Share

บทที่ 1/2

last update Tanggal publikasi: 2026-01-19 14:28:25

              “ก็มันจริงเราจับมาหลายคนแล้วนี่ พวกของจริงมีน้อยมากนะ”

             “แต่ก็ยังมีของจริงให้เห็นอยู่บ้างนะ” เฟิงต้ายงดขึ้นมา

              “ใช่ของจริงน่ะมี แต่ก็มีแต่พวกเอาวิชาไปรีดเงินทั้งนี่ ไม่ได้เป็นคนดีคอยช่วยชาวบ้านซักหน่อย”         อวี่จิ๋งเซียงพูดขึ้นมา เธอได้เข้านับถือศาสนาใหม่ความคิดของเธอออกจะแปลกกว่าคนอื่นนิดหน่อย   

                “สายข่าวข้า คือ พิราบดำนะ ถ้าไม่แน่ใจมันไม่ส่งข่าวมาหรอก ! มีชาวบ้านหลายคนเห็นเหตุการณ์นะ มีคนรอดชีวิตนานพอจะเล่าเรื่องนี้ด้วย แล้วเจ้าคิดว่าข้าจะโง่เชื่อโดยไม่คิด วิเคราะห์ แยกเยอะหรือไงหา !” ท่านอ๋องพูดเสียงดังราวกับฟ้าร้อง  พิราบดำคือสายลับหาข่าวมือดีของท่านอ๋อง ไม่เคยมีข่าวไหนเลยที่ไม่จริง เพราะไม่จริงเขาจะไม่ยอมพูดเด็ดขาด  ทั้งสี่ไม่ใครกล้าพูดอะไรต่อ

                 “มันขนาดทำให้ซากศพที่ไร้ความคิด คืนชีพได้ขนาดนี้ แสดงว่ามันคือ โอสถทิพย์อย่างไม่ต้องสงสัย พวกเจ้ารู้มั้ยว่าหมายความว่าอะไร” ท่านอ๋องพูดขึ้นมา ซุ่นมู่ซานรีบพูดทันที

             “ใช่แล้ว ตอนนี้ ฮ่องเต้ทรงพระประชวนอยู่ ถ้าเรามีโอสถทิพย์นี่ ก็จะทำให้รักษาฮ่องเต้ได้”

            ฮ่องเต้หลี่หลงซินกำลังป่วยด้วยโรคประหลาดที่ยังไม่มีหมอคนไหนรักษาได้เลย ขนาดซุ่นมู่ซานที่เป็นหมอที่มาความสามารถ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นโรคอะไร แถมอาการค่อนข้างจะหนักด้วย จนบางครั้งก็ไม่ได้ออกมาว่าราชการเลย

                “ใช่ งานของพวกเจ้าคราวนี้ คือไปตามหาโอสถทิพย์ที่ว่านั้นให้ได้ก่อนใครจะพบมันเข้า” ท่านอ๋องหลี่   หวู่หมิงพูดเสียงหนักแน่น

                “ทำไมท่านไม่ร่วมมือกับทหารหลวง หรือเหล่าเจ้าเมืองล่ะท่าน” เฟิงต้ายงถามขึ้นมา

                 “เรื่องฮ่องเต้ทรงพระประชวนมันเป็นความลับห้ามเอาไปพูดนอกวัง ไม่งั้นเกิดความวุ่นวายแน่ เป็น     พระเสาวนีย์ของไทเฮา[1]ด้วย  ใครจะกล้าขัด แล้วอีกข้อหนึ่ง สมบัติล้ำค่าขนาดนี้ คิดว่าคนอื่นได้ไปเอามาให้ข้าหรือไง คงมีแต่ถวายฮ่องเต้ เพื่อเอาลาภยศเป็นแน่แท้ ไม่ก็เก็บเอาไว้เองเป็นแน่แท้ เกิดพวกคนเลวคนชั่วล่ะ ข้าจำเป็นต้องได้มันก่อนไอ้พวกนั้นเ เพราะหากพวกนั้นไอ้พวกอำนาจไปแผ่นดินลุกเป็นไฟแน่” อ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงเต็มไปด้วยความห่วงใยบ้านเมือง ทุกคนเข้าใจได้ในทันที แม้ท่านอ๋องจะไม่ได้ครองบัลลังก์ แต่ทรงทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือบ้านเมืองเสมอ

            “มันจะไม่เสี่ยงเกินไปเหรอเพคะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา

            “ใช่มันเสี่ยงมาก แต่ข้าจะไว้ใจใครได้อีกเหรอ นอกจากพวกเจ้า ข้ายังไว้ใจพวกเจ้าได้ใช่มั้ย” ท่านอ๋องพูดขึ้นน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวัง เหล่ายอดฝีมือได้ยิน ก็รีบคุกเข่าแล้วพูดว่า

            “พวกเราถวายชีวิตให้กับท่านอ๋อง”

“ดีมาก เจ้าต้องหาโอสถทิพย์นั่นมาให้ได้จงได้ โดยเฉพาะต้องหาให้ได้ก่อน ไอ้ขันที[2]เฒ่าเจินกงกง[3] ”

เจินกงกง คือขันทีข้างกายของไทเฮาองค์ปัจจุบันว่ากันว่า หากไม่มีกฎว่า “ห้ามขันทียุ่งเกี่ยวกับกิจการบ้านเมือง”  เขาจะเป็นคนมีอำนาจสูงสุดทัดเทียมท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงได้เลยทีเดียว

            “ทำไมต้องหาให้เจอก่อน เจินกงกงด้วยล่ะพะยะค่ะ ก็ในเมื่อใคร ๆ ก็รู้ว่าเจินกงกงนั้นภักดีต่อไทเฮายังกะอะไรดี เขาไม่ทรยศแน่” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมา

            “พวกเจ้าจำไว้อย่างหนึ่งพวกขันทีมันเสพกามไม่ได้ พวกมันจะเสพอำนาจให้มากที่สุด ถ้ามันได้โอสถทิพย์มารับรองได้ กฎที่ห้ามขันทียุ่งกับกิจการบ้านเมือง ก็ไม่มีความหมายหรอก และถ้าขันทีครองอำนาจละก็บ้านเมืองลุกเป็นไฟแน่ ๆ และที่สำคัญอีกอย่าง ใคร ๆ ก็รู้ว่าเจินกงกงน่ะ คิดกับไทเฮาแบบไหน เกิดโอสถทิพย์นั้นคืนความเป็นชายให้มันได้จะเป็นยังไงกันล่ะ แถมเจ้ารู้มั้ยพวกมั้ง มันได้แอบ สนับสนุนกลุ่มลัทธิ ที่เรียกว่าเสียงสวรรค์เอาไว้แล้วด้วย”

            “เป็นไปได้ เจินกงทำแบบนั้นได้ไง” เฟิงต้ายงแปลกใจมาก

            “มันทำไปแล้ว ลัทธินี้เติบโตและกำเริบขึ้นทุกวัน โดยไม่มีใครทำอะไรได้เลย”

            “สนับสนุนลัทธิเจินกงกงทำได้ไง ขันทีไม่ได้เงินเดือนมากขนาดนั้นนี่ ต่อให้เป็นที่ทรงโปรดก็ตามทีเถอะ” อวี่จิ้งเซียงพูดด้วยความตกใจ

               “ก็บอกแล้วไงว่ามันไม่ธรรมดา ก่อนเป็นขันทีมันเป็นคนร่ำรวยมาก่อนนะ ซึ่งเจ้าก็รู้นี่ปกติขันทีเนี่ยถ้าไม่อดอยากไม่มีใครคิดจะมาเป็นหรอกนะ แต่เจ้านี่มันมาเป็นเพราะมันเคยรักไทเฮาไงล่ะ ขนาดยอมสละความเป็นชายไปแบบนี้ ความรักเนี่ยเป็นแรงผลักดันที่น่ากลัวนะถ้าใช้ผิดทาง นี่ล่ะงานของพวกเจ้า พวกเจ้าต้องทำให้สำเร็จ”

ลัทธิเสียงสวรรค์คือกลุ่มลัทธิที่มีสมาชิกมากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนแรกเป็นกลุ่มชาวนา ประมุขของลัทธิ ถูกเรียกว่า เสียงสวรรค์ ไม่มีใครรู้ตัวจริง แต่เล่าลือเขาเป็นสำเร็จเป็นเซียน[4]แล้ว ทำให้มีคนนับถือมากขึ้นภายหลังเห็นว่าลัทธิเริ่มเติบโตแล้ว

             ทั้งสี่รับคำและรีบไปทำงานทันที ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงเดินเข้าไปในห้องหนึ่ง มีรูปสลักเล็ก ๆ ที่สลักไว้เป็นรูปของฮ่องเต้องค์ก่อน เขาคุกเข่าลงแล้วพูดว่า

            “แผ่นดินของเรา ข้าจะปกป้องมันเองพะยะค่ะ เสด็จพ่อ”

            ณ ตำหนักของไทเฮา เสียงสวดมนตร์ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ไทเฮาเป็นผู้สวด พระองค์เป็นหญิงวัยห้าสิบกว่า เริ่มมีผมขาวแล้ว แต่ยังคงมีเค้าโครงความสวยงามเมื่อยังสาวอยู่ นางสวดตั้งแต่เช้าจดเย็นและไม่มีท่าที่จะหยุด   ง่าย ๆ เพราะนางกำลังขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ ฮ่องเต้ที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของนางหาจากการป่วยโดยเร็ว ซึ่งอาการป่วยนี้ยังไม่มีหมอคนไหนรักษาให้หายขาดได้เลยแม้แต่คนเดียว ทำให้นางต้องหันพึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์  โดยมีเพียง ขันทีรูปร่างสูงคนหนึ่ง คอยรับใช้ใกล้ชิด เขามีผมหงอกขาว เขานี่ล่ะคือ เจินกงกง ขันทีคู่กายของไทเฮา แววตาที่เขามองดูไทเฮานั้น เต็มไปด้วยความห่วงใย จนกระทั่งพระนางเกิดหน้ามืด เจินกงกงรีบเข้าไปประคองทันที

             “โปรดถนอมพระวรกายด้วยพะยะค่ะ”

                 “ขอบใจมากที่เป็นห่วงนะ เก๊อเกอ[5] แต่ข้ายังหยุดสวดไม่ได้ตอนนี้หรอก ลูกข้าป่วยหนักจำต้องให้สิ่งศักดิ์สิทธิช่วย” ไทเฮาตรัส

                  “พักซะก่อนพะยะค่ะ ขืนฝืนต่อไป ข้าน้อยเกรงว่า จะไม่ดีต่อพระวรกายของพระองค์นะพะยะค่ะ ถ้าไทเฮาเป็นอะไรอีกพระองค์ ใครจะช่วยเหลือองค์ฮ่องเต้ละพะยะค่ะ” เจินกงกงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สายตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

                “แต่ถ้าข้าหยุดแล้ว...” 

              “ถ้าทรงเป็นอะไรไปอีกคน บ้านเมืองนี้จะแย่เอานะพะยะค่ะ”ทำให้พระนางถอนใจแล้วพูดว่า

                “ก็จริงของท่านนะ เก๊อเกอ เห็นแก่ท่านด้วยก็แล้วกันที่ดูแลข้ามาตลอด” เจินกงกงประคองให้ไทเฮาลุกขึ้นยืนและพาไปยังห้องพัก

              เจินกงกง หรือ เจินกัง เดิมทีเป็นลูกของตระกูลเศรษฐีอันดับต้น ๆ  เขาหาใช่คนไร้การศึกษาไม่ตรงกันข้าม เขามีการศึกษาสูงมาขนาดที่เรียกได้สอบจองหงวน[6] เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นได้อย่างสบาย ๆ  เขากลับเลือกมาเป็นขันที ซึ่งปกติแล้วคนจะยอมเป็นขันทีก็เพราะความยากจน แต่สำหรับเขาแล้วต่อให้สอบจองหงวนไม่ผ่าน ก็ยังมีมรดกที่ใช้ไปจนตายยังไม่หมด นั่นเพราะว่า เขากับไทเฮาเป็นคนบ้านเดียวกัน เป็นเพื่อนเล่นในวัยเด็กด้วย เหม่ยฉี คือพระนามเดิมของไทเฮา

            ดอกรักกำลังจะเบ่งบานในใจ ของทั้งสอง เจินกังตั้งใจไว้แล้วจะสอบจองหงวนให้ได้ เพื่อเป็นขุนนางแล้วหลังจากนั้น เขาก็จะแต่งงานกับนาง

             แต่ในขณะที่ เจินกังกำลังรอผลสอบจองหงวนก็ได้รู้ข่าวว่า ฮ่องเต้ได้เสด็จประพาสต้น[7] แล้วเกิดทรงโปรด เหม่ยฉี จึงรับสั่งให้นางเข้าวัง ซึ่งไม่มีใครในแผ่นดินนี้ปฎิเสธองค์ฮ่องเต้ได้ เมื่อนางอันเป็นที่รักถูกพาตัวเข้าวังไปซะแล้ว จึงไม่อาจจะพบคนรักได้อีกตลอดกาล

              ต่อให้เขามั่งคั่งสักแค่ไหนก็ตามที แต่จะให้สู้กับฮ่องเต้นั้นไม่มีทางทำได้แน่นอน แถมในวังนั้น ก็มีการแก่งแย่งชิงดีกันขั้นรุนแรง หลายคนเข้าวังแล้วไม่ได้เจอฮ่องเต้แต่กลับพบความตายแทน แล้วสาวน้อยอย่างนางจะไปสู้รบปรบมือกับใครเขาได้กันล่ะ เจินกังเป็นห่วงคนรักมาก เขาเลยตัดสินใจ ทำสิ่งที่ไม่ใครคิดว่าจะมีบุรุษคนไหนกล้าทำคือ เขายอมตอนตัวเอง !

                “เจ็บปวดครั้งเดียว ดีกว่าเจ็บปวดไปทั้งชีวิต เพื่อนางข้ายอมสละทุกอย่าง !” นั่นคือประโยคที่เขาพูดในคืนที่ตัดสินใจตอนตัวเอง ในวันนั้นพ่อของเขาพอได้ทราบข่าวก็เสียใจมาก เพราะตระกูลนี้มีแต่ลูกโทน ตัวของพ่อของเขาเองก็แก่ชรามากแล้วไม่สามารถมีบุตรได้อีกแล้ว ตระกูลเขาจบสิ้นลูกหลานแล้ว

             “ทำไมเจ้าทำแบบนี้ ตระกูลเราหมดสิ้นลูกหลานแล้ว”

               “เพื่อคนที่ข้ารักข้าสละได้หมด”

              หลังจากตอนได้พียงสามวันเท่านั้น ผลสอบคือเขาได้เป็นจอหงวนอันดับสาม แต่เมื่อตอนตัวเองแบบนี้ทำให้เขาเสียสิทธิ์การเป็นขุนนางทันที  พ่อของเขาถึงกับเสียใจสุดขีดจนหัวใจวายตายไป

พอเข้ามาในวังได้แล้วเขา ก็ใช้เงินทองที่มีติดสินบน ขันทีชั้นผู้ใหญ่ให้ตัวเองได้ดูแลพระสนมเหม่ยฉี วันแรกที่เขาเจอนางในฐานะขันที พระสนมเหม่ยฉีตกใจไม่มาก

               “ทำไมท่านมาอยู่นี้”

[1] ไทเฮา ออกเสียง ไท่โฮ่ว ในสำเนียงจีนกลาง) คือตำแหน่งแม่ฮ่องเต้ เป็นตำแหน่งที่มีแต่เลื่อนยศขึ้น ไม่มีการลดตำแหน่ง ซึ่งก่อนจะได้ตำแหน่งไทเฮา อาจจะเคยหรือไม่เคยเป็นฮองเฮามาก่อนก็ได้ ถือเป็นตำแหน่งใหญ่ที่สุดในวังหลังที่ทุกคนต้องให้ความเคารพ

[2] ขันที หรือ ไท้เจี้ยน (Tai Jian) คำว่าไท้เจี้ยน หมายถึง ผู้กำกับราชการใหญ่) จีนได้เริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกในราชสำนักของราชวงศ์ฮั่น (ในระหว่างปี 206 ก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ. 220 ในขณะที่บางตำนานก็ว่า มีมาตั้งแต่สมัยยุคหวงตี้ (Huang Di) กษัตริย์เหลือง-ปฐมกษัตริย์แห่งชาติจีนเมื่อสี่พันปีที่แล้ว) เพื่อไว้รับใช้งานในราชสำนักชั้นใน และเพื่อป้องกันมิให้ข่าวสารความลับต่าง ๆ ถูกแพร่งพรายออกไปยังสาธารณชนภายนอก คนพวกนี้ต้องมีกำลังวังชาพอจะป้องกันคนภายนอกและบุรุษทั้งหลาย มิให้รุกล้ำเข้ามายังฝ่ายใน ด้วยเหตุนี้ กษัตริย์จึงจำเป็นต้องใช้บุรุษเพศที่มีเรี่ยวแรงดีกว่าสตรีในวังเป็นผู้คอยควบคุมดูแล โดยจัดการตอนองคชาต เพื่อป้องกันไม่ให้คนเหล่านี้ไปประกอบกิจกรรมทางเพศกับนางสนมทั้งหลาย และเพื่อให้มั่นใจได้ว่า สายโลหิตของพวกเธอเหล่านั้นจะไม่ถูกแปดเปื้อนจากบุคคลอื่น

ขันทีมีสองประเภทคือ

1.ถูกตอนโดยตัดแค่ปลายองคชาตเท่านั้น ยังเหลือพวงอัณฑะอยู่ ขันทีประเภทนี้ ยังเหลือฮอร์โมนเพศชายอยู่มากมาย เสียงยังห้าวแบบชาย และจะได้อนุญาตให้ปฏิบัติภารกิจหน้าที่การงานได้เฉพาะเขตพระราชฐานชั้นนอกเท่านั้น

2.ถูกตอนโดยตัดทิ้งทั้งพวง เสียงจะแหลมเล็ก ลูกกระเดือกหายไป ฮอร์โมนเพศชายหมดไป พวกนี้จะได้รับความไว้ใจสูงกว่า และสามารถปฏิบัติงานในเขตพระราชฐานชั้นใน

[3] เป็นคำที่คนจีนใช้เรียกผู้ที่มีตำแหน่งสูง ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อมีขันทีคนใดที่มีตำแหน่งใหญ่ มีอำนาจมาก ๆ ขันทีชั้นผู้น้อยก็จะเรียกขันทีชั้นผู้ใหญ่นั้นว่า "กงกง"

[4] ผู้บรรลุธรรม/ผู้วิเศษ: ในทางศาสนาและความเชื่อ (โดยเฉพาะลัทธิเต๋า) เซียนคือผู้ที่ฝึกฝนตนเองจนบรรลุสู่ความเป็นอมตะ มีพลังเหนือธรรมชาติ และสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้.

[5] เก๊อเกอ ภาษาจีนกลางแปลว่าพี่ชาย

[6] จองหงวน จอหงวน หรือสำเนียงกลางว่า จฺวั้ง-ยฺเหวียน สำเนียงแต้จิ๋วว่า จ่อง้วง และสำเนียงกวางตุ้งว่า จ่อง-ยฺวื่น  เป็นตำแหน่งราชบัณฑิตซึ่งได้คะแนนอันดับหนึ่งในการสอบขุนนางของประเทศจีนสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จัดทุก ๆ สามปี ทั้งแบบบุ๋น คือวิชาการ และแบบบู๊ คือ ด้านศิลปะการต่อสู้

[7] เสด็จพระราชดำเนินส่วนพระองค์ ของกษัตริย์โดยมิให้ใครรู้จัก เพื่อจะได้ทรงใกล้ชิดและทราบทุกข์สุขที่แท้จริงของชาวบ้าน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/2

    เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/1

    ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/2

    “อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/1

    ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/2

    “เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/1

    ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.2

    “เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.1

    ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    9.2

    อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 9

    ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status