LOGINบทที่ห้า
คุณหนูรอง
ฉันรีบปรับสายตาให้เปล่งประกายน้อยลง ก่อนจะเงยหน้าอย่างสงสัย
“พวกเราสัญญากันที่ใต้ต้นทับทิมนี้ ว่าเมื่อพ่อของเจ้ากลับมาจากชายแดนและเจ้าออกจากวังแล้ว พวกเราจะแต่งงานกัน”
“หา!” ฉันสะดุ้งในใจ และคงแสดงออกทางสีหน้ามากไปหน่อย ชายหนุ่มจึงเดินเข้ามาจูงมือฉันเดินไปหยุดที่ใต้ต้นทับทิมต้นใหญ่
“เจ้าตอบรับคำสัญญาของพวกเรา เมื่อสามปีก่อน” ไป่ฮั่วถิงยืนยัน
“เจ้าจำไม่ได้แม้เพียงนิดหรือ”
ฉันเริ่มสับสนกับข้อมูลที่ได้ ฟางหรูหนิงสัญญาว่าจะแต่งงานกับไป่ฮั่วถิงเมื่อออกจากวัง แต่เมื่อเข้าวังกลับวิ่งไล่ตามอ๋องชิงหนาน แล้วก็วางแผนเล่ห์กลจนได้แต่งงาน
ร่างนี้รักชอบใครกันแน่
การสัญญานั้นมาจากใจจริงหรือเป็นเพียงสัญญาวัยเด็ก
“นั่นเสียงใครคุยกันอยู่ด้านหลัง ฟังคล้ายเสียงของพี่หญิงใหญ่ พวกเจ้าไปดูสิ” เสียงหญิงสาวดังขึ้นมาไม่ไกล
ไป่ฮั่วถิงรีบดึงฉันเข้าหาตัวโอบพาไปแอบอยู่ด้านหลังข้างกำแพงซึ่งฉันเพิ่งสังเกตว่ามีมุมเล็กๆที่คนมองไม่เห็นซ่อนอยู่
“พวกเราชอบมาแอบซ่อนกันตรงนี้หากมีผู้ใดเข้ามา” ชายหนุ่มเฉลย
“ไม่มีใครเลยนะเจ้าคะ คุณหนูรอง” เสียงสาวใช้2คนเดินเข้ามาสอดส่ายสายตาไปทั่วบริเวณ
“ข้าจำได้ เสียงคล้ายกับพี่หญิงใหญ่มาก นางอาจจะแอบกลับมาที่เรือนก็เป็นได้” เสียงหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าเรือนหรู
“นั่นคือคุณหนูรอง ฟางหรูเจิน น้องสาวของเจ้าที่เกิดกับฮูหยินใหญ่คนปัจจุบัน” ไป่ฮั่วถิงพยักหน้าไปทางหญิงสาวที่เดินมาคนสุดท้าย
หญิงสาวดูอายุน้อยกว่าร่างนี้ไม่มาก หน้าตาจัดว่างดงามแต่น้อยกว่าฟางหรูหนิง ท่าทางหยิ่งยโสและเอาแต่ใจ
“ถิงเกอเกอสนิทกับนางหรือไม่” ฉันเอ่ยถามเสียงกระซิบ
“ไม่ ข้าไม่เคยคุยกับนาง” ไป่ฮั่วถิงปฏิเสธเสียงแข็ง
“ข้าไม่ชอบนาง นางชอบหาเรื่องกลั่นแกล้งเจ้า”
ฉันพิจารณาคุณหนูรองคนนั้นอีกครั้ง “ข้ากับนางเกลียดกันหรือ”
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเกลียดนางหรือไม่ แต่นางไม่ชอบเจ้าแน่ๆ เดิมทีเจ้าเป็นคุณหนูใหญ่ที่เกิดกับฮูหยินใหญ่ ถือเป็นบุตรสาวสายตรงที่ได้รับการยกย่อง ส่วนนางเป็นเพียงคุณหนูรองที่เกิดกับฮูหยินรอง ดังนั้นจึงเทียบเจ้าไม่ได้แม้เพียงนิด เมื่อแม่ของเจ้าเสียชีวิต นางได้เลื่อนมาเป็นบุตรสาวสายตรงเช่นกันกับเจ้า แต่ผู้คนก็ยังชมชอบที่จะกล่าวยกย่องชมเชยเจ้า โดยเฉพาะด้านความงามซึ่งเจ้าโดดเด่นฉายชัดมาตั้งแต่ยังเล็ก นางจึงไม่ชอบและกลั่นแกล้งเจ้าอยู่บ่อยๆ”
แบบนี้นี่เอง
“เมื่อสามปีที่แล้วฮองเฮาซึ่งเป็นอาหญิงของเจ้าขอตัวเจ้าเข้าไปอยู่ในวัง แต่กลับไม่นำนางไปด้วย นางจึงยิ่งไม่ชอบเจ้ามากขึ้น”
“ทำไมท่านอาหญิงจึงไม่นำนางไปด้วย นางก็เป็นหลานเช่นกันมิใช่หรือ”
“เรื่องนั้นข้าก็ไม่รู้คงตอบเจ้าไม่ได้” ไป่ฮั่วถิงตอบเสียงเบาลงเมื่อสาวใช้ของนางเดินใกล้เข้ามา
“ไม่พบผู้ใดสักคนเลยเจ้าคะ คุณหนูใหญ่อยู่ในวังและเพิ่งแต่งงานจะกลับมาที่นี่ได้อย่างไรเจ้าคะ” สาวใช้ข้างตัวนางเอ่ยบอก
“นั่นสินะ ข้าอาจจะหูแว่วไปเอง” คุณหนูรองเอ่ยหลังจากเดินวนอยู่สองรอบก็ยังไม่พบเจอผู้ใด
“พวกเรากลับเรือนใหญ่กันเถอะเจ้าค่ะ” สาวใช้ของนางเอ่ยชวน ก่อนที่ทั้งสามจะเดินจากไป
ไป่ฮั่วถิงยังคงยืนโอบกอดฉันอยู่ในที่ซ่อน จนฉันรู้สึกว่านานเพียงพอแล้วจึงขยับตัว เขามองหน้าฉันเหมือนเสียดายแต่ก็ดึงฉันออกมา หลังจากรออยู่สักพักว่าไม่มีผู้ใดเดินเข้ามาอีก เขาก็พาฉันกระโดดลอยข้ามกำแพงมาที่จวนไป่ และนั่งรถม้ากลับตำหนักนอกเมืองด้วยกันโดยไม่ได้พูดถึงเรื่องของสัญญาใดใดอีก
ระหว่างทาง เขาแวะซื้อขนมหลายอย่างที่เขาบอกว่าเคยซื้อให้ฉันกินและฉันก็ชอบมาก พวกเรากินขนมกันอย่างเอร็ดอร่อย ฉันรู้สึกถึงความมีเพื่อนคนแรกในโลกใบนี้จึงยิ้มแย้มสดใส แกล้งป้อนขนมใส่ปากให้เขาบ้างและแย่งชิงขนมจากปากของเขามาใส่ปากตัวเองบ้าง ร่างกายของเราเอนเอียงถูกันไปมาตามจังหวะการโยกของรถม้าและจังหวะการขยับตัวแย่งชิงของฉันจนหนุ่มน้อยหน้าแดงหูแดงไปหมด
ฮ่าฮ่าฮ่า น่ารักจัง ไอดอลเกาหลีของเจ๊ แค่นี้ก็หน้าแดงไปหมด เดี๋ยวถ้าเจ๊จู่โจมมากกว่านี้ไม่เขินจนมุดลงใต้รถไปเลยหรือ
ฉันคิดอย่างกระหยิ่มใจแต่ยังไม่อยากแกล้งเด็กในตอนนี้ ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะมีอายุ19ปีเป็นรุ่นพี่ของร่างนี้ แต่อย่าลืมว่าฉันในร่างก่อนมีอายุ30ปีแล้ว ประสบการณ์ความรักย่อมมีมากกว่า ยิ่งฉากต่างๆในละครที่ฉันเล่นผ่านมามีฉากรักๆใคร่ๆอยู่หลายเรื่อง ฉันจึงไม่หวงเนื้อหวงตัวมากนัก
ไหนๆก็เป็นเพื่อนวัยเด็กของร่างนี้ เก็บไว้น่าจะยังมีประโยชน์อีกเยอะ
“เสี่ยวหนิง เจ้าใจเย็นๆค่อยๆทบทวนเรื่องราวต่างๆไปจนกว่าจะจำได้ ถิงเกอเกอจะช่วยเจ้าเอง” ก่อนกลับไปชายหนุ่มจับมือฉันแล้วรับปากอย่างจริงจัง
ตอนพิเศษแปดเป็นชายาดั่งดาราเผลอแปบเดียวฉันก็เป็นชายาอ๋องชิงหนานมาถึง8ปีแล้ว พวกเรามีลูกกันถึงสี่คน โดยฉันเพิ่งคลอดลูกสาวคนที่สี่เมื่อปีที่แล้วยามนี้ครอบครัวของเราครบถ้วนสมบูรณ์ มีทั้งบุตรชายและบุตรสาว มีสามีที่แสนรัก โดยไม่มีชายารองหรืออนุมาให้ต้องตบตีกันวุ่นวายเหมือนตำหนักอื่นๆถิงเกอเกอยังคงเป็นหมอหลวงประจำตำหนักของเรา โดยเฝ้าดูแลจ้าวหรูหลิน บุตรสาวคนโตของเราไม่ห่าง ท่านพ่อและท่านแม่ของเขาเพียรพยายามที่จะหาหญิงสาวมาให้เขาแต่งงานแต่เขาปฏิเสธโดยไม่แยแสและยืนกรานที่จะอยู่เป็นโสดโดยไม่มีคู่จนครอบครัวเขาใกล้จะเลิกพยายามแล้ว วันวันจ้าวหรูหลินก็ตามติดเขา จนฉันได้ยินแต่เสียงเรียก’ท่านลุงถิง’ทั้งวันองค์ชายสี่ซึ่งขณะนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์ชายรัชทายาท ได้แต่งชายาเอกหนึ่งคน และอนุเข้าไปอีกสามคน จนทั้งตำหนักมีถึง5คนที่ต้องต่อสู้ยื้อแย่งความรักกัน แต่เขาไม่เคยแสดงออกว่ารักใคร่ผู้ใดมากกว่าเพียงวางตนตามหน้าที่เท่านั้น ฉันคิดว่าหลังจากที่เขาขึ้นเป็นฮ่องเต้คงมี
ตอนพิเศษเจ็ดดูดาวหรือดูเธอตอนนี้ฉันอยู่สูงมาก สามีหนุ่มบอกว่าเป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองชิงหนาน จากบนนี้สามารถมองเห็นรอบเมืองและดวงดาวชัดเจนพวกเราสามารถมองเห็นตลาดที่ไปเดินเล่นเลือกซื้อข้าวของมีแสงไฟเปิดอยู่สว่างไสว ส่วนที่เป็นค่ายทหารยังมีไฟเปิดอยู่บ้าง ส่วนจุดที่เป็นทุ่งดอกไม้และแม่น้ำมืดมิดจนมองไม่เห็นอะไรเลยสามีสุดหล่อบอกว่าจากจุดนี้มองเห็นดวงดาวได้ชัดเจนที่สุดจึงตั้งชื่อว่าหอดูดาว พวกเรามองเห็นดวงดาวสวยงามมากมายเรียงรายเต็มท้องฟ้าฉันเพลิดเพลินมองดวงดาวที่ปกติแล้วไม่เคยเห็นมากมายและสว่างไสวขนาดนี้ สามีหนุ่มบอกให้พวกเรานั่งดูดาวที่นี่กันทั้งคืน ฉันมองไปรอบข้างเออ...จะดีหรือ กลางเมืองขนาดนี้ นอนตรงนี้จะหนาวจะโล่งโจ้งเกินไปไหมชายหนุ่มเชิญชวนด้วยสายตาที่ฉายแสงแวววาวแข่งกับดวงดาวบนท้องฟ้า“พี่สั่งให้องครักษ์กระจายตัวไปโดยรอบแล้ว ไม่มีผู้ใดมารบกวนเราแน่นอน พี่นำผ้าห่มนุ่มมาด้วยพวกเราห่มผ้านอนดูดาวกันเถอะ”ฟังดูแล้วช่างเป็นการเตรียมตัวที่ด
ตอนพิเศษหกยมทูตเบน“ยมทูตเบน เจ้าลืมเก็บร่างวิญญาณหญิงสาวรายนี้มาหรือเปล่า นางนั่งร้องไห้เสียงดังจนข้าต้องเก็บกลับมาให้เจ้าด้วย” เสียงยมทูตผู้เป็นดั่งอาจารย์ดังขึ้น ขณะที่ข้าเก็บวิญญาณหญิงสาวที่ตกม้าคอหักตายมาจนถึงแดนแรกรับ“ข้าเก็บนางมาแล้ว นี่อย่างไร”ข้าดึงร่างวิญญาณสาวมายืนข้างหน้าเพื่อยืนยัน“ไม่ใช่แล้ว นางสาวหยาดฟ้า นาปางข้าว อายุ25ปี ตกม้าตายขณะฝึกขี่ม้า” อาจารย์ยมทูตอ่านทบทวนชื่อในมือข้าเริ่มรู้สึกว่าน่าจะมีปัญหาเสียแล้วจึงหันไปถามวิญญาณสาวที่เพิ่งเก็บมาเพื่อความแน่ใจ“เจ้าชื่อหยาดฟ้า”“ใช่ หยาดฟ้า วงศ์สิริกุล อายุ30ปี” นางตอบเสียงดังข้าสัมผัสได้ถึงความผิดพลาด นี่ข้าเก็บวิญญาณมาผิดดวงหรือนี่ ถึงข้าจะเพิ่งพ้นจากการเป็นยมทูตฝึกหัด แต่ข้าก็ทำงานนี้มานานเกือบสิบปี อาจารย์ยังชื่นชมว่าข้าทำงานได้เรียบร้อยรวดเร็วแม่นยำ จนเสนอให้ข้าเลื่อนเป็นยมทูตตัวจริงก่อนกำหนดเวลาข้าไม่อยากจะเชื่อว่าข้าผิดพลาดตรงไ
ตอนพิเศษห้าไข่มุกจันทราพวกเราติดตามข่าวคราวของไข่มุกจันทราที่โดนขโมยออกจากพรรคมานานหลายเดือน กว่าจะสืบเจอก็พบว่าไข่มุกฯถูกนำมาเป็นของบรรณาการให้กับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันแล้วเมื่อของสำคัญเข้าไปอยู่ในวังหลวง การเข้าไปนำกลับออกมายิ่งยากเย็นมากขึ้น พวกเราต้องคิดแผนหาวิธีกันอย่างละเอียด จนสืบได้ข่าวมาว่าไข่มุกจันทราถูกส่งมอบให้เป็นของขวัญแก่ฮองเฮา ดังนั้นยามนี้ไข่มุกจันทราจึงน่าจะอยู่ในตำหนักฮองเฮาข้าส่งคนลอบเข้าไปสืบหาจนพบว่าไข่มุกจันทราถูกนำไปเก็บไว้ในห้องเก็บของล้ำค่าซึ่งอยู่ด้านข้างของตำหนักฮองเฮา พวกเราวางแผนจะลอบเข้าไปชิงของสำคัญของพรรคฯออกมา โดยข้าซึ่งเป็นประมุขพรรคสุริยันจันทราคนปัจจุบันจะเป็นคนเข้าไปด้วยตนเองแผนการราบเรียบสำเร็จโดยดี ข้าเกือบจะได้ไข่มุกมาอยู่ในมือแล้วหากมิใช่ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาเห็นพอดี นางร้องตะโกนเสียงดังจนองครักษ์และทหารรู้ตัวบุกเข้ามาค้นหาไปทั่วตำหนักข้าจำเป็นต้องหนีไปหลบซ่อนตัวในห้องๆหนึ่ง เพราะบาดเจ็บจากการต่อสู้กับองครักษ์ซึ่งมีฝีมือมากพอตัว
“เพียงแค่ยอมแพ้ ไม่เสียเกียรติท่านพี่ขนาดนั้นหรอกนะเพคะ” ฉันยังคงยั่วยวนไม่หยุด“น้องไม่เรียกร้องมากมายแน่นอน” จบคำนั้น อ๋องหนุ่มก็พุ่งเข้าใส่ร่างสวยของฉันทันที“น้องจะเรียกร้องมากเพียงใดพี่ก็มอบให้ได้ทั้งหมด” ชายหนุ่มเค้นเสียงออกมาก่อนจะตะโบมขยำขยี้เต้าทรวงอิ่มอย่างสุดกลั้น ริมฝีปากหยุดพูดพอดีกับที่อ้าดูดกลืนเม็ดบัวด้วยความคลั่งไคล้ฉันถอยไปพิงหน้าต่างด้วยไม่อาจต้านทานแรงที่โน้มลงมาจนยืนไม่อยู่“น้องช่างทำให้พี่คลั่งไคล้ไหลหลงจนพี่หักห้ามตัวเองไม่ได้อีกแล้ว”“ก็ไม่ต้องหักห้ามใจสิเพคะ ฮ่าฮ่าฮ่า” ฉันยังคงยั่วเย้าไม่หยุด จนชายหนุ่มไม่รั้งรอโอบอุ้มร่างงามไปโลมไล้บนเตียงจนเสียงครางดังก้องไปทั่วห้อง“น้องต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองนะน้องหญิง” เสียงครางต่ำของชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากบรรเลงเพลงรักเป็นรอบที่สาม และสี่ต่อๆกันตอนพิเศษสี่ถิงเกอเกอนั
ตอนพิเศษสามข้างหน้าต่าง จังหวะที่เขาเงยหน้าเพื่อเปลี่ยนท่าทางก็สบเข้ากับดวงตาตื่นตระหนกของฉันเข้าอย่างจัง เขาผงะลุกขึ้นจากร่างเปลือยของฉันเหมือนโดนของร้อน สีหน้ามองไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร ยามนี้ฉันลังเลใจว่าจะทำอย่างไรดี สุดท้ายก็ตัดสินใจหาความสุขอย่างไม่สนใจใคร “ทำต่อดีหรือไม่เพคะ” ฉันเอ่ยเชิญชวนด้วยสายตายั่วเย้า “หม่อมฉันอยากรู้สึกดีด้วยตนเองไม่ใช่ในฝัน” ฉันลูบไล้ทรวงอกสวยยั่วยวนจนได้ยินเสียงเขากัดฟันรุนแรง&n
บทที่หกสิบ ในท้องพระโรงฟางฮองเฮาเสียงดังกล่าวหาว่าอ๋องชิงหนานคิดจะแย่งชิงบัลลังก์ทันทีการทุ่มเถียงยังคงดังต่อเนื่อง ต่างฝ่ายต่างยืนยันเจตนาของตนเองโดยมีขุนนางคอยสนับสนุนฝ่ายของตนเองเป็นเสียงสอดรับจนกระทั่ง องค์ชายสี่เ
บทที่ห้าสิบแปดแผนการร้ายท่านอ๋องกลับมาอย่างรวดเร็ววิ่งพรวดเข้ามาหาจนฉันตกใจ“น้องหญิงเป็นอย่างไรบ้าง พวกมันทำอันใดน้องหรือไม่” พูดไปมือก็ลูบไล้ไปทั่วร่างกายเพื่อหาร่องรอยการโดนทำร้าย“ไม่เป็นอันใดเพคะ
บทที่ห้าสิบเอ็ด ไม่รักก็คงไม่มาองค์ชายสี่คงเห็นแล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อ จึงขอตัวเดินทางไปยังชายแดนตามกำหนดการเดิมองค์ชายรองยังคงรั้งรออยู่ด้วยข้ออ้างว่าการส่งมอบเสบียงยังไม่เรียบร้อยไป่ฮั่วถิงอยู่เป็นเพื่อนฉันทุกวัน โดยไม่ส
บทที่ห้าสิบ เป็นอะไรฉันหันไปพูดกับสามีสุดหล่อแล้วก็เบนหน้าไปจ้องชายหนุ่มอีกสามคน เพื่อให้เข้าใจตรงกัน “ทุกคนกินข้าวกันต่อไปเถอะ ข้าอิ่มแล้ว&rdq







