แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: แคลร์ออสติน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-05 17:30:49

บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะ

เพล้ง!

ถ้วยชาเนื้อดีถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องหนังสือ

แม่ทัพเยว่เฉิน กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ความร้อนรุ่มดั่งไฟบรรลัยกัลป์กำลังแผดเผาไปทั่วกาย เลือดลมสูบฉีดพล่านจนใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ เหงื่อไหลพรากราวกับเขื่อนแตก

"บัดซบ...!" เขาคำรามในลำคอด้วยความเจ็บใจ

ตลอดชีวิตการเป็นแม่ทัพ เขาใช้ชีวิตอยู่บนความระมัดระวังตัวเสมอ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและเล่ห์เหลี่ยมของสตรีในเรือนหลัง เขาไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้กับยาปลุกกำหนัดชั้นต่ำพวกนี้มาก่อน

แต่วันนี้... วันนี้เขากลับพลาด!

เพียงเพราะจิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มัวแต่คิดฟุ้งซ่านเรื่องท่าทีที่เปลี่ยนไปของ หลินเวย ความหงุดหงิดที่นางทำหมางเมินใส่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาหย่อนยาน จนเผลอดื่มชาถ้วยนั้นลงไปโดยไม่ทันตรวจสอบ

"ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอะไรไปขอรับ!"

มู่เฟิง ทหารคนสนิทรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ เจ้านายของเขาหายใจหอบถี่ ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง

"ยาปลุกกำหนัด... ข้าโดนยา..." เยว่เฉินเค้นเสียงรอดไรฟัน

"ข้าจะรีบไปตามท่านหมอหลวงเดี๋ยวนี้!" มู่เฟิงทำท่าจะพุ่งตัวออกไป แต่เสียงตวาดของเยว่เฉินหยุดเขาไว้เสียก่อน

"ไม่ต้อง!"

"แต่ท่านแม่ทัพ... ยานี้ดูท่าจะรุนแรงนัก หากท่านไม่ได้... เอ่อนั่นแหละ... ท่านอาจจะธาตุไฟเข้าแทรกถึงตายได้นะขอรับ!"

เยว่เฉินหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาที่เคยเฉียบคมบัดนี้พร่ามัวไปด้วยแรงอารมณ์ แต่สมองส่วนลึกยังคงคิดด้วยความเคียดแค้น

ใครกันที่กล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้?

คำตอบผุดขึ้นมาในหัวทันที... หลินเวย!

นางเคยใช้วิธีสกปรกนี้กับเขามาแล้วครั้งหนึ่งในคืนวันแต่งงาน แต่ครั้งนั้นเขาไหวตัวทันและไม่ได้ดื่มมันเข้าไป ครั้งนี้คงเห็นว่าใกล้จะถูกหย่า นางจึงงัดไม้ตายเดิมออกมาใช้หวังจะรวบหัวรวบหางเขาก่อนจากไปงั้นสิ?

"หึ... สตรีแพศยา" เยว่เฉินแสยะยิ้มที่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ "ในเมื่อนางปรารถนาในตัวข้านัก... ข้าก็จะสนองให้!"

"ท่านแม่ทัพ... ท่านจะ..."

"พยุงข้าไปที่เรือนของหลินเวยเดี๋ยวนี้!" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด "นางกล้าวางยาข้า นางก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ... ข้าจะทำให้นางรู้สำนึก ว่าการยั่วโทสะข้า ผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างไร!"

ณ เรือนนอนของหลินเวย

หลินเวยกำลังนั่งพับผ้าชิ้นสุดท้ายลงหีบอย่างสบายใจ พรุ่งนี้เช้าคือกำหนดการย้ายบ้าน นางแทบจะรอให้ถึงเช้าวันพรุ่งนี้ไม่ไหว ชีวิตอิสระกำลังรออยู่แค่เอื้อม

ปัง!

เสียงประตูเรือนถูกถีบเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูแทบหลุดจากบานพับ

หลินเวยสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองด้วยความตกใจ "ใครน่ะ!?"

ภาพที่เห็นคือร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพเยว่เฉินที่ยืนโงนเงนอยู่หน้าประตู โดยมีมู่เฟิงคอยประคองไว้ แต่สิ่งที่ทำให้หลินเวยขนลุกซู่คือสภาพของเขา...

"ท่านแม่ทัพ..." เสี่ยวชุ่ยร้องเสียงหลง รีบวิ่งเอาตัวเข้ามาบังเจ้านาย "ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ นี่มันยามวิกาลแล้วนะ..."

"ออกไป!" เยว่เฉินตวาดลั่น เสียงดังจนเรือนสะเทือน "มู่เฟิง! เอาตัวพวกบ่าวไพร่ไสหัวออกไปให้หมด!"

"ขอรับ!" มู่เฟิงแม้จะลำบากใจ แต่จำต้องปฏิบัติตามคำสั่ง เขารีบเข้ามาล็อคแขนเสี่ยวชุ่ยและสาวใช้อีกคน "ขออภัยแม่นางเสี่ยวชุ่ย นี่เป็นคำสั่งท่านแม่ทัพ"

"ปล่อยข้านะ! ฮูหยิน! ช่วยด้วย ฮูหยิน!"

"เดี๋ยว! นี่พวกเจ้าจะทำบ้าอะไร!" หลินเวยตะโกนลั่น จะเข้าไปช่วยเสี่ยวชุ่ย แต่ประตูเรือนถูกกระชากปิดลงเสียก่อน

ปึง!

ความเงียบเข้าครอบงำห้องนอนทันที เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของบุรุษร่างยักษ์ที่ยืนจ้องหน้านางอยู่กลางห้อง

หลินเวยถอยหลังกรูดไปจนชิดเตียง ขนแขนลุกชันด้วยสัญชาตญาณระวังภัย

"ท่าน... ท่านเป็นบ้าอะไรของท่าน!" นางตะคอกถาม ใจเต้นรัวเร็ว "บุกรุกเข้ามาในห้องนอนข้ายามดึกดื่น ไล่คนของข้าออกไป... ท่านต้องการอะไร!"

เยว่เฉินไม่ตอบ เขาก้าวสามขุมเข้ามาหานางช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้มองนางด้วยความรัก แต่มองด้วยความโกรธแค้นและความต้องการดิบเถื่อนที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก

"ต้องการอะไร... ฮึ" เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงแหบพร่า

"เจ้าทำเองกับมือ... ยังจะมาถามข้าอีกรึ ว่าข้าต้องการอะไร หลินเวย"

หลินเวยขมวดคิ้ว "ข้าทำอะไร? ข้าไม่รู้เรื่อง!"

"อย่ามามารยา!" เยว่เฉินพุ่งตัวเข้าประชิด รวบข้อมือบางทั้งสองข้างของนางไพล่หลัง แล้วดันร่างนางไปติดกับเสาเตียง "วางยาข้า... หวังจะให้ข้าร่วมหอกับเจ้าจนตัวสั่น... สมใจเจ้าแล้วนี่!"

กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกับกลิ่นเหงื่อและไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้หลินเวยเริ่มเข้าใจสถานการณ์

ตัวร้อนจี๋... ตาแดงก่ำ... หายใจแรง... ชิบหายแล้ว... อีตานี่โดนยาปลุกเซ็กส์มา!

"เดี๋ยว! ฟังข้าก่อน!" หลินเวยพยายามดิ้นหนี แต่แรงนางหรือจะสู้แรงแม่ทัพ "ข้าไม่ได้ทำ! ข้ากำลังจะย้ายออกพรุ่งนี้ ข้าจะวางยาท่านหาพระแสงอะไร! ปล่อยนะโว้ย!"

"เก็บเสียงไว้ครางใต้ร่างข้าเถอะ!"

ริมฝีปากร้อนผ่าวบดขยี้ลงมาอย่างดุดันและไร้ความปรานี เป็นจูบที่เต็มไปด้วยโทสะและแรงปรารถนาที่ถูกกระตุ้นด้วยยาปลุกกำหนัด รสชาติของมันขมปร่าและเจ็บแสบจนหลินเวยรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจ

"อื้อ!"

หลินเวยพยายามเบี่ยงหน้าหนี แต่ฝ่ามือหนาของแม่ทัพเยว่เฉินตรึงท้ายทอยของนางไว้แน่น ราวกับคีมเหล็กกล้า ลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานอย่างหิวกระหาย

ทันทีที่เขายอมผ่อนแรงลงชั่วครู่เพื่อกอบโกยอากาศ หญิงสาวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย...

พลั่ก!

นางผลักอกแกร่งนั้นออกสุดแรงเกิดจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองสามก้าว หลินเวยไม่รอช้า นางรีบพุ่งตัวไปที่ประตูห้อง หวังจะหนีออกไปให้พ้นจากสถานการณ์บ้าคลั่งนี้

"คิดจะหนีรึ!"

เสียงคำรามต่ำดังขึ้นที่ด้านหลัง ไวยิ่งกว่าความคิด มือแข็งแกร่งคว้าหมับเข้าที่แขนบางแล้วกระชากกลับมาอย่างแรง

"กรี๊ดดด!"

ร่างบางของหลินเวยลอยหวือขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะถูกเหวี่ยงกลับไปที่กลางเตียงกว้างอย่างไม่ไยดี

ตุบ!

ความจุกเสียดแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง แม้ฟูกนอนจะหนานุ่ม แต่แรงเหวี่ยงของแม่ทัพผู้ฝึกวรยุทธ์ย่อมไม่ธรรมดา หลินเวยกัดฟันลุกขึ้นนั่ง คว้าหมอนใบเขื่องที่อยู่ใกล้มือปาใส่หน้าเขาเต็มแรง

"ออกไปนะ! ไอคนบ้า! ไอ้โรคจิต!"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 131

    บทส่งท้าย: กาลเวลา ลิขิตสวรรค์ และนิรันดร์ของเราห้าปีต่อมา ณ เมืองเจียงหนานสายลมวสันต์พัดพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อให้ลอยอวลไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลไป๋ บรรยากาศภายในจวนเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะสดใสที่ดังแว่วมาจากลานกว้างหน้าเรือนใหญ่“ท่านพ่อ! จับข้าให้ได้สิขอรับ!”เด็กชายตัวน้อยวัย

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 130

    บทที่ 69: พยานรักแห่งสองห้วงเวลาหลายสัปดาห์ผ่านไป ชีวิตในจวนตระกูลไป๋กลับมาสงบสุขและอบอวลไปด้วยความหวาน เมิ่งซีกลับไปดูแลกิจการหอวิจิตรซีซีอย่างขยันขันแข็ง โดยมีไป๋อวี้เฉินคอยรับส่งและดูแลแทบไม่ห่างกายทว่าในช่วงเช้าของวันหนึ่ง ขณะที่เมิ่งซีกำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับไป๋อวี้เฉินและฮูหยินผู้เฒ่า กลิ่น

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 129

    บทที่ 68: พันธนาการแห่งรักราตรีเยือกเย็นปกคลุมไปทั่วจวนตระกูลไป๋ ทว่าภายในเรือนนอนใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากถ่านในเตาผิง แสงเทียนวับแวมส่องกระทบผ้าม่านแพรไหมสีนวลที่พลิ้วไหวตามแรงลมเมิ่งซีนั่งอยู่บนเตียงกว้าง นางเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้ใบย่อมที่ติดตัวมาจากโลกอนาคตขึ้นมาเปิดออก ท่ามกลางสายตาใคร่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 128

    บทที่ 67: เรื่องเล่าจากห้วงอนาคตแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในโถงของเรือนใหญ่ บรรยากาศที่เคยอึมครึมมาตลอดหกเดือนถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและเสียงพูดคุยที่อบอุ่นบนตั่งไม้ตัวใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ นั่งอยู่ตรงกลาง ดวงตาที่ผ่านโลกมามาก รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปีติ สองมือเหี่ยวย่นกอบกุมมือของ เมิ่งซี เอา

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 127

    บทที่ 66: ฮูหยินที่หวนคืนแสงแดดสีทองยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่าง ขับไล่ความมืดมิดและเงียบเหงาที่ปกคลุมเรือนนอนแห่งนี้มาตลอดหกเดือนให้มลายหายไปขวัญฤทัยในร่างของเมิ่งซีค่อยๆ ขยับตัวตื่น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดนางเอาไว้แน่น และลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่บริเวณหน้าผาก เมื่อเงยหน้าขึ้น นา

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 126

    บทที่ 65: ปาฏิหาริย์แห่งหยาดฝนนี่เขาไม่ได้กำลังฝันไปใช่หรือไม่...ไป๋อวี้เฉินยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาคมเบิกกว้างเมื่อทอดสบเห็นร่างบางในชุดเสื้อผ้าแปลกประหลาด กำลังนั่งสะอื้นไห้อยู่เบื้องหน้าเรือนนอนทว่าเมื่อ 'หมิงซาน' ที่ยืนอยู่เบื้องหลังหลุดเสียงอุทานเรียก “ฮูหยิน!” ชายหนุ่มจึงตระหนักได้ในวินาทีนั้

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 120

    บทที่ 59: สามีคลั่งรักแห่งเจียงหนานสามเดือนผ่านไปนับตั้งแต่พายุร้ายในจวนตระกูลไป๋สงบลง คลื่นลมในชีวิตของเมิ่งซีก็ราบรื่นและหอมหวานราวกับโรยด้วยกลีบกุหลาบฮูหยินผู้เฒ่ามอบอำนาจการดูแลจัดการเรือนหลังให้นางอย่างเต็มตัว ซ้ำยังเอ็นดูนางมากกว่าเดิม ส่วนกิจการร้านแพรพรรณสกุลไป๋ก็เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด กร

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 77

    บทที่ 16: สตรีผู้ประหลาดขบวนรถม้าของสกุลไป๋มุ่งหน้าลงใต้เพื่อกลับสู่เจียงหนาน ทว่าการเดินทางกลับไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เมื่อเข้าสู่วันที่สาม ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวกลับมืดครึ้ม ก่อนที่พายุฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงถนนดินร่วนซุยแปรสภาพเป็นดินโคลนลื่นไถล หมิงซานที่ทำหน้าที่บังคับรถม้าพยายามเร่งฝีเ

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 74

    บทที่ 13: คิดถึงบ้านเมื่อกลับมาถึงห้องพัก เมิ่งซีก็จัดการลงกลอนประตู หยิบอุปกรณ์เย็บผ้ามาวางไว้บนโต๊ะ ท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วเริ่มลงมือเย็บกระเป๋าต้นแบบทว่าพอต้องมานั่งอยู่คนเดียวในห้องที่เงียบสนิท ไม่ต้องคอยต่อล้อต่อเถียงกับใคร ความรู้สึกอ้างว้างและคิดถึงบ้านก็ถาโถม

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 73

    บทที่ 12: สัญญาจ้างและคำชมที่คาดไม่ถึงเมิ่งซีกวาดสายตาอ่านรายละเอียดบนกระดาษอย่างรวดเร็ว ตัวอักษรพู่กันเรียงตัวเป็นระเบียบ เนื้อหาในสัญญาถูกแจกแจงไว้อย่างชัดเจน ทั้งค่าตอบแทนรายเดือน เงินก้อนใหญ่หลังจากการหย่าขาด และจวนขนาดย่อมที่จะมอบให้นางไปตั้งตัว‘ยุติธรรมดีนี่ ไม่มีหมกเม็ดเลยแฮะ’ นางคิดในใจอย่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status