Masukบทที่ 18 หึง
เช้าตรู่ รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลย ไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ “ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ” เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน “ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ” “ หายดีแล้วใช่ไหม ” “ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ” “ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ” “ คงงั้น ” @บ้านตระกูลธนัชวรากานต์ “ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว “ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ” อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย “ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ “ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ” “ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ” อ้าวเฮ้ย! คิดผิดหรือคิดถูกกันเนี่ย รู้นี้ไม่ซื้อให้กินก็ดี ไม่น่าเสนอหน้าเลยเรา “ เหอะ ถุงนั้นเมื่อวานคงไม่ใช่ ของกิ๊ฟช็อปอะไรที่เธอพูดสินะ มันคืออมยิ้มใช่ไหม ” “ ใช่ค่ะคุณพ่อ ถุงนั้นเลยที่วางบนเตียงหนู ” เด็กนี้ก็แสบใช่ย่อยเลย พูดออกมาสะหมด “ รู้ว่าไม่มีประโยชน์แล้วจะกินทำไม ” คนเป็นพ่อหันไปดุลูกสาวต่อ พร้อมฉวยอมยิ้มที่มือเด็กไปทิ้ง “ ก็หนูเห็นมันวางอยู่ ถ้าไม่กินมันก็เสียดายนะสิค่ะ ” “ รีบไปแปรงฟันให้สะอาดเดี๋ยวนี้เลย ” “ ค่ะ คุณพ่อห้ามดุหนูนะคะ หนูไม่ได้ซื้อเอง น้ารสาเป็นคนซื้อมา คุณพ่อต้องดุน้าเขานะคะ ” จ้า แม่สาวน้อยร้อยพันเล่มเกวียน คราวหลังอยากกินอะไรที่พ่อเธอห้ามจะไม่ซื้อให้แล้วนะ เหมือนทำบุญบูชาโทษยังไงไม่รู้ “ รีบไป ” คุณสรุจบอกลูกสาวก่อนจะหันมามองหน้าเธอต่อ “ ฉันยังปวดนิ้วอยู่ ขอไปนอนต่อนะคะ ” “ ไม่ได้ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ” “ แต่ฉันยังไม่สบายอยู่นะคะ ” “ คุณสรุจคะ คุณนายให้มาตามค่ะ ” พี่น้ำเดินออกมาแล้วพูดแทรก “ ฉันไปหาแม่ก่อน แล้วจะไปหาเธอ รีบไปนอนพักผ่อนสะ จะได้ไม่มีข้ออ้างอีก ” 19 : 00 น. ไม่คิดว่าตัวเองจะนอนกินบ้านกินเมืองขนาดนี้อะ ตั้งแต่เก้าโมง ยันห้าโมงเย็นเลย ว่าแต่คุณสรุจไม่คิดจะมาปลุกให้เธอกินข้าวกินยาบ้างเหรอ โห ใจร้ายจัง แค่เรื่องเล็กน้อยเอง เขาถึงกับโกรธเธอ ไม่ยอมมาเจอเลยหรือไง ก็ไหนบอกจะมาจัดการเธอไงที่แอบเอาอมยิ้มไปให้ลูกสาวเขากินน่ะ ‘ แกร๊ก ’ เพราะความหิวจนไส้กิ่ว หญิงสาวเลยออกจากห้องมาเองเพื่อจะไปหาอะไรกินในครัว “ พี่ส้ม พี่ส้มคะ ” “ คะคุณรสา เพิ่งตื่นเหรอคะ ” “ ว่าแต่คุณสรุจไปไหนเหรอพี่ ” “ ไปงานเลี้ยงกับคุณกิ่งค่ะ ” อ่อ ที่ไม่ได้มาปลุก เพราะไปงานเลี้ยงกับผู้สาวนี่เอง “ ในครัวมีอะไรกินบ้างคะ ” “ มีเยอะแยะเลยค่ะ ว่าแต่ตอนเย็นทำไมไม่ลงมาทานอะไรคะ ไม่หิวเหรอคะ ” “ คุณสรุจไม่ได้บอกให้พี่ส้มหรือพี่น้ำไปปลุกฉันบ้างเหรอคะ ” “ ไม่นะคะ ก่อนออกจากบ้านคุณสรุจบอกแค่ว่าคุณรสาไม่สบายอย่าไปกวนแค่นั้นเองค่ะ ” “ อืม งั้นฉันไปหาอะไรกินก่อนก็แล้วกัน ” ก็น้อยใจเนอะ เฟลไปเลยอ่า มาอยู่ไม่กี่วันสำหรับเธอเหมือนอยู่เป็นปี และรู้สึกว่าสนิทกับเขามากขึ้น แต่ดูเขาสิ เหมือนจะไม่สนใจคู่หมั้นตัวน้อย ๆ แบบเธอเลย แล้วทำไมเมื่อคืนเขาดูเหมือนจะห่วงใยเธอสุด ๆ หรือเขาแค่แสดง เขาอาจจะทำไปเพราะเป็นหน้าที่ก็ได้มั้ง! หลังจากทานข้าวได้ไม่กี่คำ เธอก็รีบเข้าห้องไปกินยา แล้วนอนพักต่อ ถ้าเธอไม่หลับ เธอจะฟุ้งซ่าน ไหนจะเรื่องยัยหนูกิ่งอะไรนั้นด้วย ต่อหน้าเธอ เขาพูดดิบดีว่าจะไม่ยุ่ง เพราะคิดกับยัยหนูกิ่งอะไรนั่นแค่น้องสาว น้องสาวบ้าบอคอแตกอะไรวะ ถึงกับต้องควงกันไปออกงานสองต่อสองเลย หึก ก็คิดว่าเป็นคนดี ไม่มีเรื่องชู้สาว สุดท้ายเป็นไง ดีแตก ทำเป็นหวงตัว สุดท้ายเป็นไง เปลืองตัวกับคนอื่น 20 : 00 น. ‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’ เสียงเคาะประตูดังขึ้น หญิงสาวที่นอนหลับสนิทกลับสะดุ้งตื่นก่อนจะมองนาฬิกาว่ากี่โมงแล้วเพราะในห้องยามนี้มืดสลัวมาก “ ใครมานะ ” หญิงสาวลุกขึ้นเดินตรงไปยังประตู ก่อนจะจับลูกบิดแล้วเปิดออก จังหวะนั้นก็อ้าปากหาวไปด้วย “ กินอะไรหรือยัง ” เสียงคนหน้าประตูถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นใคร เกือบจะดีใจแล้วแต่ก็หยุดชะงักไว้ก่อนเพราะยังรู้สึกเฟลกับพฤติกรรมของตัวเขา “ ถึงไม่มีใครปลุก ฉันก็มีปัญญาไปหาข้าวหาน้ำกินเองได้ค่ะ คุณไม่ต้องลำบากมาถามหรอก ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปนอนต่อนะคะ ” สรุจมองหน้าหญิงสาวพร้อมขมวดคิ้วกับประโยคของเธอที่ดูจะประชดประชันยังไงไม่รู้ “ เดี๋ยวก่อน ” “ ... ” หญิงสาวตรงหน้าไม่ถามไถ่ กลับมองเขาอย่างสงสัยแทน “ ฉันซื้อขนมมาฝาก เอาไปกินสิ ” “ ฉันไม่กินขนมเวลานี้ค่ะ ” “ แล้วเธอยังเจ็บนิ้วอยู่ไหม ” “ ไกลหัวใจค่ะ แค่นี้ไม่ตายหรอก “ “ เธอเป็นอะไรอีก ” “ เปล่านะคะ ว่าแต่ฉันไปนอนได้หรือยัง ” เธอปากแข็งน่าดู ปกติจะชอบแทนตัวเองว่ารสา น้อยนักที่จะแทนตัวเองว่าฉัน เขาคิดว่ามันมีอะไรผิดปกติแล้วนะ “ เธอกินยาหรือยัง “ “ กินแล้วค่ะ ฉันรู้เวลา ไม่ต้องให้คุณมาเป็นห่วงหรอก ” “ ส้มบอกว่าตอนเที่ยงเธอไม่ได้ไปกินข้าว ตอนนั้นทำอะไรอยู่ ” “ นอน ” “ งั้นยาตอนเที่ยงก็ยังไม่กินสินะ ” “ อืม ” “ แม่ไม่ได้มาตามเธอไปกินข้าวหรอกเหรอ ” “ ไม่รู้สิ ” “ หรืออาจจะเป็นส้มกับน้ำที่อาจจะมาเรียก แต่เธอไม่ได้ยินเองหรือเปล่า ” “ ไม่ต้องมาถามฉันหรอก ยังไงคุณก็ไม่เชื่อฉันอยู่ดี ทางที่ดีคุณควรจะไปถามพี่น้ำ พี่ส้ม หรือแม่คุณดู ฉันขอตัวก่อนนะคะ ” ‘ พรึ่บ ’ มือเล็กโดนจับรั้งไว้ทันที เมื่อหันหลังกลับเตรียมจะเข้าห้องแล้วปิดประตู “ วันนี้ทำไมคุณดูเซ้าซี้จังเลย ” หญิงสาวพูดขึ้นพร้อมจ้องหน้าเขาอย่างไม่สบอารมณ์ “ เธอก็บอกมาก่อนสิว่าเป็นอะไร ใครแกล้งเธอหรือเปล่า ” เขาว่ามันแปลก ๆ แล้วนะ ปกติเห็นหน้าเขาทีไร รสาจะกระดี๊กระด๊าตลอด ไม่มองแทะโลมก็มักจะฉวยโอกาสตอนทีเผลอ เหมือนตอนเช้าที่แอบขโมยจุ๊บเขาอะ “ คนอย่างฉันถ้ามีคนแกล้งได้ก็คงเป็นแม่ของคุณคนเดียว แต่วันนี้ฉันยังไม่เจอแม่คุณเลย ” “ เธอต้องการอะไรไหม หรือขาดเหลืออะไรหรือเปล่า ” “ ไม่นะ ” “ ให้ฉันเข้าไปช่วยเช็กดูไหม เผื่อขาดเหลืออะไร ฉันจะได้ไปซื้อให้ ” “ วันนี้คุณตื้อจังเลยนะ ” “ ฉันปกติ แต่เธอไม่ปกติ ” “ ฉันก็ปกติดีนะคะ ยังคงเป็นรสาคนดีคนเดิม ไม่ใช่เป็นหนูกงหนูกิ่งตัวเตี้ยของคุณสักหน่อย ที่คุณพร่ำบอกว่าคิดกับเธอแค่น้องสาว แต่ควงกันออกงานฉ่ำ พี่น้องแบบใดกันแน่ ” ‘ ปัง ’ หญิงสาวปิดประตูใส่หน้าเขาอย่างแรง เขาไม่ได้ต่อว่าอะไร แต่ยืนนิ่ง ๆ ก่อนจะเผลอยิ้มออกมา เขาได้รู้แล้วว่ารสาหึงเขานั้นเอง 🔻__________🔻 นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 19 อยากอ่อยฉันเหรอหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ครืดดด ครืดด(“ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ”)(“ เคยบอกไปแล้วนี่ค่ะ ว่าให้เรียกฉันว่าน้าฉวีก็พอแล้วค่ะ ”)(“ ครับคุณน้าฉวี ไม่ทราบว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ไม่มีหรอกค่ะ งานที่คุณให้สามีฉันเป็นหุ้นส่วนด้วย ราบรื่นดีมากค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เมตตาครอบครัวพวกเราด้วยนะคะ ”)(“ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ยังไงคุณน้าภพก็มีความรู้ในด้านนั้น ผมต้องการคนมีฝีมืออยู่แล้วที่จะฝากบริษัทให้ดูแลแทนและอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าผมเต็มใจให้ครับ ”)(“ ค่ะ ”)(“ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ฉันอยากจะถามว่าช่วงนี้รสาเป็นไงบ้างคะ ”)ตั้งแต่ที่เขาเองรู้ว่ารสาหึง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดกับเขาเลย บางครั้งก็หลบหน้าหลบตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาก็สั่งส้มและน้ำคนใช้ของบ้านแล้วว่าฝากดูแลรสาด้วย ในช่วงที่เขาทำงานหรือกลับดึก ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำ ถ้าเธอไม่ออกมากินเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดแต่ด้วยงานที่รัดตัวและมีปัญหาพร้อมกันในหลาย ๆ ที่ เขาเลยต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะเขาทำแค่สองคนพ่อ มันเลยภาระหนักอึ้งหน่อย(“ เอ่อ...คุณสรุ
บทที่ 18 หึงเช้าตรู่รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลยไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ“ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ”เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน“ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ”“ หายดีแล้วใช่ไหม ”“ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ”“ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ”“ คงงั้น ”@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์“ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว“ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ”อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย“ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ“ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ”“ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ”อ้า
บทที่ 17 ต้องการคุณห้างสรรพสินค้า“ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป“ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ”“ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ“ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย“ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ”หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม“ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ!“ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน“ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล
บทที่ 16 คืนนี้กินต้มแซ่บหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชีวิตเธอไม่เคยเสียดายอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอให้คุณสรุจมานอนด้วยก็จริง แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเป็นประจำเดือน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากแอบจุ๊บเขาในตอนที่เขาหลับเองช่วงนี้เธอมีบางอย่างที่ต้องทำในทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง นั่นก็คือหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันก็คือความคิดของคุณสรุจเขาเขาอยากให้เธอขับรถมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วคอยไปรับไปส่งยัยหนูเส้นดายทุกวัน เธอไม่เข้าใจเลยทั้งที่เธอก็ขับรถเก๋งเป็น ทำไมไม่ให้ขับวันต่อมา...ครืดด ครืดดเป็นเช้าที่แสนสดใสแน่นอน ถ้าไม่มีใครรบกวนเธอ นี่อะไร เล่นโทรมาตอนเช้าอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณสรุจจะเป็นใครไปอีกล่ะ ไม่รู้วันนี้จะใช้ให้เธอทำอะไรอีก คงไม่ใช่จะให้ไปส่งลูกของเขาที่โรงเรียนแล้วนะ เธอเพิ่งขับหัดขับมอเตอร์ไซค์เอง ยังขับไม่แข็งเลย มันยังส่ายไปมาอยู่เลยนะ(“ ฮาโหลลลล ”)(“ นี่แกยังไม่ตื่นเหรอ ฉันสอนแกว่าไงฮะ ไปอยู่บ้านคนอื่นตื่นให้เร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกต่อว่าหรือถูกนินทาลับหลังว่าไม่มีใครสั่งใครสอนอะ ”)(“ แม่เหรอ ”)(“ ก็ใช่นะสิ แหม่ ๆ ไปยังไม่ถึงเดือนเลย แกลืมแม่คนนี้แล้วเหรอ ”
บทที่ 15 ให้หนูกำจัดเธอทิ้งซะโรงพยาบาลเพียงเวลาไม่นาน รสาก็ตื่นขึ้นหลังจากที่หมอมาตรวจ เธอทำเอาเขาใจหายใจคว่ำไปหมด แต่มันกลับกลายว่าพีคไปกว่าที่ีิีิคิดเสียอีก“ อื้ม ~ ” รสาส่งเสียงเบา ๆ แล้วเปลือกตาค่อย ๆ เริ่มขยับ ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชิน แล้วหันมามองหน้าเขา“ ระ...รสา ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ” สิ่งที่เธอถามหลังจากตื่นทำเอาเขาเผลอยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“ อืม ”“ ละ...เลือดนั้นที่ออกมา เพราะรสาแท้งจริงเหรอคะ ” ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น ดวงตาใสซื่อสั่นระริก“ ทำไมเธอคิดว่าตัวเองแท้งล่ะ ”“ ... ” หญิงสาวนิ่งไป“ ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ ”“ ... ” ใบหน้านวลเศร้ามองมองสำรวจใบหน้าเขา“ ฉันกับเธอ เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยนะ เธอท้องกับใครเหรอ ”“ เออใช่ จริงด้วยแฮะ แล้วรสาจะท้้องได้ยังไง งั้น...อูย อ่อ ตอนเช้าที่หน่วงท้อง คงไม่ใช่เพราะประจำเดือนมาหรอกนะ ”“ ใช่ ประจำเดือนเธอมา ”สิ้นเสียงของสรุจ ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายในทันที ทำไมหัวสมองทึบแบบเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้นะ ทำไมไม่นึกเอะใจตั้งแต่ทีแรก“ งั้นรสาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ อูย เจ็บจัง ” มือเล็กนำ
บทที่ 14 แn้ง09 : 57 น.รถยนต์ของสรุจก็ขับเข้ามาจอดที่โรงรถ เขาไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่สั่งทำกลับมาบ้าน เพราะวันนี้คนที่บ้านลาบ้าง ป่วยบ้าง คงไม่มีคนทำกับข้าวแน่ ๆหลังจากที่นำอาหารไปให้พ่อกับแม่ เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาไปให้คู่หมั้น ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง‘ ก๊อก ๆ ’“ ที่รักมาแล้วเหรอคะ หิ้วอะไรมาด้วยคะเนี่ย เข้ามาในห้องก่อนสิค่ะ ” คำว่าที่รักถึงยังไม่ชินแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้สึก“ ฉันซื้อข้าวมาให้ รับไปสิ ”“ อุ้ยตาย เจ็บจัง อึก ทำไมเจ็บแบบนี้ ” ร่างบางทำหน้าเหยเกพร้อมเดินถอยหลังเข้าห้องไป มือเล็กนั้นกุมตรงอกซ้าย เขาจำเป็นต้องเข้าไปดู“ เจ็บอะไร ตรงไหน ไปหาหมอไหม ” เขาเข้าไปประชิดตัวเธอ“ งื้อ ~ เจ็บจริง ๆ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ มันแดงหรือเปล่า อูย ทำไมเจ็บแบบนี้ ”“ ไหนขอฉันดูหน่อย ”“ เอามือคุณมาสิค่ะ ” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไป หญิงสาวจับมือเขาไปวางตรงอกซ้ายที่เต้นตึกตักตึกตัก“ ได้ยินเสียงหัวใจรสาไหม ที่บอกว่ารักคุณ ” แค่นั้นแหละ เขาถึงกับดึงมือกลับมา ถูกหลอกจนได้“ เล่นอะไรของเธอเนี่ย ” เขาเริ่มถอยห่าง เธอก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้“ ฮ่า ๆ หยอก ๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิค
บทที่ 13 ภารกิจนี้‘ล้มเหลว’สรุจรีบเดินไปอุ้มลูกสาว พาไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นเพราะโดนขโมยจุ๊บเป็นครั้งที่สองแล้ว ชายหนุ่มอึ้งกับคู่หมั้นสาวมาก ๆ ทำไมถึงกล้าทำและมักจะเริ่มก่อนเสมอ ทั้งที่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนท่าทีบ้าง ที่เขาไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีหรือหวงเนื้อหวงตัว แต่เขาให้เกียร
บทที่ 12 อย่าลืมตัวให้บ่อยนักสรุจยืนนิ่งมองลูกสาวคนเดียวที่เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ“ เห็นไหมล่ะ มีแต่คนไม่ชอบรสา คุณดูสิขนาดลูกคุณเอง คุณยังปราบไม่ได้ นับประสาอะไรกับรสาล่ะ ”“ มันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันให้เธอไปทำกับข้าวล่ะ ”“ มันไม่เกี่ยวกับตรงนั้น แต่รสาพูดให้คุณฟังไง ว่าตัวรสาเองอยู่บ้
บทที่ 11 หนูจะเอาแต่ใจพอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างพากันเข้าห้องครัว คงมีแค่เธอที่รีบเดินเข้าห้องนอน เพราะกลัวโดนใช้ ฮ่า ๆ คนขี้เกียจเท่านั้นแหละที่จะหาวิธีเอาตัวรอดได้อย่างแนบเนียน‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’อะไรเนี่ย ไม่ทันได้หลับสักงีบก็มีีคนมาตามแล้ว เฮ้อ ~จะเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอ ว่าที่แม่ผัว
บทที่ 10 ต้องสวยกี่เมตรหญิงสาวนิ่งฟังไม่ได้ต่อปากต่อคำ ซึ่งเธอกำลังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นแม่ของเธอเองป่านนี้เธอคงขาดใจ เถียงคำไม่ตกฟากไปเสียแล้ว“ แม่ครับ ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ อีกอย่างเธออายุเพียงยี่สิบสองเองนะครับ ให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนก็ได้ ”“ อายุน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก ดูแม่เป็นตัวอย่า







