Share

3

last update publish date: 2026-05-06 11:05:28

“ฮองเฮาจะไปไหนเพคะ” เซียวลี่อินผละจากอ้อมกอดโอรสสวรรค์แล้วร้องเรียก “หม่อมฉันกับฝ่าบาทยังไม่ได้ชื่นชมทิวทัศน์งดงามนี้เลย ดูสิเพคะเวลาฮองเฮายืนตากหิมะเป็นภาพที่งดงามจนหม่อมฉันไม่อาจเบือนสายตาไปมองสิ่งอื่น”

“ชิงหลินเจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่ ยืนอยู่ที่เดิมถ้าไม่มีคำสั่งเราห้ามไปไหนเด็ดขาด”

“แต่ฝ่าบาทเพคะ ฮองเฮาทรงหนาวมากแล้วนะเพคะ” ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยรวบรวมความกล้าหาญเข้าไปทูล พวกนางมองเห็นฮองเฮายืนกอดอกตัวสั่นระริก มองดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก

กลีบดอกไม้ที่แสนบอบบางเพียงนั้นจะต้านทานสายลมหนาวได้อย่างไร

“ใครใช้ให้พวกเจ้าเสนอหน้ามาพูดกับข้า นางบ่าวชั้นต่ำ ทหารอยู่ที่ไหน จับตัวนางกำนัลสองคนนี้ไปประหาร”

จางชิงหลินได้ยินชัดเจนก็รีบโผไปห้าม “อย่าทำร้ายคนของหม่อมฉัน จะให้หม่อมฉันยืนอยู่ทั้งคืนก็ได้แต่อย่าทำร้ายพวกนาง”

เซียวลี่อินยิ้มเยาะ เพราะจางชิงหลินใจอ่อนแบบนี้ถึงได้มีจุดจบแบบนี้ นางคงไม่รู้ว่าพรุ่งนี้นางจะไม่เหลือแม้แต่คนในครอบครัวอีกแล้ว

“ฝ่าบาทเพคะแค่สั่งโบยก็พอ อย่าให้เรื่องของนางกำนัลไร้ค่ามาทำให้หมดความสำราญเลยเพคะ”

“ทำตามที่เซียวกุ้ยเฟยสั่ง ทหารนำตัวนางกำนัลสองคนนี้ไปโบยคนละยี่สิบไม้”

ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยถูกผ้ายัดปาก ลากตัวออกไปแล้ว จางชิงหลินมองตามด้วยความโกรธแค้นที่พระสวามีของนางกับอดีตนางกำนัลของนางช่างใจร้าย เลือดเย็นยิ่งนัก นางกำมือแน่น กลับไปยืนนิ่งที่เดิมด้วยท่าทางมั่นคง เชิดหน้าขึ้นอย่างนางพญา

เซียวลี่อินมองด้วยความโมโห อีกฝ่ายยังเชิดหน้าชูคอใส่นางอย่างท้าทาย แต่เอาเถอะ อีกแค่วันเดียวเท่านั้น ฮองเฮาผู้เคยมีทุกอย่างก็จะตกจากบัลลังก์หงส์กลายเป็นแค่เศษธุลีดินภายในวันพรุ่งนี้แล้ว

วันต่อมา

ภายในตำหนักเฉียนชิง

ฉินซือเฉิงเป็นจักรพรรดิที่อยู่ในช่วงบ้านเมืองเริ่มเข้าสู่ความสงบจากการต่อสู้กับชนเผ่าต่างๆ กระนั้นบ้านเมืองก็ยังไม่รุ่งเรือง เฟื่องฟูมากนักเพราะฉินซือเฉิงไม่ได้คิดทำการสิ่งใดเพิ่มเติม จักรพรรดิที่ได้มาเพราะโชคช่วยใช้ระบบการปกครองแบบมีมุขมนตรี คือมีเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงร่วมบริหาร และด้วยความที่เป็นองค์ชายนอกสายตาที่จู่ๆได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิเพราะองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์ด้วยโรคฝีดาษทำให้ไร้ฐานอำนาจ พระองค์เบื่อการออกว่าราชการที่เหล่าขุนนางวันๆ หาแต่เรื่องปวดหัว ความเดือดร้อนของราษฏรมารายงาน

“วันๆมีแต่เรื่อง ข้าไม่คิดเลยว่าชีวิตฮ่องเต้จะน่าเบื่อสิ้นดี”

ฉินซือเฉิงมองบันทึกลับในกล่องไม้จันทร์แดงงดงามเลอค่าปกของสมุดราวจะทำด้วยทองคำแต่สัมผัสดูจึงรู้ว่าเป็นผ้าไหมซึ่งถักทอด้วยฝีมือของ ‘ฮองเฮาหนิงซูเยว่’ ฮองเฮาในองค์ ‘จักรพรรดิหยางจื่อ’  บันทึกเล่มนี้เป็นบันทึกที่ฮ่องเต้แต่ละพระองค์จะเขียนเรื่องราวในยุคของตนลงไปสมทบต่อๆ กัน

ฉินซือเฉิงหยิบขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ “หนาขนาดนี้ ข้าไม่มีเวลาอ่านหรอกเอาไปเก็บไว้ตามเดิม” ฉินซือเฉิงสะบัดชายแขนเสื้อพลิ้วไหวจะยื่นให้คังกงกงนำไปเก็บที่เดิม ทว่าพระเนตรแวววาวขึ้นเมื่อเห็นร่างกำยำของฉินจิ้นเหอเดินเข้ามา

ฉินจิ้นเหอค้อมกายกำยำเพื่อทำความเคารพ “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

ฉินซือเฉิงกลับโยนบันทึกลับให้ฉินจิ้นเหอ “น้องเก้าเจ้ามันหนอนตำราเอาบันทึกลับไปอ่าน แล้วมารายงานให้ข้าฟัง”

‘เอาเวลาอ่านบันทึกของอดีตฮ่องเต้ สู้เอาเวลาไปหาเหล่าสนมในวังหลัง สำราญกว่าตั้งเยอะ’ ฉินซือเฉิงคิดในใจ

ฉินจิ้นเหอมองบันทึกลับที่ส่งต่อกันระหว่างฮ่องเต้ด้วยสายตาเคร่งขรึม เขาเคยเห็นพระราชบิดาซึ่งเป็นอดีตฮ่องเต้อ่านแล้วจดบันทึกเรื่องราวสำคัญในยุคสมัยของพระองค์ลงไป เพราะเคยทำหน้าที่ฝนหมึกให้ในห้องทรงพระอักษร

“บันทึกลับของฮ่องเต้ กระหม่อมไม่อาจเปิดอ่านได้พ่ะย่ะค่ะ บันทึกนี้มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่สามารถเปิดอ่านได้”

ฉินซือเฉิงเบนสายตามองฉินจิ้นเหอ “มีแต่พวกน่ารำคาญ เจ้าไม่รู้หรือว่าเป็นฮ่องเต้เหนื่อยแค่ไหน ข้าไม่อยากเปิดอ่าน เจ้ารับเอาไปทำตามคำสั่งข้าเถอะ” ฉินซือเฉิงบอกปัดอย่างรำคาญ ขณะที่ฉินจิ้นเหอก้มหน้าซ่อนสายตาดูแคลนจักรพรรดิที่แสนโง่เง่าคนนี้

เมื่อฮ่องเต้อ่อนแอ ราชบัลลังก์สั่นคลอน ดังนั้นเมื่อจางกวงหมิงเสนาบดีฝ่ายขวาผู้มีฐานอำนาจสูงสุดในวังหลวง เสนอลูกสาวมาเป็นฮองเฮา ฉินซิอเฉิงจึงรับไว้อย่างไม่ต้องคิดมาก เพราะต้องการพวกพ้อง การได้เสนาบดีฝ่ายขวามาเป็นพวกจึงเป็นเรื่องดี

แต่ตอนนี้จางกวงหมิงมีบทบาทมากเกินไป เขาจึงคิดจะกำจัดทิ้งเพราะเป็นคนขี้ระแวง

“ถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป จางกวงหมิงคิดก่อกบฏ ขัดพระราชโองการให้ประหารทั้งตระกูล”

พระราชโองการของโอรสสวรรค์ถูกนำไปถ่ายทอดอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าจวนอัครเสนาบดีฝ่ายขวาก็ถูกทหารองครักษ์ประจำเมืองหลวงบุกเข้าไปอย่างหยาบคาย ไร้ความยำเกรง จับกุมตัวของคนสกุลจางทุกคนไปยังแท่นประหาร

ข่าวนี้ยังไม่รู้ถึงหูของจางชิงหลินที่ยังนอนป่วยอยู่ในตำหนัก นางกำนัลของจางชิงหลินถูกปล่อยตัว และค่อยๆซมซานกลับมายังตำหนักเย่วซินในอีกสองวันถัดมา

“ฮองเฮาเพคะ”

จางชิงหลินค่อยๆปรือตาขึ้น เปลือกตานางหนักอึ้งราวกับมีหินมากดทับ ไม่มีใครดูแลนาง นางนอนป่วยอยู่ในตำหนักคนเดียว คืนอันหนาวเหน็บโหดร้ายที่นางยืนตากหิมะผ่านไปอย่างแสนทรมาน

นางป่วยนอนซมต้องกินยาที่หมอหลวงนำมาวางไว้ให้และไม่ออกไปจากตำหนักอยู่สองวันเต็ม โชคดีที่วันนั้นนางแอบเอาเตาอุ่นมือเข้าไปด้วย ไม่เช่นนั้นนางคงตายไปแล้ว

“พวกเจ้าเองหรือ ลู่เจียว จิวฮุ่ย”

“เพคะ พวกหม่อมฉันกลับมาแล้ว”

“ข้าทำให้พวกเจ้าลำบากแล้ว” จางชิงหลินพูดเสียงแผ่วเบา

“ฮองเฮาอย่าตรัสเช่นนั้นเพคะ เป็นหน้าที่ของพวกหม่อมฉันที่ต้องปกป้องฮองเฮา” ลู่เจียวเอ่ยแล้วพากันร้องไห้

จางชิงหลินขมวดคิ้ว “พวกเจ้าร้องไห้ทำไมกัน”

“ฮองเฮาเพคะ” ลู่เจียวกับจิวฮุ่ยปรึกษากันแล้วว่าต้องบอกเรื่องสำคัญนี้ให้กับจางชิงหลินรู้ “สกุลจางของฮองเฮาถูกฮ่องเต้สั่งประหารหมดแล้วเพคะ”

จางชิงหลินเบิกตากว้าง น้ำตาพลันไหลรินออกมาเป็นสาย ถ้ากลั่นเป็นเลือดได้นางคงกลั่นออกมาเป็นเลือดแล้ว

“เมื่อไร” นางกลั่นเสียงถามออกไป

“เมื่อสองวันก่อนเพคะ เป็นความผิดของพวกหม่อมฉันที่มาทูลช้าไป”

“ท่านอำมหิตยิ่งนัก” จางชิงหลินตัวสั่นสะท้าน หัวใจหนาวเหน็บ “ต่อไปคงถึงตาข้าแล้ว”

พูดจบก็มีขันทีประกาศการมาถึงของสตรีสูงศักดิ์ จางชิงหลินยิ้มเยาะให้กับวาสนาแสนอาภัพ ภักดีคนผิด คิดได้เมื่อสายจริงๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   16

    พวกที่มีคุณธรรมในใจสักหน่อยก็พลันหัวใจห่อเหี่ยว ไม่กล้าพูด ได้แต่อึกอักตอบตามพวกมากลากไป มีแต่เจ้ากรมพระคลังที่พูดแตกต่าง“ตัวที่มีเขาคือกวาง ส่วนอีกตัวคือม้าพ่ะย่ะค่ะ”ฉินซือเฉิงแค่นยิ้มเย็นชา “เช่นนั้นหรือ”“กระหม่อมแน่ใจเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”“ถ้าเจ้ามั่นใจเช่นนั้นก็ดี” ฉินซือเฉิงมีคำตอบในใจแล้วว่าขุนนางผู้นี้เลี้ยงไม่ได้ เพราะไม่มีใจภักดี หากจะพูดว่าราษฎรเดือดร้อนเลยมาร้องทุกข์แทน แต่โอรสสวรรค์อย่างเขาเกิดมาพร้อมกับความเป็นเจ้าของทุกอย่าง ราษฎรก็เป็นของเขา พื้นดินทุกชุ่นก็เป็นของเขา ไม่มีอะไรที่เขาต้องการแล้วจะทำไม่ได้“เจ้าคงทำงานเหนื่อยมากแล้วกระมัง เจ้ากรมท้องพระคลัง หากข้าต้องการให้เจ้าไปพักผ่อนอยู่กับจวนแล้วหาคนหนุ่มมาทำหน้าที่แทนคงจะดีกว่า เจ้ากรมท้องพระคลังรับราชโองการ ให้ออกจากราชการกลับไปอยู่บ้านนับแต่บัดนี้”เจ้ากรมท้องพระคลังรู้ชะตากรรมตัวเองดีอยู่แล้ว ไม่กล้าร้องขออะไรอีกเพราะกลัวว่าแม้แต่ชีวิตจะรักษาไว้ไม่ได้“ขะ ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” ตอบทั้งที่แทบกระอั

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   15

    ดึกคืนนั้นหลินหลินเข้านอนโดยมีลู่เจียวคอยดูแล นางล้มตัวลงนอนพร้อมกับความคิดถึงสาเหตุที่นางย้อนเวลากลับมาที่นี่“มันต้องมีเหตุสิ การมาที่นี่ต้องมีอะไรแน่ๆ แล้วยังยัยซุป’ตาร์ เรื่องเยอะ มาเดินวอบแวบให้เห็นมันเกี่ยวอะไรกันนะ”สวรรค์คงไม่ได้ส่งมาอยู่ในดงคนหล่อ เพื่อให้นางรู้สึกชีวิตสดใสกระปรี้กระเปร่าขึ้นหรอก คนเราทุกคนมีหน้าที่ นางเองก็มีหน้าที่“หรือจะเป็นหน้าที่เขย่าบัลลังก์ให้ทรราชหล่นลงมา ชักนำคนดีขึ้นนั่งบัลลังก์ต้าชิง แต่ว่าอีอ๋องเก้านั่นเหรอคนดี ทำไมชอบมองพี่สะใภ้ด้วยสายตาหื่นๆ แบบนั้นก็ไม่รู้” หลินหลินไม่ได้คิดไปเองแต่อ๋องเก้ามองเจ้าของร่างอย่างนั้นจริงๆ“คิดเยอะ แต่ยังไม่ได้คำตอบ เปลืองสมองนอนดีกว่า”ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธที่ติดพันไปหรือไม่ เมื่อหลับลึกลงไปจึงฝันเห็นภาพมากมาย ในฝันนั้นนางเห็นภาพศพผู้หญิงคนหนึ่งนอนหมดลมหายใจอยู่ชายป่า นางตกใจอยากเข้าไปดูใกล้ๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แต่นางก็ไม่สามารถบังคับเท้าให้เดินไปอย่างใจนึก ได้แต่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ผ่านไปหลายชั่วยามจึงมีค

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   14

    “ไม่มีใครบอกหรอกเจ้าค่ะ ชิงหลินคิดเอง คงเป็นเพราะชิงหลินทุกข์ใจที่ชีวิตต้องมาเจอกับทุกข์แสนสาหัสเช่นนี้ พลัดบ้าน แล้วชีวิตคู่ยังล้มเหลวเพราะเจอคนไม่ดีเลยทำให้พูดอะไรเหลวไหลออกไป ท่านอาจารย์อย่าใส่ใจเลยเจ้าค่ะ”ประโยคหลังหลินหลินรำพึงแทนจางชิงหลินที่ถูกสามีหักหลัง คิดครั้งใดก็แค้นขึ้นมาทุกครั้ง ผัวชั่วร่วมมือกับเมียน้อยทำร้ายเมียหลวง ไม่ว่ายุคสมัยใดฟังแล้วหัวใจลูกผู้หญิงก็เจ็บปวดกันทุกคน“วาสนาชะตาของประสกมีบุรุษเข้ามาเกี่ยวพันสามคน ทั้งหมดเป็นไปตามโชคชะตา ประสกต้องเจอพวกเขา หลีกเลี่ยงไม่ได้ ประสกจะมีทั้งทุกข์และสุข นี่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของโลกแต่สุดท้ายแล้วประสกก็จะได้เจอคู่แท้เอง”“คู่แท้” หลินหลินร้องออกมาด้วยความตกใจ นางสนใจก็ประโยคนี่แหละ แต่พลันหน้าแดงแล้วก็เขียวคล้ำคู่แท้มาอยู่ที่ภพนี้ แล้วถ้านางกลับไปบ้านได้ก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันน่ะสิ หรือถ้าอยู่ด้วยกันก็หมายความนางไม่ได้กลับบ้านแต่ต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป หลินหลินยกมือนวดขมับ ไม่อยากคิดให้วุ่นวายต่อเพราะเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น“บางทีชิงหลินก็ไม่อยากเจอคู่แ

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   13

    วันต่อมา จิวฮุ่ยออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เวลานี้หลินหลินไม่มีอะไรทำจึงตั้งใจจะช่วยปัดกวาดอาราม นางเดินค้นหาห้องเก็บของเพื่อจะหยิบผ้ากับถังน้ำแต่เจอเข้ากับห้องหนังสือเสียก่อนด้วยความเป็นคนรักการอ่านเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเพราะต้องนำมาใช้ในการเขียนบท หลินหลินเห็นกองหนังสือมากมายก็คลี่ยิ้มกว้างด้วยความยินดี สองเท้ารีบก้าวเข้าไป นางอยากรู้ว่าหนังสือในยุคโบราณเขาเขียนอะไรกันไว้บ้างนางหยิบเล่มนั้นมาดู หยิบเล่มนั้นมาอ่าน กระทั่งเจอเข้ากับหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อที่หน้าปกทำให้นางขมวดคิ้วเข้าหากัน“ตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง”นางขมวดคิ้ว ทำไมบังเอิญแบบนี้ ตอนอยู่ที่ภพปัจจุบันก็อ่านค้างไว้พอดี ด้วยความอยากรู้ นางจึงพลิกเปิดอ่าน หลินหลินไม่ลืมว่าผลงานสุดท้ายก่อนที่จะหลุดมายังต้าชิงแห่งนี้คือการเขียนบทซีรีย์เรื่องตำนานรักจิ้งจอกเก้าหาง และนางก็ถูกหลิวโจวซิ่นไล่ไปหาข้อมูลจริงมาเขียน แต่จะหาข้อมูลจริงจากไหนหลินหลินเปิดหนังสือเล่มนั้น อยากรู้ว่าในเล่มนี้จะเหมือนกับเล่มที่นางเคยอ่านในยุคปัจจุบันหรือไม่ ในยุคปัจจุบันอาจจะตีไข่ใส่สีจนผิดไปจากความเป็นจริง

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   12

    “หากเจ้าอยากศึกษาธรรมจริงคงปลงผมบวชแล้ว ข้าจึงคิดว่าเรื่องบวชเป็นเรื่องที่เจ้าสร้างขึ้นเพื่อต้องการให้คนในราชสำนักไว้วางใจเจ้า เพื่อที่เจ้าและสกุลหลวนจะได้ปลอดภัยและเจ้าจะได้วางแผนทำอย่างอื่นได้”“ถ้าใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร ทั้งหมดมันก็เรื่องของข้า” นางเบือนหน้าหนีเพราะเกลียดคนรู้ทัน จะแสร้งโง่หน่อยไม่ได้หรือไง จึงไม่ทันเห็นว่าฉินจิ้นเหอเดินเข้ามาใกล้“เจ้ามีแผนอะไรกันแน่ บอกข้ามา ทำไมจึงส่งคนไปสืบเรื่องที่สกุลหลี่” เขาถามย้ำน้ำเสียงเข้มขึ้น“ข้าไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น” หลินหลินเดินหนี นางกลัวจะเผยพิรุธให้เขาจับได้มากกว่านี้“ข้าไม่เชื่อ”ครั้งนี้หลินหลินหยุดเดิน ไม่เดินหนีเขาอีกแต่หันหน้ามาเผชิญ นางยิ้มเย็นชาเหมือนหิมะที่โปรยปรายอยู่ด้านนอกตอนนี้แล้วฉุกคิดได้ว่าหรือสวรรค์ส่งนางมาเขย่าบัลลังก์ทรราชชักพาคนฉลาดขึ้นครอบครองบัลลังก์...นางมองจ้องดวงตาคมกริบของบุรุษตรงหน้า แผนการในหัวเริ่มวางโครงร่างขึ้นมาเป็นฉากๆ“ท่านอ๋องล่ะ มีแผนการอะไร ข้าว่าท่านก็ไม่ได้เรียบง่ายอย

  • ฮ่องเฮาเขย่าบัลลังก์   11

    ระหว่างขบคิดถึงปัญหาของตนที่มีมากมายเสียเหลือเกิน หลินหลินจึงชวนบ่าวทั้งสองออกไปนอกอาราม นางบอกแก่นักพรตหญิงที่เป็นหัวหน้าของที่นี่ว่านางต้องการออกไปซื้อธูปที่ตลาดเพราะตอนเดินทางมาที่อารามไม่ได้นำติดตัวมาด้วยนักพรตหญิงเห็นว่าเป็นของใช้ที่จำเป็นต้องมี จึงไม่ว่าอะไร หลินหลินและบ่าวทั้งสองคนจึงออกจากอารามมาที่ตลาดอีกครั้ง ระหว่างเดินดูหนทางที่จะหาเงินเพื่อดำรงชีพ หลินหลินก็สังเกตเห็นว่าทางเดินตรอกหนึ่งมีโคมกับผ้าแดงติดอยู่ตลอดทาง“ผ้าแดงกับโคมแดงที่ติดตามถนนหมายความว่าจะมีงานมงคลหรือลู่เจียว จิวฮุ่ย”ลู่เจียวมองตามสายตาของเจ้านายแล้วหันกลับมาตอบ “ใช่ เจ้าค่ะ การจะติดผ้าแดง โคมแดงได้ต้องเป็นขุนนางสูงศักดิ์ หรือไม่ก็เชื้อพระวงศ์ ในตรอกข้างหน้านั่นถ้าบ่าวจำไม่ผิดเห็นทีจะเป็นจวนของท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย...”“หึ เจ้าคงลืมไปแล้วมั้งลู่เจียว” จิวฮุ่ยขัดขึ้น “ท่านหลี่ไม่ใช่อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายแล้วแต่เป็นมหาอัครเสนาบดีต่างหาก” จิวฮุ่ยบอกด้วยสีหน้าถมึงทึง ทำให้หลินหลินขมวดคิ้ว ท่าทางของจิวฮุ่ยบอกว่ามีความแค้นแน่นอกกับอั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status