เข้าสู่ระบบเว่ยหลานด่าฮ่องเต้เผยเจิ้นหยางในใจตลอดทาง กว่าจะถึงสถานที่พักผ่อนก่อนออกล่าสัตว์ก็เกือบพระอาทิตย์ตกดิน หลังข้าราชบริพารตั้งกระโจมเรียบร้อย เว่ยฮองเฮาแทบอยากสบถถ้อยคำหยาบออกมาเมื่อพบว่าคืนนี้นางต้องนอนในกระโจมหลังเดียวกับฮ่องเต้! เว่ยหลานผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นสีขาว ผมที่เคยรวบทั้งหัวถูกปล่อยสยายลงกลางแผ่นหลัง นางเหลือบแลมองเตียงในกระโจมอีกครั้ง พบว่ามันค่อนข้างเล็ก เช่นนั้นคืนนี้นางและเขามิอาจนอนห่างกัน ยามนั้นเผยเจิ้นหยางเพิ่งพูดคุยกับขันทีแล้วเสร็จก้าวเข้ามาด้านใน ดวงเนตรคมกริบสะดุดกับร่างระหง ท่ามกลางแสงตะเกียงอาบย้อมบนเรือนร่างนาง ช่างเย้ายวนใจไม่น้อย ลมหายใจฮ่องเต้พลันติดขัด รู้สึกเหมือนตนเองเพิ่งเป็นหนุ่มใหม่ ๆ ที่มักกระอักกระอ่วนกับร่างกายสตรี “ฝ่าบาทบรรทมบนเตียงเถิดเพคะ หม่อมฉันจะนอนพื้น”ไม่พูดเปล่า เว่ยหลานมองผ่านโอรสสวรรค์ราวอากาศ เดินไปหยิบผ้าในหีบไม้ออกมาแล้วจัดการปูบนพื้น เมื่อเรียบร้อยก็เอนหลังนอน ปิดเปลือกตาลง เพราะเหนื่อยจากการเดินทาง และนางไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาฮ่องเต้หนุ่มมองภรรยา มุมปากหล่อเหลาโค้งขึ้นเล็
“นี่คือภาพวาดสตรีตระกูลเว่ย พร้อมรายนาม ฝ่าบาททรงลองทอดพระเนตร หากโปรดปรานใคร แม่จะส่งนางเข้าวังหลวงทันที” เว่ยไทเฮากางม้วนหนังสือ ซึ่งในนั้นมีภาพวาดเหล่าสตรีตระกูลเว่ยที่ยังไม่ออกเรือน วันนี้ฮ่องเต้เผยเจิ้นหยางยอมเสด็จยังตำหนักฉือหนิง ด้วยวรกายนางอ่อนแอลงกว่าปกติ จึงฉกฉวยโอกาสนี้โน้มน้าวพระโอรสรับสนมเพิ่ม ไม่ว่าอย่างไร องค์รัชทายาทก็ควรคลอดโดยสตรีตระกูลเว่ย เผยเจิ้นหยางพ่นลมหายใจเหนื่อยหน่าย เขาหมดอารมณ์จะมองภาพสาวงาม สนมในวังหลวงมีมากพอแล้ว มิจำเป็นต้องรับใครเพิ่ม สุดท้ายแล้วเว่ยไทเฮาก็ยังคิดถึงอำนาจอันดับหนึ่ง ความรู้สึกลูกเป็นเช่นไรล้วนไม่สน เนตรคมกริบฮ่องเต้เผยเจิ้นหยางพลันโศกเศร้า เดิมทีตั้งใจอยากเสวยกระยาหารเช้ากับมารดา หากแต่ยามนี้พูดคุยจบจะรีบกลับตำหนักเฉียนชิงทันที “เสด็จแม่ สตรีสกุลเว่ย ลูกมีเว่ยหลานคนเดียวก็พอแล้ว เสด็จแม่อยากเห็นภาพพี่น้องแย่งชิงความโปรดปรานจากลูกหรือ” เขาเหนื่อย ลำพังเว่ยหลานคนเดียวก็รับมือยาก หากมีสตรีตระกูลเว่ยผู้อื่นเข้าวังหลวงเพิ่ม จะวุ่นวายสักเพียงใด
ฮ่องเต้ผู้น่าเกรงขาม แท้จริงก็มีมุมเช่นนี้ด้วย “หรือฝ่าบาทกำลังหวั่นไหวกับหม่อมฉัน?” นางขอเอาคืนก่อน หากทำให้เผยเจิ้นหยางหน้าเสียแล้วค่อยกลับตำหนักคุนหนิงก็ยังไม่สาย เป็นครั้งแรกที่ฮ่องเต้หนุ่มเลิ่กลั่กเสียอาการ เขาแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้ มือหนาผลักร่างเว่ยฮองเฮาออกจากตน เดินไปหยิบม้วนฎีกาที่กองอีกโต๊ะมากางออกบนโต๊ะทำงาน “วันนี้ข้ามีฎีกาที่ต้องตรวจอีกมาก เจ้ากลับไปเถอะ เรื่องความปลอดภัยของซือเอ๋อร์ ข้าจะส่งราชองครักษ์ฝีมือดีไปยังตำหนักคุนหนิงเพิ่ม และคนที่เคยทำร้ายลูก ข้าไม่มีทางปล่อยไป แต่ช่วงนี้มอบอำนาจแก่ฮองเฮา จัดการฉินเฟยตามสมควรก่อน” “เพคะ ขอบพระทัยฝ่าบาทที่นึกถึงซือเอ๋อร์” เอาเถอะ อย่างน้อยเขาก็ไม่ถึงขั้นปล่อยปละละเลยเผยลู่ซือ ราชกิจของโอรสสวรรค์มีมาก จะให้เขาอุทิศเวลาทั้งหมดเพื่อลูกก็ไม่ใช่ ดูจากฎีกามากมายบนโต๊ะ เกรงว่าคืนนี้ฮ่องเต้อาจไม่ได้นอน ดีนัก...เขามีงานมาก คงไม่มาก่อกวนนางกับลูกในพระตำหนักคุนหนิงกระมัง เว่ยหลานคิดอย่างอารมณ์ดีแล้วสะบัดแขนเสื้อออกจากห้องทรงพระอักษร เผยเจิ้นหยางนำนิ้วเคาะกับโต๊ะ ผู้ใต้บ
“ฝ่าบาททรงทราบ แล้วเหตุใดปล่อยให้นางลอยหน้าลอยตาในวังหลังเพคะ?” เว่ยหลานหงุดหงิดเพราะฮ่องเต้เผยเจิ้นหยางทราบว่าอะไรเป็นอะไร แต่ยังปล่อยเรื่องทุกอย่างดำเนินไป หากวันข้างหน้าฉินเฟยมีแผนการมากกว่านี้จนกระทบความปลอดภัยของนางและเผยลู่ซือเล่า เขาเคยคิดบ้างหรือไม่ “ข้ารอคิดบัญชีรวบยอด” ฮ่องเต้หนุ่มตรัสสั้น ๆ เว่ยหลานเปลี่ยนไปแล้วสินะ หากเป็นเมื่อก่อน มีหรือนางจะสืบเสาะเรื่องพวกนี้ แม้มีเขี้ยวเล็บแต่ก็ยังมีจุดบอด การที่นางสืบจนทราบว่าฉินเฟยมิได้ตั้งครรภ์มังกร ทำให้เขาคิดว่าเว่ยหลานแบบใหม่ตรงหน้าช่าง ‘น่าสนใจ’ “หม่อมฉันไม่ทราบแผนการฝ่าบาท แต่ฝ่าบาทรู้หรือไม่ นอกจากเรื่องตั้งครรภ์ปลอม ๆ เดิมทีนางจ้างจางหมัวมัวทำร้ายซือเอ๋อร์ และตอนนี้ลูกนอนหวาดผวาทุกคืน ทั้งยังร้องไห้น่าสงสาร ทั้งหมดที่ฉินเยว่ทำไปก็เพราะอยากแก้แค้นหม่อมฉัน นางเข้าใจว่าหม่อมฉันประทานยาขับเลือดแก่นาง แต่หารู้ไม่ว่ามันเกิดจากการที่นางกินอาหารซึ่งมีส่วนผสมของหงฮัว!” กล่าวถึงความเจ็บปวดลูกทีไร เว่ยหลานแทบเก็บอาการไม่อยู่ เผลอขึ้นเสียงใส่ฮ่องเต้เผยเจิ้นหยางทุกครา
เพราะเว่ยหลานทำร้ายลูกนางก่อน นางจึงแก้แค้น นางไม่ผิดสักนิด “ข้ายอมรับว่าส่งยาห้ามครรภ์ไปกับยาบำรุงจริง แต่ยาขับเลือด ไม่ใช่ข้า!” “!” ฉินเฟยเบิกตากว้าง แทบไม่อยากเชื่อถ้อยคำที่เว่ยฮองเฮากล่าวออกมา จะเป็นไปได้อย่างไร ผู้ที่กล้าส่งยาห้ามครรภ์ให้นางมีเพียงฮองเฮา และยาขับเลือดย่อมเป็นฮองเฮา ยังมีใครอยู่เบื้องหลังอีก “ตกใจล่ะสิ เพราะเจ้าอคติกับข้ามากเกินไป ไม่ยอมสืบให้กระจ่าง คิดเองเออเองว่าข้าส่งยาขับเลือดไปให้เจ้าจนลูกตาย และเลือกวิธีเลวร้าย ทำให้พระธิดาข้ามีปมในใจ ขอถาม! ซือเอ๋อร์เกี่ยวอะไรด้วย!” นางเป็นมารดาที่รักลูก หากใครเคยทำสิ่งใด มิใช่แค่เพียงจะสนอง แต่จะย้อนกลับคืนพันเท่าทวี ให้เ
เหล่าสนมเบิกตากว้าง เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้องโถง คนที่นั่งคุกเข่าแทนฉินเฟยต่างรีบลุกขึ้นยืนโดยพลัน มองไปยังฉินเยว่อย่างไม่เชื่อเท่าใดนัก จะเป็นไปได้อย่างไร? “ฮองเฮา หม่อมฉันตั้งครรภ์มังกรจริง ๆ อย่าใส่ร้ายหม่อมฉัน” ดวงตาฉินเยว่แดงก่ำรื้นน้ำตาก่อนจะเปล่งเสียงร้องสะอื้น อย่างน้อยหากสตรีหงส์ไม่เมตตา ขอเหล่าสนมอื่นเห็นใจนางก็ยังดี เว่ยหลานแสยะยิ้ม ปรบมือสองครั้งพลางตรัสน้ำเสียงเย็นเยียบ “เด็ก ๆ นำตัวเข้ามา” สิ้นสุดคำกล่าวเว่ยฮองเฮา นางกำนัลของตำหนักคุนหนิงจึงจับตัวหมอหลวงคนหนึ่งเข้ามาด้านใน







