LOGIN" สิ่งที่เจ้าพูดมามันก็จริงอยู่ แต่ว่าซ่งม่านอี้ เป็นบุตรสาวของสกุลซ่ง เจ้าเองก็รู้ว่าชื่อเสียงของสกุลนั้นเป็นเช่นไร มีสกุลดี ๆ ที่ไหนบ้างต้องการคบหา แม้บัดนี้ยังไม่มีเรื่องให้ต้องเดือนร้อน แต่ภายหน้านั้นไม่แน่ หรือเจ้าต้องการตามใจตนเองจนลากสกุลหลี่เข้าไปพัวพันกับเรื่องต่ำช้าที่เจ้าซ่งเหลียงนั่นทำเล่า หากต่อไปสกุลซ่งได้รับโทษทัณฑ์ เจ้าคิดดูว่าสกุลหลี่ของเราจะไม่ต้องติดร่างแหไปด้วยหรือ อย่างเลวที่สุดเราอาจจะต้องพลอยเสียชื่อเสียงเพราะสิ่งเลวร้ายที่เจ้าซ่งเหลียงนั่นทำ
ชื่อเสียงและคุณธรรมของบรรพชนที่สร้างสมกันมาหลายชั่วอายุคน ถึงเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ความมีคุณธรรมของสกุลหลี่มิพังทลายลงในรุ่นของเจ้าหรอกหรือ เจ้าลองตรึกตรองดูให้ดี "
เหวินหยางนิ่งงัน เพราะอับจนคำพูดที่จะโต้เถียงท่านย่า
“หากท่านย่าต้องการให้ข้าแต่งงานกับไป๋ฮวา ข้าก็คงจะยอมแต่งกับนางเพียงในนามเท่านั้น เพราะข้าไม่ได้รัก ไม่ได้ต้องการนาง หากไม่เพราะท่านย่าชีวิตนี้ข้าไม่มีทางชายตาแลนางอย่างเด็ดขาด”
เหวินหยางยอมแต่งแต่เขาจะไม่ยอมใช้ชีวิตคู่ร่วมกับสตรีแพศยาที่คิดยกฐานะตนเองอย่างแนบเนียนเช่นนางหรอก
“ก็ได้ หากเจ้ายอมแต่งงานกับไป๋ฮวาและรับน้องเป็นฮูหยินเอก จะแยกเรือนกันอยู่ย่าก็ไม่ขัดข้อง แต่เวลาเจ้าไปออกงานฐานะฮูหยินเอกของไป๋ฮวาย่อมสำคัญ เจ้าจะต้องพาน้องไปออกงานด้วย มิใช่คิดจะพาสตรีอื่นไปลับหลังย่าเป็นอันขาด”
“งานที่ท่านย่าพูดมา ต้องเป็นงานสำคัญเท่านั้นนะขอรับ หากเป็นงานสังสรรค์กันในหมู่สหาย ข้ามิอาจจะฝืนใจพานางไปด้วยได้ หลานทำได้เพียงเท่านี้ขอท่านย่าอย่าบังคับจิตใจข้าเกินไปกว่านี้เลย”
เหวินหยางต่อรองเพราะเขาแทบจะไม่อยากจะมองหน้าสตรีนางนั้นด้วยซ้ำไป อย่าว่าแต่แต่งงานกับนาง ยกย่องนางเป็นฮูหยินเอกเลย แถมยังต้องฝืนใจพานางไปแนะนำกับใครต่อใครอีก เขาฝืนทนได้เพียงเท่านี้จริงๆ
และท่านย่าก็ยอมตกลงตามสิ่งที่หลานชายคนโปรดเสนอ เพราะนางเองก็รู้ว่าสิ่งที่กำลังทำนี้บังคับจิตใจเขามาก เพราะท่านย่ารู้มาตลอดว่าเขานั้นหลงใหลสตรีสกุลซ่งนั้นมากเพียงใด ย่อมจะทั้งโกรธเคืองและจะต้องโยนความเกลียดชังทั้งหมดไปที่ไป๋ฮวาอย่างแน่นอน
ทั้ง ๆ ที่ นางเองก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานในครั้งนี้เช่นกัน แต่นางเป็นเด็กที่อ่อนน้อมถ่อมตนและว่านอนสอนง่ายมาตลอด เพราะท่านย่าเองก็ได้ช่วยสาวใช้คนสนิทที่เปรียบดังสหายนั้นเลี้ยงดูหลานกำพร้านางนี้มาด้วยกัน ย่อมจะทราบนิสัยใจคอของนางดี นางเชื่อฟังท่านย่ามาก ไม่ว่าท่านย่าให้นางทำอะไรนางก็ทำให้เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นกัน
ส่วนคนที่กำลังจะยกถ้วยขนมหวานที่นางเพิ่งจะทำเองเสร็จใหม่มาให้กับท่านย่า และกำลังจะก้าวเข้าไปในเรือน แต่พลันได้ยินเสียงโต้เถียงกันของสองย่าหลานเข้าเสียก่อน นางจึงได้หยุดชะงักหยุดอยู่ที่หน้าประตู ไม่กล้าที่จะก้าวเข้าไป เพราะด้านในกำลังโต้เถียงกันอยู่ และยิ่งนางได้ยินชื่อของตนเอง ปรากฎอยู่ในการโต้เถียงนั้นด้วย ทำให้นางยิ่งไม่กล้าก้าวเข้าไปภายในห้อง ได้แต่หยุดยื่นอยู่หน้าห้องเพื่อฟังว่ามีสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับนาง
และสิ่งที่หลี่เหวินหยางคุณชายคนเดียวของจวน ได้เอ่ยออกมานั้นไป๋ฮวาได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ ทำให้อกของนางเจ็บแปลบน้ำตาก็พาลจะไหลริน แต่นางพยายามเงยหน้าขึ้น และสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อจะหยุดยั้งน้ำตานี้เอาไว้ เพราะนางเองก็รู้มาตลอดว่าคุณชายเหวินหยาง ไม่เคยสนใจใยดีในตัวนาง เขาไม่ได้สนใจที่จะหันมามองนางด้วยซ้ำ
เขากับนางนั้นเหมือนกับนายกับบ่าวในจวนเช่นเดียวกับบ่าวคนอื่น ๆ เพราะคุณชายหลี่เป็นคนถือตัวไม่น้อย และเป็นคนดุและเข้มงวด เพราะเขานั้นมีภาระหนักในการสืบทอดสกุลหลี่ และบัดนี้ก็เข้ารับราชการเป็นขุนนางในสังกัดกรมการคลังย่อมจะทำให้เขานั้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อน
แต่หัวใจที่ไม่เจียมตัวของไป๋ฮวานั้นมันมีเขาอยู่แทบจะครึ่งค่อนใจ เหตุเพราะมีครั้งหนึ่งคุณชายหลี่ช่วยนางเอาไว้จากการถูกแมลงมีพิษกัด เขาบังเอิญไปพบนางกำลังนอนดิ้นอยู่ที่สวนเพราะความเจ็บปวดจากพิษของสัตว์ร้ายนั่น เขารีบช้อนอุ้มร่างของนางเข้าไปในเรือนที่ใกล้ที่สุด แล้วให้คนไปตามท่านหมอมารักษานาง
ในเวลานั้นเขาดูเป็นห่วงเป็นใยและอ่อนโยนกับนางมาก ทำให้นางเกิดความประทับใจในตัวเขา และได้แต่เฝ้ามองเขาเวลาที่เขาไม่รู้ตัวอยู่เสมอ หลายปีผ่านไปความประทับใจและเห็นเขาเป็นวีรบุรุษนั่นก็กลับกลายเป็นความรัก
แต่นางเองก็รู้ว่ามันเป็นเพียงความรักข้างเดียวที่ไม่มีวันจะเป็นจริงขึ้นมาได้ รักโดยที่มิอาจจะเป็นเผยได้ เป็นรักต้องห้ามสำหรับนางและเป็นสิ่งที่นางควรจะต้องหักห้ามใจตนเองมิให้คิดเกินเลยกับคุณชายเพียงคนเดียวของบ้าน ที่ไม่มีทางจะหันมามองบ่าวในบ้านเช่นนาง
และต่อมานางก็ได้ยินสาวใช้ซุบซิบกันว่านายน้อยของจวนนั้นบัดนี้มีคนรักแล้ว เป็นบุตรสาวสกุลซ่ง มีนามว่าคุณหนูซ่งม่านอี้ เป็นสตรีที่งดงามและมีเสน่ห์มาก และนางเองก็เคยได้พบคุณหนูนางนั้นเข้าแล้วที่ตลาดในวันหนึ่ง เพราะนางนำเครื่องประดับของฮูหยินผู้เฒ่าไปให้ร้านเครื่องประดับนั้นขัดล้างให้
และก็พบกับคุณหนูรองผู้นั้นที่มาซื้อหาเครื่องประดับเช่นกัน และแน่นอนว่านางนั้นงดงามอย่างที่เขาร่ำลือกันจริง ๆ และเพียงไม่นานคุณชายหลี่เหวินหยางก็ตามมาสมทบ ในวันนั้นนางเห็นทั้งสองจ้องมองกันด้วยความรักใคร่ พลางชี้ชวนกันเลือกดูเครื่องประดับในตู้ที่ตั้งโชว์อยู่ภายในร้าน และคุณชายหลี่เหวินหยางก็ซื้อเครื่องประดับที่ทำจากมุกมอบให้แก่สตรีที่เขารักและสวมมันให้กับนาง
โดยที่เขาเองไม่แม้แต่จะชายตาแลมาทางไป๋ฮวาสักนิด ราวกับนางไร้ตัวตนจนเขามองไม่เห็น ทั้ง ๆ ที่นางกำลังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ริมผนังเพราะกำลังรอเครื่องประดับของฮูหยินผู้เฒ่าที่ทางร้านกำลังขัดล้างให้อยู่
แม้แต่นางเองก็มองเห็นว่าคนทั้งสองนั้นรูปงามด้วยกันทั้งคู่ ดูเหมาะสมกันมาก ตั้งแต่นั้นมานางก็ยิ่งพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้ต้องพบเจอนายน้อยของจวน เพื่อที่นางจะได้ทำใจตัดใจจากเขาให้ได้ เพราะความรักข้างเดียวของนางมิมีวันจะเป็นจริงขึ้นมาได้ และยิ่งจะดูน่าสมเพชยิ่งนัก หากใครได้รู้เข้าว่าบ่าวในเรือนเช่นนางกล้าอาจเอื้อมแอบหลงรักเจ้าของจวนเช่นเขา
สตรีนางนั้นวันนี้แต่งกายเสียงดงาม ลอกคราบจากลูกเป็ดขี้เหร่กลายเป็นนางหงส์ผู้งดงามและหรูหรา จนแม้แต่สตรีเช่นนางยังอดที่จะมองอย่างตะลึงไม่ได้ แล้วบุรุษเล่าจะไม่หวั่นไหวบ้างเลยหรือ มิน่าถึงได้มีชายมากหน้าเข้าไปรุมล้อมสนทนากับนาง ดังเช่นดาวล้อมเดือนก็มิปาน แล้วนี่พี่เหวินหยางเป็นอะไร จู่ ๆ ก็วางจอกสุราเสีียงดัง หรือว่าเขาจะเกิดไม่พอใจขึ้นมาไหนเขาบอกว่ารังเกียจไป๋ฮวายิ่งกว่าอะไร ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับนางเลยสักนิด แต่ต้องจำใจทำก็เพราะท่านย่าบังคับไม่ใช่หรือแล้วนี่อะไรกัน พอมาถึงยังไม่ทันได้กินอะไรกี่มากน้อย ก็เอาแต่จับจ้องมองไปที่สตรีนางนั้นอยู่ได้ เหมือนสนใจนางเสียมากมาย เมื่ออดรนทนต่อไปไม่ไหว ม่านอี้จึงได้เอ่ยขึ้น“ ท่านพี่หึงนางหรือเจ้าคะ อย่างไร นางก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของท่าน แม้จะเป็นเพียงในนาม แต่เอ….บุรุษมากมายที่กำลังรุมล้อมนางคงไม่ทราบกระมังเจ้าคะ ว่านางนั้นแต่งงานเสียแล้ว หรือท่านพี่จะไปป่าวประกาศความเป็นสามีให้ผู้อื่นได้รับทราบกันให้ทั่วเล่าเจ้าค่ะ จะได้ไม่มีบุรุษใดกล้ามารุมล้อมนางเช่นนี้อีก " ม่านอี้กล่าวประชดประชันคนรักที่นางเริ่มจะเห็นว่าเขานั้นเอ
“ท่านพี่เทียนซานเจ้าคะ ท่านพี่ ท่านพี่รอง ยังอยู่หรือไม่!!”น้องสาวของเขาต้องตะโกนเข้ามาในหูของเขาจนเขาได้สติ น้องสาวของเขาที่ก้าวลงจากรถม้าตามหลังมาเรียกเขาอยู่หลายครั้งแล้ว แต่เขากลับไม่ได้ยิน“เจ้าจะตะโกนเข้ามาในหูของข้าทำไมกันเล่า เรียกเบา ๆ ข้าก็ได้ยิน”เขาหันไปเอ็ดน้องสาวของเขา แล้วหันมาเหลือบมองสาวเจ้าด้วยใบหน้าเก้อเขินอย่างเห็นได้ชัด“ได้ยินที่ไหนกันเล่า ข้าเรียกท่านตั้งนาน ท่านก็ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวอยู่ได้ เป็นอย่างไรเล่าตะลึงมองสหายของข้า ตาเยิ้มเสียขนาดนี้ ยอมรับมาเสียดี ๆ ว่าตกหลุมรักนางเข้าให้แล้ว”น้องสาวของเขาหยอกเย้าแล้วหัวเราะเสียงดังที่เห็นพี่ชายตะลึงมองสหายของนาง รองแม่ทัพจ้าวเทียนซานยิ้มให้ทั้งสองอย่างเก้อเขิน เขาเสยกมือขึ้นเกาศีรษะแล้วก็หัวเราะน้อย ๆ แล้วจึงได้ชักชวนทั้งสองขึ้นรถม้าเพื่อไปงานกันได้แล้วไป๋ฮวาก้าวขึ้นรถม้า ตามหลังคุณหนูจ้าวโดยมีรองแม่ทัพหนุ่มช่วยพยุงนางขึ้นรถม้าอย่างทะนุถนอม นางยิ้มเอียงอายให้เขาและเอ่ยขอบคุณเบา ๆ ส่วนรองแม่ทัพหนุ่มนั้นยิ้มหน้าบานที่ได้ขึ้นรถม้ากับสาวที่เขาพึงใจเมื่อขึ้นไปในรถม้า ต่างก็สนทนากันอย่างถูกคอ รองแม่ทัพจ้าวจ้องมอง
ยามซื่อในสองวันต่อมา (เก้าโมง) หลี่เหวินหยางขุนนางหนุ่ม เขาออกมายืนอยู่ที่หน้าเรือนใหญ่เพื่อรอให้บ่าวจัดการรถม้าให้แล้วเสร็จ เพราะเขากำลังจะออกไปราชการที่กรมการคลังเพราะวันนี้มีประชุมขุนนางที่นั่น แต่ก็เห็นร่างของไป๋ฮวาที่กำลังเดินออกมาจากเรือนของนางเสียก่อน เขาเฝ้ามองนางว่าจะเดินไปที่ใด ก็เห็นนางเดินเข้าไปในเรือนของท่านย่าของเขาจึงได้เดินตามเข้าไปในเรือนของท่านย่าบ้าง เพื่อจะดูว่านางจะไปหาท่านย่าของเขาด้วยเรื่องอันใด เมื่อเดินเข้าไปในเรือนของท่านย่า ก็เห็นว่าเจ้าของเรือนกำลังนั่งจิบชาอยู่ที่ห้องโถงกลางในเรือนนั้น โดยมีสตรีนางนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวข้าง ๆเมื่อเขาเดินไปถึงแล้วทำความเคารพท่านย่าแล้ว ก็เอ่ยถามสตรีนางนั้นโดยที่ไม่ได้มองหน้าว่า“เจ้ามารบกวนท่านย่าของข้าเรื่องอันใดอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าจะมาออดอ้อนขอเครื่องประดับหรือเงินทองจากท่านย่าของข้าอีกแล้ว ที่เจ้าได้ไปจากท่านย่ามันก็มากมายแล้วสำหรับกาฝากอย่างเจ้า "ขุนนางหนุ่มเปิดฉากทันที เพราะเขาคิดว่าสตรีนางนั้นคงไม่วายมาออดอ้อนขอข้าวของจากท่านย่าของเขาอีกฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยปรามหลานชายขึ้นทันที” น้องไม่ได้มาขอเงินหรือเครื่องประดับจาก
รุ่งเช้าวันต่อมา ไป๋ฮวาตื่นขึ้นตั้งแต่ได้ยินเสียงไก่ขัน เพราะนางเองก็นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ มาแทบจะทั้งคืน นางค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วก็จัดหมอนหนุนที่นางหนุนนอนแล้วพับผ้าผืนบาง ๆ ที่นางใช้ห่มคลุมกายมาทั้งคืนเอาไว้ให้เรียบร้อย แล้วก็ค่อย ๆ ย่องไปที่หลังฉากกั้น พลางหันไปมองร่างสูงสง่าที่บัดนี้นอนหลับไหลยังไม่ได้สติ คงเพราะเมื่อคืนเขาเมามากด้วย นางได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอของเขา แต่แล้วก็พลันนึกได้ว่าไม่ควรหยุดจ้องมองเขาเช่นนี้ หากเขาตื่นมาพบเข้าจะต้องพูดจาร้ายกาจใส่นางเป็นแน่ไป๋ฮวารีบเข้าไปรวบรวมอาภรณ์ของนางที่อยู่ภายในตู้และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวที่ท่านย่าสั่งให้คนมาจัดเอาไว้ เพื่อจะได้ให้สาวใช้มาช่วยยกออกไปจากเรือนของเจ้าบ่าวที่ไม่ต้องการเจ้าสาวเช่นนางให้อยู่ร่วมเรือนกับเขานางค่อย ๆ ทำอย่างเงียบที่สุด แล้วก็หอบอาภรณ์และข้าวของใช้ส่วนตัวที่จำเป็นต้องใช้ก่อนในเช้าวันนี้ออกไปจากห้องนอนอย่างเงียบที่สุด แล้วก็เดินไปที่เรือนหลังข้าง ๆ ที่คุณชายน้อยออกคำสั่งให้นางไปพักที่เรือนนั้น ที่จริงแล้วไป๋ฮวาเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่ร่วมเรือนกับเขา เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบนาง มันไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะอยู่ร่วมกันหลังมื
“ข้ามีคนรักอยู่แล้ว และคนรักของข้าก็งดงามไม่ได้เป็นรองสตรีใด และข้าก็พอใจที่ได้นางเป็นคนรัก แม้ท่านย่าจะไม่ยินยอมแต่ข้ารักนาง และจะไปใช้ชีวิตนอกจวนกับนาง ส่วนสตรีนางนี้จะนอนกอดหนังสือสมรสก็ให้นางนอนกอดไป เพราะข้าไม่มีทางจะร่วมชีวิตกับนางอย่างแน่นอน”เจ้าบ่าวหมาด ๆ เอ่ยขึ้นถึงสิ่งที่เขาตั้งใจเอาไว้แล้ว เพราะเขาจะไปซื้อเรือนขนาดปานกลางอีกหลัง แล้วให้ม่านอี้ไปอยู่ หากนางยินยอมเขาจะแต่งงานกับนางอีกครั้งโดยไม่เกี่ยวกับสกุลหลี่ และเขาจะเลี้ยงดูนางที่นั่น ใช้ชีวิตผัวเมียกับนางที่นั่น โดยที่จวนสกุลหลี่นี้ก็ทิ้งสตรีที่อยากจะเป็นฮูหยินของเขาจนตัวสั่นเอาไว้ที่นี่ ให้นอนแห้งเหี่ยวคาเรือนไปเลย แต่เรื่องนี้ย่อมจะให้ท่านย่ารู้ไม่ได้อย่างแน่นอนเขาพูดถึงแผนที่เขาวางเอาไว้ ทำเอาสหายของเขาพากันอ้าปากค้าง และอึ้งงันกับสิ่งที่สหายวางแผนเอาไว้ อย่างไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เจ้าสาวของเขางดงามปานนี้แต่เขากลับไม่สนใจ ยังคงปักใจรักมั่นในซ่งม่านอี้ หากคิดกันอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีอคติแล้ว เหล่าสหายของเขาต่างก็คิดว่าม่านอี้นั้นงามก็จริง แต่เจ้าสาวในวันนี้งดงามกว่าหลายเท่านัก แต่เหตุใดคุณชายของจวนกลับมองไม่เห็นของใกล้มื
หลังจากวันนั้นที่นางได้ยินถ้อยคำโต้เถียงกันของนายทั้งสองภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า นางก็กำลังจะหันหลังกลับเพราะไม่กล้าเดินเข้าไปภายในห้องที่มีการโต้เถียงกันโดยมีชื่อของนางอยู่ในการโต้เถียงนั้นด้วย แต่แล้วเพียงนางเดินออกจากเรือนมาได้เพียงเล็กน้อย คุณชายน้อยของจวนก็เดินตามหลังนางมาทัน“น่าชื่นชมนะ สิ่งที่เจ้าเพียรทำมาหลายปีสำเร็จจนได้ ในที่สุดเจ้าก็ได้ไต่เต้าจากสาวใช้ต่ำต้อยภายในจวนนี้ จนได้มาแต่งงานเป็นฮูหยินของข้าจนได้ เจ้าคิดหรือว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าแอบมีใจให้ข้า เวลาเจ้าแอบจ้องมองข้าด้วยสายตาหยาดเยิ้มนั้น ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเพียงใด แม้ท่านย่าจะหลงคิดว่าเจ้านั้นเป็นสตรีที่แสนดีและใสซื่อไม่ทันคน แต่ข้ารู้ว่าเจ้ามันแพศยาและซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ แต่เจ้าคิดว่าหากได้แต่งงานกับข้าแล้ว ข้าจะหันมาสนใจสตรีเช่นเจ้าหรือ ขอบอกเลยว่าไม่มีทาง ชาตินี้ข้าไม่มีทางรักใคร่สตรีต่ำต้อยเช่นเจ้าได้ลงหรอก”คุณชายน้อยของจวนหยุดพ่นวาจาร้ายกาจใส่คนต้นเรื่องที่ทำให้เขาต้องจำแต่งงานกับสาวใช้ต่ำต้อยเช่นนาง จนสาแก่ใจแล้ว จึงได้เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ร่างบางยืนน้ำตาไหลพรากอยู่ด้านหลัง เขาคิดว่าหรือว่านางอยากจ







