Share

ตอนที่ 2 1/2

last update Tanggal publikasi: 2026-01-23 06:41:44

                                                                             ตอนที่ 2

             “ข้าน้อยมาเพื่อรับใช้พระสนมพะยะค่ะ นับตั้งแต่วันนี้ไปเป็นต้นไป ข้าน้อยจะถวายชีวิตเพื่อรับใช้ท่าน” ว่ากันว่าเขาทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือให้นางได้เป็นฮ่องเฮา  โดยไม่เลือกวิธีการเลย ต่อให้ต้องสังหารใครสักคนก็ยินดีทำเพื่อคนที่เขารักอย่างหมดหัวใจ ยิ่งเมื่อได้รู้จักกับเจ้าลัทธิเสียงสวรรค์ เขาจึงได้ทำการสนับสนุนลัทธินี้เพื่อให้ความช่วยเหลือกับเขาในการช่วยเหลืไทเฮา ในสิ่งที่ตัวเขาเองทำไม่ได้

               ทำให้ไทเฮาเรียกเขาว่า เก๊อเกอ เลยทีเดียวเพราะพระนางนับถือเขาเหมือนกับพี่ชายคนหนึ่ง แต่สำหรับเจินกงกงแล้วนางยังเป็นคนที่เขารักเสมอเขาเลยทำทุกอย่างเพื่อนางได้

                หลังจากที่ส่งพระนางเข้านอนแล้ว เขาก็เขียนจดหมายคำสั่งให้กับลัทธิเสียงสวรรค์ทันที

                 “หาโอสถทิพย์มาให้ได้”

                 สี่มือปราบเริ่ม สืบจากหมู่บ้านที่ได้รับรายงานก่อนซึ่งที่ พบคือ ร่างไร้หัวทั้งของนักพรตและเหล่าเจียงสือ แต่เจียงสือนี่ถูกสับเป็นชิ้น ๆ สิ่งที่ให้ซุ่นมู่ซานที่เป็นหมอต้องงงก็คือ

              “เลือดในศพนี้ มันหายไปไหนหมดเนี่ย”

                   “หมายความว่าอะไร” เฟิงต้ายงถามทันที

                 “ก็เลือดในศพนี้แทบไม่เหลือเลยน่ะ เหมือนศพนี้ถูกดูดเลือดไปจากตัว จนหมดตัวไปเลยน่ะ แถมโดนก่อนจะถูกตัดหัวด้วย ถ้าเสียเลือดขนาดนี้ ถือว่าตายไปแล้วนะ แล้วจะตัดหัวเหยื่อทำไม จะบอกว่าฝีมือเจ้าเจียงซือสองตัวนั่นเหรอ ข้าว่าไม่น่าใช้นะ” ซุ่นมู่ซานพูดขึ้นมา

                “และอะไรจะทำเรื่องแบบนี้ได้ล่ะ”

                 “เจียงสือล่ะมั้งข้าเคยได้ยินหากควบคุมไม่ดีเจียงสือก็ จะดูดเลือดและพลังวิญญาณของมนุษย์”  เถียวเสี่ยวฟู พูดเสนอ

              “แต่พวกเราก็เคยสู้กับพวกเหมาซาน มาบ้าง ไม่เคยเห็นเจียงสือเก่งขนาดนี้มาก่อนเลย” เฟิงต้ายงพูดและพยายามครุ่นคิด อวี่จิ้งเซียงก็เขามา

                  “เจออะไรเข้าเหรอ”

                  “ร่องรอยการต่อสู้ มันมีอีกคนสองคนที่ไม่ได้เป็นศพ ดูจากรอยเท้าน่ะ และก็มีรอยเท้าหนึ่งเหมือนจะใหญ่กว่าทุกคนด้วย ข้าไปสอบถามมาแล้ว ไม่มีใครหาย และก็ไม่มีเห็นเหตุการณ์ที่เต็ม ๆ หรือ มีแต่คนเห็นว่าเจียงสือตัวหนึ่งเดินมาหยิบเสื้อผ้าใหม่เท่านั้น หรือครั้งนี้พิราบดำจะพลาด” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา

                  “เจียงสือเดินปกติได้ ข้าว่าไม่ผิดหรอก แต่ต้องมีอะไรมากกว่านี้” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา หลังจากตรวจสอบโดยละเอียด ทั้งสี่ก็ไปโรงเตี๊ยมใกล้ ๆ  หลังสั่งอาหารและเหล้ามาดื่มแล้ว เสี่ยวเอ้อต์ของทางร้านเดินเอาอาหารมาส่ง พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง

             “พิราบดำ ส่งข่าวมา” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา และหยิบกระดาษมาดู มันเขียนไว้แค่คำว่า เกลือ  

                “เกลือเหรอ บอกตรง ๆ มันจะตายมั่ยเนี่ย” อวี่จิ้งเซียงพูดพลางหัวเราะ

                “เกลือ ทางขนเกลือสินะ หมู่บ้านนี้ติดกับเส้นทางที่เขาเอาไว้ใช้ขนเกลือหลวง เจ้าเจียงสือนั่นไปทางนั้นเหรอ เส้นนั้นมันมีโจรชุมยังกะยุง” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

             “ทางอันตรายที่สุด อาจปลอดภัยที่สุดก็ได้นะ” อวี่จิ้งเซียงพูดขึ้นมา

              “มันเป็นเจียงสือ ถึงจะได้สติกลับมา คงเดินไปตามเรื่อง ไม่ก็ไปตามทางที่มันคุ้นเคยสมัยเป็นคนก็ได้มั้ง” ซุ่นมู่ซานเสนอความคิด

              “ผู้นำโจรแถวนั้นคือ พั่งอู๋ ไอ้เสืออ้วน ทางการกำลังหาทาจับอยู่ คงต้องรีบตามไปแล้ว เกิดไอ้เจียงสือนั่นตายขึ้นมาโอสถทิพย์จะโดนพวกโจรนั้นชิงไปซะก่อน” ซุ่นมู่ซานพูดขึ้นมา ทั้งสี่เดินออกไป แค่อวี่จิ้งเซียง ยังคงคิดถึงรอยเท้า

                ทางขนเกลือ เป็นเส้นทางที่อันตรายพอสมควรในยุคนี้ เพราะมีพวกโจรแอบดักปล้นอยู่ตลอด เรียกได้จะมาทางนี้ต้อง ผู้คุ้มกันที่มีฝีมือเอามาก ๆ หรือบางทีก็ต้องใช้ทหารสักหนึ่งกองร้อยเลยก็ว่าได้ ยิ่งช่วงนี้ฮ่องเต้ประชวรความลือเยอะ ทำให้ยิ่งมีโจรมากกว่าเดิมไปอีก

               พั่งอู๋ไอ้เสืออ้วน ว่ากันเดิมทีมันเป็นทหารในกองทัพแล้วหนีทัพออกมา มาตั้งกลุ่มโจรปล้นฆ่า สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ทางการพยายามปราบแล้วแต่ พั่งอู๋มีฝีมือในการต่อสู้มาก ทำให้ยังไม่มีใครปราบได้ ซึ่งจริง ๆ สี่มือปราบก็ตั้งใจจะมาปราบโจรกลุ่มนี้อยู่แล้วแต่เพราะว่า มีเรื่องโอสถทิพย์เข้ามาซะก่อน

             ที่ทางขนเกลือกลุ่ม ชายฉกรรจ์หลายสิบคน มาขว้างทางเอาไว้ หัวหน้าของมันเป็นชายร่างอ้วนใหญ่ มีค้อนยักษ์เป็นอาวุธ เขาคือ พั่งอู๋ ไอ้เสืออ้วนนั่นเอง

             “หัวหน้าคิดว่า จะมีคนผ่านมาทางนี้จริง ๆ เหรอขอรับ”

                “แน่สิวะ ข้าได้ข่าวมา และเห็นบอกว่าของที่ขนมาเนี่ยเป็นของมีค่ามากนะ ถ้าได้แล้วนำไปถวายราชสำนักเราจะรวยไปทั้งชาติหรือ ข้าอาจจะเก็บเอาไว้เองก็ได้” พั่งอู๋พูดขึ้นมา

               “มันคืออะไรครับท่าน”

             “เอ็งไม่สน เดี๋ยวปล้นมาได้แล้ว เราค่อยแบ่งกันบอกเลย พวกเอ็งไม่ต้องเป็นโจรกันแล้ว”

             สักพักใหญ่มีชายร่างผอมสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ หมวกกุยเล่ย[1]กำลังลากรถเข็นคันหนึ่ง ในรถมีหีบใบใหญ่ขนาดเท่ากับโลงศพ เขาค่อย ๆ ลากอย่างระมัดระวัง  

            “ไอ้นี่คนนี้ตรงตามข่าวเลย” พั่งอู๋พูดขึ้นมา

             “หัวหน้าสภาพนี้ จะมีของมีค่าขนาดนั้นได้ไงกันขอรับ”

               “เอ็งนี่ไม่รู้อะไรเลย ก็สภาพนี้ล่ะ ไม่มีใครสงสัยหรืออยากปล้นหรอก ไปล้อมมันไว้เลย”

พวกโจรไปล้อมหน้าล้อมหลังของชายสวมหมวกเอาไว้        

                 “เฮ้ย ! แต่นะ มีของมีค่าอะไรก็ทิ้งไว้ที่นี้ล่ะ ถ้าแกมีนะ พวกดีพอเห็นแกมาคนเดียว พวกข้าอารมณ์ดีไม่อยากฆ่าคนโวย”  พวกโจรต่างหัวเราะ ยิ่งเห็นชายตรงหน้าแล้ว สภาพเขาคือเหมือนกับคนอมโรคไม่มีผิด เลยคิดว่างานนี้ก็หวานหมูแน่

                “ถอยไป” ชายสวมหมวกกลับพูดด้วยเสียงเบา ๆ และไอ ทำเขายิ่งดูเหมือนกับคนอมโรค เข้าไปใหญ่

                 “เฮ้ย ! ไอ้นี่อยากลองดีหรือไงกันวะ ไปสั่งสอนมันหน่อยสิ”

ลูกน้องคนหนึ่งเดินไปหาชายสวมหมวกแต่ว่า กลับถูกถีบกระเด็น

            “ข้าบอกให้ถอยไป อย่าขว้างทาง” ชายสวมหมวกพูด

            “อวดเก่งนักนะแก มันมีแค่คนเดียว จัดการเลย ” พั่งอู๋ร้องสั่ง พวกลูกน้องวิ่งไปพร้อมอาวุธ

            “บอกให้ถอยไป”

            ชายสวมหมวกเขาต่อสู้ทันทีด้วยการออกมือเท้า อย่างรวดเร็วและรุนแรง จนพวกโจรกระเด็นไปทุกคน มีโจรคนหนึ่งเอาหอกแทงเขาทะลุ แต่ชายสวมหมวก กลับไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาเลยแม้แต่หน่อย กลับดึงหอกออกมา และหักทิ้ง

            “ถอยไป”

            “ไอ้นี่มันตัวอะไรเนี่ย” พวกโจรตกใจมาก แต่พั่งหูกลับพูดว่า

            “ไม่ต้องกลัวมันหรอก มันแค่ตัวตัวแถมมือเปล่าด้วย อีกอย่างมันจะเหนียวสักแค่ไหนกันเชียว ข้าน่ะทุบไอ้พวกเหนียว ๆ มาหลายคนแล้วโวย” 

            สี่มือปราบมาถึงพื้นที่ มีการต่อสู้ก็พบว่าพวกโจรกำลังสู้งกับชายสวมหมวกอยู่ พวกเขาตกตะลึงเพราะว่า พวกโจรบาดเจ็บล้มตายไปหลายคน มี่แต่พั่งอู่เท่านั้นที่ พ่อจะต่อสู้กับชายสวมหมวกได้

            “อะไรเนี่ย เราต้องช่วยใครกันแน่” เฟิงต้ายงพูดขึ้นมา

            “ยังไงแยกพวกมันก่อนก็แล้ว ข้าจัดการเอง เสียงมังกรบัญชาแห่งแม่ทัพ” เถียวเสี่ยวฟูพูดและดีดพิณทันทีเสียงพิณที่อัดไปด้วยพลังวัตรอันมหาสารทำให้เกิดแรงกระแทกขึ้น ทำให้ต้องหยุดการต่อสู้

            “พวกเราคือมือปราบเฟิงเถียวอวีซุ่นแห่งเมืองหลวง ขอให้พวกเจ้าหยุดต่อสู้ พั่งอู่ มอบตัวซะ ส่วนเจ้าคนสวมหมวกมากับเราซะ” เฟิงต้ายงพูดเสียงดัง

            “เฮ้ย ! คิดว่าพวกข้ากลัวหรือไงกัน มาแค่สี่คน แถมมีผู้หญิงมาด้วย อย่างมาทำเป็นเก่งโวย พวกเราจัดการมันเลย” พั่งอู๋พูด จริงอยู่พวกโจรอาจตายไปหลายคนแล้ว แต่ก็ยังมีจำนวนมากอยู่ดี พวกมันเขาต่อสู้ เหล่ามือปราบชักอาวุธออกมาทันที

            เฟิงต้ายงชักกระบี่ออกมา เขาต่อสู้ เพลงกระบี่ที่รวดเร็วและงดงาม ก็ทำให้พวกโจรโดนเล่นงานไปหลาย

            เถียวเสี่ยวฟู แม้จะมีรูปร่างเล็กที่บอบบาง แต่เมื่อเขาดีดพิณเสียงพิณก็ทำให้เกิดแรงกระแทก ทำให้พวกโจรกระเด็นไม่อาจเข้าถึงตัวเขาได้ เขาไม่ต้องขยับเท้าเลยแม้แต่ก้าวเดียวแต่ใช้เสียงพิณเป็นอาวุธจู่โจม พลังวัตรในตัวของเขาช่างไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

            อวี่จิ้งเซียงนั้นแม้จะเป็นหญิงมีอาวุเพียงร่ม แต่มันกลับเป็นอาวุธสังหารที่น่ากลัว ยามที่ร่มหุบนั้นมันจะเหมือนกับไม้กระบอง ปลายแหลมของมันก็ไม่ต่างอะไรจากหอก หากมันกางออก ตัวร่มจะเป็นเหมือนโล่ ที่กันได้แทบทุกอย่าง และยังเป็นใบมีดสังหารที่น่ากลัว

            ซุ่นมู่ซาน แม้จะไร้อาวุธ แต่เขาเชี่ยวชาญหมัดงู ! เพลงมวยที่พลิกแพลง รวดเร็วราวกับงูชก แต่ละจุดที่ชกไปล้วนเป็นการจี่จุดให้ศัตรูขยับไม่ได้

            อวี่จิ้งเซียงเห็นชายสวมหมวกกำลังจะไปที่รถเข็น นางก็รู้ได้ทันทีว่า รถเข็นนั้นต้องมีอะไรสำคัญแน่ ๆ จึงรีบใช้วิชาตัวเบาทะยานไปฟาดร่มใส่ ชายสวมหมวกหลบแต่หมวกถูกตีหลุด เผยให้เห็นใบหน้าของเขาแม้จะมีเค้าของความที่เป็นคนรูปงามอยู่บ้าง แต่กลับมีผิวขาวซีดอมเขียว สภาพไม่ต่างอะไรจากซากศพ ร่างนี้ไม่ใช่มนุษย์แน่ ๆ คือเจียงสือ ! แต่มันกลับเคลื่อนไหวได้เหมือนคนปกติ แถม มันออกมือเท้ามาด้วยความรวดเร็ว อวี่จิ้งเซียงกางร่มรับการโจมตีและกระแทกร่มสวนไป แต่อีกฝ่ายยังไม่คงไม่ยอมถอย

           “คอมันเล็งที่คอมันเร็วเข้า เพราะจุดอ่อนของเจียงสืออยู่ที่คอ” ซุ่นมู่ซานตะโกนบอก อวี่จิ้งเซียงแทงร่มไป แต่มันหลายได้อย่างว่องไว ซุ่นมู่ซานกระโดดเข้าไปร่วมวงเขาใช้เพลงหมัดงู เป้าหมายคือ คอของอีกฝ่าย แต่เจียงสือใช้มือปัดได้

               “มันอ่านทางหมัดข้าได้ !” ซุ่นมู่ซานตกใจมาก เจียงสือปกติแล้วจะเป็นศพไร้ความคิดแต่เจ้านี่กลับ แก้กระบวนท่ามวยจีนของเขาได้อย่างง่ายดายเกินคาด ขณะที่กำลังวุ่นวายกันอยู่นั้น อยู่ ๆ ฝาหีบก็กระเด็นออกมา

            “นายท่านตื่นแล้ว !” เจียงสือพูดขึ้นมา ชายร่างสูง ใหญ่ผมยาวสีดำ ผมด้านหน้าทักเปียเล็ก ๆ ไว้สองข้าง เขามีผิวขาวซีด ดวงตาสีแดง เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่แปลกตา กระโดดออกมาจากหีบ สีหน้าและท่าทางดูหงุดหงิดสุด ๆ

            “หนวกหูโวย !”

[1] หมวกกุยเล้ย หรือ โก่ยโล้ย กุ่ยเละ หรือหมวกเจ๊ก เป็นหมวกทรงกรวยหัวแหลมมีปีกกว้างกลม มักทำจากไม้ไผ่  

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/2

    เขารีบจับอาวุธและฟาดไปอีกครั้ง โดนที่เข้าที่แสกหน้าของหลี่หวู่หมิงเต็ม ๆ และยังโดนกระหน่ำฟาดไม่หยุด ความเจ็บปวดแผ่เข้ามาเต็มร่างของหลี่หวู่หมิง จนเลือดอาบไปทั้งตัว เนื้อหลุดจนเห็นกระดูกหลายจุด เซาโลหยุดการโจมตีแล้ว“ทำไมทำไม ข้าแพ้แบบนี้ ทำไมกัน ข้าได้พลังมาแล้ว ทำไมกัน แผ่นดินต้องเป็นของข้าสิ”เซาโลมองที่หลี่หวู่หมิงแล้วพูดว่า “พลังที่เจ้าเลือก มันเป็นของปีศาจเป็นคำสาป ยังไงก็ไม่เกิดเรื่องดี ๆ กับเจ้าหรอกนะ เอาจริง ๆ เจ้าน่ะแค่อยากได้อำนาจไม่ได้อยากช่วยเหลือใครจริง ๆ หรอก” “แต่เจ้าก็มีพลังแบบนี้เหมือนกัน” หลี่หวู่หมิงเถียง “นั่นคือคำสาปข้ายังไม่รู้เลยว่าข้าจะจบแบบไหน”หลี่หวู่หมิงได้ยินแบบนั้นก็เริ่มรู้ว่า ที่ผ่าน ๆ มา เขาอ้างบ้านเมืองมาตลอดความจริงเขาอยากได้อำนาจเอาไว้ใช้ซะเอง จึงได้เงียบไปเป็นการรอรับความตาย เซาโลฟาดดาบแส้ซ้ำลงไปหัวของหลี่หวู่หมิงขาดกระเด็นไปแล้ว ทหารหลวงมาล้อมเซาโลเอาไว้ แต่อวี่จิ้งเซียงตามมาด้วย เลยรีบห้าม “เขามากับข้า”ทหารหลวงลดอาวุธลง อวี่จิ้งเซียงมองร่างของหลี่หวู่หมิงที่กลายเป็นผงไปแล้ว เธอก็นึกเสีย

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    15/1

    ตอนที่ 15ซุ่นมู่ซานส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าไม่เอาแล้วล่ะ พอกันที ข้าเป็นมือปราบ เป็นหมอ สู้กับคน รักษาคน ข้าไม่ได้จะมาต่อสู้กับปีศาจแบบนี้” “นี่ท่านหมายความว่าอะไร ท่านจะไม่ต่อสู้แล้วเหรอ” “ข้าขอโทษ ตอนนี้ข้าไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด ตอนที่พี่เฟิ้งตาย ข้าเพิ่งเคยเห็นเขามีสีหน้าหวาดกลัวขนาดนั้น แล้วหลังจากนั้นพี่เฟิ้งก็กลายเป็นปีศาจไร้ความรู้สึกให้ข้าไปต่อสู้อีกเหรอ ข้าไม่ไหวจริง ๆ เรื่องการต่อสู้แบบนี้ข้าทำไม่ได้แล้ว แต่ข้าจะคอยรักษาคนเจ็บคนป่วยต่อไปก็แล้วกัน มันก็ถือว่าเป็นช่วยชาติ ช่วยประชาชนได้เหมือนกันล่ะ ข้าไม่คิดจะเอาชีวิตไปแลกหรอกนะ เพราะข้าจะช่วยคนอื่นได้มากกว่าถ้าข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป” ซุ่นมู่ซานตอบ อวี่จิ้งเซียงมองซุ่นมู่ซานแม้ว่ามันอาจไม่ใช่อย่างที่นางต้องการ แต่นางก็เข้าใจเขา ยังไงคนเราก็รักตัวกลัวตายทั้งนั้น “งั้นข้าขอให้ท่านโชคดีแล้วกันนะ ขอให้รักษาคนให้ได้มาก ๆ ก็แล้วกัน” อวี่จิ้งเซียงพูด “เจ้าเองก็ด้วย ข้าขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ และข้าช่วยได้แค่นี้” หลังอวยพรเสร็จเขาก็ส่งขวดยาให้“นี่ยาถอนพิษ อาจช่วยเจ้าได้ข้าขอล

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/2

    “อินรูโต๊ะ !”เลือดพุ่งออกมาจากแผลที่ข้อมือของเฮ่ยหลู่ต้งปิง เข้ามาในปากของเซาโล แขนของเฮ่ยหลู่ ต้งปิงถึงกับชาจนขยับไม่ได้ กระบี่เหรียญที่แทงร่างของเซาโลกระเด็นหลุดจากร่าง เฮ่ยหลี่ต้งปิงเสียเลือดไปมากจนยืนไม่อยู่ เซาโลเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เฮ่ยหลู่ต้งปิงอ่อนแรงจนทำอะไรไม่ได้แล้ว เซาโลฟาดอาวุธเข้าไปที่คอของเฮ่ยหลี่ต้นปิง หัวเขาขาดกระเด็น อวี่จิ้งเซียงเธอต้องคอยหลบ กู่และใช้ร่มจัดการ แต่อยู่ ๆ เธอก็หน้ามืดเข่าอ่อน และคนที่อยู่ใกล้ ๆ อีกหลายคนก็มีอาการแบบเดียวกัน “รู้ตัวช้านะ เจ้าสูดลมพิษของข้าไปแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกไม่ถึงตายหรอก แต่เจ้าไม่รอดจากกู่ของข้า แน่ ๆ ” เมื่อเฮ่ยเหอเซียงกู่พูดจบ กู่ทั้งฝูงก็กำลังจะเล่นงานอวี่จิ้งเซียง แต่ว่า เหล่ากู่โดนอาวุธของเซาโลทำลายไปทั้งหมดแล้ว “แก ! ทำไมพิษมันไม่ได้ผล” เฮ่ยเหอเซียงกู่ตกใจมาก “คิดว่าข้าเป็นมนุษย์หรือไงจะได้แพ้พิษนี่” มีกู่ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเซาโล เขาใช้ปากกัดมันเคี้ยวก่อนจะคายออกมา “รสชาติไม่ได้เรื่องเลย นึกว่าจะเผ็ดกว่านี้ซะอีก” เฮ่ยเหอเซียงกู่เริ่

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    14/1

    ตอนที่ 14 “อะไรกัน ใจร้อนจังนะพ่อหนุ่ม แค่กอดเองจะอะไรนักหนาเหรอ ไม่รู้เหรอว่าพวกเรากับท่านอ๋องเป็นอะไรกัน” อลิซพูดจบก็กลับไปอยู่ข้าง ๆ ท่านอ๋องเหมือนเดิม “หมายความว่าอะไรกันขอรับท่านอ๋อง” เฟิ่งต้ายงพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ อลันกับอลิซเลยผลัดกันจูบท่านอ๋องต่อหน้าทั้งสามคน ทั้งสามทำไม่หน้าถูก ตะลึงกับภาพที่เห็น “ยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ท่านอ๋องเป็นของพวกเราไงล่ะ” อลันพูดและส่งสายตาไปให้ทั้งสาม อลิซก็เหมือนกันทำให้ทั้งสามคนขนลุกแปลก ๆ “อย่าได้แปลกใจไป สองคนนี่ได้มอบพลังให้กับข้า” ท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงพูดน้ำเสียงของเขาดูล่องลอย “ท่านใช้โอสถทิพย์ไปแล้วเหรอขอรับ” ซุ่นมู่ซานพูดด้วยความตื่นเต้น ทั้งอลันและอลิซส่งเสียงหัวเราะดังลั่น “แหม ๆ ไม่น่าจะเรียกว่าใช้หรอกนะ เราแค่มีความสุขด้วยกันจะดีกว่านะ” อลิซพูดพลางไปนั่งตักของท่านอ๋อง “แปลว่าท่านจะเอาพลังไปรักษาฮ่องเต้สินะขอรับ” เฟิงต้ายงพูดด้วยสายตาแห่งความหวัง ท่านอ๋อง หลี่หวู่หมิงนิ่งไปก่อนจะพูดว่า “คิดว่าข้าจะเอาพลังนี่ไปช่วยฮ่องเต้ขี้โรคนั่นจริง ๆ เหรอ”เม

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/2

    “เด เม อัด เม” ดาบแส้อาวุธคู่กายกลับมาอยู่ในมือของเซาโล เขามองไปที่ทั้งสี่ แล้วเรียกหาบิงโก้ แต่กลับไม่เสียงตอบรับ เซาโลเลยวิ่งไปที่อีกห้องด้วยความเร็วทำให้ทั้งสี่ลงมือไม่ทัน “ตามมันไปเร็วเข้า” เฟิ่งต้ายงพูด ทุกคนตามไปทันทีเซาโลเข้ามาให้ห้องหนึ่ง มีพวกสาวกอยู่นั้นกลุ่มหนึ่ง เขาเห็นร่างของบิงโก้โดนตัดแขนขา ตัวถูกเกี่ยวเอาไว้ เซาโลโกรธจัดฟาดฟันอาวุธใส่พวกสาวกนั่นทันที พวกเขาได้แผลยาวกันทุกคน“อินรูโต๊ะ” เลือดพุ่งเข้ามาในปากของเขา และเขาก็ปล่อยบิงโก้ลงมา ตอนนี้บิงโก้มองเขา แล้วพูดว่า“นายท่านปลอดภัยแล้วสินะขอรับ”“ยังจะมาห่วงข้าทำไม ไม่ดูตัวเองก่อนล่ะ” เซาโลพูดแม้น้ำเสียงของเขาฟังดูเรียบเฉย แต่หากมองตาเขา ดี ๆ ตอนนี้มันเต็มไปด้วยความเศร้า เขาก้มและพยายามต่อแขนขาคืนกับให้กับบิงโก้ เถียวเสี่ยวฟู่กำลังดีดพิณเพื่อใช้เสียงพิณเล่นงานแต่ อวี่จิ้งเซียงห้ามเอาไว้ก่อน“ตอนนี้เขาไม่เป็นอันตรายหรอก เชื่อสิ ให้เขาได้บอกลากันเถอะ”ไม่ว่าเซาโลจะทำยังไงก็ต่อแขนขาคืนให้บิงโก้ไม่ได้ “พวกมันใช้อาคมตัดร่างกายข้า มันต่อคืนไม่ได้หรอกขอรับ อย่าพยายามเลย” บิงโก้พูดทำให้เซาโลนิ่งไปพักใหญ่ ตั้งแต

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    13/1

    ตอนที่ 13 “โอะ ๆ ก็เอาสิขอรับ ก็เป็นการประกาศให้โลกรู้ไปเลยท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ โดยคนต่างชาติพรากพรหมจรรย์ทางทวารไปแล้ว พวกข้าน่ะไม่มีอะไรให้เสียหรอกนะขอรับ แต่ท่านล่ะเป็นยังไงน่า” อลันพูดขึ้นมา ท่านอ๋องถึงกับพูดไม่ออก เหมือนใครเอาน้ำเย็นมาสาดจนชาไปทั้งตัว ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงไหนก็อายถึงนั้น ชื่อเสียงของท่านอ๋องจะไม่เหลือชิ้นดี เผลอ ๆ อาจทำให้ท่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งไป ไม่อาจโดนประหารไปเลย เลยก็ได้ เพราะสำหรับเชื่อพระวงศ์แล้วนี่มันเรื่องเสื่อมเสียที่สุดแล้ว ท่านอ๋องไม่มีทางเลือก อลิซหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ อยู่ตรงหน้า “พวกเจ้าหลอกข้า อำนาจอะไรนั่นไม่มีจริงสินะ” อ๋องหลี่หวู่หมิงโวยวายเสียงดังลั่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความคับแค้นใจ “อย่าพูดแบบนั้นพวกเรารักษาคำพูดเสมอนะขอรับ ท่านอ๋องเอาล่ะ ตามสัญญา ลุกขึ้นสิขอรับ” อลันพูดขึ้นมาเมื่อไม่มีทางเลือกอะไรอีกแล้ว หลี่หวู่หมิงลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย อลันไปยืนด้านหลังและกอดท่านอ๋องจากด้านหลังส่วนอลิซกอดท่านอ๋องจากหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านอ๋องอยู่อ้อมกอดของทั้งสองคน แต่มันกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นเลยสักนิด ตรงกันข้า

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.2

    “เอาทหารข้าไป ! ต่อให้ต้องใช้ทหารถล่มเขตต่างชาติข้าก็จะทำ แค่ให้ได้มันมา ! คราวนี้อย่าให้พลาดอีก ถ้าพลาดอีกคราวนี้ข้า บอกเลยนะ ข้าจะสั่งขังพวกเจ้า !” เสียงประกาศของท่านอ๋องทำให้เหล่ามือปราบถึงกับขนลุก เพราะท่าน อ๋องไม่ได้พูดเล่นท่านเอาจริง เซาโลกับบิงโก้เดินทางมาถึงเขตต่างช

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    10.1

    ตอนที่ 10 “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้าต้านพิษได้เพราะฝึกกับพิษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว” แต่อีกฝ่ายก็มีแค่มือเปล่า นักดาบเลยได้ใจเข้าต่อสู้ทันที แต่กลายเป็นซุ่นมู่ซานก้าวเท้าหลบด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ทำให้อีกฝ่ายฟันไม่ถูกสักที เขาซัดขวดยาไปทางนักดาบแต่มันหลบได้ “ซัดไปทางไหนกัน” นักดาบเยา

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    9.2

    อวี่จิ้งเซียงถอนใจก่อนที่จะเล่าให้ฟังต่อ“สุดท้ายข้าเลยปลอมตัวไปสอบจอหงวน แต่กรรมการคุมสอบวันนั้นดันเป็นท่านอ๋องหลี่หวู่หมิงซึ่งเขาจับได้ว่าข้าเป็นสตรีปลอมตัวมา แต่เมื่อท่านอ๋องได้ทดสอบความรู้ของข้า ท่านอ๋องเห็นว่าเองก็มีความสามารถก็เลย ได้มาเป็นมือปราบนี่ล่ะ”“ขอบคุณที่เล่าเรื่องดี ๆ แบบนี้ให้ฟังน

  • อ้าวเฮ้ย ! ข้าไม่ใช่โอสถทิพย์ของพวกเจ้านะโว้ย    ตอนที่ 9

    ตอนที่ 9 “นายท่าน” บิงโก้ตะลึงทำให้เขาไม่ระวังตัว เลยโดนแปะยันต์ไปทำให้หมดพลัง เข่าอ่อนแทบจะยืนไม่ได้อวี่จิ้งเซี่ยงเดินตรงมาหาเขา และกำลังจะเอาร่มแทง แต่เซาโลพุ่งมาจับข้อมือของอวี่จิ้งเซี่ยงเอาไว้ แม้ตอนนี้เขาจะบาดเจ็บและพละกำลังน้อยลง แต่เขาก็ยังแข็งแรงพอที่จะบีบมือให้เธอเจ็บ ร่มหลุดจากมือ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status