Mag-log inบทที่ 7 เลือกผู้ชาย
โห ไม่คิดจะปรึกษาคนหมั้นเลยเหรอ? ผ่านแม่ตลอด สรุปเขาจะหมั้นกับแม่หรือกับเธอกันแน่! “ งั้นก็ขอไอดีไลน์ก็ได้ค่ะ เผื่อฉันอยากคุยกับคุณ ” “ แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุย ” “ อ้าว ” “ ฉันงานยุ่ง ต้องรีบเคลียร์ทางนี้ให้เสร็จ แล้วกลับไปบ้าน ” “ กลับบ้านหลังหมั้นเหรอ? ” “ ใช่ ” “ แล้วฉัน… ” “ เธอต้องไปด้วย เพราะฉันจะย้ายกลับไปอยู่ใกล้พ่อแม่ ส่วนธุรกิจทางนี้ ฉันจะส่งต่อให้น้องชายมาดูแลแทน ” “ บ้านคุณอยู่ไหนเหรอ ” “ ภาคใต้! ” “ เมืองเถื่อน! ” “ เธอว่าอะไร ” “ ปะ…เปล่าค่ะ ” “ เมืองเถื่อนเหรอ? เธอไปได้ยินใครพูดมา ” “ ก็เพื่อนฉันไปอยู่กับแฟนเธอที่นั้นมาสองปีแล้ว เธอบอกคนใต้ชอบพูดจาห้วน ๆ ใส่ ” “ เพื่อนเธอชื่ออะไร ” “ นุช เพิ่งกลับมาแต่งงานกันที่นี่เมื่อวาน ” “ อยู่ก่อนแต่งเหรอ? ” “ ใช่ ” “ ไม่แปลก บางพื้นที่ในภาคใต้ เขายังมีหัวโบราณกันอยู่นะ ถ้ายังไม่แต่งงานกัน แล้วพากันไปอยู่ด้วยกัน บางครอบครัวก็ไม่ชอบหรอก ส่วนเรื่องพูดจาห้วน ๆ ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่ดีสักหน่อย เธอไปอยู่เดี๋ยวก็รู้เอง ” “ แล้วคุณเป็นคนใต้แต่กำเนิดเหรอ ทำไมตัวคุณขาวมาก ไม่เห็นจะดำเลย ” “ คนใต้ไม่ได้ตัวดำทุกคนหรอกนะ ” “ อ่อ ” “ ฉันต้องไปแล้ว อารออยู่ ” “ เดี๋ยว ๆ คุณจะไม่ให้เบอร์โทรหรือไอดีไลน์ไว้ให้ฉันติดต่อบ้างเหรอ? ” “ ไม่จำเป็น ” “ คุณ คุณสรุจ! ” อะไรเนี่ย ไม่ให้ฉันได้คุยได้ทำความรู้จัก ทำความคุ้นเคยกับเขาให้มากกว่านี้หน่อยเหรอ? คนอะไรลึกลับจัง! สองวันต่อมา… งานหมั้นถูกจัดขึ้นในโรงแรมหรู หลังจากเสร็จพิธีหมั้นก็เป็นเวลาสิบโมงแล้ว ฝ่ายชายก็มีเพื่อน ๆ และญาติผู้ใหญ่ไม่กี่คน ส่วนฝ่ายเธอมากันเยอะมาก ส่วนมากจะเป็นญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทสองสามคนเอง เอาไว้ตอนแต่ง เธอจะบอกเพื่อน ๆให้เยอะกว่านี้เพื่อจะมายลโฉมเจ้าบ่าวสุดหล่อของเธอ ฮ่า ๆ ตอนนี้ก็ถึงเวลาถ่ายรูปกับครอบครัวและเพื่อน ๆ หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปทานข้าวพร้อมกัน 13 : 09 น. งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา งานถูกจัดเพียงครึ่งวัน แขกเหรื่อพากันกลับเกือบหมดแล้ว วันนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ แต่เก็บอาการไว้ เพื่อน ๆ ที่สนิทที่เธอเชิญมาร่วมงาน ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่าคู่หมั้นของเธอหล่อมาก ยิ่งวันนี้เขาใส่ชุดไทยสีขาว โอ๊ย บรรยายไม่ถูกเลย ทำไมถึงหล่อขนาดนี้ หล่อจนน้ำลายสอ อยากจะจับเขามาจิ้มพริกเกลือกินเลย ฮ่า ๆ หล่อจนเธออยากจะเอานิ้วไปจิ้มตาแขกเหรื่อที่มา ยิ่งเป็นพวกสาว ๆ มองเขาสายตาเยิ้มเชียว “ กรี๊ดด~ ” พอเข้าห้องน้ำเธอก็เปล่งเสียงออกเพื่อระบายความดีใจ ภูมิใจ ถูกใจ ปลื้มใจ ที่อดกลั้นมานานนับชั่วโมง ‘ ก๊อกๆ ก๊อกๆ ’ “ พี่รสาเป็นอะไร กรี๊ดทำไม ” ‘ แกร๊ก ’ “ ฉันกำลังมีผัวไง ” เปิดประตูห้องน้ำออกมา “ เรื่องแค่นี้เอง ทำเอาตก‘อก’ตกใจหมด ” “ ก็คู่หมั้นฉันหล่ออะ แกไม่เห็นเหรอ ” “ ก็เห็นอยู่ ไปเถอะแม่ให้มาตามแล้ว ” “ แกอย่าริแอบปลื้มว่าที่สามีฉันนะยัยรดา ” “ พี่รสา หนูมีแฟนแล้ว พี่ก็เคยเจอหนิ พวกเรารักกันมาก ไม่มีทางเลิกรากันหรอก อีกอย่างหนูไม่ชอบคนหล่อ เพราะเจ้าชู้ หลายใจ หลอกลวง ” “ มันก็ไม่เสมอไปหรอกนะ บางคนก็อาจจะรักเดียว ใจเดียวก็ได้ ” “ รีบไปเถอะ แม่รออยู่ ” เราสองพี่น้องพากันออกจากห้องน้ำ ตรงปรี่ไปหาผู้เป็นแม่ทันที “ กว่าจะมาได้ ฉันคิดว่าแกตกส้วมตายเสียแล้ว ยัยรสา ” “ โห แม่ หนูกลั้นฉี่มาตั้งนานแหนะ กว่าจะเสร็จทุกอย่าง กว่าจะได้ปลดปล่อย มันก็ต้องใช้เวลานานเป็นธรรมดาแหละ ว่าแต่แม่ให้ยัยรดาไปตามหนูทำไม ” “ คุณสรุจรอแกอยู่ ” แม่ชี้นิ้วไปทางเขาที่กำลังยืนคุยกับใครอยู่ก็ไม่รู้ เป็นผู้หญิงด้วยนะ “ เดี๋ยว ๆ แกจะไปไหน ” เป็นแม่ที่ฉวยแขนเธอไว้ “ ก็ไปหาคุณสรุจไง ” “ ฉันว่า แกไปหาเรื่องผู้หญิงคนนั้นมากกว่า ” “ หนูอยากรู้ว่าเขาคุยอะไรกันต่างหากล่ะ ” “ ไม่ต้องไปหาเรื่อง แกอยู่ตรงนี้ ฟังฉันพูด ” “ โหแม่ มีอะไรจะสอนหนูอีก ไม่เบื่อบ้างเหรอ? สอนหนูมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วอะ ” “ เดี๋ยวแกจะรู้สึก เมื่อไม่มีฉันคอยบ่นคอยสอน ” “ รู้สึกอยู่แล้ว มันต้องรู้สึกดีมากๆแน่ เพราะสบายหู ” “ ยัยนี่! จริงจังได้แล้วรสา แม่ไม่อยากจะเถียงกับแกแล้ว แกฟังนะ แกต้องไปอยู่บ้านเขา จะทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลัง ไตร่ตรองให้ดี ๆ ด้วยล่ะ ถ้าเกิดแกทำผิดพลาดอะไร ฉันก็ไม่สามารถคอยบอกคอยสอนหรือช่วยเหลือแกได้แล้วนะ แกไปแล้วก็อย่าเอาแต่ใจหรือดื้อรั้นนะ คนอื่นเขาไม่ได้รักแกเหมือนครอบครัว แกต้องจำเอาไว้ กิริยามารยาทก็ต้องงาม จะได้ไม่มีใครมากล่าวหาว่าครอบครัวแกไม่สั่งสอน เข้าใจที่แม่พูดไหม ” พอแม่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงที่สื่อออกมาว่าห่วงใย ใจของเธอมันก็หวิวๆเลย ถึงจะดื้อรั้น เถียงคำไม่ตกฟากกับแม่บ่อย ๆ ใช่ว่าจะไม่รักท่าน ถึงเวลาที่มันต้องห่างกันแล้วสินะ เธอคงคิดถึงทุกคนที่บ้านแน่ๆ จู่ ๆ น้ำตาเธอก็ไหล น้องสาวที่ยืนใกล้ ๆ ก็เข้ามาโอบกอดแล้วร้องไห้ไปด้วย ผู้เป็นแม่ที่ยืนมองก็อดกลั้นไม่ไหว ลูกสาวทั้งคนต้องห่างอกไปไกล ทั้งที่เวลาอยู่ใกล้กันไม่เคยได้พูดดี ๆกันเลย แต่พอจะห่างกันกลับใจหายมาก ๆ เธอผละจากน้องสาวแล้วกอดคนเป็นแม่ทันที คราวนี้ใครจะบ่นเธอ เห้อ! แต่นาทีนี้ขอเลือกผู้ชายก่อนแล้วกัน ถ้าไม่ไหว เดี๋ยวค่อยกลับมาซบ‘อก’แม่แทน “ แม่ อย่าร้องไห้สิ หนูไม่ได้ไปตายซะหน่อย ” “ ดูปากแกสิอัปมงคลจริง ๆ รีบไปเถอะ คุณสรุจรออยู่ ” เราทั้งคู่ผละจากกัน แม่ปาดน้ำตาแล้วพูด “ ไว้เจอกันนะ แม่ รดา ฝากลาพ่อภพด้วยนะคะ สวัสดีค่ะแม่ ดูแลตัวเองด้วยนะ ” เธอพูดจบเดินไปหาอีกคนทันที ที่ตอนนี้ยืนรออยู่ใกล้รถตู้ พอไปใกล้เขาที่ยืนรถอยู่ เธอก็ยืนนิ่งจ้องหน้าเขา พยายามอดกลั้นที่จะไม่แสดงความดีใจออกมา “ เธอจะยืนจ้องหน้าฉันอีกนานไหม ” “ แฮ่ ๆ ” ม้วนตัวไปหนึ่งกรุบเพราะความเขินอาย “ ขึ้นรถไปสิ ” “ ค่ะ ” ยานพาหนะในการพาไปเส้นทางลงใต้ก็คือรถตู้ พูดก็พูดเถอะ นั่งจนเมื่อยตูดเลยอะ ทำไมเขาไม่นั่งเครื่องบินอะ งงมาก รวยจริงปะเนี่ย นั่งแป๊บเดียวก็ถึง นี่อะไร นั่งนานแล้วเพิ่งจะผ่านประจวบคีรีขันธ์เอง “ คุณสรุจครับ ถึงโรงแรมที่โทรไปจองแล้วครับ ” คนขับรถพูดขึ้น “ อืม ” “ พวกเราจะพักกันที่นี่เหรอคะ ” “ … ” เขาไม่ตอบทำเพียงพยักหน้า ❤️________❤️ นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 19 อยากอ่อยฉันเหรอหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ครืดดด ครืดด(“ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ”)(“ เคยบอกไปแล้วนี่ค่ะ ว่าให้เรียกฉันว่าน้าฉวีก็พอแล้วค่ะ ”)(“ ครับคุณน้าฉวี ไม่ทราบว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ไม่มีหรอกค่ะ งานที่คุณให้สามีฉันเป็นหุ้นส่วนด้วย ราบรื่นดีมากค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เมตตาครอบครัวพวกเราด้วยนะคะ ”)(“ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ยังไงคุณน้าภพก็มีความรู้ในด้านนั้น ผมต้องการคนมีฝีมืออยู่แล้วที่จะฝากบริษัทให้ดูแลแทนและอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าผมเต็มใจให้ครับ ”)(“ ค่ะ ”)(“ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ฉันอยากจะถามว่าช่วงนี้รสาเป็นไงบ้างคะ ”)ตั้งแต่ที่เขาเองรู้ว่ารสาหึง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดกับเขาเลย บางครั้งก็หลบหน้าหลบตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาก็สั่งส้มและน้ำคนใช้ของบ้านแล้วว่าฝากดูแลรสาด้วย ในช่วงที่เขาทำงานหรือกลับดึก ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำ ถ้าเธอไม่ออกมากินเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดแต่ด้วยงานที่รัดตัวและมีปัญหาพร้อมกันในหลาย ๆ ที่ เขาเลยต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะเขาทำแค่สองคนพ่อ มันเลยภาระหนักอึ้งหน่อย(“ เอ่อ...คุณสรุ
บทที่ 18 หึงเช้าตรู่รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลยไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ“ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ”เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน“ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ”“ หายดีแล้วใช่ไหม ”“ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ”“ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ”“ คงงั้น ”@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์“ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว“ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ”อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย“ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ“ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ”“ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ”อ้า
บทที่ 17 ต้องการคุณห้างสรรพสินค้า“ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป“ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ”“ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ“ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย“ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ”หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม“ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ!“ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน“ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล
บทที่ 16 คืนนี้กินต้มแซ่บหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชีวิตเธอไม่เคยเสียดายอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอให้คุณสรุจมานอนด้วยก็จริง แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเป็นประจำเดือน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากแอบจุ๊บเขาในตอนที่เขาหลับเองช่วงนี้เธอมีบางอย่างที่ต้องทำในทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง นั่นก็คือหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันก็คือความคิดของคุณสรุจเขาเขาอยากให้เธอขับรถมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วคอยไปรับไปส่งยัยหนูเส้นดายทุกวัน เธอไม่เข้าใจเลยทั้งที่เธอก็ขับรถเก๋งเป็น ทำไมไม่ให้ขับวันต่อมา...ครืดด ครืดดเป็นเช้าที่แสนสดใสแน่นอน ถ้าไม่มีใครรบกวนเธอ นี่อะไร เล่นโทรมาตอนเช้าอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณสรุจจะเป็นใครไปอีกล่ะ ไม่รู้วันนี้จะใช้ให้เธอทำอะไรอีก คงไม่ใช่จะให้ไปส่งลูกของเขาที่โรงเรียนแล้วนะ เธอเพิ่งขับหัดขับมอเตอร์ไซค์เอง ยังขับไม่แข็งเลย มันยังส่ายไปมาอยู่เลยนะ(“ ฮาโหลลลล ”)(“ นี่แกยังไม่ตื่นเหรอ ฉันสอนแกว่าไงฮะ ไปอยู่บ้านคนอื่นตื่นให้เร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกต่อว่าหรือถูกนินทาลับหลังว่าไม่มีใครสั่งใครสอนอะ ”)(“ แม่เหรอ ”)(“ ก็ใช่นะสิ แหม่ ๆ ไปยังไม่ถึงเดือนเลย แกลืมแม่คนนี้แล้วเหรอ ”
บทที่ 15 ให้หนูกำจัดเธอทิ้งซะโรงพยาบาลเพียงเวลาไม่นาน รสาก็ตื่นขึ้นหลังจากที่หมอมาตรวจ เธอทำเอาเขาใจหายใจคว่ำไปหมด แต่มันกลับกลายว่าพีคไปกว่าที่ีิีิคิดเสียอีก“ อื้ม ~ ” รสาส่งเสียงเบา ๆ แล้วเปลือกตาค่อย ๆ เริ่มขยับ ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชิน แล้วหันมามองหน้าเขา“ ระ...รสา ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ” สิ่งที่เธอถามหลังจากตื่นทำเอาเขาเผลอยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“ อืม ”“ ละ...เลือดนั้นที่ออกมา เพราะรสาแท้งจริงเหรอคะ ” ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น ดวงตาใสซื่อสั่นระริก“ ทำไมเธอคิดว่าตัวเองแท้งล่ะ ”“ ... ” หญิงสาวนิ่งไป“ ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ ”“ ... ” ใบหน้านวลเศร้ามองมองสำรวจใบหน้าเขา“ ฉันกับเธอ เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยนะ เธอท้องกับใครเหรอ ”“ เออใช่ จริงด้วยแฮะ แล้วรสาจะท้้องได้ยังไง งั้น...อูย อ่อ ตอนเช้าที่หน่วงท้อง คงไม่ใช่เพราะประจำเดือนมาหรอกนะ ”“ ใช่ ประจำเดือนเธอมา ”สิ้นเสียงของสรุจ ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายในทันที ทำไมหัวสมองทึบแบบเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้นะ ทำไมไม่นึกเอะใจตั้งแต่ทีแรก“ งั้นรสาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ อูย เจ็บจัง ” มือเล็กนำ
บทที่ 14 แn้ง09 : 57 น.รถยนต์ของสรุจก็ขับเข้ามาจอดที่โรงรถ เขาไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่สั่งทำกลับมาบ้าน เพราะวันนี้คนที่บ้านลาบ้าง ป่วยบ้าง คงไม่มีคนทำกับข้าวแน่ ๆหลังจากที่นำอาหารไปให้พ่อกับแม่ เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาไปให้คู่หมั้น ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง‘ ก๊อก ๆ ’“ ที่รักมาแล้วเหรอคะ หิ้วอะไรมาด้วยคะเนี่ย เข้ามาในห้องก่อนสิค่ะ ” คำว่าที่รักถึงยังไม่ชินแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้สึก“ ฉันซื้อข้าวมาให้ รับไปสิ ”“ อุ้ยตาย เจ็บจัง อึก ทำไมเจ็บแบบนี้ ” ร่างบางทำหน้าเหยเกพร้อมเดินถอยหลังเข้าห้องไป มือเล็กนั้นกุมตรงอกซ้าย เขาจำเป็นต้องเข้าไปดู“ เจ็บอะไร ตรงไหน ไปหาหมอไหม ” เขาเข้าไปประชิดตัวเธอ“ งื้อ ~ เจ็บจริง ๆ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ มันแดงหรือเปล่า อูย ทำไมเจ็บแบบนี้ ”“ ไหนขอฉันดูหน่อย ”“ เอามือคุณมาสิค่ะ ” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไป หญิงสาวจับมือเขาไปวางตรงอกซ้ายที่เต้นตึกตักตึกตัก“ ได้ยินเสียงหัวใจรสาไหม ที่บอกว่ารักคุณ ” แค่นั้นแหละ เขาถึงกับดึงมือกลับมา ถูกหลอกจนได้“ เล่นอะไรของเธอเนี่ย ” เขาเริ่มถอยห่าง เธอก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้“ ฮ่า ๆ หยอก ๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิค
บทที่ 13 ภารกิจนี้‘ล้มเหลว’สรุจรีบเดินไปอุ้มลูกสาว พาไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นเพราะโดนขโมยจุ๊บเป็นครั้งที่สองแล้ว ชายหนุ่มอึ้งกับคู่หมั้นสาวมาก ๆ ทำไมถึงกล้าทำและมักจะเริ่มก่อนเสมอ ทั้งที่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนท่าทีบ้าง ที่เขาไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีหรือหวงเนื้อหวงตัว แต่เขาให้เกียร
บทที่ 12 อย่าลืมตัวให้บ่อยนักสรุจยืนนิ่งมองลูกสาวคนเดียวที่เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ“ เห็นไหมล่ะ มีแต่คนไม่ชอบรสา คุณดูสิขนาดลูกคุณเอง คุณยังปราบไม่ได้ นับประสาอะไรกับรสาล่ะ ”“ มันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันให้เธอไปทำกับข้าวล่ะ ”“ มันไม่เกี่ยวกับตรงนั้น แต่รสาพูดให้คุณฟังไง ว่าตัวรสาเองอยู่บ้
บทที่ 11 หนูจะเอาแต่ใจพอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างพากันเข้าห้องครัว คงมีแค่เธอที่รีบเดินเข้าห้องนอน เพราะกลัวโดนใช้ ฮ่า ๆ คนขี้เกียจเท่านั้นแหละที่จะหาวิธีเอาตัวรอดได้อย่างแนบเนียน‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’อะไรเนี่ย ไม่ทันได้หลับสักงีบก็มีีคนมาตามแล้ว เฮ้อ ~จะเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอ ว่าที่แม่ผัว
บทที่ 10 ต้องสวยกี่เมตรหญิงสาวนิ่งฟังไม่ได้ต่อปากต่อคำ ซึ่งเธอกำลังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นแม่ของเธอเองป่านนี้เธอคงขาดใจ เถียงคำไม่ตกฟากไปเสียแล้ว“ แม่ครับ ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ อีกอย่างเธออายุเพียงยี่สิบสองเองนะครับ ให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนก็ได้ ”“ อายุน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก ดูแม่เป็นตัวอย่า







