LOGIN“ฮองเฮาจะไปไหนเพคะ” เซียวลี่อินผละจากอ้อมกอดโอรสสวรรค์แล้วร้องเรียก “หม่อมฉันกับฝ่าบาทยังไม่ได้ชื่นชมทิวทัศน์งดงามนี้เลย ดูสิเพคะเวลาฮองเฮายืนตากหิมะเป็นภาพที่งดงามจนหม่อมฉันไม่อาจเบือนสายตาไปมองสิ่งอื่น”
“ชิงหลินเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่ ยืนอยู่ที่เดิมถ้าไม่มีคำสั่งเราห้ามไปไหนเด็ดขาด”
“แต่ฝ่าบาทเพคะ ฮองเฮาทรงหนาวมากแล้วนะเพคะ” ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยรวบรวมความกล้าหาญเข้าไปทูล พวกนางมองเห็นฮองเฮายืนกอดอกตัวสั่นระริก มองดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก
กลีบดอกไม้ที่แสนบอบบางเพียงนั้นจะต้านทานสายลมหนาวได้อย่างไร
“ใครใช้ให้พวกเจ้าเสนอหน้ามาพูดกับข้า นางบ่าวชั้นต่ำ ทหารอยู่ที่ไหน จับตัวนางกำนัลสองคนนี้ไปประหาร”
จางชิงหลินได้ยินชัดเจนก็รีบโผไปห้าม “อย่าทำร้ายคนของหม่อมฉัน จะให้หม่อมฉันยืนอยู่ทั้งคืนก็ได้แต่อย่าทำร้ายพวกนาง”
เซียวลี่อินยิ้มเยาะ เพราะจางชิงหลินใจอ่อนแบบนี้ถึงได้มีจุดจบแบบนี้ นางคงไม่รู้ว่าพรุ่งนี้นางจะไม่เหลือแม้แต่คนในครอบครัวอีกแล้ว
“ฝ่าบาทเพคะแค่สั่งโบยก็พอ อย่าให้เรื่องของนางกำนัลไร้ค่ามาทำให้หมดความสำราญเลยเพคะ”
“ทำตามที่เซียวกุ้ยเฟยสั่ง ทหารนำตัวนางกำนัลสองคนนี้ไปโบยคนละยี่สิบไม้”
ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยถูกผ้ายัดปาก ลากตัวออกไปแล้ว จางชิงหลินมองตามด้วยความโกรธแค้นที่พระสวามีของนางกับอดีตนางกำนัลของนางช่างใจร้าย เลือดเย็นยิ่งนัก นางกำมือแน่น กลับไปยืนนิ่งที่เดิมด้วยท่าทางมั่นคง เชิดหน้าขึ้นอย่างนางพญา
เซียวลี่อินมองด้วยความโมโห อีกฝ่ายยังเชิดหน้าชูคอใส่นางอย่างท้าทาย แต่เอาเถอะ อีกแค่วันเดียวเท่านั้น ฮองเฮาผู้เคยมีทุกอย่างก็จะตกจากบัลลังก์หงส์กลายเป็นแค่เศษธุลีดินภายในวันพรุ่งนี้แล้ว
วันต่อมา
ภายในตำหนักเฉียนชิง
ฉินซือเฉิงเป็นจักรพรรดิที่อยู่ในช่วงบ้านเมืองเริ่มเข้าสู่ความสงบจากการต่อสู้กับชนเผ่าต่างๆ กระนั้นบ้านเมืองก็ยังไม่รุ่งเรือง เฟื่องฟูมากนักเพราะฉินซือเฉิงไม่ได้คิดทำการสิ่งใดเพิ่มเติม จักรพรรดิที่ได้มาเพราะโชคช่วยใช้ระบบการปกครองแบบมีมุขมนตรี คือมีเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงร่วมบริหาร และด้วยความที่เป็นองค์ชายนอกสายตาที่จู่ๆได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิเพราะองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ด้วยโรคฝีดาษทำให้ไร้ฐานอำนาจ พระองค์เบื่อการออกว่าราชการที่เหล่าขุนนางวันๆ หาแต่เรื่องปวดหัว ความเดือดร้อนของราษฏรมารายงาน
“วันๆมีแต่เรื่อง ข้าไม่คิดเลยว่าชีวิตฮ่องเต้จะน่าเบื่อสิ้นดี”
ฉินซือเฉิงมองบันทึกลับในกล่องไม้จันทร์แดงงดงามเลอค่าปกของสมุดราวจะทำด้วยทองคำแต่สัมผัสดูจึงรู้ว่าเป็นผ้าไหมซึ่งถักทอด้วยฝีมือของ ‘ฮองเฮาหนิงซูเยว่’ ฮองเฮาในองค์ ‘จักรพรรดิหยางจื่อ’ บันทึกเล่มนี้เป็นบันทึกที่ฮ่องเต้แต่ละพระองค์จะเขียนเรื่องราวในยุคของตนลงไปสมทบต่อๆ กัน
ฉินซือเฉิงหยิบขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ “หนาขนาดนี้ ข้าไม่มีเวลาอ่านหรอกเอาไปเก็บไว้ตามเดิม” ฉินซือเฉิงสะบัดชายแขนเสื้อพลิ้วไหวจะยื่นให้คังกงกงนำไปเก็บที่เดิม ทว่าพระเนตรแวววาวขึ้นเมื่อเห็นร่างกำยำของฉินจิ้นเหอเดินเข้ามา
ฉินจิ้นเหอค้อมกายกำยำเพื่อทำความเคารพ “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
ฉินซือเฉิงกลับโยนบันทึกลับให้ฉินจิ้นเหอ “น้องเก้าเจ้ามันหนอนตำราเอาบันทึกลับไปอ่าน แล้วมารายงานให้ข้าฟัง”
‘เอาเวลาอ่านบันทึกของอดีตฮ่องเต้ สู้เอาเวลาไปหาเหล่าสนมในวังหลัง สำราญกว่าตั้งเยอะ’ ฉินซือเฉิงคิดในใจ
ฉินจิ้นเหอมองบันทึกลับที่ส่งต่อกันระหว่างฮ่องเต้ด้วยสายตาเคร่งขรึม เขาเคยเห็นพระราชบิดาซึ่งเป็นอดีตฮ่องเต้อ่านแล้วจดบันทึกเรื่องราวสำคัญในยุคสมัยของพระองค์ลงไป เพราะเคยทำหน้าที่ฝนหมึกให้ในห้องทรงพระอักษร
“บันทึกลับของฮ่องเต้ กระหม่อมไม่อาจเปิดอ่านได้พ่ะย่ะค่ะ บันทึกนี้มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่สามารถเปิดอ่านได้”
ฉินซือเฉิงเบนสายตามองฉินจิ้นเหอ “มีแต่พวกน่ารำคาญ เจ้าไม่รู้หรือว่าเป็นฮ่องเต้เหนื่อยแค่ไหน ข้าไม่อยากเปิดอ่าน เจ้ารับเอาไปทำตามคำสั่งข้าเถอะ” ฉินซือเฉิงบอกปัดอย่างรำคาญ ขณะที่ฉินจิ้นเหอก้มหน้าซ่อนสายตาดูแคลนจักรพรรดิที่แสนโง่เง่าคนนี้
เมื่อฮ่องเต้อ่อนแอ ราชบัลลังก์สั่นคลอน ดังนั้นเมื่อจางกวงหมิงเสนาบดีฝ่ายขวาผู้มีฐานอำนาจสูงสุดในวังหลวง เสนอลูกสาวมาเป็นฮองเฮา ฉินซิอเฉิงจึงรับไว้อย่างไม่ต้องคิดมาก เพราะต้องการพวกพ้อง การได้เสนาบดีฝ่ายขวามาเป็นพวกจึงเป็นเรื่องดี
แต่ตอนนี้จางกวงหมิงมีบทบาทมากเกินไป เขาจึงคิดจะกำจัดทิ้งเพราะเป็นคนขี้ระแวง
“ถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป จางกวงหมิงคิดก่อกบฏ ขัดพระราชโองการให้ประหารทั้งตระกูล”
พระราชโองการของโอรสสวรรค์ถูกนำไปถ่ายทอดอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าจวนอัครเสนาบดีฝ่ายขวาก็ถูกทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงบุกเข้าไปอย่างหยาบคาย ไร้ความยำเกรง จับกุมตัวของคนสกุลจางทุกคนไปยังแท่นประหาร
ข่าวนี้ยังไม่รู้ถึงหูของจางชิงหลินที่ยังนอนป่วยอยู่ในตำหนัก นางกำนัลของจางชิงหลินถูกปล่อยตัว และค่อยๆซมซานกลับมายังตำหนักเย่วซินในอีกสองวันถัดมา
“ฮองเฮาเพคะ”
จางชิงหลินค่อยๆปรือตาขึ้น เปลือกตานางหนักอึ้งราวกับมีหินมากดทับ ไม่มีใครดูแลนาง นางนอนป่วยอยู่ในตำหนักคนเดียว คืนอันหนาวเหน็บโหดร้ายที่นางยืนตากหิมะผ่านไปอย่างแสนทรมาน
นางป่วยนอนซมต้องกินยาที่หมอหลวงนำมาวางไว้ให้และไม่ออกไปจากตำหนักอยู่สองวันเต็ม โชคดีที่วันนั้นนางแอบเอาเตาอุ่นมือเข้าไปด้วย ไม่เช่นนั้นนางคงตายไปแล้ว
“พวกเจ้าเองหรือ ลู่เจียว จิวฮุ่ย”
“เพคะ พวกหม่อมฉันกลับมาแล้ว”
“ข้าทำให้พวกเจ้าลำบากแล้ว” จางชิงหลินพูดเสียงแผ่วเบา
“ฮองเฮาอย่าตรัสเช่นนั้นเพคะ เป็นหน้าที่ของพวกหม่อมฉันที่ต้องปกป้องฮองเฮา” ลู่เจียวเอ่ยแล้วพากันร้องไห้
จางชิงหลินขมวดคิ้ว “พวกเจ้าร้องไห้ทำไมกัน”
“ฮองเฮาเพคะ” ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยปรึกษากันแล้วว่าต้องบอกเรื่องสำคัญนี้ให้กับจางชิงหลินรู้ “สกุลจางของฮองเฮาถูกฮ่องเต้สั่งประหารหมดแล้วเพคะ”
จางชิงหลินเบิกตากว้าง น้ำตาพลันไหลรินออกมาเป็นสาย ถ้ากลั่นเป็นเลือดได้นางคงกลั่นออกมาเป็นเลือดแล้ว
“เมื่อไร” นางกลั่นเสียงถามออกไป
“เมื่อสองวันก่อนเพคะ เป็นความผิดของพวกหม่อมฉันที่มาทูลช้าไป”
“ท่านอำมหิตยิ่งนัก” จางชิงหลินตัวสั่นสะท้าน หัวใจหนาวเหน็บ “ต่อไปคงถึงตาข้าแล้ว”
พูดจบก็มีขันทีประกาศการมาถึงของสตรีสูงศักดิ์ จางชิงหลินยิ้มเยาะให้กับวาสนาแสนอาภัพ ภักดีคนผิด คิดได้เมื่อสายจริงๆ
“ใช่เพคะ” หลินหลินทวนคำตอบให้แก่พระสวามีผู้แสนน่ารักของนาง“มันคือเทียบเชิญไปงานแต่งงานใช่หรือไม่ ถ้าหากใช่มันคือเทียบเชิญของผู้ใดกัน”“ฝ่าบาทเดาได้ถูกต้องเพคะว่าการ์ดแต่งงานก็คือเทียบเชิญแต่งงาน ถ้าหม่อมฉันให้ฝ่าบาทเดาต่อ ฝ่าบาทลองเดาสิเพคะว่าเป็นของผู้ใดกัน”ฉินจิ้นเหอส่ายหน้า ดวงตามีแววหื่นกระหาย “ข้าไม่อยากรู้ว่างานแต่งานของผู้ใด มันไม่สำคัญกับข้าเท่ากับเจ้ากลับมาหาข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปไหนอีกแล้ว”“หากไม่ปล่อยหม่อมฉันกลับตำหนัก เช่นนั้น เห็นทีฝ่าบาทคงต้องแบ่งแท่นบรรทมให้หม่อมฉันนอนด้วยแล้วเพคะ”“จางชิงหลิน! เจ้ายังไม่ตาย ข้าดีใจเหลือเกิน” เขารู้ทันทีว่าคำพูดฉ้อฉล เล่นคำแบบนี้มีแต่ฮองเฮายอดรักของเขาเท่านั้น เป็นใครอื่นไปไม่ได้“ใครว่ายังไม่ตายเพคะ ถูกรถชนเละขนาดนั้น วิญญาณยังกระเด็น หม่อมฉันตายไปแล้วเพคะ แต่มารดาของหม่อมฉัน นางมีเส้นสายเยอะพอรู้จักกับผู้เฝ้าประตูยมโลก นางจึงตามไปช่วยหม่อมฉันเอาไว้ แล้วพาวิญญาณของหม่อมฉันให้กลับเข้ามาอยู่ในร่างของฮองเฮาจางชิงหล
ฉินจิ้นเหอปล่อยให้นางลากจูงเขาไปตามอำเภอใจอีกครั้ง หลังจากเดินผ่านอาคารรูปร่างแปลกตามาหลายช่วงตึก ร้านขายหนังสือเก่าแก่ที่หัวมุมถนนก็ปรากฏแก่สายตาเขาหลินหลินหันมาส่งยิ้มให้ นี่เป็นอีกสถานที่ที่เธอเคยมาบ่อยๆ“ร้านหนังสือโปรดของหม่อมฉันเพคะ เราข้ามถนนกันเถอะ”ร่างเล็กมองสัญญาณไฟ เมื่อเห็นว่าเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟแดงปลอดภัยแล้วจึงดึงมือเขาให้เดินตาม ทว่าสร้อยข้อมือเล็กๆ ของเธอเกิดขาดจากกัน มันปลิวไปตกอยู่ข้างรองเท้าหนังของฉินจิ้นเหอ เขาปล่อยมือของหลินหลินแล้วก้มลงเก็บสร้อยข้อมือนั้นแล้วฟังเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังไม่หยุด“ฝ่าบาทคิดว่า ถ้าเราซื้อหนังสือแล้วจะนำมันกลับไปได้หรือไม่เพคะ ถ้านำกลับไปได้ทั้งหมดหม่อมฉันจะขนซื้อไปเยอะๆ เลย”“เรื่องนี้ข้าก็ไม่อาจตอบเจ้าได้ เราคงต้องลองดู แม้ไม่สามารถนำสิ่งใดกลับไปได้ ข้าก็ไม่กังวลใจ ขอเพียงเจ้ากลับไปกับข้าอย่างปลอดภัยเท่านั้นก็พอ”เขาโยนสร้อยเส้นเล็กที่ขาดเข้าในอุ้งมือแล้วลุกขึ้น เรือนร่างกำยำองอาจแม้อยู่ในการแต่งกายแบบยุคสมัยใหม่ทว่าความน่าเกรงขามกลับไม่ได้ลดถอยลงเลย แม้เวล
“หม่อมฉันคิดถึงฝ่าบาทุกวัน ทุกนาที”“เจ้าช่างใจร้าย ทิ้งข้ามาโดยไม่ลาสักคำ ที่จริง ข้าไม่ควรมอบความรักให้กับสตรีใจดำเช่นเจ้าเลย คอยดู กลับไปเมื่อไร ข้าจะคัดเลือกชายา สนมให้ล้นวัง” ฉินจิ้นเหอขู่ ล้นแล้วอย่างไรพระองค์ก็ไม่เกิดความรู้สึกกับพวกนางอยู่ดี แต่พอเห็นสีหน้าม่อยลงของคนในอ้อมกอด ฉินจิ้นเหอก็บิดยิ้มอย่างพอใจ“หากข้ามารับแล้วเจ้าไม่กลับ หน้าประวัติศาสตร์จะบันทึกว่า ฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอ เป็นฮ่องเต้ที่มีชายาสนมมากที่สุดในประวัติศาสตร์”“ไม่ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ยอม หม่อมฉันกลับแล้วเพคะ ที่หม่อมฉันจากมาโดยไม่ได้บอกฝ่าบาทเพราะไม่อยากให้เราสองคนเจ็บปวดไปมากกว่านี้ แต่ท่านพ่อและท่านแม่ของหม่อมฉัน พวกท่านทรมานมาหลายภพชาติ หม่อมฉันจึงต้องการกลับมาทำทุกอย่างให้จบลงด้วยดี เมื่อท่านทั้งสองมองเห็นกันแล้ว หม่อมฉันเชื่อว่ามือของหม่อมฉันไม่จำเป็นต้องเข้าไปวุ่นวายกับพวกท่านอีก ความรักจะนำพาพวกท่านไปสู่บทสรุปด้วยตัวเอง หม่อมฉันจะกลับไปกับฝ่าบาท”“ดีมาก หากเจ้าไม่กลับพร้อมกับข้า ข้าจะลากตัวเจ้ากลับให้ได้”ห
หลินหลินไม่รู้อะไรอีกหลังจากขึ้นรถลิมูซีนที่จอดรออยู่ที่หน้าโรงแรม พอมาถึงคอนโดฯ หญิงสาวแนบคีย์การ์ดประตูเปิดออก ร่างเล็กก็ถูกคนโหดข้ามภพจับโยนขึ้นไปบนเตียง แม้ว่ายังไม่ได้เถียงหรืออธิบาย ความปรารถนาของเขาที่เก็บกดมานานทั้งจากภพอดีต และเมื่อครู่ก่อนก็ผลักดันออกมาจากกางเกง ขยายตัวตนจนใกล้ระเบิด ความกระหายที่รุนแรงเพราะคิดถึงผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขามีความต้องการ และต้องการมากกว่าผู้ชายทั่วไปหลายเท่า จนถ้าไม่ได้ปลดปล่อยวันนี้ เขาต้องตายแน่เรื่องนี้ฉินจิ้นเหอไขปริศนาให้ตัวเองได้เมื่อหลายวันก่อน พระองค์คิดถึงจางชิงหลินมากขณะไปที่อุโมงค์แห่งกาลเวลาซึ่งพระองค์พบว่าในบันทึกของอดีตฮ่องเต้หยางจื่อ ฮ่องเต้พระองค์ก่อนใช้สุสานแห่งหนึ่งและประกอบพิธีกรรมบางอย่าง ระหว่างที่ให้ผู้คนมากมายช่วยกันเปิดทางเข้าสุสานที่ถูกปิดตาย พระองค์เผลอหลับไปแล้วฝันว่ายามที่พระองค์ได้วางดอกไม้ลงไปบนหน้าหลุมศพของสตรีนิรนางนั้น พระองค์เอ่ยสัญญาว่า‘หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะหาเจ้าให้เจอ และจะรักเพียงแต่เจ้า ข้าจะมีเจ้าเพียงคนเดียว’เพราะคำสัญญานี้กระมังที่ส่งผลให้พระองค์เ
ชีวิตของสาวโสดอย่างเธอหมกมุ่นจมจ่อมอยู่กับคอมพิวเตอร์มากกว่าจะพิถีพิถันในรายละเอียดของใช้ส่วนตัว ใครจะคิดว่าวันนี้ต้องมาเสียน้ำตาท่ามกลางงานแถลงข่าว ในกระเป๋าใบเล็กจิ๋วซึ่งนานๆ หลินหลินจึงจะนำออกมาใช้เพราะเวลาปกติหญิงสาวมักแต่งกายสบายๆ เสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์ และรองเท้าผ้าใบ มากกว่ารองเท้าส้นสูงแบบนี้หลังมือจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด แต่แล้วแผ่นหลังนุ่มนิ่มที่วันนี้ชุดสวยที่หลิวโจวซิ่นแนะนำและจัดหามาให้ใส่เว้าลึกไปช่วงหลังมากหน่อย ทำให้สัมผัสได้ว่าบางอย่างอุ่นวาบขึ้น หลินหลินสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าใครคนหนึ่งซึ่งอยู่ด้านหลังบดเบียดร่างกายแนบชิดจนเกินไป เธอหันไปถลึงตาใส่เพราะคิดว่ากำลังถูกลวนลามท่ามกลางงานแถลงข่าวเมื่อผู้คนที่เบียดเสียดกันและจดจ่อกับการถ่ายรูปพระนางที่กำลังเปิดตัวอยู่บนเวทีมากกว่าจะสนใจคนเขียนบทตัวเล็กๆ อย่างเธอ จึงไม่มีใครรับรู้ว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นในงานไอ้โรคจิตความแข็งจัดที่หลินหลินรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณกำลังดุนดันแนบชิดอยู่กับบั้นท้าย หญิงสาวทนไม่ไหว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ต่อให้ต้องอับอายเธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้ไอ้โรคจิตที่เ
2 เดือนผ่านไปข่าวการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาจางชิงหลินในวันสถาปนาแม้จะถูกสั่งให้ปกปิด ห้ามผู้ใดเอ่ยถึงเรื่องนี้เพราะฮ่องเต้ฉินจิ้นเหอให้นำพระศพของฮองเฮาเก็บรักษาเอาไว้ในโลงที่ทำจากหยก เพื่อรักษาสภาพเพราะหลังการสิ้นพระชนม์ ศพของพระนางกลับไม่เน่าเปื่อยดูราวกับว่าฮองเฮากำลังบรรทมหลับใหลฉินจิ้นเหอกัดพระทนต์แน่นพระองค์สูดหายใจแรงๆ เหตุใดการจากลาถึงได้เจ็บปวดเสียกว่าการถูกดาบเสียบพระอุระ ฉินจิ้นเหอเคยร่วมรบ เคยถูกข้าศึกใช้ดาบเสียบแทง ความเจ็บปวดนั้นทรมานแสนสาหัส แต่หากจะเทียบกับความเจ็บในเวลานี้นับว่ายังห่างชั้นกันมากแววตาเจ็บปวดซ่อนอยู่ในดวงตามังกร ฉินจิ้นเหอพูดอย่างเร่งเร้า “ตื่นขึ้นมาสิ เจ้าตายจากข้า หรือว่าเจ้าหนีข้าไปยังดินแดนที่ข้าไม่อาจติดตามเจ้าไปได้ หากเจ้าไม่ตื่น ข้าจะแต่งตั้งฮองเฮาองค์ใหม่ เจ้าไม่ได้หวงของหรือ หรือเห็นข้าเป็นสมบัติผลัดกันชม ไม่เสียใจหรือหากข้าต้องกลายเป็นของสตรีอื่น เจ้ารู้หรือไม่ ตั้งแต่ข้าเกิดจนถึงบัดนี้ สตรีเดียวที่ข้าเคยแตะต้องมีเพียงเจ้า ครั้งแรกของข้าก็คือที่โขดหินกลางสายน้ำเชี่ยวและเป็นครั้งแรกของเ
หลินหลินเบ้หน้า เวลานี้เขายังมาทำเจ้าชู้ใส่นางอีก “วาสนาข้าไม่ค่อยดีเท่าไร เจอแต่คนคิดเอาเปรียบ”“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอถาม เจ้าอยากได้อะไรเป็นการตอบแทนหลังจากงานสำเร็จ” ฉินจิ้นเหอถามแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามที่ดูฉลาดเฉลียวขึ้นมาก ด้วยตำแหน่งของเขาหากลงมือเองย่อมไม
ถ้านางทำสำเร็จ ก็เท่ากับเขาอาศัยนางจัดการกับเหล่าคนรอบตัวของฮ่องเต้โฉด ส่วนตัวเขาก็จะได้ครอบครองบัลลังก์ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องลงมือมาก ถ้านางช่วยเขาโดยเขาไม่ต้องเสียเหงื่อแม้แต่นิดเดียวก็อย่าเรียกนางว่าหลินหลินที่จริงแล้วนางเห็นว่าการมาครั้งนี้อาจเป็นผลดีกับใครบางคน ที่จริงนางจะมายุให้เขาชิงบัลลังก
หลินหลินไม่ได้เรียกลู่เจียวกับจิวฮุ่ยให้มาช่วยนางทำความสะอาดพื้นที่ในโถงอาราม เพราะทั้งสองคนก็มีงานล้นมืออยู่แล้ว ทั้งดูแลปรนนิบัตินางและช่วยห้องครัวทำอาหารเพื่อเลี้ยงนักพรตที่อยู่ในอารามหลินหลินหยิบถังน้ำกับผ้าเตรียมออกไปทำความสะอาดโถงรับรองด้านนอกตามคำสั่งของป๋ายเทียน พลันต้องวางสิ่งของในมือลงอย
หลินหลินหาข้ออ้าง พูดจนรู้สึกโมโห นางเดินไปรินน้ำชาใส่ถ้วย แต่ถ้วยใบนั้นกลับถูกบุรุษหน้าหนาแย่งไปต่อหน้าต่อตา“ท่าน ช่างไร้มารยาท” นางมองเขาอย่างตำหนิ“อืม ชารสชาติดี ไม่เหมือนน้ำต้มรากไม้ที่เจ้าให้ข้าดื่มวันนั้น”“ท่าน ท่านหน้าหนาขนาดนี้ ข้าคงไม่มีคำพูดอะไรอีกแล้วกระมัง” นางว่าแล้วก็หันหน้าหนี คนห







