LOGINตอนที่ 2 ทวงคืน
รุ่งเช้าวันต่อมา
ขบวนฮองเฮาเดินทางไปที่ตำหนักหงซือโดยมีฮองเฮาเป็นผู้เดินนำและมีนางกำนัลขันทีเดินตามมากมาย วันนี้อากาศแจ่มใสเป็นปลายฤดูใบไม้ผลิที่สดใส
“หากเป็นตอนนี้ของชาติที่แล้ว ข้าคงกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมหาอาภรณ์เพื่อต้อนรับฤดูเหมันต์ แต่ข้านี้ต่างออกไปเพราะของพวกนั้นมีนางกำนัลห้องเครื่องต้องจัดการอยู่ดี วันนี้ข้าได้กลับมาเห็นใบหน้าของฝ่าบาทผู้ที่ประทานยาพิษให้ข้า ข้าอยากรู้เหลือเกินตลอดมาท่านเคยมีความรักให้แก่ข้าบ้างหรือไม่ หรือเพียงเห็นแค่ข้าเป็นฮองเฮาไว้คอยหนุนหลัง ครั้งนี้หากท่านไม่มีความรัก ข้าเองก็ไม่หวังให้ท่านมอบรักให้เช่นกัน เพราะเป้าหมายของข้าคือการตั้งครรภ์มีโอรสไว้สืบทอดรับตำแหน่งรัชทายาท อำนาจต่างหากที่ข้าต้องการต่อจากนี้ เมื่อไหร่ที่ข้าคลอดบุตรชายใต้หล้าแห่งนี้คงสั่นสะเทือน หวงกุ้ยเฟยคงร้อนอกร้อนใจไม่น้อย เพราะครั้งก่อนไม่ว่านางจะอยู่กับฝ่าบาททุกคืนแต่ไม่ตั้งครรภ์เสียที ครั้งนี้ข้าจะทำให้เห็นเองว่าบุตรของผู้ใดกันแน่ที่จะได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์ต่อจากฝ่าบาท” ซินเหยียนคิดในใจพลางย่างกรายเข้าไปตำหนักหงซือ นางเห็นนางกำนัลขันทีของตำหนักฉู่อี้ยืนอยู่กับนางกำนัลของฝ่าบาท ซินเหยียนแสยะยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างเแผ่วเบา
“คิดไว้แล้วว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่ มาหาฝ่าบาทตั้งแต่เช้าตรู่เช่นนี้ หมายความว่าฝ่าบาทมิได้ไปหานางที่ตำหนักสินะ ดีเลยข้าเองก็อยากพบเจอเจ้าเช่นเดียวกันหวงกุ้ยเฟย”
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฮองเฮา” ขันทีตำหนักหงซือรีบออกมาถวายบังคมซินเหยียนเมื่อเห็นนางเดินเข้ามาใกล้ ๆ ทุกคนได้ยินเช่นนั้นรีบถวายบังคมน้อมตัวลงทันทีเช่นเดียวกัน
“ข้าต้องการเข้าพบฝ่าบาท ฝ่าบาทคงกำลังเสวยอาหารเช้าอยู่สินะ”
“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา ยามนี้ฝ่าบาทกำลังเสวยอาหารอยู่ด้านใน กระหม่อมจะเข้าไปกราบทูลว่าฮองเฮาเสด็จมาบัดนี้เดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีก้มโค้งเดินหันหลังทว่าไม่ทันซินเหยียนนางไม่รอให้ขันทีเดินเข้าไปแจ้งต่อฝ่าบาทนางเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าขันทีไปก่อนแล้ว
ปัง!! เสียงประตูถูกเปิดจากมือของซินเหยียน นางกำนัลหรือแม้แต่ขันทีไม่กล้าจะขัดขวางทำได้เพียงยืนคอยอยู่ด้านนอกมีเพียงขันทีประจำตำหนักเท่านั้นที่เดินตามหลังฮองเฮาเข้าไป
ด้านในตำหนักมีบุรุษสตรีกำลังนั่งเสวยอาหารพูดคุยหัวเราะกันอย่างชอบใจ เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดเข้ามาต่างพากันมองด้วยความสงสัยผู้ใดกันกล้าเดินบุ่มบ่ามเข้ามาในตำหนักของฮ่องเต้อย่างพละการ
เมื่อสายตาของหลงเว่ยเจี่ยฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเหมินซานจ้องมองไปเบื้องหน้า เขามิอาจจะละสายตาจากสตรีที่กำลังย่างกรายเข้ามา รูปโฉมงดงามดั่งบุปผาแรกแย้มเป็นที่คลั่งไคล้ของคนนับหมื่น ใบหน้าเจือทั้งความทระนงและจองหองราวกับว่านี่มิใช่ฮองเฮาผู้ที่เขาเคยรู้จักสักนิดไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายหรือแต่งแต้มประทินโฉมจัดจ้านหากเทียบเมื่อก่อนราวกับไก่ต้มไม่ปาน
“ข้าคิดว่าผู้ใดมาขัดจังหวะยามที่ข้ากำลังเสวยอาหาร”
“ถวายบังคมฝ่าบาทหม่อมฉันต้องขอประทานอภัยหากการมาของหม่อมฉันทำให้พระองค์ไม่สบอารมณ์”
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ฮองเฮามาเยือนที่ตำหนักของข้า ข้าย่อมดีใจอยู่แล้วคงมีเรื่องอันใดสินะมิเช่นนั้นไม่ถ่อมกายมาถึงที่นี่” ซินเหยียนจ้องมองไปยังเบื้องหน้าเห็นหวงกุ้ยเฟยนั่งอยู่ไม่ไกลจากฝ่าบาท นางรีบลุกขึ้นถวายบังคมฮองเฮาแม้ว่าไม่อยากจะทำเลยสักนิด
“ถวายบังคมฮองเฮา อายุยืนหมื่นปีหมื่น ๆ ปีเพคะ” ซินเหยียนไม่เอ่ยอันใดเดินผ่านนางตรงไปหาฝ่าบาท พร้อมจับโต๊ะตั้งอาหารขยับถอยออกไปเล็กน้อยก่อนจะนั่งบนตักใหญ่ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนยกมือสองมือคล้องคอแน่นพร้อมยิ้มหวานยั่วยวนสามีของตนเอง
“ฝ่าบาทหม่อมฉันเป็นฮองเฮาของท่าน ต้องมีเรื่องอันใดก่อนหรือถึงจะเข้ามาหาท่านได้ น่าน้อยใจนักท่านปล่อยให้หม่อมฉันเฝ้ารออยู่ที่ตำหนักวันแล้ววันเล่าแต่กลับไม่ไปเยือนที่ตำหนักเลย ในแต่ละวันหม่อมฉันต้องผ่านความเปล่าเปลี่ยวหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นไทเฮาหรือฮองไทเฮาต่างตำหนิหม่อมฉัน กล่าวโทษหม่อมฉันเรื่องโอรสต่อจากนี้หม่อมฉันไม่มีทางยอมแล้วนะเพคะ” นางไม่ว่าเปล่าใช้มือลูบไล้ใบหน้าพร้อมใช้นิ้วแตะลงที่ปลายจมูกเลื่อนต่ำมาที่ริมฝีปาก แม้เว่ยเจี่ยจะแปลกใจแต่ก็ชอบที่ฮองเฮาของเขาเป็นเช่นนี้เหลือเกิน
“ข้าจะต่อว่าฮองเฮาของข้าได้เช่นไรกัน หวงกุ้ยเฟยวันนี้เจ้ากลับตำหนักไปก่อน ข้ามีเรื่องที่จะต้องคุยกับฮองเฮาทั้งวัน” เว่ยเจี่ยปัดมือไล่หวงกุ้ยเฟยออกไปจากตำหนัก นางเหลือบหน้าไปมองครู่หนึ่งเห็นแววตาของฮองเฮาคลายทำท่าทางเยาะเย้ย นางทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่น ก้มโค้งลงและจำใจเดินออกจากตำหนักไปด้วยความโมโห
“เพคะฝ่าบาทหม่อมฉันทูลลา" เมื่อหวงกุ้ยเฟยเดินจากไปซินเหยียนปล่อยมือออกจากกายของฝ่าบาทจะลุกขึ้นไปนั่งด้วยตนเองทว่าฝ่าบาทกลับดึงกายนางเอาไว้พร้อมกอดเอวของนางแนบชิดมากกว่าเดิม
“จะลุกไปไหน หรือว่าเจ้าหึงหวงข้าที่ข้าอยู่กับหวงกุ้ยเฟยเข้ามาเพียงกลั่นแกล้งนางเมื่อได้ดั่งใจเจ้าก็ลุกหนีข้าอย่างนั้นหรือฮองเฮา?”
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรเพคะ หม่อมฉันไม่คิดลุกหนีฝ่าบาทหรอกนะเพคะแต่เรื่องของหวงกุ้ยเฟยหม่อมฉันไม่ปฏิเสธ ฝ่าบาทเอาแต่อยู่กับนางแล้วหม่อมฉันเล่าเพคะฝ่าบาทเคยรู้หรือไม่ว่าทุกสายตาในวังหลังจ้องมองข้าเช่นไร ซุบซิบนินทาผู้เป็นฮองเฮาที่ถูกทิ้ง หม่อมฉันเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ เฝ้าคิดทุกค่ำคืนว่าดีแล้วหรือที่หม่อมฉันมาอยู่ที่ตำแหน่งนี้ ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เป็นแค่คุณหนูตระกูลไป๋ ยามนั้นฝ่าบาทเป็นรัชทายาท เมื่อก่อนเราทั้งสองมีเวลาเที่ยวเล่นสนุกด้วยกันมากกว่านี้เสียอีก ทว่าเวลาผ่านไปท่านขึ้นครองบัลลังก์ ท่านไม่เคยมีเวลาให้หม่อมฉันเลย ถึงมีเวลาท่านก็มิเคยไปหาหม่อมฉัน หรือว่าที่ผ่านมาท่านต้องการหม่อมฉันเพียงแค่ให้มาหนุนหลังไม่ให้บัลลังก์สั่นคลอนเท่านั้นเพคะ หม่อมฉันดีไม่พอที่จะสู้หวงกุ้ยเฟยหรืออย่างไร หากเป็นเช่นนั้นแต่งตั้งให้นางขึ้นเป็นฮองเฮาเลยสิเพคะ หม่อมฉันมิต้องการ หากการเป็นฮองเฮาแล้วอยู่เหงาใจเช่นนี้ สู้เป็นหวงกุ้ยเฟยที่มีฝ่าบาทอยู่ข้างกายทุกวันจะดีกว่า” ซินเหยียนใช้มารยาสตรีออดอ้อนเว่ยเจี่ย แม้จะมีครึ่งหนึ่งที่นางเอ่ยความจริงออกมา ตอนแรกนางคิดว่าตนเองจะเข็มแข็งพอทว่าเมื่อมาเจอพระพักตร์ของเว่ยเจี่ย นางกลับเจ็บปวดและยังคงหวั่นไหวกับเขาแม้ว่าเขาคือผู้ที่หยิบยื่นความตายให้กับนาง
ตอนที่ 8 แสดงความยินดีหลายวันต่อมาห้องโถงใหญ่ในตำหนักหลุนหลง มีสตรีมากมายเข้ามาร่วมแสดงความยินดีเมื่ออาการของฮองเฮาเริ่มดีขึ้นผู้ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าทุกคนคือไทฮองไทเฮา ข้างซ้ายคือฮองไทเฮา ข้างขวาคือหวงไท่เฟย สองข้างฝั่งจะเป็นหวงกุ้ยเฟย กุ้ยเฟย 2 ลำดับและเหล่าสนมของฝ่าบาท มาหาฮองเฮาถึงตำหนัก“ฮ่า ฮ่า ช่างเป็นเรื่องน่ายินดี ฮองเฮาข้าดีใจจริง ๆ ที่เจ้าตั้งครรภ์ก่อนผู้อื่นจะได้ไม่เกิดปัญหาในภายภาคหน้า คุณงามความดีของเจ้าข้าจะมอบที่ดินผืนงามลุ่มน้ำเจียงซีให้เจ้าเป็นของกำนัลและเอาไว้เป็นสมบัติของทายาทที่กำลังจะเกิดจากเจ้า หากเป็นโอรสข้าจะมอบเขาไท่หยางให้ตระกูลไป๋เป็นการตอบแทน” ทุกคนต่างได้ยินก็พากันดวงตาลุกวาวเมื่อไทฮองไทเฮามอบที่เหมือนแผ่นดินทองคำให้แก่ฮองเฮา“เป็นพระมหากรุณาเพคะ”“ข้าเองก็มีของกำนัลให้เจ้าเช่นเดียวกัน”แปะ ๆ ฮองไทเฮาเอ่ยจบตบมือเสียงดังสองสามครั้งเหล่าทหารแบกหีบสมบัติเข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็นกำไลสร้อยหยก อัญมณีหายากมากมายกองอยู่ต่อหน้าทุกคน แสงประกายแวววาวกระทบทุกสายตา“ขอบพระทับเพคะฮองไทเฮา”“ของข้าก็มิได้น้อยหน้า ยกเข้ามา” หวงไท่เฟยเอ่ยจบทหารอีกชุดก็เดินเข้ามาพร้อมหีบ
ตอนที่ 7 เรื่องน่ายินดีหลังจากนั้นทั้งสองคนเดินทางออกจากตำหนักฉู่อี๋และพากันมุ่งหน้าไปตำหนักหลุนหลงตามที่กำหนดเอาไว้ ระหว่างทางเว่ยเจี่ยลอบมองใบหน้าของซินเหยียนรอยยิ้มพึ่งปรากฏบนใบหน้า จนนางรู้สึกได้ว่าถูกสายตาของเขาจ้องมองอยู่“ฝ่าบาทคิดอันใดในใจหรือเพคะ จ้องมองใบหน้าของหม่อมฉันก็ยิ้มขึ้นมา ปกติท่านยิ้มเป็นด้วยหรือ? "“ข้าเพียงแค่ยิ้มที่เห็นนิสัยของฮองเฮาเปลี่ยนไปเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าฮองเฮาจะสนใจความเจ็บความเป็นผู้อื่น หรือว่าฮองเฮาพึ่งจะนึกหึงหวงข้าขึ้นมา”“ฮึ …! หม่อมฉันนะหรือเพคะ จะหึงหวงฝ่าบาท ผิดแล้วเพคะหม่อมฉันเป็นห่วงหวงกุ้ยเฟยจริง ๆ หรือว่าท่านไม่พอใจที่หม่อมฉันไปขัดขวางไม่ให้ท่านอยู่เคียงข้างนางหรือเพคะ หากเป็นเช่นนั้นท่านก็จงกลับไปหานางเถิด” ซินเหยียนเอ่ยพลางมองไปเบื้องหน้า หากนางเป็นอะไรไปยามนี้ก็หมดสนุกพอดี ไม่สาสมกับสิ่งที่นางทำเอาไว้ ต้องให้นางมีชีวิตอยู่เนินนาน เฝ้ารอดูวันที่ตระกูลของนางจะล่มสลายเสียก่อน เมื่อนั้นซินเหยียนจะยอมให้นางตาย“ผู้ใดว่าข้าไม่พอใจ ข้าพอใจต่างหากเพราะใจจริงของข้าต้องการไปหาฮูหยินที่ตำหนัก” ฝ่าบาทเดินเข้ามาสวมกอดนางจากด้านหลังกระซิบข้างหูจนขนลุ
ตอนที่ 6 ข้าจะดูแลฝ่าบาทเองยามโหย่ว (18.00) ซือหยานางกำนัลบของหวงกุ้ยเฟยแอบมองระหว่างทางหน้าตำหนักหงซือ เฝ้ารอขบวนฮ่องเต้จะเดินทางไปที่ตำหนักหลุนหลง จนกระทั่งนางเห็นฝ่าบาทเดินนำหน้าขันทีนางกำนัลและองครักษ์กำลังเดินมุ่งหน้าไปที่ตำหนักฮองเฮา ซือหยาหลับตาสูดลมหายใจเข้าก่อนจะลืมตาเดินกึ่งวิ่งสีหน้าตื่นตระหนกราวกับเกิดเรื่องอะไรขึ้น“ฝ่าบาทเพคะหม่อมฉันมีเรื่องมาทูลฝ่าบาทเป็นการเร่งด่วนเพคะ” เว่ยเจี่ยหยุดเดินเมื่อเห็นนางกำนัลตำหนักฉู่อี๋ยืนอยู่ตรงหน้าท่าทางรีบร้อนตื่นตระหนก“เจ้ามีเรื่องอันใดรีบเอ่ยมา”“ทูลฝ่าบาท ยามนี้หวงกุ้ยเฟยไม่สบายเสวยอาหารไม่ได้เลยเพคะ หม่อมฉันคิดอยู่นานว่าจะมาแจ้งฝ่าบาทดีหรือไม่ หวงกุ้ยเฟยไม่ให้หม่อมฉันมาแจ้งเกรงว่าจะรบกวนเวลาของฝ่าบาทที่อยู่กับฮองเฮาเพคะ”“หวงกุ้ยเฟยไม่สบายอย่างนั้นหรือ? ขันทีเปลี่ยนทิศทางข้าจะไปที่ตำหนักฉู่อี๋เจ้าจงไปแจ้งฮองเฮาว่าวันนี้ข้าไม่ได้ไปเยือนตำหนักหลุนหลง” ซือหยาก้มหน้าเผยรอยยิ้มอย่างดีใจที่ฝ่าบาทเปลี่ยนพระทัยไปหาหวงกุ้ยเฟยนายหญิงของตนเอง ทำให้เห็นว่าฝ่าบาทยังคงเป็นห่วงเป็นใยหวงกุ้ยเฟย“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขันทีน้อมรับคำสั่งกำลังจะเดินแยกไป
ตอนที่ 5 ฤกษ์ดีภายในห้องบรรทมสลัว ๆ มีเพียงแสงเทียนเล่มน้อยที่ส่องสว่าง กลิ่นกำยานคละคลุ้งในอากาศ เขาค่อยๆ วางนางลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน ซินเหยียนยิ้มกริ่มยื่นมือคล้องคอของเว่ยเจี่ยจนเขาถลาล้มนอนนาบลงทับกายของนาง ร่างเล็กกระตุกยิ้มก่อนจะพลิกตัวขึ้นนั่งคร่อมร่างกายของเว่ยเจี่ย“ค่ำคืนนี้ขอให้หม่อมฉันเป็นคนปรนนิบัติฝ่าบาทนะเพคะ” นางยื่นมือแตะลงที่ริมฝีปากของเขาค่อย ๆ ใช้นิ้วชี้ลูบไล้เบา ๆ เลื่อนลงมาหาลำคออย่างยั่วยวน ก่อนที่จะโน้มตัวลงประกบริมฝีปากอย่างเร่าร้อน ลิ้นเล็กกวาดเข้าไปด้านในสัมผัสดูดดื่มร่างกายเริ่มร้อนรุ่ม ทั้งสองค่อย ๆ เปลืองผ้าออกทีละชิ้น ลมหายใจหอบถี่ การรุกล้ำอย่างอ่อนโยนแต่หนักแน่น ลิ้นร้อนกระหวัดเกี่ยวพัน รสหวานโหยหาเคล้าเสียงครางแผ่วเบา ร่างกายแนบชิดจนหัวใจเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทิ้งสติสัมปชัญญะไว้เบื้องหลังเหลือเพียงความรู้สึกวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วแฮ่ก ๆ !! เสียงหายใจหอบเหนื่อยดังระงมไปทั่วห้องนอน เขาค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกจากนางช้า ๆ เพื่อให้นางได้หายใจคล่องตัว“ฮองเฮาเจ้าช่างหอมหวานยิ่งนัก” ซินเหยียนยิ้มหวานก่อนที่เขาจะขยับกายโอบกอดรัดนางเอาไว้เขาบดจูบลงมาอย่างโหยหา
ตอนที่ 4 เปลี่ยนไปฝั่งด้านซินเหยียนก่อนออกจากตำหนักไม่ลืมที่จะแจ้งขันทีว่าค่ำคืนนี้ขอให้ฝ่าบาทเสด็จไปหานางที่ตำหนักหลุนหลง นานมากแล้วที่นางมิได้เสวยอาหารกับฝ่าบาท คืนนี้จึงขอให้ฝ่าบาทเจียดเวลาเสด็จไปหานางเมื่อกลับตำหนักหลี่เจี๋ยได้มารออยู่ที่ห้องโถงเพื่อรายงานสิ่งที่ฮองเฮาให้เขาไปตามสืบ ตอนนี้เขาเริ่มรู้และให้ลูกน้องเฝ้าจับตามองความเคลื่อนไหวของเสนาบดีจื่อซุนห่าวและหวงกุ้ยเฟย“เจ้ามาแล้วสินะเป็นเช่นไรบ้างเรื่องที่ข้าให้เจ้าไปจัดการ”“ทูลฮองเฮา ยามนี้กระหม่อมเห็นความผิดปกติฝั่งด้านของเสนาบดีจื่อซุนห่าว ยามราตรีมักออกไปที่หอนางโลมแถมยังมีใต้เท้าชั้นผู้น้อยหลายคนที่ตามเข้าไป หากดูไม่ออกคิดว่าเหล่าใต้เท้าเข้าไปกินดื่มสังสรรค์หากแต่ว่ามิใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้จักนางคณิกาในหอนางโลมอยู่บ้างจึงยัดเงินให้นางเพื่อให้นางเข้าไปสืบเรื่องที่เสนาบดีไปหารือกันอีกไม่นานคงได้เรื่อง ”“ดีมาก บอกนางคณิกาหากนางทำสำเร็จหาข่าวมาให้ข้าได้ข้าจะให้ของกำนัลแก่นางเองไม่ว่านางต้องการสิ่งใดที่ข้าสามารถหาให้นางได้ข้าจะทำให้นางทุกอย่างที่นางประสงค์”“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา ”“จริงสิ สิ่งที่ข้าต้องการให้เจ้าไปจัด
ตอนที่ 3 เดินตามแผนการ“ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าฮองเฮาของข้าจะเจ็บปวดเพียงนี้ เช่นนั้นต่อจากวันนี้ข้าจะชดใช้สิ่งที่ผ่านมาเอง” เว่ยเจี่ยเอ่ยจบใช้มือช้อนกายของซินเหยียนมาอยู่ในแขนแกร่ง อุ้มนางขึ้นราวกับไม่มีน้ำหนักเดินตรงไปที่ห้องบรรทม ก่อนจะเอ่ยสั่งการขันทีไม่ให้ผู้ใดเข้าไปก่อกวนจนกว่าเขาจะออกมาจากห้องบรรทมเอง“อย่าให้ผู้ใดเข้ามากวนเวลาที่ข้ากำลังอยู่กับฮองเฮา หากมีเรื่องอันใดเอาไว้มาหาข้าคราวหลัง”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขันทีน้อมรับคำสั่งพร้อมเดินออกจากห้องโถงปิดประตูและยืนทำหน้าที่อยู่หน้าห้องตามเคยซินเหยียนยื่นมือไปกอดคอเว่ยเจี่ยเอาไว้แน่น นานมาแล้วที่นางไม่เคยถูกเขาปฏิบัติเช่นนี้ เพียงแค่คิดย้อนกลับไปใจของนางเจ็บแปลบขึ้นมาไม่น้อย“ฝ่าบาทยามนี้มิใช่ยามราตรีนะเพคะ เหล่าใต้เท้าจะไม่ต่อว่าเอาหรือเพคะ ”“จะมีผู้ใดกล้าว่าข้าได้ล่ะ อีกอย่างยามนี้ข้ากำลังทำเพื่อแผ่นดินสงบสุข การที่มีรัชทายาทสายตรงก็เป็นหน้าที่ของข้า เจ้าอย่าสนใจอย่างอื่นเลย ยามนี้สิ่งที่เจ้าต้องจับจ้องมีเพียงแค่ข้าเท่านั้น” สายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองใบหน้านวลวางนางลงบนเตียงไม้อย่างเบามือ ซินเหยียนยิ้มบางๆ อย่างเขินอายนานมาแล้วตั้ง







