Masukบทที่ 17 ต้องการคุณ
ห้างสรรพสินค้า “ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป “ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ” “ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ “ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย “ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ” หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม “ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ! “ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน “ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล่นของเล่นก็ได้ค่ะ ” อ้าว เด็กคนนี้เกินไปจริง ๆ นะ พอเธอช่วยพูด เด็กก็ปฏิเสธ ทั้งที่ก่อนหน้าพยายามจะกินให้ได้ สองพ่อลูกพากันไปโซนของเล่น ทิ้งให้เธอเดินรั้งท้ายอยู่คนเดียว คิดแล้วก็น่าเจ็บใจ แต่ยังไงเด็กก็ยังเป็นเด็กอะแหละ เกลียดใครแล้วก็เกลียดเลย เพราะมีแต่คนป้อนข้อมูลไม่ดีใส่ เด็กเลยมองเธอเป็นคนที่น่ารังเกียจสะงั้น รสาเดินเข้าร้านขายขนมขบเคี้ยวที่เด็ก ๆ ชอบ เธอหยิบอมยิ้มหลากสี หลายรสชาติใส่ตระกร้าเกือบเต็มแล้วนำไปจ่ายเงิน โชคดีที่ถุงใส่ของร้านนี้เป็นสีชมพูเลยมองไม่เห็นด้านในเหมือนถุงสีใส เธอเลยหิ้วอย่างสบายใจหน่อย เพราะถ้าคุณสรุจรู้คงโดนดุแน่ ๆ “ ซื้ออะไรมา ” พอเธอไปถึงเห็นคุณสรุจนั่งอยู่เดินไปใกล้ เขาก็เงยหน้ามองพร้อมก้มมองถุงสีชมพูในมือเธอด้วย “ เอ่อ...เมื่อกี้ฉันเห็นร้านกิ๊ฟช็อปก็เลยเข้าไปเลือกซื้อ โบว์ผูกผม กิ๊ฟติดผมมาน่ะ ” “ เอามานี่ เดี๋ยวฉันถือให้ ” “ ไม่เป็นไรค่ะ รสาถือเองได้ มันไม่หนักอะไรเลย ” หญิงสาวพูดจบนั่งลงใกล้ ๆ เขา ก่อนจะใช้สายตาสอดส่องว่าเส้นดายอยู่ตรงไหนของโซนของเล่น “ เมื่อกี้ที่ขึ้นเสียงใส่ ขอโทษด้วยนะ ” ไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะมารู้สึกผิดกับเรื่องนั้นด้วยแหะ “ รับคำขอโทษเป็นอย่างอื่นค่ะ ” พูดพร้อมยิ้มทะเล้น “ งั้นเธอรอตรงนี้ ฝากดูแลเส้นดายด้วยเดี๋ยวฉันมา ” “ คุณจะไปไหนเหรอคะ ” “ ก็ไปซื้อตั๋วดูหนังไง เพื่อเป็นการขอโทษ ” “ ฮ่า ๆ ฉันรับคำขอโทษเป็นอย่างอื่นที่ไม่ใช่ตั๋วดูหนังค่ะ ” “ เธอจะกินอะไร เดี๋ยวฉันไปซื้อให้ ” “ คุณนี่ยังไง แกล้งซื่อบื่อหรือเปล่าเนี่ย ” “ เธอจะพูดอะไรก็พูดมาตรง ๆ ไม่ต้องพูดอ้อมค้อมสิ ฉันจะได้รู้ว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ ” “ รสาต้องการคุณค่ะ ” หญิงสาวโน้มหน้าไปใกล้ ก่อนที่จะกระซิบที่หูของเขาเบา ๆ แล้วเป่าลมใส่หูไปหนึ่งกรุบ เขาขนลุกขนพองเลย เธอสังเกตุเห็นที่แขนหนา ฮ่า ๆ “ เธอนี่นะ ” เขาพูดแบบไม่กล้าสบตา สงสัยจะเขิน สองชั่วโมงต่อมา... อารมณ์แบบไม่อยากดูหนังแล้ว เลยพากันไปกินชาบู ก่อนจะพากันกลับ พอถึงบ้านเส้นดายก็รีบขอตัวไปอาบน้ำ รสาก็เดินตามไป เมื่อเห็นว่าเด็กเข้าไปอาบน้ำเธอก็รีบเอาถุงอมยิ้มไปวางให้ที่เตียงนอน แล้วรีบออกมาทันที ถ้าเธอให้ตรง ๆ เด็กคงไม่รับ ดีไม่ดีอาจจะฟ้องพ่อตัวเองอีก เด็กคนนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้เท่าที่สังเกตมา หรืออาจจะแค่กับเธอก็เป็นไปได้ 19 : 00 น. รสาอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนอนน่ารัก ๆ ฉีดน้ำหอมฟุ้ง มือเล็กหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมจะโทรหาอีกคน แต่คิดได้ว่า น่าจะไปหาที่ห้องเขาดีกว่า คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็รีบออกจากห้อง แต่จังหวะนั้นเธอก็เห็นคุณสรุจกำลังจะเดินลงบันไดพอดี “ คุณสรุจคะ คุณจะไปไหนเหรอคะ ” “ ไปกรีดยาง ” “ คะ ? ” “ ฉันนัดกับลูกจ้างว่าจะไปช่วยกรีดยาง เธอมีอะไรหรือเปล่า ” “ เรานัดกันแล้วนี่ค่ะ ” “ นัดอะไรของเธอ ” “ ก็ที่คุณขอโทษรสาไงคะ ที่รสาบอกว่าต้องการคุณไง ” “ ฉันว่าเธอรีบไปนอนเถอะจะได้ไม่คิดฟุ้งซ่าน ” “ ไม่เอาค่ะ คุณสรุจไปไหน รสาขอไปด้วยแล้วกัน อยู่แต่ในห้องมันน่าเบื่อ ” “ ที่ฉันจะไปมันไม่ได้สบายนะ ยุงก็เยอะ มีแต่ป่ากับป่า ” “ ขอแค่มีคุณ รสาก็อุ่นใจแล้วค่ะ ” “ งั้นรีบไปเปลี่ยนชุด ใส่แขนยาวขายาวเลยนะ จะได้ไม่โดนยุงกัด ” “ ค่ะ ” 19 : 30 น. “ คุณสรุจเคยกรีดยางด้วยเหรอคะ ” ระหว่างนั่งรถหญิงสาวก็ถามคนข้าง ๆ “ อืม ” “ กรีดยางยากไหมคะ ” “ คนที่ชำนาญแล้ว น่าจะไม่ยากสำหรับเขา แต่ถ้ายังไม่ชำนาญก็ยังถือว่ายากอยู่นะ ” “ อ่อ แล้วที่สวนยางมีสัตว์มีพิษหรือเปล่าคะ ” “ มีสิ งูกะปะ สีเหมือนใบยางที่แห้งร่วงลงสู่พื้นดินเลย ” “ น่ากลัวจัง ” “ มาขนาดนี้แล้ว ฉันไม่กลับไปส่งเธอหรอกนะ ” “ ก็ไม่ได้บอกว่าจะกลับนี่ค่ะ ” “ มีอะไรอยากจะถามอีกไหม ” “ ว่าแต่คุณกับลูกจ้างสนิทกันเหมือนมิตรไหมคะ ” “ มิตรอะไรของเธออีก ? ” “ คุณคงไม่คิดว่ารสาจะพูดว่ามิจฉาชีพหรอกใช่ไหมคะ ” “ หึ ” “ รสาหมายถึง มิตรภาพไงคะ รสาเห็นคุณกับลูกจ้างไม่ถือตัวกันเลย เคารพซึ่งกันและกัน นี่ขนาดมีลูกจ้างแล้ว คุณยังไปช่วยอีกแทนที่จะพักผ่อนให้สบาย ” “ คนที่นี่เขาเป็นคนจิตใจดีมาก ๆ เขาอยู่กันแบบพี่น้อง ทั้งที่ไม่มีสายเลือดเดียวกันด้วยซ้ำ อีกอย่างฉันก็แค่มาสานสัมพันธ์ให้มีความสนิทแน่นแฟ้มยิ่งขึ้นเอง ยังไงก็ต้องพึ่งพวกเขาไปอีกนาน ” “ อ่อค่ะ เข้าใจแล้ว ” @สวนยาง รถเก๋งคันหรูที่ขับมาทางถนนลูกรังจอดสนิทตรงสวนยาง มีคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว เราสองคนลงจากรถในทันที “ คุณสรุจพาใครมาด้วยเหรอครับ ” “ คู่หมั้นฉันเอง เธอชื่อรสา ” “ หวัดดีครับคุณรสา ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมชื่อแปด เมียผมชื่อแอลครับ ” “ สวัสดีค่ะ พี่แปด พี่แอล เรียกว่ารสาเฉย ๆ ก็ได้ค่ะ ” “ ครับ งั้นพวกเราไปกรีดยางกันเถอะครับ ” หญิงสาวเดินไปอย่างอยากรู้ ไปมองท่าทางของสรุจที่ดูกระฉับกระเฉงดี เขาวางมีดกรีดยางลงที่ต้นยางแล้วดึงเหมือนกระตุก ๆ มีน้ำสีขาวไหลตามมีดกรีดยาง ก่อนจะลงสู่กะลามะพร้าวที่เขานำมารองน้ำยาง “ ออกหรอยเลยวันนี้ ” เสียงของพี่แปดดังขึ้น “ ออกหรอย ? ยังไงเหรอคะ มันกินได้ด้วยเหรอ หรอยของคนใต้เขาแปลว่าอร่อยนี่น่า ” หญิงสาวหันไปถามชายหนุ่มที่มุ่งมั่นกับต้นยางพาราข้างหน้า “ เปล่า น้ำยางมันกินไม่ได้ ที่เขาพูด ทำนองว่า วันนี้น้ำยางออกดีมาก ประมาณนั้น คำว่าหรอย คนใต้ไม่ได้ใช้กับอาหารอย่างเดียวหรอกนะ เขาสามารถใช้ได้กับหลาย ๆ อย่างเลย อยู่นานไปเธอก็จะเข้าใจเองแหละ ” “ งั้นที่เขาบอกว่า ใครทำหรอย เชิญในครัว อันนั้นหมายความว่าทำอาหารอร่อยใช่ไหมคะ ” “ มันก็ตีความหมายได้หลายแบบนะ ประโยคที่เธอถาม บางครั้งจะเป็นการพูดขำ ๆ ประสาเพื่อนฝูง หรือเป็นการเอามาพูดเพื่อล้อเลียน มันเหมือนศัพท์วัยรุ่นด้วยอะ ถ้าเหมือนนักเลงตีกัน มักจะพูดว่า ‘มึงอย่าหรอยถิ ’ ‘ทำหรอยถิไอ้บ่าว’ ประมาณนี้ตามที่ฉันเข้าใจ ” “ อ่อค่ะ แล้วไอ้ประเภทที่เขาบอกว่า คนใต้ชอบพูดว่าให้เต้นนกเอี้ยงเข้าไป มันคืออะไรเหรอคะ ” “ เต้นนกเอี้ยง ไม่ได้หมายความว่าให้เต้นเข้าไปนะ มันเหมือนเป็นการท้าท้ายอย่างหนึ่งแหละ เหมือนจะใช้กับคนที่ชอบทะเลาะกันมากกว่า ” “ คุณนี่ก็รู้เยอะเหมือนกันนะคะ ” “ ก็ฉันอยู่ที่นี่มานานมากแล้วนะสิ ไม่แปลกที่จะเข้าใจภาษาใต้บ้าง ” “ ค่ะ ” “ เธออย่าชวนพูดมากสิ ถ้าว่างมากก็มาเอาขี้ยางออกจากกะลาให้หน่อยสิ ” “ เอาออกยังไงคะ ” “ ทำแบบนี้นะ ” คุณสรุจเอามือล้วงเข้าในกะลาแล้วดึงมันออก เขาเรียกมันว่า‘ขี้ยาง’ “ กลิ่นมันแปลก ๆ นะคะ ” “ ไม่แปลกหรอก กลิ่นมันก็แบบนี้แหละ ” คุณสรุจเดินไปหาต้นถัดไปที่ห่างกันไม่เยอะ เขาเอากะลามะพร้าวที่ไว้สำหรับรองน้ำยางยื่นมาให้เธอได้ปฎิบัติตามที่เขาสอนเมื่อกี้ ทันทีที่เอามือลงไป พร้อมกับดึงมันก็มีน้ำอะไรไม่รู้กระเด็นมาติดหน้า คือเหม็นมาก “ ยี๋ เหม็นอะ ติดมือด้วย ” “ หึ ๆ ” “ คุณสรุจอ่า คุณแกล้งฉันใช่ไหมเนี่ย ” หญิงสาวกระทืบเท้ากับที่ พร้อมสะบัดมือไปมา “ ถ้าเธอกล้าเอาขี้ยางออกจากกะลาทุกต้นที่ฉันกรีด ฉันจะยอมเธอทุกอย่าง ” “ จริงเหรอคะ ” ดวงตากลมคู่สวยส่องประกายแวววาว “ อืม ” “ ได้เลย คุณห้ามผิดคำพูดนะ ฉันจะทำอะไรคุณต้องยอมฉัน ” “ อืม ” พอเขาตอบรับ หญิงสาวก็เดินไปต้นถัดไป ก่อนจะหยิบกะลามะพร้าวที่รองน้ำยางขึ้นมา จังหวะที่นิ้วไปแตะกะลา มันก็รู้สึกเจ็บแปล็บในทันที เธอโยนกะลาลงแล้วเต้นเร้าไปมา “ โอ๊ยย ” ก่อนจะร้องโอดโอย “ รสาเป็นอะไร ” “ ไม่รู้อะไรมันกัดนิ้วรสาค่ะ เจ็บมาก ๆ เลยค่ะ ” หญิงสาวชี้ไปที่กะลาที่เธอโยนมันเมื่อกี้ นิ้วที่โดนกัดก็สะบัดรัว ๆ แต่ความเจ็บมันก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณ มันเจ็บร้าวไปถึงใต้รักแร้เลยก็ว่าได้ “ มีอะไรหรือเปล่าครับคุณสรุจ ” พี่แปดกับพี่แอลวิ่งมาหน้าตาตื่น “ รสาโดนอะไรกัดก็ไม่รู้ ” คุณสรุจจับนิ้วเรียวมา พร้อมส่องไฟดู “ น่าว่าทวยยายมันไชแล้ว “ พี่แอลพูดเป็นสำเนียงใต้ “ แอมไปหายามา ไป ๆ ” “ คุณสรุจคะ รสารู้สึกแน่นหน้าอกจัง เหมือนจะหายใจไม่ออกเลยค่ะ และมันก็ปวดนิ้วมาก ๆ ด้วย ” “ รสา! ” ร่างบางเหมือนอ่อนแรง ชายหนุ่มรีบช้อนตัวอุ้มพาขึ้นรถแล้วตรงไปโรงพยาบาลทันที เขาคิดว่าเธอคงแพ้พิษของมัน ‘ทวยยายมัน หน้าตามันก็คล้ายแมลงป่องนี่แหละ แต่ตัวมันจะเล็กกว่า เล็กแบบเท้านิ้วหัวแม่มือได้ แต่มันกัดเจ็บนะเท่าที่เขารู้ว่า บางคนแพ้หนัก บางคนก็ไม่ค่อยแพ้ พอถึงมือหมอ เขาก็ยังมีความกังวลอยู่ แต่หมอก็ฉีดยาระงับความปวดให้ ก่อนจะใส่สายออกซิเจนให้เธอด้วย “ เป็นไงบ้าง ” เขาอดทนรอหน้าห้องฉุกเฉินไม่ไหวจึงขอหมอเข้ามาดูเธอที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย “ รสายังรู้สึกมึน ๆ อยากอ้วกอยู่ค่ะ ” “ ไม่เป็นไรนะถึงมือหมอแล้ว ” “ ตอนที่นั่งรถมาโรงพยาบาลรสาคิดว่าตัวเองต้องตายแน่ ๆ เพราะอยู่ ๆ สายตาก็พร่ามัว เห็นเป็นสีขาวดำ อะไรก็ไม่รู้ ” “ อย่าพูดเรื่องตายสิ เธอไม่ต้องเครียดอะไรแล้วนะ ฉันจะอยู่ข้าง ๆ เธอ ” “ ค่ะ ขอจับมือหน่อยได้ไหมคะ ” เขาไม่ตอบ แต่ยื่นมือไปจับมือเธอกุมไว้ทันที สายตาคมนั้นมีแต่ความห่วงใยที่ส่งมาให้ แค่นี้เธอก็รู้สึกอบอุ่นแล้ว หนึ่งชั่วโมงต่อมา... หมอบอกว่าให้รสานอนดูอาการหนึ่งคืนก่อน เพราะเท่าที่ดูมา รสาแพ้หนักมาก กลายเป็นว่าเปลี่ยนที่นอนสะงั้น สรุจตรงไปติดต่อพยาบาลเพื่อขอห้องพิเศษ รสานอนหลับไป เขาถึงได้เข้าไปอาบน้ำล้างตัว เพราะตามตัวยังมีกลิ่นเหงื่อ ในมือยังมีกลิ่นขี้ยางอยู่เลย “ ตื่นแล้วเหรอ ” พอออกจากห้องน้ำก็เห็นรสาลืมตามองไปทั่ว “ ค่ะ ” “ หิวไหม ” “ หิวค่ะ ” “ งั้นฉันไปซื้ออะไรให้กินนะ ” “ รสาขอไปด้วยนะคะ ” “ เธอต้องให้น้ำเกลือ อย่าเดินไปไหนเลย นอนพักผ่อนเถอะ ฉันไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับแล้ว ” “ มะ...เมื่อกี้ รสาฝันค่ะ ” “ ฝันอะไร ” “ คุณสรุจมาใกล้ ๆ รสาก่อนค่ะ ” ใบหน้าของหญิงสาวดูตื่นกลัวไม่น้อย เขาจึงเดินไปใกล้เธอ คิดว่าเธอคงไม่มีลูกเล่นอะไรหรอกมั้ง “ ว่าไง ” มือเล็กฉวยมือเขาไปจับไว้แน่น พร้อมใช้สายตามองกวาดไปรอบ ๆ ห้องด้วยอาการหวาดกลัว “ รสาฝันเห็นผีค่ะ นะ...น่ากลัวมาก ๆ รสาไม่กล้านอนคนเดียวค่ะ คุณสรุจอย่าทิ้งรสานะคะ ” “ ไม่มีอะไรหรอก เธออย่าคิดมากเลย ฉันจะไปซื้อของกินมาให้ เธอจะได้ไม่หิว ” “ ไม่เอา รสาไม่หิวแล้วค่ะ ” หญิงสาวดึงเขาให้ไปใกล้ ก่อนจะเอียงตัวมากอดเขาไว้แน่น “ ได้ ๆ ฉันจะไม่ไปไหนแล้ว จะกับอยู่เธอ แต่เธอช่วยปล่อยฉันก่่อนได้ไหม ” “ ไม่ค่ะ รสากลัว ” “ ฉันจะเอาเก้าอี้มานั่งตรงนี้ ใกล้ ๆ เธอ เธอปล่อยฉันก่อนสิ ” “ ไม่ค่ะ ” “ ฉันจะนั่งตรงนี้ เธอนอนพักผ่อนเถอะ “ “ รสาไม่กล้าหลับแล้วค่ะ รสากลัว ” “ เธอกอดฉันแบบนี้ ฉันก็ทำอะไรไม่สะดวกน่ะสิ “ “ อึก ฮื่อ ๆ ” “ เธออย่าร้องสิ ก็ได้ ๆ เธออยากกอดก็กอดไป ” “ คุณนอนกับรสาบนเตียงได้ไหมคะ ตอนนี้รสาเริ่มง่วงแล้วค่ะ ” “ มันดูไม่ดีเลยนะ ” “ ถ้ามีคุณนอนใกล้ ๆ รสาคงอบอุ่นหัวใจ คงจะนอนหลับอย่างสบายใจ ” “ ก็ได้ ” เขาตกปากรับคำไปเรื่อยเพื่อให้เธอสบายใจ ถ้าหากว่าเธอหลับ เขาจะไปนอนที่โซฟาแทน “ ขึ้นมาเถอะค่ะ ” หญิงสาวปล่อยมือจากเอวเขา เธอขยับไป เพื่อจะเหลือพื้นที่ให้เขาได้นอน พอเขานอนลง หญิงสาวก็นอนซบอกแกร่งทันที ก่อนจะเอามือที่โดนเจาะใส่สายน้ำเกลือไปวางบนท้องแกร่งของเขา “ ของีบก่อนนะคะ ” สงสัยเพราะฤทธิ์ยาทำให้เธอง่วง ปล่อยให้เธอนอนไปสักพักแล้วกัน เขาค่อยลุกขึ้น 23 : 00 น. ‘ แกร๊ก ’ พยาบาลเปิดประตูห้องเข้ามาเพื่อจะตรวจดูน้ำเกลือและอาการของผู้ป่วย แต่พอมาเห็นทั้งคู่นอนกอดกัน พยาบาลไม่อยากรบกวน แค่มองน้ำเกลือเห็นว่ามันหมดก็เปลี่ยนถุงให้พยายามทำให้เสียงดังเบาที่สุด แล้วพาร่างบางของตนเองออกไปอย่างเงียบ ๆ 🔻__________🔻 นามปากกาธัญญวรินทร์บทที่ 19 อยากอ่อยฉันเหรอหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ครืดดด ครืดด(“ สวัสดีครับคุณฉวีวรรณ ”)(“ เคยบอกไปแล้วนี่ค่ะ ว่าให้เรียกฉันว่าน้าฉวีก็พอแล้วค่ะ ”)(“ ครับคุณน้าฉวี ไม่ทราบว่างานมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ไม่มีหรอกค่ะ งานที่คุณให้สามีฉันเป็นหุ้นส่วนด้วย ราบรื่นดีมากค่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่เมตตาครอบครัวพวกเราด้วยนะคะ ”)(“ อย่าพูดแบบนั้นเลยครับ ยังไงคุณน้าภพก็มีความรู้ในด้านนั้น ผมต้องการคนมีฝีมืออยู่แล้วที่จะฝากบริษัทให้ดูแลแทนและอีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว เอาเป็นว่าผมเต็มใจให้ครับ ”)(“ ค่ะ ”)(“ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ ”)(“ ฉันอยากจะถามว่าช่วงนี้รสาเป็นไงบ้างคะ ”)ตั้งแต่ที่เขาเองรู้ว่ารสาหึง หลังจากวันนั้นเธอก็ไม่ค่อยพูดกับเขาเลย บางครั้งก็หลบหน้าหลบตา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง แต่เขาก็สั่งส้มและน้ำคนใช้ของบ้านแล้วว่าฝากดูแลรสาด้วย ในช่วงที่เขาทำงานหรือกลับดึก ต้องคอยส่งข้าวส่งน้ำ ถ้าเธอไม่ออกมากินเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากพูดแต่ด้วยงานที่รัดตัวและมีปัญหาพร้อมกันในหลาย ๆ ที่ เขาเลยต้องจัดการปัญหานี้ก่อน เพราะเขาทำแค่สองคนพ่อ มันเลยภาระหนักอึ้งหน่อย(“ เอ่อ...คุณสรุ
บทที่ 18 หึงเช้าตรู่รสาตื่นมาด้วยความสดใส หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เพราะเธอเล่นจุ๊บคนที่นอนใกล้ ๆ ไม่ได้พักเลยไม่ว่าจะมองมุมไหน เขาก็แทบจะไม่มีที่ติ ใบหน้าที่ปราศจากหนวดเครา สะอาดสะอ้าน สิวสักเม็ดแทบจะหาไม่เจอ“ ทำอะไรของเธอ ใกล้กันเป็นต้องฉวยโอกาสตลอด ”เธอที่เอาปากของตัวเองไปแตะปากหนาพอดี สายตาคมก็เบิกกว้าง ก่อนจะเลื่อนใบหน้าออกแล้วพูดด้วยน้ำเสียงห้วน“ ก็ปากคุณมันน่าจุ๊บอ่า ใครจะอดใจไหวกันเล่า ”“ หายดีแล้วใช่ไหม ”“ ก็ยังมีเพลีย ๆ อยู่บ้างค่ะ ”“ งั้นก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว ”“ คงงั้น ”@บ้านตระกูลธนัชวรากานต์“ ใครซื้ออมยิ้มให้ พ่อบอกแล้วไงว่าไม่ให้กิน ทำไมไม่ฟังกันบ้างเลย ” น้ำเสียงดุดังลั่น เด็กตัวน้อยเริ่มสั่นเพราะความกลัว“ คนที่ซื้อให้หนูก็น้ารสาไงคะ ”อ้าว แล้วไง เด็กคนนี้ก็ดันมากินโชว์หราอยู่หน้าบ้านพอดิบพอดีเลย“ เธอซื้อให้เส้นดายเหรอ ฉันก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามันไม่มีประโยชน์ ทำไมเธอถึงไม่ฟังบ้าง ” คราวนี้เขาหันมาดุเธอ“ แหม่ เล็กน้อยเองค่ะ แค่สองสามอัน ฟันไม่ทันพุหรอกค่ะ ”“ ไม่ใช่สามสองอันค่ะคุณพ่อ น้าเขาซื้อให้หนูเป็นสิบ ๆ อันเลย หนูกินไปห้าอันแล้วค่ะ ”อ้า
บทที่ 17 ต้องการคุณห้างสรรพสินค้า“ คุณพ่อขา หนูขอซื้ออมยิ้มได้ไหมคะ ” เด็กน้อยที่จับมือหนาของคนเป็นพ่อดึงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะใช้แขนเล็กยื่นออกไปทิศทางของร้านขนมเด็ก พร้อมใช้นิ้วชี้ไป“ ไม่ได้ครับ พ่อบอกแล้วไงว่าให้กินของที่มีประโยชน์ เดี๋ยวฟันก็ผุหรอก ”“ หนูกินแล้วจะกลับไปแปรงฟันทันทีเลยค่ะ นะคะ ๆ หนูไม่ได้กินนานมากแล้ว ” ใบหน้าเล็กเศร้าสร้อยมองหน้าผู้เป็นพ่อด้วยสายตาปริบ ๆ“ ไม่ได้ครับ ” คนเป็นพ่อไม่ได้ใจอ่อนเลย“ ให้หนูเส้นดายกินสักนิดเถอะ คุณก็อย่าเคร่งเกินไปสิ สงสารเด็ก นาน ๆ ครั้งเองค่ะ เดี๋ยวพอกลับบ้านไปรสาจะพาเส้นดายไปแปรงฟันเองค่ะ ”หญิงสาวที่ยืนฟังสองพ่อลูกคุยกันอยู่นาน ก็พูดแทรกในทันที เพราะเธอก็เคยผ่านวัยเด็กมาย่อมรู้ดี ว่าถ้าต้องการจะกินอะไรก็จะกินให้ได้ อีกอย่างเป็นเด็กแค่ครั้งหนึ่งเอง พอโตขึ้นเด็กเขาจะรู้เองแหละว่าควรกินมันอีกไหม“ คุณไม่รู้อะไร ก็อย่าพูดดีกว่า ” ดูท่าวันนี้บรรยายกาศไม่ดีเสียแล้วสิ พูดแค่นี้ ต้้องขึ้นเสียงใส่กันด้วยเหรอ ? เหอะ!“ ก็แค่อมยิ้มอันเดียวเองเนอะ เส้นดาย ” เธอหันไปพูดกับเด็กแทน“ หนูไม่กินแล้วค่ะ ของไม่มีประโยชน์ทั้งนั้นเลย คุณพ่อพาหนูไปเล
บทที่ 16 คืนนี้กินต้มแซ่บหนึ่งสัปดาห์ต่อมา...ชีวิตเธอไม่เคยเสียดายอะไรเท่านี้มาก่อน เมื่อสัปดาห์ก่อนเธอให้คุณสรุจมานอนด้วยก็จริง แต่เธอลืมไปว่าตัวเองเป็นประจำเดือน สุดท้ายก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากแอบจุ๊บเขาในตอนที่เขาหลับเองช่วงนี้เธอมีบางอย่างที่ต้องทำในทุกวัน วันละหนึ่งชั่วโมงหรือครึ่งชั่วโมง นั่นก็คือหัดขับรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันก็คือความคิดของคุณสรุจเขาเขาอยากให้เธอขับรถมอเตอร์ไซค์เป็น แล้วคอยไปรับไปส่งยัยหนูเส้นดายทุกวัน เธอไม่เข้าใจเลยทั้งที่เธอก็ขับรถเก๋งเป็น ทำไมไม่ให้ขับวันต่อมา...ครืดด ครืดดเป็นเช้าที่แสนสดใสแน่นอน ถ้าไม่มีใครรบกวนเธอ นี่อะไร เล่นโทรมาตอนเช้าอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่คุณสรุจจะเป็นใครไปอีกล่ะ ไม่รู้วันนี้จะใช้ให้เธอทำอะไรอีก คงไม่ใช่จะให้ไปส่งลูกของเขาที่โรงเรียนแล้วนะ เธอเพิ่งขับหัดขับมอเตอร์ไซค์เอง ยังขับไม่แข็งเลย มันยังส่ายไปมาอยู่เลยนะ(“ ฮาโหลลลล ”)(“ นี่แกยังไม่ตื่นเหรอ ฉันสอนแกว่าไงฮะ ไปอยู่บ้านคนอื่นตื่นให้เร็ว ๆ หน่อย จะได้ไม่ถูกต่อว่าหรือถูกนินทาลับหลังว่าไม่มีใครสั่งใครสอนอะ ”)(“ แม่เหรอ ”)(“ ก็ใช่นะสิ แหม่ ๆ ไปยังไม่ถึงเดือนเลย แกลืมแม่คนนี้แล้วเหรอ ”
บทที่ 15 ให้หนูกำจัดเธอทิ้งซะโรงพยาบาลเพียงเวลาไม่นาน รสาก็ตื่นขึ้นหลังจากที่หมอมาตรวจ เธอทำเอาเขาใจหายใจคว่ำไปหมด แต่มันกลับกลายว่าพีคไปกว่าที่ีิีิคิดเสียอีก“ อื้ม ~ ” รสาส่งเสียงเบา ๆ แล้วเปลือกตาค่อย ๆ เริ่มขยับ ก่อนจะกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อปรับแสงให้คุ้นชิน แล้วหันมามองหน้าเขา“ ระ...รสา ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ” สิ่งที่เธอถามหลังจากตื่นทำเอาเขาเผลอยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย“ อืม ”“ ละ...เลือดนั้นที่ออกมา เพราะรสาแท้งจริงเหรอคะ ” ใบหน้านวลเริ่มซีดเผือกเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น ดวงตาใสซื่อสั่นระริก“ ทำไมเธอคิดว่าตัวเองแท้งล่ะ ”“ ... ” หญิงสาวนิ่งไป“ ใครเป็นพ่อเด็กเหรอ ”“ ... ” ใบหน้านวลเศร้ามองมองสำรวจใบหน้าเขา“ ฉันกับเธอ เรายังไม่เคยมีอะไรกันเลยนะ เธอท้องกับใครเหรอ ”“ เออใช่ จริงด้วยแฮะ แล้วรสาจะท้้องได้ยังไง งั้น...อูย อ่อ ตอนเช้าที่หน่วงท้อง คงไม่ใช่เพราะประจำเดือนมาหรอกนะ ”“ ใช่ ประจำเดือนเธอมา ”สิ้นเสียงของสรุจ ใบหน้านวลร้อนผ่าวด้วยความอับอายในทันที ทำไมหัวสมองทึบแบบเธอถึงเพิ่งนึกขึ้นได้นะ ทำไมไม่นึกเอะใจตั้งแต่ทีแรก“ งั้นรสาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ อูย เจ็บจัง ” มือเล็กนำ
บทที่ 14 แn้ง09 : 57 น.รถยนต์ของสรุจก็ขับเข้ามาจอดที่โรงรถ เขาไม่ลืมหยิบข้าวกล่องที่สั่งทำกลับมาบ้าน เพราะวันนี้คนที่บ้านลาบ้าง ป่วยบ้าง คงไม่มีคนทำกับข้าวแน่ ๆหลังจากที่นำอาหารไปให้พ่อกับแม่ เขาก็ไม่ลืมที่จะเอาไปให้คู่หมั้น ที่ชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง‘ ก๊อก ๆ ’“ ที่รักมาแล้วเหรอคะ หิ้วอะไรมาด้วยคะเนี่ย เข้ามาในห้องก่อนสิค่ะ ” คำว่าที่รักถึงยังไม่ชินแต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้สึก“ ฉันซื้อข้าวมาให้ รับไปสิ ”“ อุ้ยตาย เจ็บจัง อึก ทำไมเจ็บแบบนี้ ” ร่างบางทำหน้าเหยเกพร้อมเดินถอยหลังเข้าห้องไป มือเล็กนั้นกุมตรงอกซ้าย เขาจำเป็นต้องเข้าไปดู“ เจ็บอะไร ตรงไหน ไปหาหมอไหม ” เขาเข้าไปประชิดตัวเธอ“ งื้อ ~ เจ็บจริง ๆ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ มันแดงหรือเปล่า อูย ทำไมเจ็บแบบนี้ ”“ ไหนขอฉันดูหน่อย ”“ เอามือคุณมาสิค่ะ ” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือไป หญิงสาวจับมือเขาไปวางตรงอกซ้ายที่เต้นตึกตักตึกตัก“ ได้ยินเสียงหัวใจรสาไหม ที่บอกว่ารักคุณ ” แค่นั้นแหละ เขาถึงกับดึงมือกลับมา ถูกหลอกจนได้“ เล่นอะไรของเธอเนี่ย ” เขาเริ่มถอยห่าง เธอก็เริ่มเดินเข้ามาใกล้“ ฮ่า ๆ หยอก ๆ เองค่ะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิค
บทที่ 13 ภารกิจนี้‘ล้มเหลว’สรุจรีบเดินไปอุ้มลูกสาว พาไปยังห้องนอนด้วยหัวใจที่ยังว้าวุ่นเพราะโดนขโมยจุ๊บเป็นครั้งที่สองแล้ว ชายหนุ่มอึ้งกับคู่หมั้นสาวมาก ๆ ทำไมถึงกล้าทำและมักจะเริ่มก่อนเสมอ ทั้งที่เธอเป็นผู้หญิงควรสงวนท่าทีบ้าง ที่เขาไม่ตอบโต้ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนดีหรือหวงเนื้อหวงตัว แต่เขาให้เกียร
บทที่ 12 อย่าลืมตัวให้บ่อยนักสรุจยืนนิ่งมองลูกสาวคนเดียวที่เหมือนจะยิ่งเอาแต่ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ“ เห็นไหมล่ะ มีแต่คนไม่ชอบรสา คุณดูสิขนาดลูกคุณเอง คุณยังปราบไม่ได้ นับประสาอะไรกับรสาล่ะ ”“ มันเกี่ยวอะไรกับที่ฉันให้เธอไปทำกับข้าวล่ะ ”“ มันไม่เกี่ยวกับตรงนั้น แต่รสาพูดให้คุณฟังไง ว่าตัวรสาเองอยู่บ้
บทที่ 11 หนูจะเอาแต่ใจพอกลับมาถึงบ้าน ทุกคนต่างพากันเข้าห้องครัว คงมีแค่เธอที่รีบเดินเข้าห้องนอน เพราะกลัวโดนใช้ ฮ่า ๆ คนขี้เกียจเท่านั้นแหละที่จะหาวิธีเอาตัวรอดได้อย่างแนบเนียน‘ ก๊อก ๆ ก๊อก ๆ ’อะไรเนี่ย ไม่ทันได้หลับสักงีบก็มีีคนมาตามแล้ว เฮ้อ ~จะเล่นกันตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอ ว่าที่แม่ผัว
บทที่ 10 ต้องสวยกี่เมตรหญิงสาวนิ่งฟังไม่ได้ต่อปากต่อคำ ซึ่งเธอกำลังเกรงใจอีกฝ่ายอยู่ แต่ถ้าเป็นแม่ของเธอเองป่านนี้เธอคงขาดใจ เถียงคำไม่ตกฟากไปเสียแล้ว“ แม่ครับ ค่อยเป็นค่อยไปสิครับ อีกอย่างเธออายุเพียงยี่สิบสองเองนะครับ ให้เธอค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อนก็ได้ ”“ อายุน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก ดูแม่เป็นตัวอย่า







