แชร์

ตอนที่ 2 1/2

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 06:41:44

                                                                             ตอนที่ 2

             “ข้าน้อยมาเพื่อรับใช้พระสนมพะยะค่ะ นับตั้งแต่วันนี้ไปเป็นต้นไป ข้าน้อยจะถวายชีวิตเพื่อรับใช้ท่าน” ว่ากันว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือให้นางได้เป็นฮ่องเฮา  โดยไม่เลือกวิธีการเลย ต่อให้ต้องสังหารใครสักคนก็ยินดีทำเพื่อคนที่เขารักอย่างหมดหัวใจ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับเจ้าลัทธิเสียงสวรรค์ เขาจึงได้ทำการสนับสนุนลัทธินี้เพื่อให้ความช่วยเหลือกับเขาในการช่วยเหลืไทเฮา ในสิ่งที่ตัวเขาเองทำไม่ได้

               ทำให้ไทเฮาเรียกเขาว่า เก๊อเกอ เลยทีเดียวเพราะพระนางนับถือเขาเหมือนกับพี่ชายคนหนึ่ง แต่สำหรับเจินกงกงแล้วนางยังเป็นคนที่เขารักเสมอเขาเลยทำทุกอย่างเพื่อนางได้

                หลังจากที่ส่งพระนางเข้านอนแล้ว เขาก็เขียนจดหมายคำสั่งให้กับลัทธิเสียงสวรรค์ทันที

                 “หาโอสถทิพย์มาให้ได้”

                 สี่มือปราบเริ่ม สืบจากหมู่บ้านที่ได้รับรายงานก่อนซึ่งที่ พบคือ ร่างไร้หัวทั้งของนักพรตและเหล่าเจียงสือ แต่เจียงสือนี่ถูกสับเป็นชิ้น ๆ สิ่งที่ให้ซุ่นมู่ซานที่เป็นหมอต้องงงก็คือ

              “เลือดในศพนี้ มันหายไปไหนหมดเนี่ย”

                   “หมายความว่าอะไร” เฟิงต้ายงถามทันที

                 “ก็เลือดในศพนี้แทบไม่เหลือเลยน่ะ เหมือนศพนี้ถูกดูดเลือดไปจากตัว จนหมดตัวไปเลยน่ะ แถมโดนก่อนจะถูกตัดหัวด้วย ถ้าเสียเลือดขนาดนี้ ถือว่าตายไปแล้วนะ แล้วจะตัดหัวเหยื่อทำไม จะบอกว่าฝีมือเจ้าเจียงซือสองตัวนั่นเหรอ ข้าว่าไม่น่าใช้นะ” ซุ่นมู่ซานพูดขึ้นมา

                “และอะไรจะทำเรื่องแบบนี้ได้ล่ะ”

                 “เจียงสือล่ะมั้งข้าเคยได้ยินหากควบคุมไม่ดีเจียงสือก็ จะดูดเลือดและพลังวิญญาณของมนุษย์”  เถียวเสี่ยวฟู พูดเสนอ

              “แต่พวกเราก็เคยสู้กับพวกเหมาซาน มาบ้าง ไม่เคยเห็นเจียงสือเก่งขนาดนี้มาก่อนเลย” เฟิงต้ายงพูดและพยายามครุ่นคิด อวี่จิ้งเซียงก็เขามา

                  “เจออะไรเข้าเหรอ”

                  “ร่องรอยการต่อสู้ มันมีอีกคนสองคนที่ไม่ได้เป็นศพ ดูจากรอยเท้าน่ะ และก็มีรอยเท้าหนึ่งเหมือนจะใหญ่กว่าทุกคนด้วย ข้าไปสอบถามมาแล้ว ไม่มีใครหาย และก็ไม่มีเห็นเหตุการณ์ที่เต็ม ๆ หรือ มีแต่คนเห็นว่าเจียงสือตัวหนึ่งเดินมาหยิบเสื้อผ้าใหม่เท่านั้น หรือครั้งนี้พิราบดำจะพลาด” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา

                  “เจียงสือเดินปกติได้ ข้าว่าไม่ผิดหรอก แต่ต้องมีอะไรมากกว่านี้” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา หลังจากตรวจสอบโดยละเอียด ทั้งสี่ก็ไปโรงเตี๊ยมใกล้ ๆ  หลังสั่งอาหารและเหล้ามาดื่มแล้ว เสี่ยวเอ้อต์ของทางร้านเดินเอาอาหารมาส่ง พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง

             “พิราบดำ ส่งข่าวมา” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา และหยิบกระดาษมาดู มันเขียนไว้แค่คำว่า เกลือ  

                “เกลือเหรอ บอกตรง ๆ มันจะตายมั่ยเนี่ย” อวี่จิ้งเซียงพูดพลางหัวเราะ

                “เกลือ ทางขนเกลือสินะ หมู่บ้านนี้ติดกับเส้นทางที่เขาเอาไว้ใช้ขนเกลือหลวง เจ้าเจียงสือนั่นไปทางนั้นเหรอ เส้นนั้นมันมีโจรชุมยังกะยุง” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

             “ทางอันตรายที่สุด อาจปลอดภัยที่สุดก็ได้นะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา

              “มันเป็นเจียงสือ ถึงจะได้สติกลับมา คงเดินไปตามเรื่อง ไม่ก็ไปตามทางที่มันคุ้นเคยสมัยเป็นคนก็ได้มั้ง” ซุ่นมู่ซานเสนอความคิด

              “ผู้นำโจรแถวนั้นคือ พั่งอู๋ ไอ้เสืออ้วน ทางการกำลังหาทาจับอยู่ คงต้องรีบตามไปแล้ว เกิดไอ้เจียงสือนั่นตายขึ้นมาโอสถทิพย์จะโดนพวกโจรนั้นชิงไปซะก่อน” ซุ่นมู่ซานพูดขึ้นมา ทั้งสี่เดินออกไป แค่อวี่จิ้งเซียง ยังคงคิดถึงรอยเท้า

                ทางขนเกลือ เป็นเส้นทางที่อันตรายพอสมควรในยุคนี้ เพราะมีพวกโจรแอบดักปล้นอยู่ตลอด เรียกได้จะมาทางนี้ต้อง ผู้คุ้มกันที่มีฝีมือเอามาก ๆ หรือบางทีก็ต้องใช้ทหารสักหนึ่งกองร้อยเลยก็ว่าได้ ยิ่งช่วงนี้ฮ่องเต้ประชวรความลือเยอะ ทำให้ยิ่งมีโจรมากกว่าเดิมไปอีก

               พั่งอู๋ไอ้เสืออ้วน ว่ากันเดิมทีมันเป็นทหารในกองทัพแล้วหนีทัพออกมา มาตั้งกลุ่มโจรปล้นฆ่า สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ทางการพยายามปราบแล้วแต่ พั่งอู๋มีฝีมือในการต่อสู้มาก ทำให้ยังไม่มีใครปราบได้ ซึ่งจริง ๆ สี่มือปราบก็ตั้งใจจะมาปราบโจรกลุ่มนี้อยู่แล้วแต่เพราะว่า มีเรื่องโอสถทิพย์เข้ามาซะก่อน

             ที่ทางขนเกลือกลุ่ม ชายฉกรรจ์หลายสิบคน มาขว้างทางเอาไว้ หัวหน้าของมันเป็นชายร่างอ้วนใหญ่ มีค้อนยักษ์เป็นอาวุธ เขาคือ พั่งอู๋ ไอ้เสืออ้วนนั่นเอง

             “หัวหน้าคิดว่า จะมีคนผ่านมาทางนี้จริง ๆ เหรอขอรับ”

                “แน่สิวะ ข้าได้ข่าวมา และเห็นบอกว่าของที่ขนมาเนี่ยเป็นของมีค่ามากนะ ถ้าได้แล้วนำไปถวายราชสำนักเราจะรวยไปทั้งชาติหรือ ข้าอาจจะเก็บเอาไว้เองก็ได้” พั่งอู๋พูดขึ้นมา

               “มันคืออะไรครับท่าน”

             “เอ็งไม่สน เดี๋ยวปล้นมาได้แล้ว เราค่อยแบ่งกันบอกเลย พวกเอ็งไม่ต้องเป็นโจรกันแล้ว”

             สักพักใหญ่มีชายร่างผอมสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ หมวกกุยเล่ย[1]กำลังลากรถเข็นคันหนึ่ง ในรถมีหีบใบใหญ่ขนาดเท่ากับโลงศพ เขาค่อย ๆ ลากอย่างระมัดระวัง  

            “ไอ้นี่คนนี้ตรงตามข่าวเลย” พั่งอู๋พูดขึ้นมา

             “หัวหน้าสภาพนี้ จะมีของมีค่าขนาดนั้นได้ไงกันขอรับ”

               “เอ็งนี่ไม่รู้อะไรเลย ก็สภาพนี้ล่ะ ไม่มีใครสงสัยหรืออยากปล้นหรอก ไปล้อมมันไว้เลย”

พวกโจรไปล้อมหน้าล้อมหลังของชายสวมหมวกเอาไว้        

                 “เฮ้ย ! แต่นะ มีของมีค่าอะไรก็ทิ้งไว้ที่นี้ล่ะ ถ้าแกมีนะ พวกดีพอเห็นแกมาคนเดียว พวกข้าอารมณ์ดีไม่อยากฆ่าคนโวย”  พวกโจรต่างหัวเราะ ยิ่งเห็นชายตรงหน้าแล้ว สภาพเขาคือเหมือนกับคนอมโรคไม่มีผิด เลยคิดว่างานนี้ก็หวานหมูแน่

                “ถอยไป” ชายสวมหมวกกลับพูดด้วยเสียงเบา ๆ และไอ ทำเขายิ่งดูเหมือนกับคนอมโรค เข้าไปใหญ่

                 “เฮ้ย ! ไอ้นี่อยากลองดีหรือไงกันวะ ไปสั่งสอนมันหน่อยสิ”

ลูกน้องคนหนึ่งเดินไปหาชายสวมหมวกแต่ว่า กลับถูกถีบกระเด็น

            “ข้าบอกให้ถอยไป อย่าขว้างทาง” ชายสวมหมวกพูด

            “อวดเก่งนักนะแก มันมีแค่คนเดียว จัดการเลย ” พั่งอู๋ร้องสั่ง พวกลูกน้องวิ่งไปพร้อมอาวุธ

            “บอกให้ถอยไป”

            ชายสวมหมวกเขาต่อสู้ทันทีด้วยการออกมือเท้า อย่างรวดเร็วและรุนแรง จนพวกโจรกระเด็นไปทุกคน มีโจรคนหนึ่งเอาหอกแทงเขาทะลุ แต่ชายสวมหมวก กลับไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาเลยแม้แต่หน่อย กลับดึงหอกออกมา และหักทิ้ง

            “ถอยไป”

            “ไอ้นี่มันตัวอะไรเนี่ย” พวกโจรตกใจมาก แต่พั่งหูกลับพูดว่า

            “ไม่ต้องกลัวมันหรอก มันแค่ตัวตัวแถมมือเปล่าด้วย อีกอย่างมันจะเหนียวสักแค่ไหนกันเชียว ข้าน่ะทุบไอ้พวกเหนียว ๆ มาหลายคนแล้วโวย” 

            สี่มือปราบมาถึงพื้นที่ มีการต่อสู้ก็พบว่าพวกโจรกำลังสู้งกับชายสวมหมวกอยู่ พวกเขาตกตะลึงเพราะว่า พวกโจรบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน มี่แต่พั่งอู่เท่านั้นที่ พ่อจะต่อสู้กับชายสวมหมวกได้

            “อะไรเนี่ย เราต้องช่วยใครกันแน่” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

            “ยังไงแยกพวกมันก่อนก็แล้ว ข้าจัดการเอง เสียงมังกรบัญชาแห่งแม่ทัพ” เถียวเสี่ยวฟูพูดและดีดพิณทันทีเสียงพิณที่อัดไปด้วยพลังวัตรอันมหาสารทำให้เกิดแรงกระแทกขึ้น ทำให้ต้องหยุดการต่อสู้

            “พวกเราคือมือปราบเฟิงเถียวอวีซุ่นแห่งเมืองหลวง ขอให้พวกเจ้าหยุดต่อสู้ พั่งอู่ มอบตัวซะ ส่วนเจ้าคนสวมหมวกมากับเราซะ” เฟิงต้ายงพูดเสียงดัง

            “เฮ้ย ! คิดว่าพวกข้ากลัวหรือไงกัน มาแค่สี่คน แถมมีผู้หญิงมาด้วย อย่างมาทำเป็นเก่งโวย พวกเราจัดการมันเลย” พั่งอู๋พูด จริงอยู่พวกโจรอาจตายไปหลายคนแล้ว แต่ก็ยังมีจำนวนมากอยู่ดี พวกมันเขาต่อสู้ เหล่ามือปราบชักอาวุธออกมาทันที

            เฟิงต้ายงชักกระบี่ออกมา เขาต่อสู้ เพลงกระบี่ที่รวดเร็วและงดงาม ก็ทำให้พวกโจรโดนเล่นงานไปหลาย

            เถียวเสี่ยวฟู แม้จะมีรูปร่างเล็กที่บอบบาง แต่เมื่อเขาดีดพิณเสียงพิณก็ทำให้เกิดแรงกระแทก ทำให้พวกโจรกระเด็นไม่อาจเข้าถึงตัวเขาได้ เขาไม่ต้องขยับเท้าเลยแม้แต่ก้าวเดียวแต่ใช้เสียงพิณเป็นอาวุธจู่โจม พลังวัตรในตัวของเขาช่างไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

            อวี่จิ้งเซียงนั้นแม้จะเป็นหญิงมีอาวุเพียงร่ม แต่มันกลับเป็นอาวุธสังหารที่น่ากลัว ยามที่ร่มหุบนั้นมันจะเหมือนกับไม้กระบอง ปลายแหลมของมันก็ไม่ต่างอะไรจากหอก หากมันกางออก ตัวร่มจะเป็นเหมือนโล่ ที่กันได้แทบทุกอย่าง และยังเป็นใบมีดสังหารที่น่ากลัว

            ซุ่นมู่ซาน แม้จะไร้อาวุธ แต่เขาเชี่ยวชาญหมัดงู ! เพลงมวยที่พลิกแพลง รวดเร็วราวกับงูชก แต่ละจุดที่ชกไปล้วนเป็นการจี่จุดให้ศัตรูขยับไม่ได้

            อวี่จิ้งเซียงเห็นชายสวมหมวกกำลังจะไปที่รถเข็น นางก็รู้ได้ทันทีว่า รถเข็นนั้นต้องมีอะไรสำคัญแน่ ๆ จึงรีบใช้วิชาตัวเบาทะยานไปฟาดร่มใส่ ชายสวมหมวกหลบแต่หมวกถูกตีหลุด เผยให้เห็นใบหน้าของเขาแม้จะมีเค้าของความที่เป็นคนรูปงามอยู่บ้าง แต่กลับมีผิวขาวซีดอมเขียว สภาพไม่ต่างอะไรจากซากศพ ร่างนี้ไม่ใช่มนุษย์แน่ ๆ คือเจียงสือ ! แต่มันกลับเคลื่อนไหวได้เหมือนคนปกติ แถม มันออกมือเท้ามาด้วยความรวดเร็ว อวี่จิ้งเซียงกางร่มรับการโจมตีและกระแทกร่มสวนไป แต่อีกฝ่ายยังไม่คงไม่ยอมถอย

           “คอมันเล็งที่คอมันเร็วเข้า เพราะจุดอ่อนของเจียงสืออยู่ที่คอ” ซุ่นมู่ซานตะโกนบอก อวี่จิ้งเซียงแทงร่มไป แต่มันหลายได้อย่างว่องไว ซุ่นมู่ซานกระโดดเข้าไปร่วมวงเขาใช้เพลงหมัดงู เป้าหมายคือ คอของอีกฝ่าย แต่เจียงสือใช้มือปัดได้

               “มันอ่านทางหมัดข้าได้ !” ซุ่นมู่ซานตกใจมาก เจียงสือปกติแล้วจะเป็นศพไร้ความคิดแต่เจ้านี่กลับ แก้กระบวนท่ามวยจีนของเขาได้อย่างง่ายดายเกินคาด ขณะที่กำลังวุ่นวายกันอยู่นั้น อยู่ ๆ ฝาหีบก็กระเด็นออกมา

            “นายท่านตื่นแล้ว !” เจียงสือพูดขึ้นมา ชายร่างสูง ใหญ่ผมยาวสีดำ ผมด้านหน้าทักเปียเล็ก ๆ ไว้สองข้าง เขามีผิวขาวซีด ดวงตาสีแดง เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่แปลกตา กระโดดออกมาจากหีบ สีหน้าและท่าทางดูหงุดหงิดสุด ๆ

            “หนวกหูโวย !”

[1] หมวกกุยเล้ย หรือ โก่ยโล้ย กุ่ยเละ หรือหมวกเจ๊ก เป็นหมวกทรงกรวยหัวแหลมมีปีกกว้างกลม มักทำจากไม้ไผ่  

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    6.2

    “ก็อยากรู้ข้อมูลของเจ้า อาจช่วยเจ้าไม่ให้โดนกลั่นยาก็ได้ไงล่ะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลถอนใจ ก่อนจะพูดว่า “มันสำคัญนักหรือไง ไม่ว่าข้าเป็นอะไรพวกเจ้าก็คิดจะฆ่าข้าอยู่ดีเหมือนกับที่ผ่าน ๆ มาไงล่ะ” เซาโลพูดขึ้นมา “ที่ผ่าน ๆ มา หมายถึงอะไร” อวี่จิ้งเซียงถามขึ้นมาแววตาของเธอประกายแสดงถึงความอยากรู้อยากเห็น เซาโลมองแล้วรู้สึกแปลก ๆ เขาก็เลยบอกว่า “มันเรื่องก่อนเจ้าเกิดอีกมั้ง และมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกิดในดินแดนหรอก อย่าใส่ใจเลย อีกอย่างหนึ่งเจ้าอยากจะฆ่าอยู่แล้วนี่จะสนใจเรื่องราวของคนที่พวกเจ้าอยากฆ่าไปทำไมกัน” เซาโลพูดขึ้นมา “พูดเกินไปมั่ย เจ้าก็ไม่ได้ดูแก่กว่าข้าสักเท่าไหร่นี่” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา เซาโลหัวเราะเสียงลั่นราวกับว่ามีเรื่องสนุกสนานอยู่ตรงหน้า “คิดว่าข้าอายุน้อยหรือไงกัน เอาเป็นว่าข้าน่ะอยู่มานานกว่าที่เจ้าคิดก็แล้วกันนะ” “อย่างน้อย ๆ ก็ให้ข้ารู้เรื่องราวของคนที่จะช่วยฮ่องเต้ของเราหน่อยก็ดีนะ ว่าเขาเป็นใครหรืออะไรกันแน่” อวี่จิ้งเซียงถามอีก เซาโลนิ่งคิดก่อนจะตอบว่า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 6.1

    ตอนที่ 6“ท่านยังคิดว่ามันเป็นคนเหรอ ! มันทำขนาดนี้มันคือปีศาจชั้นต่ำที่ได้กินโอสถทิพย์เข้าไป โอสถทิพย์ต้องอยู่ในร่างของมัน ให้ข้าสกัดมันออกมาจะดีกว่าที่ท่านจะขนมันไปแบบนั้น เกิดมันบ้าขึ้นมาอีก พวกท่านนั้นล่ะจะตกอยู่ในอันตราย” อู๋ซานพูดจบ เฟิงต้ายงในฐานะของหัวหน้ากลุ่มจึงตัดสินใจ “ได้เอาตามที่ท่านว่าเลย เดี๋ยวข้าจะแจงข่าวไปยังท่านอ๋องก็แล้วกัน แล้วท่านต้องการอะไร ข้าเชื่อนะว่าคนอย่างท่านไม่คิดจะมาทำอะไรแบบนี้ฟรี ๆ หรอก” “ท่านเฟิงช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก หลังจากสกัดยาเสร็จ ข้าขอแค่ส่วนแบ่งเล็กน้อยเท่านั้น เพราะข้าเองก็อยากได้โอสถทิพย์ไปช่วยเพื่อการบำเพ็ญของข้าเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวหรอกด้วยร่างกายของมันเราจะได้โอสถทิพย์จำนานมากพอควรเลยละ” อู๋ซานพูดขึ้นมา “ตกลงตามนั้น”อวี่จิ้งเซียงกำลังจะแย้งแต่เฟิงต้ายงบอกว่า “มันเป็นสิ่งที่เราได้รับมอบหมายมาให้ทำตั้งแต่แรก”อวี๋จิ้งเซียงไม่อาจพูดอะไรได้อีก ในตอนเช้า คราวนี้ เซาโลโดนคุมตัวหนักยิ่งกว่าเดิน โดยมีพวกสำน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    บทที่ 5/2

    จนยืนไม่ได้ บิงโก้กำลังจะเข้ามาช่วย “ไป หนีไปก่อน” เซาโลร้องสั่งบิงโก้รีบกระโดดหนีไป คังหวั่นฟางกำลังจะตามไป “ไม่ต้องตามเราได้ตัวมันแล้ว เจ้านั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา” เฟิงต้ายงรีบพูดห้าม “แต่มัน อาจจะไปทำร้ายคนอื่นนะคะ” คังหวั่นฟางพูดขึ้นมา “ยังไงเราจัดการเจ้านี่ก่อนดีกว่า มันเป็นหัวหน้าและเป้าหมายหลักของเรา” เฟิงต้ายง เอากระจกแปดเหลี่ยมส่องเขา ทำให้พลังลดลงไปอีก พวกมือปราบท้องที่มาถึงแล้ว และจับตัวของเซาโลไปทันที ส่วนเรื่องเงินรางวัล นั่นจ่ายเป็นตั๋วเงิน[1]ให้กับแม่เล้าไป ซึ่งนางก็พอใจกับเงินรางวัลมันคุ้มค่าหน้าต่างที่พังไป เซาโลโดนจับขังในห้องขังที่เต็มไปด้วยยันต์ มีกระแปดเหลี่ยมส่องเขาตลอดเวลา และมียามเฝ้าสี่คน ที่นี่คือห้องขังของศาลประจำเมือง พวกมือปราบที่เฝ้าเขาอยู่ มองเขาด้วยสายตาแปลกใจราวกับเห็นของแปลก ก็แน่ล่ะชาวต่างชาติมาโดนขังแบบนี้ ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ หลายคนที่นี่ก็เพิ่งเคยเห็นต่างชาติด้วย สี่มือปราบมาดูเซาโล “ท่านอ๋องสั่งให้ย้ายเจ้าไปที่ เมืองอี๋โจว ให้ความร่วมมือกับพวกเราจะดีกว่านะ บ

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 5

    ตอนที่ 5“ขออภัยด้วยครับ ข้านึกอะไรไม่ออกจริง ๆ และข้าก็ไม่รู้จะไปไหนด้วย” บิงโก้พูดเซาโลถอนหายใจ“โทษเจ้าก็ไม่ถูก เจ้าไม่ได้อยากคืนชีพมาซะหน่อย”ทั้งสองเดินมาจนหนึ่งย่านหนึ่งในเขตเมือง บรรยายคึกคัก และเต็มไปด้วยโคมไฟสีแดง มันคือการแสดงให้เห็นว่าย่านนี่คือ ย่านโคมแดง[1] สถาณที่สำหรับบุรุษโดยแท้จริง เซาโลมองหาที่พัก เขาเลยตัดสินเดินเข้าไปที่ร้านหนึ่ง แม่เล้าประจำร้านเห็นว่าเขาเป็นต่างชาติ ท่าทางสกปรอกมอมแมมเลยมายืนขว้าง “มาทำอะไร รู้มั้ยว่าที่นี่มันคือไหน นี่คือหอนางโลมชั้นสูงนะไม่ใช่ที่ที่คนสกปรอกอย่างเจ้าจะเข้ามาได้นะ ” เซาโลมองหน้าของแม่เล้าที่กำลังเหยียดเขาด้วยสายตาและสีหน้าอย่างชัดเจน“อะไรหรือเจ้าฟังภาษาข้าไม่ออกหรือไง ที่นี่ไม่ต้อนรับคนต่างชาติสกปรกแบบเจ้าหรอกนะที่นี่รับแต่ขุนนางหรือพวกคนที่ร่ำรวยเท่านั้นล่ะ” แม่เล้าพูดและพยายามใช้ภาษากายบอกเขาไม่ให้เข้ามาที่นี่“ข้าฟังที่เจ้าพูดออก” เซาโลจบล้วงกระเป๋าหยิบทองคำแท่งออกมา แม่เล้าถึงกับตาโต เปลี่ยนท่าทีทันที “โธ่! คุณชายค่ะ ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ เชิญเลยค่ะ” “อยากได้ ห้องพัก และอยากได้น้ำอาบแล้ว

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 4 2/2

    “เจ้านั่นเป็นปีศาจครับ ไม่ใช้โอสถทิพย์แน่ ๆ” ซุ่นมู่ซานยืนยันหนักแน่น แต่อ๋องหลี่หวู่หมิงกลับ ชูเนื้อปลาปักเป้าขึ้นมา “รู้ใช่มั้ยว่ามันมีพิษ” “ครับ/ค่ะ” ทั้งสี่ตอบพร้อมกัน “แล้วทำไมคนยังกินมันล่ะ” พูดจบท่านอ๋องก็กินปลาเข้าไป “ก็เพราะเรารู้วิธีปรุงมันเจ้าคะ ถ้าปรุงเป็นมันก็จะเป็นอาหารชั้นเลิศ” อวี่จิ้งเซียงตอบคำถาม “แล้วมู่ซานร่างกายมนุษย์ก็ทำยาได้ใช้มั้ย” ท่านอ๋องถามต่อไป “ใช่ขอรับ แต่ก็ต้องรู้วิธี และหลายอย่างก็ผิดศีลธรรมเกินกว่ามนุษย์จะรับได้” ซุ่นมู่ซานตอบคำถาม “งั้นเป็นไปได้มั้ยล่ะ โอสถทิพย์ก็อยู่ในตัวของเจ้าคนต่างชาตินั่น แค่ต้องสกัดออกมาสินะ และเชื่อว่ามันต้องรู้วิธีแน่ ๆไปเอาตัวมันมาให้ได้” “แต่มันจะเสี่ยงแล้วอาจทำให้มีคนตายนะพะยะค่ะ” เฟิงต้ายงค้านขึ้นมา “แล้วถ้าฮ่องเต้สวรรค์คตตอนนี้ แล้วถ้า ไอ้ขันทีนั่นได้ไปล่ะจะเป็นยังไง นี่เป็นการทำเพื่อบ้านเมืองนะ ยังไงก็ไปตามหาซะ ศิษย์สำนักกงเยวี่ยนเหนือนั่นจะช่วยพวกเราต่อมั้ย” ท่านอ๋องถามเสียงเรียบเฉย “คิดว

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    บทที่ 4 1/2

    ตอนที่ 4แต่สำหรับเซาโลมาช่างหนวกหูซะจริง ๆ แต่ก็ไม่อยู่สถานการณ์ที่จะโวยวายอะไรได้ อวี่จิ้งเซียงมอง เห็นว่าเขามีผิวขาวแต่มันดูซีดเหมือนคนป่วย ตาเป็นสีแดงเหมือนกับเลือด แต่ที่สะดุดตาของนางที่สุดคงเป็นผมด้านหน้าของเขาที่ทักเปียเล็ก ๆ เอาไว้ เธอเคยเห็นทรงผมแบบนี้จากพวกต่างชาติที่เป็นพวกผู้ดีหรือชนชั้นสูง อวี่จิ้งเซียงตัดสินใจพยายามถามข้อมูลเขา “เจ้ามาจากไหนเนี่ย” เซาโลมองเธอแล้วตอบว่า “พูดไปก็ไม่มีใครรู้จักแล้วล่ะมั้ง” คำตอบของเซาโลทำให้รู้ว่าเขาไม่ต้องการพูดกับนาง “ถ้าเจ้าให้ความร่วมมือกับเรา มันจะดีต่อเจ้ามากกว่านะ ยังไงซะเจ้าก็มีคดีติดตัวแน่ ๆ เพราะเจ้าฆ่าคน ถ้าช่วยพวกเรา ท่านอ๋องอาจจะช่วยเรื่องคดีของเจ้าได้” การเจรจาเหมือนจะได้ผล เซาโรดูจะสนใจสิ่งหน้าพูด “แล้วเจ้าต้องการอะไรกันแน่” “โอสถทิพย์ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้นบ้าง” อวี่จิ้งเซียงถามทันที “นี่พวกเรากำลังพูดถึงอะไร ข้าดูเหมือนหมอหรือไง ถึงจะได้รู้วิธีการปรุงยา” เซาโลพูดด้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status