อย เซียวมู่เฉิน ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาถอดแบบมาจากบิดาราวกับพิมพ์เดียวกัน กำลังวิ่งนำหน้าไปอย่างทุลักทุเล ส่วนแฝดผู้น้องคือท่านหญิงน้อย เซียวอวี้หราน ผู้มีดวงตาคู่หงส์งดงามเหมือนมารดา กำลังวิ่งตามหลังพี่ชายด้วยขาสั้นๆ จนแทบจะหน้าทิ่มดินอยู่รอมร่อและผู้ที่กำลังวิ่งไล่ตามจับเจ้าก้อนแป้งทั้งสองอยู่นั้น ไม่ใช่บ่าวไพร่หรือองครักษ์ที่ไหน... แต่เป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกร ชิน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์

    บทที่ 51 (ตอนจบ): คำสัญญาชั่วนิรันดร์เมืองหลวงยามวสันตฤดูอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกท้อที่เบ่งบาน บรรยากาศทั่วทั้งเมืองคึกคักและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อกองทัพหลวงและขบวนของชินอ๋องเดินทางกลับมาถึงอย่างปลอดภัยทันทีที่ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านประตูเมือง เสียงโห่ร้องต้อนรับและสรรเสริญก็ดังกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ทว่าเซียวจินเยว่ไม่ได้สั่งให้ขบวนมุ่งหน้ากลับจวนอ๋อง เขากลับสั่งให้รถม้าตรงไปเข้าเฝ้ายังวังหลวงในทันทีณ ตำหนักฉือหนิงทันทีที่เซียวจินเยว่และเสิ่นลั่วอวี้ก้าวเข้ามาในตำหนัก ไท่โฮ่วที่ประทับรออยู่ก็ถึงกับผุดลุกขึ้น น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบสองแก้มของสตรีสูงศักดิ์ พระนางไม่ได้สนใจธรรมเนียมใดๆ ทั้งสิ้น รีบสาวเท้าเข้ามากอดบุตรชายคนเล็กและอดีตลูกสะใภ้เอาไว้แน่น“สวรรค์คุ้มครอง... สวรรค์คุ้มครองจริงๆ!” ไท่โฮ่วสะอื้นไห้ พลางลูบใบหน้าคมคายของเซียวจินเยว่ที่ยังมีร่องรอยความซูบผอม“ลูกอกตัญญู ทำให้เสด็จแม่ต้องเป็นห่วงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เซียวจินเยว่คุกเข่าลงโขกศีรษะขอประทานอภัยไท่โฮ่วรีบพยุงเขาขึ้น ก่อนจะหันมาจับมือเสิ่นลั่วอวี้ไว้แน่น แววตาของพระนางเต็มไปด้วยความซาบซึ้งและเอ็นดูสุดหัวใจ “ลั่วอวี้... ข

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้

    บทที่ 50: หนี้รักที่ต้องชดใช้ครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางลมหนาวของแดนเหนือด้วยการฝังเข็มขับพิษอันล้ำเลิศของหมอเทวดาไป๋อิงหลัว ผนวกกับการดูแลปรนนิบัติอย่างใกล้ชิดแทบไม่คลาดสายตาของเสิ่นลั่วอวี้ ร่างกายของเซียวจินเยว่ก็ฟื้นตัวขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ พิษในหัวใจถูกขจัดออกจนหมดสิ้น บาดแผลฉกรรจ์ที่หน้าอกเริ่มสมานตัว บัดนี้ชินอ๋องแห่งต้าเยี่ยนสามารถลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงและพูดคุยได้เป็นปกติแล้วทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปจนม่ออวิ๋นและเย่หานถึงกับต้องลอบมองหน้ากันบ่อยครั้ง ก็คือท่าทีของ ชินอ๋องผู้เย็นชา ที่บัดนี้กลายสภาพเป็นคน คลั่งรักอย่างหนัก!“ขมเกินไป ข้าดื่มไม่ลง”เซียวจินเยว่เบือนหน้าหนีชามยาต้มสีดำสนิท คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ทว่าหางตากลับลอบสังเกตปฏิกิริยาของสตรีที่นั่งอยู่ข้างเตียงเสิ่นลั่วอวี้ถอนหายใจเบาๆ นางตักยาขึ้นมาเป่าให้คลายความร้อน ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ริมฝีปาก “ท่านอ๋อง ยาดีมักขม หากท่านไม่ดื่มแล้วแผลจะหายสนิทได้อย่างไรเพคะ อ้าปากเร็วเข้า”“บาดแผลของข้าเจ็บปวดถึงเพียงนี้ เจ้ายังจะดุข้าอีกหรือ ลั่วอวี้” น้ำเสียงของเขาทั้งทุ้มต่ำและแฝงแววออดอ้อนอย่างที่ไม่เคยมีผู้ใดได้ยินม

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจ

    บทที่ 49: เสียงเรียกจากหัวใจเวลาผ่านพ้นไปสามวันสามคืนนับตั้งแต่เสิ่นลั่วอวี้เดินทางมาถึงค่ายทหารแดนเหนือตลอดสามวันที่ผ่านมา นางแทบไม่ได้หลับตาพักผ่อนอย่างเต็มตื่น หญิงสาวรับหน้าที่ดูแลเซียวจินเยว่ด้วยตนเองทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการป้อนยาที่ต้องค่อยๆ หยอดทีละหยดเพื่อไม่ให้เขาสำลัก การเปลี่ยนผ้าพันแผล หรือแม้แต่การคอยเช็ดตัวเพื่อลดไข้ที่ขึ้นสูงในยามค่ำคืนไป๋อิงหลัว หมอเทวดาหญิงแวะเวียนมาตรวจชีพจรและฝังเข็มให้เขาวันละสองครั้ง แม้นางจะไม่เอ่ยปากชม ทว่าสายตาที่มองเสิ่นลั่วอวี้ก็แฝงไปด้วยความนับถือ สตรีบอบบางจากเมืองหลวงผู้นี้มีความอดทนและเด็ดเดี่ยวยิ่งนักเข้าสู่วันที่สี่ พายุหิมะด้านนอกกระโจมเริ่มซาลงแล้ว ทว่าคนบนเตียงก็ยังคงหลับสนิทไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นขึ้นมาเสิ่นลั่วอวี้บิดผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดทำความสะอาดตามโครงหน้าคมคายและลำคอของเขาอย่างเบามือ เมื่อมองเห็นใบหน้าที่เคยหล่อเหลาเย่อหยิ่งบัดนี้ซูบตอบและไร้สีเลือด หยาดน้ำตาก็พลันรื้นขึ้นมาจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัว“ท่านนอนนานเกินไปแล้วนะ เซียวจินเยว่”นางพึมพำเสียงแผ่วเบา พลางวางผ้าลงและจับมือหนาที่หยาบกร้านของเขามาแนบแก้ม “ท่านรู้หรือไม่ว่าที่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือ

    บทที่ 48: ฝ่าหิมะเยือนแดนเหนือร่างบางเซถลาจนเกือบจะล้มพับ ทว่าเสิ่นลั่วอวี้กลับสูดลมหายใจลึก ฝืนยันกายให้ลุกขึ้นยืนตรงอย่างมั่นคง มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือเพื่อเรียกสติเขาบอกว่าจะรอดกลับมาชดใช้หนี้ให้นาง... ชินอ๋องตรัสแล้วไม่คืนคำ เขาจะมาตายอยู่ที่ชายแดนอันหนาวเหน็บเช่นนี้ไม่ได้!“ใครอนุญาตให้เขาตายกัน!” เสิ่นลั่วอวี้เอ่ยเสียงสั่น แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว “ม่ออวิ๋น! พาข้าไปแดนเหนือเดี๋ยวนี้!”ม่ออวิ๋นเงยหน้าขึ้นเบิกตากว้าง “เถ้าแก่เนี้ย! แต่ว่าการเดินทางไปชายแดนในฤดูหนาวนั้นอันตรายยิ่งนัก อีกทั้งร่างกายของท่าน...”“ข้ามีป้ายหยกของเขา ข้าคือผู้ที่มีสิทธิ์ขาดที่สุดในจวนชินอ๋อง!” นางประกาศกร้าว จนม่ออวิ๋นและเย่หานต้องรีบคุกเข่ารับคำสั่ง“เย่หาน! ไปจัดเตรียมรถม้าที่ทนทานที่สุด นำโสมคนร้อยปีและยารักษาแผลชั้นเลิศจากคลังของจวนอ๋องมาให้หมด ถ่ายทอดคำสั่งให้หน่วยองครักษ์เงาทุกคนเตรียมพร้อม... เราจะออกเดินทางไปแดนเหนือภายในชั่วยามนี้!”“รับคำสั่งขอรับ!” ทั้งม่ออวิ๋นและเย่หานคุกเข่าประสานเสียงหนักแน่นยี่สิบวันต่อมา ณ ค่ายทหารแดนเหนือการเดินทางที่ปกติต้องใช้เวลาเกือบสอ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ

    บทที่ 47: จดหมายจากแดนเหนือ“เถ้าแก่เนี้ย จะให้ข้าน้อยจัดการกับคนพวกนี้อย่างไรดีขอรับ” เงาอู่เอ่ยถามพลางปรายตามองร่างที่ไม่ได้สติบนพื้นเสิ่นลั่วอวี้มองเสิ่นชิงหว่านด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเวทนาใดๆ สตรีผู้นี้ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากนางใจอ่อนปล่อยไป ย่อมเป็นภัยในภายภาคหน้า“มัดตัวพวกมันทั้งหมด พร้อมกับจดหมายข่มขู่ฉบับนี้ ไปส่งให้จวนว่าการเมืองหลวง” น้ำเสียงของนางเด็ดขาด “เสิ่นชิงหว่านมีคดีติดตัวและเป็นที่ต้องการตัวของทางการอยู่แล้ว เพิ่มข้อหาลักพาตัวและพยายามฆ่าเข้าไปอีก คราวนี้นางคงไม่ได้เห็นแสงตะวันนอกคุกอีกชั่วชีวิต”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!”เงาอู่รับคำสั่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาคนอื่นๆ หิ้วปีกอันธพาลและร่างของเสิ่นชิงหว่านเร้นกายหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว ปิดฉากความบาดหมางของตระกูลเสิ่นลงอย่างสมบูรณ์วันรุ่งขึ้น ณ วังหลวงรถม้าของหอน้ำชาจอดเทียบที่หน้าประตูวังหลวง เสิ่นลั่วอวี้เพียงแค่ชู ป้ายหยกประจำตัวชินอ๋อง ขึ้นมา ทหารยามก็รีบคุกเข่าเปิดทางให้นางผ่านเข้าไปยังเขตพระราชฐานชั้นในได้อย่างง่ายดายราวกับเดินเข้าสวนหลังบ้านแม้นางและเซียวจินเยว่จะหย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าเสิ่นลั่วอวี้ก

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 8

    บทที่ 8 : กรงขังบรรยากาศภายในห้องหนังสือของ แม่ทัพเยว่เฉิน เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจบุรุษหนุ่มในชุดลำลองสีเข้มตวัดปลายพู่กันลงบนกระดาษด้วยท่าทีเคร่งขรึม ราวกับว่าพายุอารมณ์เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น ทว่า... ภายในใจของเขากลับปั่นป่วนยิ่งกว่าคลื่นลมในมหาสมุทรเขาลอบมองไปที่ประตูห้องเป็นระยะ ‘นางต้อง

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 7

    บทที่ 7 : ค่ำคืนแห่งพายุอารมณ์ปึก! ปึก!หมอนใบแล้วใบเล่าถูกขว้างใส่ร่างสูงใหญ่ แต่เยว่เฉินไม่แม้แต่จะปัดป้อง เขาปล่อยให้หมอนเหล่านั้นกระทบตัวแล้วร่วงหล่นลงพื้น นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องมาที่นางราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม"ไปหาเมียน้อยของท่านสิ! มีตั้งสี่คนไม่ใช่เหรอ! มายุ่งกับข้าทำไม!"หลินเว

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 5

    บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมินแสงตะวันยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มแดงไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณบอกเวลาพลบค่ำเมื่อรถม้าคันหรูของจวนแม่ทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหลินเวย ก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเล มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด"โอ๊ย... กระดูกกระเดี้ยวจะพ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 4

    บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่สองวัน...ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯนางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status