LOGIN“ชิงเอ๋อ เจ้าไปตามหลี่เจียงมาพบข้าทีเถอะ” หว่านหนิงเอ่ยกับคนสนิท
“ได้เจ้าค่ะคุณหนู ว่าแต่ท่านต้องการเรียกแม่ทัพจิ้งมาพบด้วยเรื่องใดงั้นหรือเจ้าคะ” อ้ายชิงถามออกไปตามตรง
“ข้าอยากรู้ว่าเขาจะปล่อยให้ข้าถูกกักตัวอยู่ที่นี่ไปอีกนานเท่าไหร่”
“เจ้าค่ะ ข้าจะไปตามแม่ทัพจิ้งมาพบคุณหนูเดี๋ยวนี้” หลังได้ยินคำตอบอ้ายชิงก็รีบออกไปทันที
“ท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ คุณหนูของข้ามีเรื่องต้องการสนทนากับท่านเจ้าค่ะ” อ้ายชิงมาตามหลี่เจียงที่เรือนซูหมี่ ซึ่งช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนมานี้เขามักจะขลุกตัวอยู่ที่นี่แทบไม่ได้ออกไปไหน
นอกจากไปค่ายทหารที่ดูแลในเมืองหลวง เข้าเฝ้าฝ่าบาทแล้วก็มักจะกลับมาอยู่กับซูหมี่ แม้นแต่กับจิ้งฮูหยินมารดาเขาก็แทบจะไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันเลยด้วยซ้ำ
แต่ดูเหมือนว่าจิ้งฮูหยินกลับยิ่งพอใจ เมื่อเห็นบุตรชายหลงใหล เข้ากันได้ดีกับลูกสะใภ้สูงศักดิ์เป็นองค์หญิงต่างแคว้นเช่นนี้ จึงไม่ได้ว่ากล่าวหรือคิดตำหนิติเตียนอะไรบุตรชาย
ส่วนหว่านหนิงที่นางสั่งลงโทษกักขังเอาไว้นานนับเดือนจนลืมไปแล้ว นางก็ไม่คิดใส่ใจ ปล่อยให้หว่านหนิงอยู่อย่างทุกข์ทรมานไปเช่นนั้น ไม่มีข้อกำหนดระยะเวลาการลงโทษ ไม่คิดถามไถ่ข่าวคราวอะไรด้วย
จิ้งฮูหยินเปลี่ยนไปมาก ทำตัวห่างเหินกับหว่านหนิง สั่งลงโทษนางรุนแรง ไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าแก่ของสองตระกูล จนผู้คนในจวนจิ้งโหวต่างพากันประหลาดใจ
นางหันมารักใคร่กลมเกลียวและใส่ใจในตัวสะใภ้คนใหม่อย่างออกนอกหน้า ตามอกตามใจองค์หญิงแคว้นเซี่ยแทบทุกอย่าง
“อ้ายชิง ท่านแม่ทัพกับองค์หญิงของข้ากำลังพักผ่อนอยู่ เจ้าอย่าบังอาจรบกวนพวกท่านนะ” ซุนลี่ที่เฝ้าอยู่ไม่ห่างออกไปจากที่พำนักของซูหมี่นักรีบเข้ามาห้ามอ้ายชิงที่เอ่ยปากเรียกหลี่เจียงเอาไว้
“แต่ท่านหญิงของข้ามีเรื่องสำคัญจะพูดกับแม่ทัพจิ้ง”
“แล้วไง มีธุระก็ให้รอไปก่อน ก็แค่ท่านหญิงผู้หนึ่งจะมาเทียบชั้นอะไรกับองค์หญิงของข้าได้กัน”
“ฮึ ก็แค่องค์หญิงของแคว้นในปกครอง บังอาจมาเทียบอะไรกับท่านหญิงผิงอันแห่งแคว้นฉู่ บุตรีแห่งจวนจางกั๋วกงที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานแต่งตั้งยศศักดิ์ให้” อ้ายชิงโต้ตอบกลับไปไม่ยอมแพ้
“เจ้าช่างบังอาจนัก นายของข้าต่อให้เป็นองค์หญิงต่างแคว้นก็มีศักดิ์สูงส่งกว่าท่านหญิงกระจอกๆของเจ้าอยู่ดีนั่นแหละ”
“ไม่งั้นท่านแม่ทัพจะละทิ้งนายเจ้า แล้วยกย่ององค์หญิงของข้าให้ขึ้นมาอยู่เหนือหัวนายเจ้าได้อย่างไรกัน” ซุนลี่เอ่ยปากเหยียดหยามหว่านหนิงทุกคำ จนอ้ายชิงทนไม่ไหว
‘เผี๊ยะ’ อ้ายชิงตบซุนลี่ไปเต็มแรง
“แก บังอาจนัก ข้าเป็นถึงนางกำนัลรับใช้ประจำตัวองค์หญิงแห่งแคว้นเซี่ยเชียวนะ กล้าทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน” ซุนลี่ไม่ยอม ร้องเอะอะโวยวายขึ้นมาทันที ก่อนหันไปจู่โจมอ้ายชิง
“เสียงเอะอ่ะโวยวายอะไรกัน ท่านแม่ทัพพักผ่อนอยู่ไม่รู้หรือไง” ซูหมี่ที่ได้ยินเสียงดังโวยวาย จึงต้องเดินออกมาเปิดประตูดูด้วยตนเอง
“ท่านหญิงของข้ามีเรื่องสำคัญจะเอ่ยกับท่านแม่ทัพ แต่คนของท่านมาขัดขวางข้าเอาไว้” อ้ายชิงเอ่ยกลับไป
“บังอาจนัก ท่านแม่ทัพพักผ่อนอยู่คนของข้าจึงได้ห้ามปรามเจ้าเอาไว้นั่นเป็นเรื่องสมควรแล้วนี่” ซูหมี่ต่อว่าอ้ายชิงพร้อมเข้าข้างคนของตัวเองเต็มที่
“แม่ทัพจิ้ง ท่านหญิงผิงอันต้องการพบท่าน ขอเชิญออกมาเถอะเจ้าค่ะ” อ้ายชิงไม่สนใจอะไร ส่งเสียงตะโกนเรียกหลี่เจียงออกไปอีกครั้ง
“บังอาจนัก ข้าเป็นถึงองค์หญิงเป็นฮูหยินเอกของจวนจิ้งโหวนี้ เจ้ากล้าดีอย่างไรมาเสียมารยาทกับข้า” ซูหมี่เอ่ยอย่างไม่พอใจ
“อืม เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือหมี่เอ๋อ” หลี่เจียงที่ได้ยินเสียเอะอ่ะโวยวายต่อเนื่องตื่นขึ้นมาในที่สุด
“แม่ทัพจิ้ง ท่านหญิงผิงอันให้ข้ามาตามท่านไปพบเจ้าค่ะ” อ้ายชิงรีบบอกทันทีที่เห็นหลี่เจียงเดินออกมา
“หนิงเอ๋อมีเรื่องอันใดกับข้างั้นรึ?” หลี่เจียงถามกลับไป
“ท่านไปถึงแล้วก็จะทราบเองนั่นแหละเจ้าค่ะ” อ้ายชิงไม่ตอบ แต่ให้เขาไปพูดคุยกับคุณหนูด้วยตัวเอง หลี่เจียงทำท่าหยุดคิดครู่หนึ่ง
“ได้ เดี๋ยวข้าตามไป” หลี่เจียงตอบรับ
“ข้าจะรออยู่ที่นี่แหละเจ้าค่ะ” อ้ายชิงยืนยัน เกรงว่าจะเสียเรื่องอีกหากปล่อยให้หลี่เจียงอยู่กับหญิงเจ้าเล่ห์ร้ายกาจจากแคว้นเซี่ย
“งั้นเจ้ารอข้าครู่หนึ่งก็แล้วกัน” หลี่เจียงเอ่ยพร้อมออกอาการหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็กลับเข้าไปแต่งตัวโดยมีซูหมี่ตามเข้ามาด้วยทันที
“ท่านพี่ ท่านจะไปพบพี่หญิงงั้นหรือเจ้าคะ” ซูหมี่เข้ามาถามสามี
“ใช่ ข้าจะไปดูหน่อยว่านางมีเรื่องสำคัญอะไร”
“แต่ว่า...”
“เอาน่าข้ารีบไปแล้วจะรีบกลับมา เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่แหละนะ” หลี่เจียงกล่าวก่อนยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตหน้าผากมนของซูหมี่ จากนั้นก็แต่งตัวเดินออกไป
“ท่านพี่..” ซูหมี่เอ่ยเรียกหลี่เจียงอย่างขัดใจ แต่เขาก็เดินจ้ำออกไปไกลแล้ว โดยมีอ้ายชิงรออยู่และคอยเดินตามหลังประกบหลี่เจียงไปด้วยกัน
เมื่อหลี่เจียงออกไปแล้ว ซูหมี่ก็กระทืบเท้าเต้นเร่าอย่างไม่พอใจ พร้อมตะโกนเรียกซุนลี่เข้ามาหา “ซุนลี่ เจ้าตามไปแอบฟังดูซิว่านังท่านหญิงนั่นพูดอะไรกับสามีข้าบ้าง” “เพคะองค์หญิง” ซุนลี่รับคำสั่งและตรงไปยังเรือนเล็กหลังจวนทันที “หนิงเอ๋อ เจ้ามีเรื่องอะไรสำคัญจะพูดกับข้างั้นหรือ” หลี่เจียงเอ่ยถามหว่านหนิง ซึ่งกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่โต๊ะ สีหน้าท่าทางเรียบเฉย “ชิงเอ๋อ เจ้าออกไปเฝ้าหน้าประตูอย่าให้ใครมารบกวน” หว่านหนิงบอกคนสนิท “เจ้าค่ะ” อ้ายชิงรับคำสั่ง “แม่ทัพจิ้ง เชิญท่านนั่งลงก่อนเถิด” หว่านหนิงเอ่ยเรียกหลี่เจียงอย่างห่างเหิน ทำให้เขารู้สึกประหลาดและเจ็บแปลบใจขึ้นมาแวบหนึ่ง “หนิงเอ๋อ เหตุใดเจ้าจึงเรียกข้าห่างเหินเช่นนั้นเล่า” หลี่เจียงถามนางกลับไป “ข้ามีเรื่องสำคัญจะถามท่าน” หว่านหนิงไม่ตอบแต่เกริ่นเข้าเรื่องสำคัญแทน หลี่เจียงถอนใจเล็กน้อย “อืม เจ้ามีอะไรก็ว่ามาเถอะ” “ข้าอยากรู้ว่าท่านแม่ทัพกับจิ้งฮูหยินจะกักขังลงโทษข้าเช่นนี้ไปอีกนานเท่าไหร่”หว่านหนิงถามในสิ่งที่ตั้งใจเอ
“ชิงเอ๋อ เจ้าไปตามหลี่เจียงมาพบข้าทีเถอะ” หว่านหนิงเอ่ยกับคนสนิท “ได้เจ้าค่ะคุณหนู ว่าแต่ท่านต้องการเรียกแม่ทัพจิ้งมาพบด้วยเรื่องใดงั้นหรือเจ้าคะ” อ้ายชิงถามออกไปตามตรง “ข้าอยากรู้ว่าเขาจะปล่อยให้ข้าถูกกักตัวอยู่ที่นี่ไปอีกนานเท่าไหร่” “เจ้าค่ะ ข้าจะไปตามแม่ทัพจิ้งมาพบคุณหนูเดี๋ยวนี้” หลังได้ยินคำตอบอ้ายชิงก็รีบออกไปทันที “ท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ คุณหนูของข้ามีเรื่องต้องการสนทนากับท่านเจ้าค่ะ” อ้ายชิงมาตามหลี่เจียงที่เรือนซูหมี่ ซึ่งช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนมานี้เขามักจะขลุกตัวอยู่ที่นี่แทบไม่ได้ออกไปไหน นอกจากไปค่ายทหารที่ดูแลในเมืองหลวง เข้าเฝ้าฝ่าบาทแล้วก็มักจะกลับมาอยู่กับซูหมี่ แม้นแต่กับจิ้งฮูหยินมารดาเขาก็แทบจะไม่ได้เห็นหน้าค่าตากันเลยด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือนว่าจิ้งฮูหยินกลับยิ่งพอใจ เมื่อเห็นบุตรชายหลงใหล เข้ากันได้ดีกับลูกสะใภ้สูงศักดิ์เป็นองค์หญิงต่างแคว้นเช่นนี้ จึงไม่ได้ว่ากล่าวหรือคิดตำหนิติเตียนอะไรบุตรชาย ส่วนหว่านหนิงที่นางสั่งลงโทษกักขังเอาไว้นานนับเดือนจนลืมไปแล้ว นางก็ไม่คิดใส่ใจ ปล่อยให้หว่านหนิง
ทางด้านหลี่เจียงหลังกลับออกมาจากเรือนหว่านหนิงก็รีบร้อนตรงมาหาซูหมี่ที่กำลังนอนหลับตาอย่างผ่อนคลายอยู่บนเตียงทันที “หมี่เอ๋อ เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ แล้วตามหมอหรือยัง” หลี่เจียงตรงเข้ามาหาซูหมี่ ถามไถ่นางด้วยความเป็นห่วง “ท่านพี่ ข้ามิได้เป็นอันใดมากหรอกเจ้าค่ะ นี่ก็อุตส่าห์บอกซุนลี่แล้วว่าอย่ารบกวนท่านที่ไปเยี่ยมเยียนพี่หญิงที่เรือนหลัง นางก็ไม่ฟัง”ซูหมี่ทำเป็นอ่อนแรงค่อยๆขยับเขยื้อนกายขึ้นมาโดยมีหลี่เจียงช่วยประคับประคองอย่างใส่ใจ“ไม่เป็นไรมากอะไรกัน ใบหน้าเจ้าซีดเซียวถึงเพียงนี้ ซุนลี่คิดถูกแล้วล่ะที่รีบไปตามข้ามา”หลี่เจียงเอ่ยด้วยสีหน้าท่าทางเป็นห่วงเป็นใยซูหมี่ ซึ่งมีใบหน้าหน้าซีดเซียวจากการแต่งแต้มให้ดูเหมือนคนป่วย ก่อนสั่งสาวใช้ให้ไปตามหลี่เจียงมานั่นเองทั้งนี้ก็เพื่อขัดขวางไม่ให้หลี่เจียงใช้เวลาอยู่กันตามลำพังกับหว่านหนิง เพราะเกรงว่านางจะพูดจาเปิดโปงตัวเองแล้วบุรุษโง่งมเชื่อน้ำคำสตรีง่ายดายอย่างเขาจะหันกลับไปหาคนรักเก่า“ท่านพี่ข้าไม่เป็นอะไรมากจริงๆเจ้าค่ะ เพียงแค่พักผ่อนน้อยเท่านั้น ทั้งนี้..ก็เป็นเพราะท่านนั่นแหละเจ้าค่ะ”ซูหมี่เอ่ยด้วยท่าทางเขินอายกร
หลี่เจียงแม่ทัพจิ้งที่เคยรักทะนุถนอมคุณหนูของนางมากว่าผู้ใด ตามใจและยกย่องเทิดทูนนางเหนือผู้อื่น ไม่เคยเหลียวมองสตรีที่ไหน หากแต่ยามนี้กลับมีสายตาเฝ้ามองไปยังองค์หญิงแคว้นเซี่ย ซึ่งผู้คนในเมืองหลวงต่างเล่าลือว่าเป็นสตรีงามล่มเมือง ยากจะหาหญิงใดมาเปรียบได้ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ “หนิงเอ๋อ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” หลี่เจียงเดินทางมาพบหว่านหนิงหลังผ่านคืนวันสมรสกับซูหมี่ไปได้สัปดาห์หนึ่งเต็มๆ โดยก่อนหน้านี้ไม่คิดจะถามไถ่หรือแวะเวียนมาเยี่ยมนางเลยแม้นแต่น้อย “ท่านพี่ ท่านมาพบข้าได้แล้วหรือเจ้าคะ” หว่านหนิงถามสามีด้วยสีหน้าท่าทางและน้ำเสียงเย็นชาเรียบเฉย “อ้ายชิง เจ้าออกไปก่อน ข้าต้องการพูดคุยกับหนิงเอ๋อตามลำพัง” หลี่เจียงไม่ตอบหว่านหนิงแต่หันไปไล่สาวใช้คนสนิทของนางให้ออกจากห้องไปซึ่งอ้ายชิงไม่ยอมขยับแต่เมื่อเห็นหว่านหนิงพยักหน้าส่งสัญญาณให้นางออกไปจึงยอมปฏิบัติตามโดยดี“หนิงเอ๋อ เจ้าอย่าโกรธเคืองข้าเลยนะ เจ้าเองไม่น่าไปทำร้ายหมี่เอ๋อเช่นนั้นเลยนี่นา”หลี่เจียงเอ่ยพร้อมขยับตัวเข้ามานั่งข้างกายหว่านหนิงบนเตียง พร้อมยื่นมือเข้าไปโอบไหล่บอบบางขอ
หลังจากเถียนซูหมี่องค์หญิงแคว้นเซี่ยได้รับการแต่งตั้งเป็นฮูหยินเอกจวนจิ้งโหวนับจากนั้นไม่นานก็มีการจัดพิธีสมรสอย่างใหญ่โตให้ผู้คนทั้งเมืองหลวงได้รับรู้โดยทั่วกัน ท่ามกลางความชื่นบานของจิ้งฮูหยินที่ได้เป็นถึงแม่สามีขององค์หญิงแคว้นเซี่ย ส่วนบุตรชายของนางจิ้งหลี่เจียงก็กลายเป็นราชบุตรเขยแคว้นเซี่ยไปในทันที “คุณหนู ท่านจะยอมทนให้สกุลจิ้งกับองค์หญิงแคว้นเซี่ยดูถูกเหยียดหยามและทำร้ายใส่ความท่านเช่นนี้ต่อไปงั้นหรือเจ้าคะ” ถังอ้ายชิงสาวใช้คนสนิทของหว่านหนิงเอ่ยถามผู้เป็นนาย ซึ่งยามนี้ต้องนอนซมอยู่บนเตียงไม้ผุเก่าในเรือนเล็กๆหลังจวน เนื่องด้วยถูกลงโทษโบยอย่างหนักในข้อหาทำร้ายองค์หญิงแคว้นเซี่ยฮูหยินเอกของจวนให้ได้รับบาดเจ็บเพราะริษยา ทั้งที่ความจริงแล้ว เรื่องทุกอย่างเป็นเพราะซูหมี่
‘ตุ่บบตุ่บบตุ่บบ’ เสียงไม้กระบองฟาดลงไปบนหลังของหญิงสาวร่างกายบอบบางซึ่งยามนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสดๆ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวโฉมงามที่กำลังถูกทุบตีนางนั้นมีนามว่าจางหว่านหนิงหรือท่านหญิงผิงอันบุตรีอันเป็นที่รักของจางกั๋วกงหรือจางซุนเช่อ ขุนศึกผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นฉู่ซึ่งยามนี้ย้ายครอบครัวกลับไปปกปักรักษาชายแดนเหนือ สถานที่อันเคยเกิดศึกสงครามต่อเนื่องกับแคว้นเหยียนศัตรูคู่แค้นยาวนานนับปีแต่ราวหกปีก่อนแคว้นเหยียนกลับพ่ายศึกตกเป็นเมืองขึ้นของแคว้นฉู่ด้วยฝีมือการนำทัพอันเก่งกาจของจางกั๋วกงภายใต้กลยุทธ์ทางการศึกที่ได้รับการชี้นำจากกุนซือมากความสามารถ เมื่อบ้านเมืองสงบสุขจางกั๋วกงจึงวางใจฝากฝังบุตรสาวให้แก่สกุลจิ้ง ของจิ้งโหวหรือจิ้งม่อเฉิงสหายรักที่ร่วมออกรบทัพจับศึกมาด้วยกันนานนับสิบปี สองครอบครัวรู้จักคุ้นเคยมาช้านาน ห







