Home / LGBTQ+ / อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล / ตอนที่28 กับกล้วยไม้สีม่วง

Share

ตอนที่28 กับกล้วยไม้สีม่วง

last update publish date: 2026-02-06 01:55:15

กู้หมิงเยว่เสียหลักล้มลงร่างกำยำอ่อนแรงจนไม่สามารถต้านทานไหวนอนแผล่หราบนพื้นมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีมาสามวันผ่านสีแดงของกลีบดอกไม้ ควันสีแดงพัดวนอยู่เบื้องบน

แย่แน่..แม้นมีวรยุทธยังมิอาจต้านไหวแล้วเยี่ยนชิงจะทานทนได้เช่นไร..บางทีการไปตามหาวิญญาณของเยี่ยนชิงบนสวรรค์อาจจะง่ายกว่าการหาร่างที่ยังมีลมหายใจก็เป็นได้

เสียงแข็งกร้าวของใครบางคนดังออกมาจากพุ่มไม้ฟาดฟันอะไรต่อมิอะไรขาดกระจุยคล่องแคล่วว่องไวดุจสายลม

ฉั่วะ! ฉั่วะ!!

ของเหลวสีแดงแตกกระจายกลางอากาศ ปลายคมกระบี่ผ่ากลางกระโหลกหนาในเสี้ยวลมหายใจ ร่างอสูรในคราบมนุษย์ถูกแยกออกเป็นสองซีก ร่วงกระแทกพื้นดังสนั่น

ตุ้บๆๆ

เงาดำทะมึนพุ่งเข้ากลางลำตัวผู้บุกรุกด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด กรงเล็บแหลมคมถูกยกขึ้นหมายจะฉีกเนื้อขาวของศัตรูที่บุกรุกถิ่น มือเรียวกระชับด้ามกระบี่พลิกตวัดกลับคล่องแคล่วว่องไวประหนึ่งสายลม สองเท้ากระโดดขึ้นเหยียบหินตีลังกาหลบเขี้ยวเล็บแหลมคมที่หากถูกข่วนลงบนผิวมนุษย์บางๆ ก็อาจทำให้ตายได้ภายในสามวัน

ฉั่วะ!! แขนข้างหนึ่งของชายชุดขาววาดกระบี่คมกริบผ่านลำคออสูรร้ายในคราเดียว ฉับ! สัตว์อสูรไหลลงจากรอยตัดเรียบกริบร่วงกราวดั่งใบไม้ผลัดใบเสียงคมโลหะตัดผ่านร่างน่าเกลียดน่ากลัวของสัตว์อสูรดังไม่ขาดสาย

ฉึ่กกก อ๊าคคคค

เสียงร้องโหยหวนขาดห้วง ศีรษะและซากร่างร่วงกระจัดกระจาย โลหิตสดคาวคลุ้งสาดกระเซ็นแดงฉานไปทั่วผืนดิน กู้หมิงเยว่ยืนหอบหายใจร่างกายสะบักสะบอมท่ามกลางการปกป้องของชายอีกคนที่เขาเอง..ไม่รู้จัก

แต่ชายหนุ่มผู้นั้นกลับมีท่าทีเหมือนรู้จักตน ร่างที่ดูผอมเพรียวกว่ากู้หมิงเยว่พุ่งฝ่าเข้าไปกลางฝูงมารราวกับไม่รู้จักคำว่าเหน็ดเหนื่อย กระบี่ในมือสะบัดแผ่วเบาผ่าเส้นสีแดงกรีดผ่านลำคอหนึ่ง สู่อีกร่าง และอีกมากมาย ร่างไร้หัวกระตุกเกร็งชั่วอึดใจ ก่อนจะทรุดฮวบลงกองกับพื้น

วื้ด!

ตุ้บ..

อสูรอีกตนกระโจนจากด้านข้าง กรงเล็บฟาดลงมากลางอก ผ้าขาวขาดวิ่นเฉียดผ่านผิวเนื้อ ร่างเพรียวพลิกข้อมือตวัดกระบี่ย้อนจากล่างขึ้นบน ฉีกปลายคางแหลมขาดสะบั้น ลำคอแยกออกเป็นสองซีก เลือดและเศษเนื้อสาดเปื้อนอาภรณ์สีขาว เปลี่ยนสีไว้ทุกข์ให้แดงฉาน

ร่างนั้นหมุนต่อเนื่องราวกับร่ายรำ ปลายเท้าเดาะศีรษะบนพื้นขึ้นมาหมุนกายครึ่งรอบแล้วเหวี่ยงขาเตะมันใส่ใบหน้าปีศาจอีกตัวจนกระเด็นหงายท้องไปกระแทกตอไม้แหลม ตายคาที่

ท่อนแขนกำยำเหวี่ยงซากศพขึ้นกลางอากาศด้วยวิทยายุทธทำของเบา ให้เป็นโล่รับคมเขี้ยวจากด้านหลัง ก่อนแทงทะลุผ่านร่างนั้นเข้าไปเสียบอกมารอีกตนที่หลบซ่อนอยู่

สวบบบ!!!

เสียงกรีดร้องดังระงม เงาดำที่เหลือแตกกระเจิงถอยหนี โลหิตหยดลงจากปลายกระบี่ลงสู่ผืนดิน เจิ่งนองแอ่งสีชาดปิดปูพื้นดิน

แหม่ะ..

ร่างสุดท้ายล้มลงพร้อมเสียงกระดูกหักกรอบกรอบไร้ที่พยุงกระบี่ในมือเยี่ยนชิงแทงทะลุอกแล้วดึงกลับในจังหวะเดียว เปลวไฟบนสันกระบี่ลุกวาบ เลือดที่อาบคมโลหะกลายเป็นควันสีแดงฉาน ก่อนสลายหายไปในอากาศ

สายตาเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งกวาดมองซากศพเรียงราย เยี่ยนชิงสะบัดกระบี่หนึ่งครั้ง โลหิตต่ำช้าพลันแห้งเหือดกลายเป็นเถ้าธุลี คมกระบี่กลับมาวาววับดังเดิม

นิ้วยาวตวัดวาดยันต์บนแผ่นกระดาษสีเหลืองทอง เลือดสดจากปลายนิ้วหยดลงเป็นอักขระ เปลวเพลิงอาคมลุกไหม้ขึ้นทันใด ซากร่างที่ขาดวิ่นสลายหายไป เหลือเพียงสายลมพัดผ่านราวกับความชั่วร้ายไม่เคยมีอยู่

ชิ้ง!!

ร่างนั้นเก็บกระบี่เข้าฝัก ก่อนหยิบยันต์อีกแผ่นขึ้นมา กัดปลายนิ้วเขียนอักขระด้วยโลหิตของตน ท่วงท่าสง่างามมั่นคง สองนิ้วตวัดขึ้นบนฟ้า ยันต์ลอยไปเกาะบนปีกค้างคาวผีสมุนของสัตว์อสูร ก่อนมันจะกระพือปีกบินจากไป

"อึ้ก.."

โลหิตสีคล้ำทะลักออกจากปากกู้หมิงเยว่ที่ทรุดฮวบลงด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลเก่าใหม่ถาโถมคนที่เข้ามาช่วยเดินเข้ามาประคองกู้หมิงเยว่ที่เดินโซซัดโซเซหลงป่ามา เสื้อคลุมเนื้อดีเปื้อนเลือดแดงจนเปลี่ยนเป็นสีดำเพราะถูกทับถมมาหลายวันเขาพยุงร่างซวนเซมาข้างธารน้ำเย็นหลุดออกจากหมอกป่าดอกไม้มรณะ

"ล้างตัวสิ"

"...อือ"

“ท่านหิวหรือไม่”

หน้าเรียวเล็กผมยาวยุ่งก้มลงมองมาที่ร่างบนพื้นเสียงร่าเริงใบหน้าน่ารัก...แต่หน้าตาเปื้อนเลือดเปื้อนชุดสีขาายาวลากพื้นดินแถมยังตกแต่งด้วยกล้วยไม้ขาวม่วงเต็มไปหมด

นี่มัน..

ตัวอะไร?

เสียงกรีดร้องเมื่อครู่เป็นของอสูรนั่นเอง คนที่พึ่งฟาดฟันกับแมลงน่ารำคาญคือเจ้าเปี๊ยกหัวฟูเนี่ยนะ

กู้หมิงเยว่คิดในใจระหว่างมองร่างเล็กจากมุมต่ำ ร่างเล็กยืนก้มหน้ามองลงมายืนอยู่ท่ามกลางทุ่งพลับพลึงสีแดง ดวงตาสดใสระยิบระยับแม้แต่เลือดที่กระเซ็นมาเปื้อนใบหน้าก็ไม่อาจทำให้ความบริสุทธ์สายตาดั่งคนคุ้นเคยมาเนิ่นนาน

ตึก ตึก ตึกๆๆๆๆ

หัวใจของกู้หมิงเยว่เต้นแรงขึ้นอย่างไร้เหตุผล เพียงแต่จำไม่ได้ว่ารู้จักคนตรงหน้าหรือไม่ เพราะจำไม่ได้แต่เสียงเมื่อครู่กลับเหมือนเคยเอ่ยเรียกกันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เคยเรียกในยามรุ่งสาง เคยเรียกในคืนฝนพรำ ราวกับไม่เคยลืม…แต่ก็ลืม

"ที่นี่ที่ไหน แล้วเจ้าเป็นผู้ใดทำไมพวกมันไม่จู่โจมเจ้าอย่างบ้าคลั่งเช่นเดียวกับข้า

ท่านหมิงเยว่ข้าเองหลันหลิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกล ที่นี่คือแดนต้องห้ามในทุ่งพลับพลึงแดงดอกไม้ที่อันตรายที่สุดมันขึ้นเต็มไปหมดนั่นแหละ กลิ่นมันมีพิษ

ร่างของหมิงเยว่นอนมึนเบลอจนไม่สามารถขยับได้ ดวงตาพร่ามึนแม้นจะกดจุดปิดรับความรู้สึกก็มิอาจต้านทานไหวแต่คนตัวเล็กที่มาช่วยกลับไม่เป็นอะไรเลย

ครืนนน~

"ค่อยคุยกันฝนจะตกแล้วไปบ้านก่อนเถอะ"

"บ้านเจ้าอยู่แถวนี้หรือ"

"บ้านข้าอยู่ข้างล่าง"

"ข้างล่าง?"

เสียงครางต่ำดังขึ้นมาจากพื้นดินแรงสั่นสะเทือนทำเอาร่างแกร่งใช้กระบี่ปักพื้นพยุงตัวขึ้นโดยมีร่างเล็กพยุงแล้วก็..

พรึ่บบ!!

"อ๊ากกกก เจ้าจะกระโดดลงเหวมาทำไมกันที่นี่มันอันตรายเพียงนี้เจ้าจะฆ่าข้าหรือ"

"ข้าบอกท่านแล้วว่าบ้านข้าอยู่ข้างล่าง"

"ล่างไหน?"

"แดนอสูร~"

"หาา!!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

    (พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   แนะนำตัวอีกครั้ง

    เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 42 กวีรักสุดท้าย

    . (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 41 กวีรัก

    นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่40 ของเรา

    ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่39 สุดท้าย

    โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status