Home / LGBTQ+ / อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล / ตอนที่ 30 เกิดอะไรข้างบนนั่น

Share

ตอนที่ 30 เกิดอะไรข้างบนนั่น

last update publish date: 2026-02-06 14:01:40

หลันหลิงพยักไม่ต่างจากเด็กน้อยดูไม่ร้อนรนแต่นัยตาก็เศร้าสร้อยไม่น้อยแต่ก็ยิ้มออกมาในที่สุดพอคนตรงหน้ายิ้มดวงตาก็พลันสว่างวาบอย่างเชื่อมั่น

“นึกแล้วว่าท่านต้องไม่ผิดสัญญา”

คำว่า สัญญา ทำให้กู้หมิงเยว่ชะงักไปโดยไม่รู้ตัว มือที่กำแน่นคลายลงเล็กน้อยความรู้สึกบางอย่างไหลผ่านอกราวกับเงาของความทรงจำที่เคยมีกำลังเข้ามาทักทาย

“รอข้า?” กู้หมิงเยว่ทวนคำถามอย่างไม่ตั้งใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหลันหลิงอีกครั้ง

“เจ้าเป็นใคร ข้าจำไม่ได้”

รอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้าของหลันหลิงจางลงเล็กน้อย แต่ก็เพียงชั่วลมหายใจเดียวเท่านั้นก็ยิ้มอีกครั้งตัดสินใจไม่ถือสาหลันหลิงมีชีวิตชีวามากกว่าสีหน้าตึงเครียดของกู้หมิงเยว่

“ข้าคือคนรักขององค์ชายรองหยางหมิงเยว่เมื่อพันปีก่อน” หลันหลิงยิ้มตาหยีก่อนจะยกมือขึ้นทำท่าล้อเลียนสีหน้าจริงจังเคร่งขรึมเกินวัยของกู้หมิงเยว่

“เดี๋ยวนะ” กู้หมิงเยว่ค้านขึ้นกลางลำ

“ข้ามีนามว่ากู้หมิงเยว่ บุตรชายเสนากู้ไป่อายุเพียงสิบแปด ปีนี้ยังศึกษาอยู่ในสำนักวังหลวงไม่เคยแตะต้องผู้ใดนอกจากหยางเยี่ยนชิงจะมีคนรักที่นี่ได้เช่นไร”

หลันหลิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ทำท่าครุ่นคิดพลางขมวดคิ้วเรียวหน้างอง้ำเหมือนเด็กขี้งอน เอ่ยตำหนิไม่จริงจังนักก่อนจะยิ้มกว้างดังเดิม

“ท่านปันใจจากข้า?”

“อย่าเอ่ยวาจาเหลวไหล!”

น้ำเสียงตวาดกร้าวทำบรรยากาศรอบเงียบลงชั่วขณะหลันหลิงถอนหายใจเบาๆ ราวกับยอมแพ้ให้กาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งกับ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“หิวหรือไม่”

คำถามที่ไม่เกี่ยวข้องทำให้กู้หมิงเยว่ชะงัก ความโมโหที่กำลังปะทุถูกขัดด้วยความสับสนโดยสิ้นเชิง

“อะไรของเจ้าเมื่อครู่ยังทำหน้าขุ่นเคืองไม่ถึงชั่วยามก็หันกลับมาหาข้าอีกแล้ว”

รอยยิ้มบนใบหน้าหลันหลิงเต็มไปด้วยความพอใจที่ปิดไม่มิด

“ก็ข้าคิดถึงท่าน”

หมิงเยว่ขยับปากจะบ่นกลับพูดไม่ออกเมื่อคนตรงหน้าเอ่ยคำนั้นออกมาความรู้สึกดังเช่นปากเอ่ยอบอวลอยู่รอบตัวราวกับต้องมนต์อีกครั้ง

“…จ้อก~”

เสียงท้องร้องของกู้หมิงเยว่ดังขึ้นแทรกบรรยากาศประหลาดระหว่างคนสองคนทำเอาเจ้าของเสียงเม้มปากแน่น ก่อนจะหลบสายตาไปอีกทางอย่างเสียหน้า ใบหน้าที่เคร่งขรึมเจือสีแดงจางๆ โดยไม่รู้ตัว

หลันหลิงหัวเราะเบาๆ อีกครั้งแฝงความเอ็นดู

“ข้าต้มน้ำแกงให้แล้ว”

น้ำแกงร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมโชยมายามราตรีไอขาวลอยอ้อยอิ่งเหนือถ้วยดินเผา แสงไฟจากกองฟืนสะท้อนผิวน้ำแกงเป็นระลอก สองชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงข้ามกัน ท่ามกลางความเงียบของป่า กู้หมิงเยว่เหลือบมองหลันหลิงครู่หนึ่ง ก่อนจะลดสายตามายังถ้วยในมือ ความหิวที่กดทับร่างกายอ่อนล้าทำให้เขาไม่อาจลังเลได้นาน

หมั่บ!

กู้หมิงเยว่ยกถ้วยน้ำแกงขึ้นจรดริมฝีปากด้วยความหิว

“ซู้ดดดด แค่ก!”

ความร้อนแล่นวาบผ่านริมฝีปากที่แตกเล็กน้อย น้ำแกงไหลลงลำคออย่างไม่ทันตั้งตัว

หลันหลิงที่นั่งอยู่ใกล้กันหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ก่อนจะเอนตัวเข้ามาโดยไม่คิดมาก แขนเสื้อกว้างสีอ่อนยื่นมาซับมุมปากให้กู้หมิงเยว่ด้วยความคุ้นชิน การเคลื่อนไหวนั้นคล่องแคล่วและคุ้นเคยราวกับเคยทำเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

“ค่อยๆ ดื่มสิ มันร้อน”

น้ำเสียงของหลันหลิงอ่อนโยนปนยียวน ดวงตาใสสะท้อนแสงไฟวาววับ กู้หมิงเยว่ชะงักไปเล็กน้อย ร่างกายแข็งค้างโดยไม่รู้ตัว สายตาคมเผลอหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลันหลิงในระยะใกล้ กลิ่นดอกไม้ป่าจางๆ จากแขนเสื้ออีกฝ่ายปะปนกับกลิ่นน้ำแกง ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเบือนหน้าหนีอย่างรวดเร็ว

กู้หมิงเยว่ายกถ้วยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดื่มช้าลง มือที่เต็มไปด้วยบาดแผลประคองถ้วยแน่น ความร้อนไหลผ่านลำคอระหงษ์ บาดเคืองรอยแผลจนใบหน้าคมขมวดเล็กน้อย ความเจ็บแสบสะท้อนขึ้นมา แต่ถึงกระนั้น ความสง่างามของบุตรเสนากู้ก็ยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย

กู้หมิงเยว่ทอดสายตามองออกไปนอกกองไฟ เสียงป่ารอบด้านเงียบสงัด ราวกับทั้งโลกหยุดฟังคำถามของเขา

“ที่ดงดอกพลับพลึงนั่นเรียกว่าสิ่งใดใยแม้ยามฟ้าสางก็ยังมืดครึ้มเต็มไปด้วยหมอกควันและกลิ่นมึนเมาปะปนกันจนเวียนหัวไปหมด” กู้หมิงเยว่เอ่ยน้ำเสียงยังแหบเล็กน้อยจากความแสบร้อนที่ลำคอคล้ายจะเป็นไข้จากพิษบาดแผล

หลันหลิงนั่งยองลงข้างกองไฟ มือหนึ่งค้ำเข่า อีกมือเขี่ยฟืนให้ไฟลุกสม่ำเสมอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมอง

“ที่นั่นคือทุ่งบุพผาสีเลือดสุสานบรรพชนของท่านไง องค์ชายรองนี่ท่านหลงลืมทุกสิ่งจริงหรือ หากลืมได้แม้แต่สุสานบรรพชน ข้าก็คงไม่ต้องน้อยใจแล้วสิ ข้าชอบดอกไม้สีม่วง ไม่ชอบดอกไม้สีแดง ที่นั่นชอบปล่อยหมอกควัน แถมกลิ่นก็ทำให้มึนหัว ข้าไม่ชอบเข้าไป” หลันหลิงยิ้มก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ

กู้หมิงเยว่ขมวดคิ้ว คำพูดของหลันหลิงกระตุ้นบางสิ่งในความทรงจำที่พร่าเลือนของตนในหอกวีราชสำนักก็มีเรื่องเช่นนี้ภาพวาดในวังก็มีภาพทำนองนี้เช่นกัน

“พลับพลึงสีแดง…ทุ่งดอกไม้…เหมือนกวีที่ตระกูลหยางแต่งไว้ว่ามันผนึกสิ่งชั่วร้ายบางสิ่งไว้อาจจะเป็นเรื่องจริงสินะ” หมิงเยว่พึมพำกับตนเองแต่หลันหลิงก็ได้ยินจึงถามกลับเบาๆ

“เอ่ยว่าที่แห่งนั้นเคยมีพิธีกรรมนอกรีตใช่หรือไม่” หลันหลิงเอ่ยถามขึ้นราวกับรู้เรื่องราวอดีตไม่น้อย หมิงเหย่เงียบลงครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

.

.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

    (พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   แนะนำตัวอีกครั้ง

    เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 42 กวีรักสุดท้าย

    . (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 41 กวีรัก

    นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่40 ของเรา

    ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่39 สุดท้าย

    โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status