Partager

อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่
อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่
Auteur: มายุมายูมายา

บทนำ

last update Date de publication: 2026-03-02 15:04:15

บทนำ

 กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ยามเช้าลอยอ้อยอิ่งในอากาศขณะที่หลิวฟางหลินก้าวออกจากเรือนเล็กของตน เส้นผมยาวดำขลับยังชื้นเล็กน้อยจากการอาบน้ำชะล้างกลิ่นสุราที่นางดื่มด่ำกับมันทั้งคืน ผิวขาวเนียนเปล่งปลั่งด้วยเลือดฝาดที่ถูกกระตุ้นจากน้ำเย็นยามเช้า หลังจากปล่อยให้ตนเองเสพสุขกับสายน้ำเย็นสดชื่นจนหนำใจแล้ว นางก็มุ่งหน้าไปยังโรงครัวอย่างที่ทำประจำวัน ทว่าวันนี้กลับแปลกไปจากทุกวัน

ในจวนหลี่ที่ปกติจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย บ่าวไพร่ต่างเดินกันขวักไขว่ ใบหน้าแต่ละคนเคร่งเครียดและรีบเร่ง นางเอ่ยทักบ่าวคนหนึ่ง ทว่าฝ่ายนั้นเพียงค้อมศีรษะรับแล้วรีบผละไปโดยไม่มีเวลาให้สนทนา แม้แต่นางที่เป็น ‘อนุของแม่ทัพหลี่’ ยังไม่มีใครใส่ใจ นับว่าจวนหลี่แห่งนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมดีในจุดนี้

ฟางหลิวขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเร่งฝีเท้า ดักบ่าวผู้หนึ่งที่เดินผ่าน นางเอื้อมมือคว้าชายแขนเสื้อเขาเบาๆ “เกิดอะไรขึ้นหรือ ทำไมวันนี้ทุกคนถึงดูยุ่งนัก”

บ่าวหนุ่มหันมามองนางเล็กน้อย สีหน้าฉายแววรีบเร่ง ทว่าก็ไม่กล้าขัดขืนในตอนนี้

“อนุหลิวไม่รู้หรือขอรับ วันนี้แม่ทัพหลี่กำลังเดินทางกลับเมืองหลวงแล้วขอรับ! ขบวนเกียรติยศของกองทัพกำลังมุ่งหน้าเข้าพระราชวังเพื่อรายงานองค์ฮ่องเต้ หลังจากปราบชนเผ่าขอบชายแดนได้สำเร็จ ฮูหยินใหญ่เพิ่งได้รับสารเมื่อเช้านี้เอง ตอนนี้บ่าวในจวนกำลังเร่งเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับอยู่ขอรับ”

หลิวฟางหลินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะยกยิ้มบาง ริมฝีปากกระตุกอย่างไม่เป็นธรรมชาติ

“เช่นนั้นหรือ” นางไม่แปลกใจที่ตนเป็นคนท้ายสุดที่ได้รับรู้เรื่องนี้ ในฐานะอนุที่ถูกลืม ไม่จำเป็นที่คนต้องมาบอกข่าวดีของสามีผู้นั้นให้นางรู้

บ่าวหนุ่มเห็นว่านางมิได้กล่าวอะไรเพิ่มเติมก็รีบกล่าวต่ออย่างหวังดี

“คืนนี้โปรดอยู่แต่ในเรือนของท่านเถิดขอรับ งานเลี้ยงจะจัดที่ลานท้ายจวนซึ่งใกล้เรือนของท่าน ทหารชั้นต่ำจากกองทัพจะมาฉลองกัน น่าจะวุ่นวายพอดู ข้ากลัวว่าอนุหลิวจะได้รับความลำบาก”

กล่าวจบก็รีบผละไปทำงานของตนต่อ ทิ้งให้นางยืนอยู่ที่เดิม แววตาเปล่งประกายกว่าก่อนหน้ามากนัก ฟางหลินหัวเราะเบาๆ ส่ายหน้าอย่างนึกขัน

ให้นางอยู่แต่ในเรือน? เหตุใดนางต้องทำเรื่องโง่เง่าเช่นนั้นด้วย!

เมื่อคืนนี้เป็นคืนสำคัญพอดี สุราที่นางบ่มเองมาตลอดหนึ่งปีถึงเวลาหมักได้ที่พอดิบพอดี งานเลี้ยงฉลองของทหารกองทัพหลี่ก็มิใช่เรื่องของนาง ทว่าการเฉลิมฉลองของพวกเขากลับเป็นข้อดีสำหรับสุราเลิศรสโดยแท้

คิดได้ดังนั้น หลิวฟางหลินก็หมุนกายกลับเรือนของตน รีบรุดไปยังมุมลับของเรือนหลังเล็กที่ไม่มีผู้ใดใส่ใจ บริเวณนั้นมีหลุมเล็กๆ ที่ถูกปิดไว้ด้วยฝาไม้ซึ่งปูด้วยก้อนหินธรรมดาเพื่อมิให้เป็นที่สังเกต นางคุกเข่าลง ปัดฝุ่นดินออกเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ขุดมันขึ้นมา

โอสวรรค์! กลิ่นหอมของสุราที่ถูกหมักไว้ดีลอยโชยขึ้นมาทันทีที่ฝาปิดถูกเปิดออก

หลิวฟางหลินสูดลมหายใจลึก ดวงตาคู่งามทอประกายระยับ นางยกไหสุราขึ้นมาอุ้มไว้ ใช้มือปัดเศษดินออกเบาๆ ก่อนจะยิ้มอย่างพึงใจ

“ความครื้นเครงคืนนี้… ผสานกับสุรากลิ่นหอมแล้วช่างอยากเร่งเวลาให้เดินเร็วขึ้นยิ่งนัก”

เสียงเฮฮาและเสียงแก้วกระทบกันดังก้องไปทั่วลานท้ายจวน กลิ่นอาหารปิ้งย่างโชยมาแตะจมูก ผสมกับกลิ่นสุราแรงที่ทหารพากันดื่มฉลองชัยชนะของพวกเขา หลิวฟางหลินนั่งเอนกายซ่อนตัวอยู่บนหลังคา ห่างออกไปจากวงสนทนาในมุมมืดที่ไร้ผู้คนจะสังเกตเห็นได้ ใบหน้างดงามฉาบไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ไหสุราที่อุตส่าห์หมักเองมาตลอดปีถูกกระดกขึ้นจิบเบาๆ ความหวานปนขมปร่านั้นชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย

นางทอดสายตาลงไปเบื้องล่าง มองพวกบุรุษซัดสุราเข้าปากแล้วหัวเราะเฮฮากันอย่างเมามาย ในจังหวะที่เสียงโห่ร้องดังขึ้น นางก็ใช้ช่วงเวลานั้นลงไปขโมยน่องไก่จากจานของทหารนายหนึ่งไปอย่างรวดเร็ว

“อ้าวเฮ้ย! น่องไก่ข้าไปไหน?!”

“เจ้าแย่งไปใช่หรือไม่?! เจ้ามันมือไว!”

“ไร้สาระ! ข้าจะไปขโมยของเจ้าทำไม น่องไก่ข้าก็มี!”

ทหารสองนายเริ่มทะเลาะกันเพราะอาหารที่หายไป ขณะที่ตัวต้นเหตุอย่างหลิวฟางหลินนั่งเคี้ยวอย่างสบายใจ หัวเราะคิกคักกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

นางกระดกเหล้าเพิ่มอีกคำ ก่อนจะจ้องเหยื่อชิ้นใหม่ที่อยู่ไม่ไกล จังหวะที่ทุกคนกำลังตั้งวงเล่นพนันกัน นางก็ฉวยโอกาสเอื้อมไปฉกซี่โครงหมูไปอีกชิ้น ขบกัดอย่างสำราญ ทว่าครานี้นางคงเผลอหัวเราะออกมาดังไปหน่อย เพราะเหมือนว่านางจะถูกคนจับได้เสียแล้ว

“เฮ้… ใครอยู่ข้างบนนั่นน่ะ?”

ดวงตาของทหารนายหนึ่งที่เริ่มกรึ่มๆ ช้อนขึ้นมองหลังคา ใบหน้าของเขาตึงเครียดทันทีที่รู้สึกว่ามีเงาตะคุ่มวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

หลิวฟางหลินกลั้นหายใจ ก่อนจะกระชับไหสุราในมือแน่น รีบขยับกายเปลี่ยนตำแหน่ง ทว่าพื้นหลังคาที่มีไอน้ำค้างกลับลื่นกว่าที่คิด นางพลาดไปก้าวหนึ่ง เท้าลื่นไถลออกจากขอบกระเบื้อง ก่อนที่ทั้งร่างจะร่วงลงไปด้านล่าง

นางหล่นลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว และสิ่งที่รองรับร่างของนางก็ไม่ใช่พื้นแข็งเย็นชืด แต่เป็นร่างของบุรุษผู้หนึ่ง!

ความหนักจากแรงกระแทกทำให้บุรุษที่ยืนอยู่ถอยกรูดไปหลายก้าวและล้มลง ทว่าความตกใจของหลิวฟางหลินกลับมิได้อยู่ที่การตกลงมาทับคนจนเขาล้มหงายหลังกับพื้น แต่มันอยู่ที่ตำแหน่งที่นาง ‘นั่งทับ’ มากกว่า

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง นางรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งที่แข็งและแน่นหนาอยู่ใต้ร่างของตนเอง เสียงทุ้มต่ำของบุรุษดังขึ้นอย่างเย็นชา

“อย่าขยับ… ถ้าเจ้ายังขยับ ข้าจะบีบคอเจ้าตายเดี๋ยวนี้”

เสียงนั้นเต็มไปด้วยความดุดันของเบาะรองนั่งมนุษย์ หลิวฟางหลินชะงักกึก หยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนที่จะทำอันใดไม่มากกว่านี้ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากข้างหลังไกลๆ ที่ค่อยใกล้เข้ามา...

“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพอยู่ที่นั่นใช่หรือไม่?!”

ร่างของนางแข็งทื่อทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ก่อนที่นางจะก้มลงมองใบหน้าของบุรุษที่ตนเองกำลังคล่อมทับอยู่ ความมืดนี้ทำให้นางไม่เห็นใบหน้าของเขาอย่างที่คิด

หัวใจของนางก็กระตุกวูบ

เบาะรองนั่งมนุษย์ที่นางทับอยู่หาใช่ใครอื่น แต่คือ ‘หลี่หยวน’ แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพปราบชนเผ่าขอบชายแดนที่ทำแม่ทัพแคว้นตายไปไม่รู้กี่คนหรือนี่ ไหนจะการที่เขายังเป็นสามีของนางอีกด้วย!

ดวงตาของนางเบิกกว้าง ตอนนี้สำคัญกว่าอื่นใดคือนางต้องรีบหนีไปให้พ้นก่อนจะถูกจับได้ ฟางหลินรีบยันกายลุกขึ้นหมายจะกระโดดหนี ทว่าเพื่อไม่ให้ถูกตามทัน นางตัดสินใจทำสิ่งที่แม้แต่นางเองยังตกใจ

ฝ่าเท้าเล็กถีบเข้าไปตรง ‘จุดสำคัญ’ ของบุรุษตรงหน้าอย่างไม่ลังเล

เสียงร้องต่ำแหบทุ้มดังขึ้นพร้อมกับร่างของแม่ทัพหลี่ที่งอตัวอย่างเจ็บปวด ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงก่ำท่ามกลางความมืด นางไม่รอให้เขาตั้งตัว รีบพุ่งทะยานหนีหายเข้าไปในความมืดของเรือนด้านข้างทันใด

เสียงฝีเท้าของนายกองคนสนิทวิ่งเข้ามาใกล้ หยุดยืนตรงหน้าหลี่หยวนที่ยังคงทรุดอยู่กับพื้นอย่างเป็นกีงวล

“ท่านแม่ทัพ! เกิดอะไรขึ้น?! เหตุใดท่านถึงร้องเสียงหลงเช่นนั้น?!”

หลี่หยวนกัดฟันแน่น กล้ามเนื้อทั้งร่างบิดเกร็งด้วยความเจ็บปวดจนไม่อาจเอ่ยคำใดออกมาได้ เขาเพียงแค่โบกมือไล่ลูกน้องออกไปอย่างไม่ต้องการให้ใครเข้ามาใกล้ในขณะนี้

ทว่าตอนนี้มีสิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่าความเจ็บปวด!

… ความรู้สึกบางอย่างที่ติดค้างอยู่ในร่างกายของเขาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว

แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ร่างกายของเขา ‘ตอบสนอง’ อย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน

เพราะความมืดบริเวณนี้ทำให้เขาไม่อาจเห็นใบหน้าของนางได้เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ติดตรึงตอนนี้มีเพียงกลิ่นหอมหวานของดอกเหมยจากร่างของสตรีปริศนาที่ยังค้างคาใจไม่เสื่อมคลาย...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   48

    ผลของการกระทำในบ้านร้างนั้น...หมิงจูเดินสำรวจไปตามความมืด นางรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่พยายามจะเงียบย่างเข้ามาจากด้านหลัง นางหยุดเดินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบโดยไม่หันไปมอง“เจ้าจะออกมาจากที่ซ่อนหรือให้ข้าไปลากออกมาเอง?”เสียงฝีเท้าชะงักลง ก่อนจะมีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากมุมมืดที่มาของเสียงฝีเท้านั้น“เจ้านี่ฉลาดเกินไปจริงๆ น่าเสียดายที่ความฉลาดของเจ้าจะใช้ไม่ทันการณ์”บุรุษในชุดดำหลายคนเดินออกมาพร้อมท่อนไม้ในมือหมิงจูยิ้มมุมปาก ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความนิ่งสงบ “เจ้าคิดว่าข้าจะหลงกลแผนตื้นๆ เช่นนี้หรือ?”สีหน้าตระหนกเกิดขึ้นบนหน้ายับย่นของบุรุษชุดดำชั่วครู่ก่อนเปลี่ยนเป็นหยักยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างคนเหนือกว่า“เป็นสตรีอย่าได้ปากเก่งนักเลย แม้เจ้าจะสู้ไม้ในมือพวกข้าได้แต่จะสามารถสู้ธูปปลุกกำหนัดได้หรือไม่นั้นก็ต้องมาดูกัน! หึหึ”อา ใช่แล้ว กลิ่นแรกที่หมิงจูเข้ามานั้นคือกลิ่นหอมอ่อนจนพาลให้นึกถึงคราที่นางถูกพิษกำหนัดของฮ่าวเทียนขึ้นมา เพียงแต่คนละกลิ่นเท่านั้น!ดูท่าแล้วชาวเมืองหลวงยุคนี้เขาจะนิยมจัดการศัตรูด้วยการใช้พิษกำหนัดเสียจนน่ารำคาญสิ้นดีสินะที่เบื้องนอกบ้านร้าง... จวิ้นอี้ยืนรออย

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   49

    ยามเย็นที่จวนของหมิงจูถูกปกคลุมด้วยแสงอาทิตย์อัสดง รถม้าของนางจอดนิ่งอยู่ที่ลานหน้าจวนอย่างเรียบง่าย เมื่อหมิงจูก้าวลงจากรถม้าสายตาของนางก็เผลอจับจ้องไปที่จวนข้างเคียง รถม้าคันหรูประดับตราสัญลักษณ์ตระกูลเฉินจอดอยู่เช่นกันเฉินอวี่ในชุดหรูหราทรงภูมิกำลังลงจากรถม้าด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาคมกริบของเขาเบิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นหมิงจูที่กลับมาจวนเร็วกว่าปกติ"เจ้ากลับมาเร็วนัก เหตุใดจึงไม่ไปที่ร้านหรือ?"เฉินอวี่ถามด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัย พลางก้าวเข้ามาใกล้ด้วยความเป็นห่วงหมิงจูที่ยืนสงบนิ่งอยู่สูดลมหายใจลึก ก่อนเงยหน้ามองเขา แววตาของนางฉายแววบางอย่างที่เฉินอวี่ไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเจ้าเล่ห์เกินบรรยายจนพาลให้จังหวะหัวใจหยุดไปโดยพลัน"ข้าพบเรื่องยุ่งยากมาเล็กน้อย..." นางเอ่ยพลางเม้มปากเล็กน้อย "และ...โดนพิษกำหนัดเข้าอีกครั้ง"คำพูดของหมิงจูทำให้เฉินอวี่ตัวแข็งค้าง ความเป็นห่วงพุ่งเข้าจู่โจมหัวใจเขาในทันที"เจ้าว่าอะไรนะ! เจ้าได้รับพิษอีกแล้ว? ใครกันกล้าทำเช่นนี้กับเจ้า!"หมิงจูแค่นยิ้มบาง ๆ ท่ามกลางสายตาของเฉินอวี่ที่เต็มไปด้วยความร้อนรน นางเอ่ยเสียงแผ่ว"เรื่องนั้นไม่สำคัญเท่าการแก้พิษ ครา

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   50 บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายยามเช้าที่แสงตะวันสาดผ่านม่านเมฆอย่างอ่อนโยน ลานพิธีที่จวนตระกูลเฉินถูกตกแต่งอย่างงดงามด้วยผ้าสีแดงสด ประดับด้วยโคมไฟและดอกไม้หอมที่อบอวลในอากาศ เสียงขับร้องและดนตรีจีนดั้งเดิมขับขานด้วยความไพเราะเจ้าบ่าวเฉินอวี่ในชุดแต่งงานสีแดงหรูหราประดับลวดลายประดับดิ้นทอง เดินนำหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ข้างกายของเขาคือ หมิงจูในชุดเจ้าสาวสีแดงลายดอกโบตั๋นทองอันอ่อนช้อย สวมผ้าคลุมหน้าบางเบาร่างกายขยับเคียงกันอย่างเป็นธรรมชาติ เสียงประทัดดังสนั่นขึ้นในยามที่ทั้งสองคุกเข่าเบื้องหน้าฟ้าดิน“คารวะฟ้าดิน!”ผู้ทำพิธีเอ่ยเสียงดัง ขณะทั้งสองคนก้มลงคารวะฟ้าดินเป็นครั้งแรก เสียงผู้ร่วมงานส่งเสียงแสดงความยินดีดังกระหึ่ม“คารวะบิดามารดา!” หมิงจูและเฉินอวี่หันไปยัง ฮูหยินเฉินและเจ้าตระกูลเฉิน ซึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งสำคัญ ฮูหยินเฉินนั้นมีน้ำตาคลอเบ้ากลับยิ้มอย่างปลื้มปีติ เจ้าตระกูลเฉินก็เอ่ยอย่างอารมณ์ดีไม่ต่างกัน“หมิงจู เจ้าได้บุตรชายข้าไปแล้ว ขอฝากให้เจ้าช่วยปรามเขาให้หน่อย”ฮูหยินเฉินกล่าวแทรกด้วยเสียงขำ “ใช่แล้ว หมิงจู เจ้าต้องเป็นสะใภ้ที่เด็ดขาดในแบบของเจ้าเองนั่นแหละ แล้วก็ขอให้มีลูกเต็มบ้านห

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   47

    ช่วงกลางวันวันหนึ่ง ณ ห้องโถงทานอาหารในจวนเฉินฮูหยินเฉินนั่งหัวโต๊ะอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าของนางยิ้มแย้มตั้งแต่ต้นมื้ออาหาร ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเอ็นดูที่ส่งไปยังว่าที่สะใภ้คนโปรดอย่างหมิงจู หมิงจูเองก็นั่งตัวตรงอย่างสำรวม แม้นางจะคีบอาหารของตัวเองแต่กลับถูกแย่งชิงคีบให้อยู่เรื่อยไป“หมิงจู ทานนี่สิ ไก่ตุ๋นยาแม่ครัวใหญ่ทำพิเศษวันนี้เพื่อเจ้าทีเดียว” ฮูหยินเฉินคีบเนื้อไก่นุ่มละมุนใส่ชามของหมิงจูจนแทบล้น “แล้วนี่ก็เป็ดรมควันที่ข้าสั่งมาจากห้องครัวหลังจวน เขาว่ากันว่าช่วยบำรุงเลือดลม”หมิงจูยิ้มเจื่อนๆ พลางกล่าวขอบคุณ นางไม่ได้มีโอกาสคีบอาหารใส่ถ้วยด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ เพราะไม่ทันไร ฮูหยินเฉินก็ยื่นตะเกียบมาอีกครั้งพร้อมซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งหอมกรุ่น“กินเยอะๆ เถอะอย่ามัวแต่ทำงาน” ฮูหยินเฉินกล่าวอย่างอาทร “เจ้าเป็นสตรีที่ซูบผอมเกินไป ถ้าหากแต่งเข้าจวนเราแล้วข้าอยากให้เจ้าเปล่งปลั่งดูสุขภาพดี”เฉินอวี่ที่นั่งข้างๆ หมิงจูหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาจับจ้องใบหน้าที่แดงระเรื่อของหมิงจูด้วยความชอบใจ “ท่านแม่เอ็นดูนางจนลืมบุตรชายคนนี้ไปแล้วกระมัง”ฮูหยินเฉินหันขวับไปหาเฉินอวี่ ตบโต๊ะเบาๆ อย่างหยอก

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   46 แผนการของจวิ้นอี้

    “อาจู... เจ้าไม่เห็นบอกบิดาเลยเล่าว่าเจ้าสนิทกับคุณชายเฉินถึงเพียงนี้ ไว้จัดเวลาได้ก็พาคุณชายเฉินไปนั่งคุยที่จวนเราบ้างเถอะ...”การเปลี่ยนท่าทีของเจ้าตระกูลไป๋ชั่งน่าไม่อายเกินกว่าใครจะรับไหวเสียจริง หมิงจูหรี่ตามองตอบกลับอย่างเย็นชา นางไม่ได้ตอบรับคำชมของเจ้าตระกูลไป๋ นางเมินคำพูดของเขาแสดงออกถึงความห่างเหินชัดเจน“ข้าเกรงว่าท่านเจ้าตระกูลไป๋อาจเข้าใจผิดไปเล็กน้อย ข้าหาใช้คนตระกูลไป๋อีกต่อไปแล้ว และในอนาคตก็คงจะไม่ใช่อีกแน่นอน”หมิงจูวางตัวชัดเจนเพื่อตัดโอกาสการเข้ามากอบโกยผลประโยชน์จากนางและคนที่เกี่ยวข้องกับนางแบบเด็ดขาด ก่อนจะหันไปยิ้มบางๆ ยังทางฮูหยินเฉินพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเมื่อครู่“ฮูหยินเฉินโปรดเรียกข้าว่าหมิงจูเถอะเจ้าค่ะ การเรียกข้าด้วยแซ่ไป๋นั้น คงไม่เหมาะสมเท่าไรนัก...”คำกล่าวนี้ทำให้เจ้าตระกูลไป๋ที่อยากคืนดีด้วยถึงกับหน้าซีดเผือด จวิ้นอี้กำมือแน่นไม่ต่างจากผู้เป็นมารดาฮูหยินเฉินนั้นมองเรื่องราวนี้แล้วกลับหัวเราะเบาๆ อย่างชอบใจ นางลอบยิ้มมองไปทางบุตรชายด้วยสายตาที่ต่างจากตอนแรก เป็นสายตาชื่นชมและยินดีที่ส่งไปหาเฉินอวี่เพราะเขาทำสิ่งที่นางถูกใจยิ่งนั่นเอง

  • อนุขี้เมาแห่งจวนแม่ทัพหลี่   45

    หลุมพราง“อาอวี่ เจ้าจะไม่แนะนำคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าหรือ?”เฉินอวี่ยิ้มบางส่งไป รอยยิ้มของเขาเป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกว่าเขามีความรู้สึกนุ่มนวลขึ้นอย่างไม่เคยเป็น เขาหันมามองคนข้างหลังแวบหนึ่งบรรยากาศรอบศาลากลางสวนเต็มไปด้วยอบอุ่นบางอย่างจากท่าทีของเฉินอวี่ยามพูดถึงเรื่องนี้ แต่ในความชื่นฉ่ำนี้กลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดในหัวใจของคนตระกูลไป๋ที่เพิ่งได้ตระหนักถึงความสำคัญของหมิงจูเมื่อตอนสายไป...“ท่านแม่ หลังจากนี้ข้าจะกลับมาจวนอย่างที่ท่านต้องการแล้ว และก็พาสตรีที่ข้าตั้งใจจะใช้ชีวิตคู่ด้วยมาแนะนำให้ท่านรู้จักด้วยขอรับ”ฮูหยินเฉินชะงัก นางเบิกตากว้างหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะกวาดตามองบุตรชายอย่างจับผิดทันที เพราะบุตรชายที่ขอออกไปร่ำเรียนและใช้ชีวิตอิสระมานานหลายปีอยู่ดีดีกลับมาโดยไม่บอกกล่าวพร้อมกับบอกว่ามีสตรีในดวงใจมาแนะนำ เหตุการณ์เช่นนี้จะทำให้นางคิดดีได้อย่างไรหากบุตรชายนางไม่ไปหลงเสน่ห์มารยาสตรีเข้าแล้ว“เจ้าไปถูกตาต้องใจสตรีที่ไหนกัน? มีที่มาจากตระกูลใดคู่ควรที่จะมาดูแลจวนเฉินของเราหรือไม่! หรือถูกเสน่ห์มารยาสตรีขายเรือนร่างหลอกเอาหรือไม่?!”เฉินอวี่เพียงยิ้มบางอย่างเข

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status