LOGINก้อนเนื้อที่มีชีวิตที่ฝากไว้ในท้องของเธอ เขากลับปฏิเสธอย่างไม่ไยดี เมื่อความลับเปิดเผยคุณแม่จำเป็นจำต้องเลี้ยงลูกแฝดสองคนด้วยตัวคนเดียว
View More“คุณเฉิง…อย่า…อย่าทำแบบนี้” เหรินเหมยร้องเสียงสั่น“ทำไมเธออยากให้ฉันเป็นสามีไม่ใช่เหรอ ฉันมานี่แล้วไงมาเป็นสามีอย่าที่เธอต้องการ” เขากระซิบที่ข้างหู ก่อนจะบดริมฝีปากลงอย่างรุนแรง เหรินเหมยส่ายหน้าไปมาจูบแสนวาบหวาม รุนแรงจนแทบขาดใจ…มือของเขาลูบไล้แผ่นหลังเธอ ไล่ต่ำลงเรื่อย ๆ จนหญิงสาวสะท้านเฮือก น้ำตาร่วงทั้งที่ริมฝีปากยังจูบถูกรุกล้ำเธอสั่นไปทั้งตัว ทั้งกลัว ทั้งเจ็บเฉิงซีหยวนล้วงมือเข้าไปในกระโปรงดึงกางเกงในตัวจิ๋วทิ้งไปเหรินเหมยสะดุ้งเฺฮือก“คุณเฉิงได้โปรดอย่าทำแบบนี้…” เธอร้องไห้เบาๆเฉิงซีหยวนลากเหรินเหมยขึ้นไปบนเตียง กดข้อมือตรึงร่างอวบไว้ใต้ร่างแกร่งของเขา“อย่าทำแบบนี้ ฉันมีลูกของคุณในท้อง” เฉิงซีหยวนยิ้มหยันกดปิดริมฝีปากแดงไม่สนใจรอยน้ำตา“ได้โปรด” เหรินเหมยสะอื้นอย่างหนัก“จะร้องทำไมกำลังจะสมใจแล้วเธออยากให้เป็นแบบนี้นี่ อยากเป็นเมียฉันจนตัวสั่นลงทุนอุ้มท้อง”“ไม่…ฉันเกลียดคุณไม่ได้อยากเป็นของคุณ” เฉิงซีหยวนก้มลงปิดปากบางไว้เสียเหรินเหมยทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งดังหินผาที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยจังหวะนั้นเองเหรินเหมยกำลังจะกรีดร้องด้วยความกลัวประตูถูกผลักเข้ามาอีกครั้ง ร่า
เสียงฝนตกพรำลงบนกระจกหน้าต่างของบ้านเฉิงอย่างช้า ๆ แต่ไม่มีเสียงใดดังเท่ากับเสียงลมหายใจหอบถี่ของหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งอยู่ในห้องนอนชั้นบนสุดซูจ๋ายกำมือแน่นเมื่อความปวดหนึบแล่นไปทั่วช่องท้อง เธอก้มลงกอดตัวเอง ร่างบางสั่นสะท้าน ริมฝีปากซีดเผือด มือที่เคยประณีตประดับแหวนเพชรในอดีตบัดนี้เย็นเฉียบและไร้เรี่ยวแรง“ซูจิง… ซูจิง…!” เสียงแหบพร่าเรียกน้องสาวของตนเบา ๆ ก่อนที่ร่างจะทรุดลงกับพื้นพรมในห้องนอนอย่างหมดแรงเสียงเรียกรถพยาบาลด่วน เสียงฝีเท้าของคนรับใช้ และเสียงร้องไห้ของซูจิงประสานกันกลายเป็นฉากโกลาหลในค่ำคืนอันหนาวเหน็บเมื่อเฉิงซีหยวนมาถึงโรงพยาบาล เขาถอดสูทลวก ๆ แล้วรีบตรงไปยังห้องฉุกเฉิน ร่างสูงหยุดชะงักที่หน้าประตู ดวงตาเขามืดมน ดวงใจหนักอึ้งเหมือนมีหินพันก้อนถ่วงไว้“ซูจ๋ายเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ถามซูจิงที่หน้าตาเต็มไปด้วยคราบน้ำตา“หมอบอกว่าเธอเครียดเกินไป... ทั้งเรื่องอาการป่วยและเรื่องของพี่เขย... ทั้งหมดพี่สาวเขาเก็บไว้คนเดียวหมดเลย” ซูจิงพูดเสียงสั่น “พี่เขยรู้ไหม...ช่วงนี้พี่เขยไม่เคยมองพี่ซูจ๋ายเลย ไม่แม้แต่จะถามว่าพี่ซูจ๋ายกินข้าวหรือยัง...”เฉิงซีหยวนกำมื
ค่ำคืนในบ้านตระกูลเฉิงเงียบสงบจนน่าประหลาด แสงไฟสีอุ่นในห้องนั่งเล่นสาดส่องเงาบางๆ บนผนังที่เคยมีแต่เสียงหัวเราะของครอบครัว…บัดนี้มีเพียงเสียงถอนหายใจสลับกับกลิ่นบรั่นดีเจือจางในอากาศเฉิงซีหยวนนั่งกอดอกบนโซฟา แก้วบรั่นดีอยู่ในมือ สายตาเหม่อลอยไปยังเงาสะท้อนในกระจกข้างห้อง ข้างกายเขาคือชาไช้…ซึ่งนั่งเงียบๆ อยู่อีกมุมหนึ่ง มือถือแก้วบรั่นดีที่เกือบหมดแก้วแน่นราวกับยึดเหนี่ยวความอดทนของตัวเองไว้"นายเชื่อชาไช้…" เสียงเฉิงซีหยวนขาดห้วงเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่ออย่างแผ่วเบา “…ว่าคนอย่างฉันจะหวั่นไหวกับใครบางคนได้อีกคนในเมื่อตลอดมาฉันมีแต่ซูจ๋ายคนเดียวในใจ"ชาไช้หันมองพี่ชาย ความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นกับเขาเฉิงซีหยวนหลับตาแล้วพูดต่อ “จีเหรินเหมย…เธอไม่ได้พยายามทำอะไรเลย แค่ยืนอยู่ตรงนั้น เงียบๆ …แต่ใจฉันมันโคลงเคลงทุกครั้งที่เห็นเธอเจ็บ หรือแม้แต่ยิ้ม...นายว่ามันเป็นไปได้หรือ"น้ำเสียงเขาแผ่วลงอีกขณะสบตากับชาไช้ที่เอาแต่ถอนหายใจ ยกแก้วบรั่นดีในมือขึ้นกระดกราวกับจะกลั่นความจริงจากความเมา"บางคืน…ที่ฉันสะดุ้งตื่นเพียงแค่อยากจะไปที่บ้านบนเขา ไปหาเหรินเหมย อยากจะบอกว่าฉันที่กลับทำเหมือนเป็นหน้าที
“ผมขอโทษ ผมสัญญาจะไม่ทำให้คุณต้องคิดมากอีกแล้ว ขอโทษที่ทิ้งคุณให้จมอยู่กับความเศร้า” ซูจ๋ายยิ้มบางๆ ยกมือเฉิงซีหยวนขึ้นแนบที่แก้มขาวซีด“ไม่ต้องขอโทษ ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณที่คุณยังอยู่ด้วยกันคุณยังไม่ทิ้งกัน” เฉิงซีหยวนกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ก้มลงจูบที่หน้าผากของซูจ่ายเบาๆ“ไม่มีทางผมไม่มีทางจะทิ้งคุณ เชื่อเถอะผมยังมีคุณคนเดียวในใจ” กอดรวบร่างซูบซีดของซูจ่ายไว้ในอ้อมแขนซูจ๋ายปล่อยน้ำตาไหลรินในแบบที่ไม่ต้องกักเก็บมันอีกต่อไปณ บ้านบนเขา ชาไช้กำลังช่วยเหรินเหมยรดน้ำดอกไม้วันนี้เหรินเหมยไม่มีอาการแพ้ท้องตื่นมาด้วยสีหน้าสดใส หรืออาจเพราะทำใจได้บ้างแล้วว่าเฉิงซีหยวนไม่มา บัวรดน้ำอยู่ในมือ ชาไช้รีบคว้าบัวรดน้ำไว้เพราะกลัวว่าจะหนักเกินไปเกินกว่าคุณแม่อุ้มท้องจะยกไหวมือของทั้งสองเกือบจะสัมผัสกันในจังหวะหนึ่ง เหรินเหมยชะงัก แต่ก็ไม่ได้ดึงมือกลับในทันที ชาไช้ยิ้ม“เฮ้อ ….กลัวผมขนาดนั้นเลยหรือ” ชาไช้พูดขึ้นดังๆ“คุณน่ากลัวนี่” พูดยิ้มๆ“เอาน่าถือว่าช่วยๆ กันงานดูแลคุณนี่คืองานแรกของผมเลยนะ” เหรินเหมยอมยิ้ม“จะไม่ผ่านโปรเอาน้าาา” เหรินเหมยยิ้ม รู้สึกผ่อนคลายเวลาที่ผ่านมาและกำลังจะผ่านไป มีเพียงชาไ
เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องรับแขกเบาๆ แต่ความเงียบในบรรยากาศนั้นหนักหนาซูจ๋ายนั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวในบ้านตระกูลเฉิงริมฝีปากเม้มแน่น สายตาจ้องมองสามีของเธอที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม“ซีหยวนน้ำหอมของคุณที่เคยใช้ประจำมันหมดไปแล้วหรือ”เฉิงซีหยวนชะงัก มือที่กำลังถือถ้วยกาแฟนิ่งค้างกลางอากาศ“ทำไมถามอย่างนั
ฉากประทับใจครั้งแรก ใกล้กันเกินกว่าจะไม่หวั่นไหวเสียงเบรกของรถดังเอี๊ยดกะทันหันในขณะที่เหรินเหมยยังไม่ทันตั้งหลัก ร่างของเธอเซถลาไปด้านหน้าเพราะแรงกระชาก เธอหลับตาแน่นตามสัญชาตญาณ แต่ทันใดนั้น...แขนแข็งแรงข้างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาโอบรัดรอบเอวของเธอแน่น เสี้ยววินาทีนั้นเองที่ร่างของเธอปลิวเข้าหาอกของ
ห้องนอนที่เงียบงันบนเตียงนั้นมีเพียงเสียงลมหายใจ...เฉิงซีหยวนที่ไม่ปล่อยให้เวลาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์เด็กแฝดสองคนอยู่ที่ดรงเรียนสินะและในเมื่อเหรินเหมยไม่ได้ปฏิเสธความรักจากเขา เขาจัดการร่างอุ่นใต้ร่างเขาจนอยู่หมัดในผ้าห่มสีอ่อน เหรินเหมยนอนหอบหายใจ หยาดเหงื่อเกาะเรียวคอ เสื้อคลุมหลุดลุ่ยจนเห็นผิว
“เย้จุนลุงจะพาพวกเราไปเที่ยว!” เชียวอู่ร้องเสียงใส ดวงตากลมโตส่องประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น เด็กชายตัวน้อยยิ้มกว้างราวกับโลกทั้งใบเป็นของเขาในวันนี้เหรินเหมยยืนนิ่งอยู่ไม่ไกล มองภาพเบื้องหน้าด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น เด็กแฝดของเธอหัวเราะคิกคักในอ้อมแขนของชายคนเดียวกับที่เหรินเหมยเคยอยากจะหนีไปให้






reviews