ANMELDENตอนที่ 9
หลังจากต้องเผชิญกับสัปดาห์นรกที่ถูกนายแพทย์พายุเรียกใช้งานอย่างหนักหน่วงจนแทบไม่ได้พักหายใจ พอถึงวันหยุดเสาร์อาทิตย์แทนที่พรีมจะนอนสลบอยู่ที่คอนโด เธอกลับเลือกที่จะหลบหลีกความวุ่นวายมาช่วยงานที่ มูลนิธิจิรโชติเพื่อผู้ป่วยยากไร้ ซึ่งตั้งอยู่อีกตึกหนึ่งของโรงพยาบาล
ที่นี่สงบ ไม่มีหมอพายุคนนั้นคอยกวนประสาท!
“เป็นไงบ้างพรีม งานที่วอร์ดศัลย์ฯ ประสาทสัปดาห์แรก หนักจนอยากจะหนีกลับไปอยู่ใต้เลยหรือเปล่า”
เสียงหวานละมุนดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดสูทผู้บริหารที่เดินเข้ามาหา แพทย์หญิงไอรดา จิรโชติ หรือ คุณไอริน ผู้บริหารคนสวยของโรงพยาบาล BGH และพ่วงตำแหน่งประธานมูลนิธิแห่งนี้ เอ่ยทักทายเพื่อนด้วยรอยยิ้ม
“ยังไหวอยู่ค่ะคุณผู้บริหาร” พรีมยิ้มกว้าง ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี “แต่แอบโหดกว่าที่คิดไว้นิดหน่อย”
“ไอรินเป็นห่วงพรีมจริงๆ อุตส่าห์ชักชวนให้หนีความอึดอัดจากที่บ้านมาทำงานที่นี่แท้ๆ หวังจะให้ได้ใช้ชีวิตอิสระสบายๆ ดันถูกส่งไปลงสมรภูมิซะงั้น” ไอรินหัวเราะเบาๆ
ทั้งคู่รู้จักและสนิทสนมกันพอสมควรตั้งแต่สมัยไปออกค่ายแพทย์อาสาบนดอย ด้วยความที่อายุสามสิบสามปีเท่ากัน และมีอุดมการณ์อยากช่วยเหลือคนเหมือนกัน ทำให้คุยกันถูกคอ ไอรินนี่แหละที่เป็นคนจัดการฝากฝังและชักชวนพรีมให้ย้ายมาทำงานที่โรงพยาบาลของครอบครัวเธอ
“ไม่เป็นไรเลย พรีมต่างหากที่ต้องขอบคุณไอริน ถ้าไม่ได้ไอรินช่วยประสานงานให้ พรีมคงไม่ได้งานที่เงินเดือนดีสวัสดิการเริ่ดขนาดนี้หรอกค่ะ”
สองสาวพูดคุยกันอย่างเป็นกันเอง อัปเดตชีวิตกันไปพลาง จนกระทั่ง...
“พี่ไอริน...”
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาพรีมที่กำลังหัวเราะอยู่ชะงักกึก รอยยิ้มค้างเติ่ง เธอค่อยๆ หันกลับไปมองช้าๆ
ร่างสูงของนายแพทย์พายุในชุดลำลองสบายๆ ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ตรงหน้าประตู นัยน์ตาคมกวาดมองมา ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่กำลังนั่งคุยอยู่กับพี่สาวของเขาคือใคร
“อ้าว พายุ มาพอดีเลย” ไอรินยิ้มกว้าง หันไปเรียกน้องชายให้เดินเข้ามาหา “นี่ไงพรีม เพื่อนที่พี่เคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ ที่เพิ่งย้ายมาทำงานวอร์ดเดียวกับเราไง... พรีม นี่พายุ น้องชายไอรินเอง เป็นศัลยแพทย์อยู่ที่วอร์ดพรีมนั่นแหละ”
พรีมเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า... น้องชาย!? ไอรินคือพี่สาวของอีตาหมอบ้านี่เหรอ!
จริงสิ! นามสกุล จิรโชติ เหมือนกัน! เธอรู้มาตลอดว่าไอรินเป็นลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาล แต่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าไอรินจะมีน้องชายเป็นหมอสุดเฮงซวยที่เธอเพิ่งไปมี วันไนท์สแตนด์ ด้วย!
พายุเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตามองสลับระหว่างพี่สาวแท้ๆ กับพยาบาลสาว
“รู้จักสิครับ...” พายุตอบเสียงเรียบ มุมปากกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ “เราสองคน ทำงานเข้าขากันมากเลยล่ะ ใช่ไหมพยาบาลพริมา”
พรีมหน้าเจื่อน รีบหลบสายตาที่มองมาอย่างสื่อความหมายของเขา “เอ่อ... ใช่ พอดีพรีมต้องเข้าเคสเป็นผู้ช่วยคุณหมอพายุบ่อยๆ น่ะไอริน”
ไอรินไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติระหว่างทั้งคู่ เธอยังคงพูดคุยด้วยความตื่นเต้น
“ดีเลย งั้นพายุต้องดูแลเพื่อนพี่ให้ดีๆ นะ ห้ามดุห้ามแกล้งพรีมเด็ดขาด! เห็นหน้าเด็กๆ ตัวเล็กๆ แบบนี้ พรีมเขาอายุสามสิบสามเท่าพี่นะ เกิดเดือนเดียวกันด้วย ถือว่าเป็นพี่สาวแกอีกคนเลยนะพายุ”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของพายุจางลง ชายหนุ่มชะงักไปชั่วครู่ สายตาคมจ้องประเมินใบหน้าหวานใสตรงหน้า
สามสิบสาม?
เขาอายุยี่สิบเก้า... หมายความว่าผู้หญิงที่เขานอนด้วย... แก่กว่าเขาสี่ปีงั้นเหรอ!
พายุยอมรับกับตัวเองอย่างเสียฟอร์มนิดๆ ว่าเขาอึ้งไปเลย เขาคิดมาตลอดว่าเธอเป็นพยาบาลเด็กจบใหม่หรืออย่างมากก็แค่ยี่สิบห้า ยี่สิบหก เพราะผิวพรรณ รูปร่าง และใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์นั้นมันหลอกตาเขาเสียสนิท
ติ๊ด... ติ๊ด...
จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของไอรินก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เธอหยิบขึ้นมากดรับสายพลางขมวดคิ้ว “อ้าว มีเรื่องด่วนเหรอ... ได้ๆ เดี๋ยวฉันลงไปดูให้... พรีม เดี๋ยวฉันต้องรีบไปเคลียร์เอกสารด่วนข้างล่างก่อนนะ เดี๋ยวรีบกลับมา”
บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึดอัดขึ้นมาทันที พรีมลุกขึ้นยืนแล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นร่างสูงก้าวสามขุมเข้ามาหา
“สามสิบสามงั้นเหรอ...” พายุเอ่ยทำลายความเงียบ
พรีมเชิดหน้าขึ้น เมื่อรู้ว่าตัวเองอายุมากกว่า ความมั่นใจก็เริ่มกลับมานิดหน่อย
“ใช่ค่ะ ฉันอายุสามสิบสาม แก่กว่าคุณสี่ปี เพราะฉะนั้น... กรุณาให้ความเคารพและเลิกทำตัวไร้สาระกับคนอายุมากกว่าได้แล้วนะคะ คุณหมอพายุ”
“เคารพงั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ “คืนนั้นที่เตียง... ไม่เห็นเธอจะเรียกร้องให้ฉัน เคารพแบบนี้เลยนี่”
“นี่คุณ!” พรีมหน้าแดงก่ำ มองซ้ายมองขวาเลิ่กลั่กกลัวใครมาได้ยิน “หยุดพูดจาทุเรศๆ แบบนี้นะ!”
พายุหัวเราะในลำคออย่างพอใจที่ได้หยอกล้อคนตรงหน้า เขาโน้มหน้าไปกระซิบชิดใบหูเล็ก
“รู้เอาไว้ด้วยนะพริมา... ว่าฉันชักจะเริ่มชอบคนอายุมากกว่าเข้าแล้วสิ ยิ่งเป็นพี่สาวที่ดื้อแบบเธอ... มันยิ่งน่าปราบให้อยู่หมัด!”
++++++++++++++++++++++++++++
โป๊ะแตกเรื่องอายุไม่พอ หมอพายุก็เปิดโหมดคลั่งรักคนแก่กว่าเรียบร้อยแล้วค่ะ!
ตอนพิเศษบรรยากาศภายในห้องแต่งตัวเจ้าสาวของโรงแรมหรูอบอวลไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม ไอรินในชุดแต่งงานเปิดไหล่สีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต กำลังนั่งมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้าสวยเฉียบที่มักจะดูเคร่งขรึมในมาดผู้อำนวยการโรงพยาบาล วันนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีหวานละมุน ขับให้เธอดูสง่าและนุ่มนวลจนไม่อาจละสายตา“แกสวยมากเลยไอริน ฉันรับรองเลยว่าถ้าคุณศิระเห็น จะต้องตะลึงแน่ๆ”เสียงหวานใสของ ‘พรีม’ เพื่อนสนิทคนสวยที่ตอนนี้พ่วงตำแหน่งน้องสะใภ้ เอ่ยชมอย่างจริงใจ ขณะช่วยจัดระเบียบชายกระโปรงและผ้าคลุมเจ้าสาวให้เพื่อนรักอย่างทะนุถนอมไอรินหันมายิ้มกว้างให้พรีม “ขอบใจนะพรีม... เอาจริงๆ ฉันก็ตื่นเต้นจนทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน”“ตื่นเต้นก็เรื่องปกตินี่ วันสำคัญที่สุดในชีวิตทั้งที” พรีมยิ้มให้กำลังใจแกร๊ก...บานประตูห้องพักเปิดออก พร้อมกับร่างสูงสง่าของ ‘หมอพายุ’ ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของไอรินก้าวเข้ามาด้านใน พายุอยู่ในชุดสูทสีเข้มดูหล่อเนี้ยบสมกับที่เป็นคุณพ่อบ้านสายคลั่งรัก เขาเดินตรงเข้ามาโอบเอวพรีมผู้เป็นภรรยาเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะหันไปมองพี่สาวที่นั่งอยู่หน้ากระจก“สว
ตอนที่ 16 (ตอนจบ)ความวุ่นวายในช่วงเช้าของโรงพยาบาล BGH ดูเบาบางลงไปมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกโล่งใจของไอริน หญิงสาวก้าวลงจากรถสปอร์ตของศิระด้วยรอยยิ้ม หลังจากเคลียร์ใจกัน ซีอีโอหนุ่มก็กลับมารับหน้าที่สารถีส่วนตัวของเธออีกครั้งอย่างเปิดเผย“ตั้งใจทำงานนะครับ ผอ. เย็นนี้เดี๋ยวผมมารับไปทานข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ของคุณ” ศิระเอ่ยบอกขณะเลื่อนกระจกรถลงมาส่งยิ้มอบอุ่นให้“เตรียมตัวตอบคำถามคุณพ่อให้ดีเถอะค่ะ รายนั้นเตรียมตึงใส่คุณแน่ๆ” ไอรินเย้ากลับเบาๆ แม้ในใจจะแอบกังวลอยู่บ้างศิระไม่ได้มีทีท่าหวั่นวิตก เขายักคิ้วให้เธออย่างมั่นใจ “ระดับผมแล้ว... รับรองว่าว่าที่พ่อตาต้องยอมยกธงขาวแน่นอนครับ”ไอรินส่ายหน้าอย่างอ่อนใจให้กับความมั่นใจของเขา ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าโรงพยาบาลไปเพื่อสะสางภารกิจสำคัญอย่างแรกของวันช่วงบ่าย ไอรินนัดหมอวินมาพูดคุยเป็นการส่วนตัวที่คาเฟ่ใต้โรงพยาบาล เพื่อเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเมื่อเครื่องดื่มถูกนำมาเสิร์ฟ ไอรินก็สูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจเอ่ยเข้าเรื่องอย่างตรงไปตรงมา“พี่วินคะ ไอรินต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะคะ สำหรับเรื่องที่บรรดาบอร์ดบริหารหรือคุณพ่อพยายามจับคู่ให้เรา...
ตอนที่ 15 สารภาพความในใจบานประตูไม้สีเข้มของห้องทำงานประธานบริษัทถูกผลักออกโดยฝีมือของมารดาศิระ หญิงวัยกลางคนเดินนำหน้าไอรินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเบิกบานภายในห้องทำงานกว้างขวาง ศิระนั่งจมอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สภาพของเขาดูอิดโรย ขอบตาคล้ำอย่างคนอดนอนมาหลายคืน ชายหนุ่มละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกรบกวน ทว่าเมื่อเห็นว่าใครเดินเข้ามาพร้อมกับมารดาของตน ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ“แม่... แล้ว... ไอริน?” ศิระผุดลุกขึ้นยืน แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง“เซอร์ไพรส์จ้ะ!” มารดาของศิระเดินเอากล่องขนมไปวางบนโต๊ะรับแขก “แม่เจอหนูไอรินที่ล็อบบี้ข้างล่าง เลยชวนขึ้นมาด้วยกัน แอบคบกับ ผอ. คนสวยก็ไม่บอกแม่สักคำ ปล่อยให้แม่รู้เองได้ยังไงฮึ”ไอรินเดินตามเข้ามาเงียบๆ เธอลอบมองใบหน้าซูบเซียวของศิระด้วยความรู้สึกผิดปนสงสาร แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากพูดอะไรเพื่อปรับความเข้าใจ คุณแม่ก็หันกลับมามองหน้าเธออย่างพินิจพิเคราะห์ พร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนนึกอะไรขึ้นได้“เอ๊ะ... แต่จะว่าไป...” หญิงวัยกลางคนหรี่ตามองไอรินสลับกับลูกชาย “มองใกล้ๆ แบบนี้ หนูไอรินหน้าตาคล้ายคุณหมอคนที่ผ่า
ตอนที่ 14 ทวงเขากลับคืนมาสามวันแล้ว... สามวันที่ศิระหายตัวไปจากวงโคจรชีวิตของไอรินอย่างสมบูรณ์แบบการประชุมติดตามความคืบหน้าของระบบเอไอภายในโรงพยาบาล BGH ในเช้าวันนี้ บรรยากาศเงียบเหงาและตึงเครียดกว่าปกติ ไอรินนั่งอยู่ตำแหน่งประธานการประชุม สายตาของเธอเอาแต่จดจ้องไปที่ประตูห้อง หวังลึกๆ ว่าชายหนุ่มในชุดสูทที่คุ้นตาจะก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมั่นใจเหมือนทุกครั้งทว่าคนที่เปิดประตูเข้ามากลับเป็น ‘คุณนพ’ ผู้ช่วยคนสนิทของศิระ“ต้องขออภัยที่รบกวนเวลาประชุมครับท่านผู้อำนวยการ พอดีช่วงนี้ท่านประธานศิระติดงานด่วนที่บริษัทแม่ยาวเลยครับ หลังจากนี้ผมจะเข้ามารับหน้าที่ประสานงานเรื่องระบบเฟสสุดท้ายแทนทั้งหมดครับ”คำชี้แจงอย่างเป็นทางการของคุณนพ ทำเอาหัวใจของไอรินหล่นวูบ ความหวังริบหรี่ที่จะได้เจอหน้าและอธิบายเรื่องราวทั้งหมดพังทลายลง เขาไม่ได้แค่หลบหน้า แต่เขากำลัง 'ถอยห่าง' ออกไปจากชีวิตของเธอตลอดการประชุม ไอรินต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการดึงสติให้อยู่กับรายงานบนหน้าจอ หลังจากปิดการประชุมและทุกคนทยอยออกจากห้องไป ผู้อำนวยการสาวตัดสินใจเอ่ยเรียกผู้ช่วยของชายหนุ่มเอาไว้“เดี๋ยวค่ะคุณนพ”นพชะงัก
ตอนที่ 13 อาจจะสูญเสียเขาไปจริงๆเช้าวันจันทร์ที่ความสดใสของวันหยุดสุดสัปดาห์ยังคงตกค้างอยู่ในความรู้สึก ไอรินก้าวเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยใบหน้าที่ดูมีน้ำมีนวลและผ่องใสกว่าปกติ รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนมุมปากเมื่อนึกถึงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นในเพนต์เฮาส์ของศิระผู้อำนวยการสาวเดินเข้ามาในโซนห้องทำงานผู้บริหาร ทว่าความอารมณ์ดีทั้งหมดกลับต้องสะดุดลง เมื่อเห็นผู้เป็นบิดา นั่งรออยู่ที่โซฟารับรองในห้องทำงานของเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณพ่อ... มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าคะ ถึงมารอไอรินแต่เช้าเลย” ไอรินวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจภาคินปรายตามองลูกสาว ก่อนจะถอนหายใจหนักๆ “นั่งลงก่อนสิไอริน พ่อมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย... เรื่องภาพลักษณ์ของลูกในฐานะผู้อำนวยการ”ไอรินขมวดคิ้วเล็กน้อย ทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามบิดา “เกิดอะไรขึ้นคะคุณพ่อ”“ช่วงนี้กรรมการบอร์ดหลายคนเริ่มตั้งคำถามเรื่องความสัมพันธ์ของลูกกับคุณศิระ” น้ำเสียงของภาคินจริงจังและเด็ดขาด “การที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลไปสนิทสนมกับคู่ค้าที่รับเหมาทำระบบเอไออย่างออกหน้าออกตา มันทำให้คนอื่นมองว่าลูกอาจจะมีผลประโยชน์ทับซ้อน ลูกรู้ใช่
ตอนที่ 12 ผมรักคุณนะไอรินเวลาผ่านไปเกือบสองเดือนนับตั้งแต่ทริปภูเก็ต ความสัมพันธ์ของไอรินและศิระพัฒนาไปไกลเกินกว่าคำว่าพันธมิตรทางธุรกิจ แม้ในเวลาทำงานไอรินจะยังคงรักษาระยะห่างในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่เมื่ออยู่นอกเวลางาน ศิระก็ทำหน้าที่คนรักได้อย่างไร้ที่ติ เขาทั้งสม่ำเสมอ เอาใจใส่ และแทรกซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเธอจนไอรินขาดเขาไม่ได้อีกต่อไปเย็นวันเสาร์ที่ฝนโปรยปราย แทนที่จะออกไปทานอาหารค่ำที่ร้านหรูเหมือนทุกที ศิระกลับเสนอตัวชวนผู้อำนวยการสาวมาที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวของเขา โดยอ้างว่าอยากจะโชว์ฝีมือทำอาหารอิตาเลียนสูตรต้นตำรับให้เธอทานบรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์กว้างขวางอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเนย ศิระในชุดเสื้อยืดสีขาวสบายๆ สวมผ้ากันเปื้อนสีเข้ม กำลังยืนง่วนอยู่หน้าเตาด้วยท่าทางทะมัดทะแมงผิดกับมาดซีอีโอที่เธอเคยเห็นไอรินในชุดเดรสยาวทรงเข้ารูปสีเบจที่ดูเรียบหรูแต่ผ่อนคลายสำหรับวันหยุด เดินเข้ามาในโซนเคาน์เตอร์ครัว หญิงสาวยืนมองแผ่นหลังของคนทำอาหารแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้“มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ เชฟศิระ” ไอรินเดินเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้าดูซอสพาสต้าที่กำลังเดือดปุดๆศิระหันมายิ้







