LOGINความเงียบเชียบภายในเพนต์เฮาส์หรูยามค่ำคืนดูจะเยือกเย็นกว่าทุกวัน แสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องนอกสาดส่องเข้ามาเป็นเงาวูบวาบผ่านกระจกบานใหญ่ เตโชยังคงฝังตัวอยู่ในห้องทำงานที่ปิดสนิททิ้งให้นลินจมอยู่กับความคิดที่บิดเบี้ยวบนโซฟากลางห้องโถง
ภาพใบหน้าของผู้ชายในรูปถ่ายใบนั้น... ผู้ชายที่หน้าเหมือน ภีม ราวกับพิมพ์เดียวกันกำลังยิ้มเคียงข้างแม่ของเธอในชุดนักศึกษา มันเหมือนภาพหลอนที่คอยตามหลอกหลอนนลินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
[POV: นลิน – ความจริงที่ปลายนิ้ว]
นลินมองบานประตูห้องทำงานของเตโชด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองรบ เธอรู้ดีว่าการเข้าไปในห้องนั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตคือการท้าทาย 'อสูรร้าย' ในตัวเขา แต่ความกระหายที่จะรู้ที่มาของตัวเองมันมีมากกว่าความกลัว
'ถ้าลินไม่ใช่ลูกของพ่อธนา... แล้วลินเป็นลูกของใคร?' ความคิดนี้ทำให้เธอกล้าที่จะลุกขึ้นยืนแล้วค่อย ๆ ย่องไปยังบานประตูไม้โอ๊คสีเข้ม
เธอหมุนลูกบิดช้า ๆ... โชคดีที่เขาลืมล็อค
ภายในห้องนั้นมืดสลัว มีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างไว้ นลินเดินตรงไปยังลิ้นชักโต๊ะที่เตโชเก็บซองเอกสารสีน้ำตาลใบนั้นไว้เมื่อเย็น มือบางสั่นเทาขณะที่เอื้อมไปเปิดมันออก
เธอกวาดสายตาผ่านตัวหนังสือมากมาย จนไปสะดุดเข้ากับเอกสารฉบับหนึ่งที่มีตราประทับของโรงพยาบาล... 'ผลตรวจดีเอ็นเอ' ระหว่างนายธนา กับ นางสาวนลิน
ใจของนลินกระตุกวูบ ผลลัพธ์ในนั้นระบุชัดเจนว่า 'ไม่เป็นบิดาและบุตรกัน'
"ทำอะไรนลิน!"
เสียงตวาดกร้าวที่ดังมาจากข้างหลังทำให้นลินสะดุ้งสุดตัว เอกสารในมือร่วงหล่นลงบนพื้นราวกับใบไม้ปลิดปลิว เตโชยืนพิงขอบประตู แววตาของเขาในตอนนี้มืดสนิทและน่ากลัวกว่าครั้งไหน ๆ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าคมเข้มให้ดูเหมือนปีศาจที่กำลังพิโรธ
[POV: เตโช – ความโกรธที่ปนไปด้วยความกลัว]
เตโชจ้องมองร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องทำงานของเขา ความโกรธแล่นพล่านขึ้นมาจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาโกรธที่เธอแอบเข้ามา และโกรธยิ่งกว่าที่เธอได้เห็นความจริงที่เขาพยายามจะปกปิดไว้
เขาก้าวเข้าไปหาเธอช้า ๆ ทุกย่างก้าวเหมือนเสียงมัจจุราชที่กำลังเดินเข้าหาเหยื่อ
"พี่บอกเธอแล้วใช่ไหม... ว่าอย่าพยายามทำตัวฉลาดในเรื่องที่พี่ไม่ต้องการให้เธอรู้!" เขาคำรามเสียงต่ำ รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่นจนนลินร้องออกมาด้วยความเจ็บ "เธออยากรู้มากนักใช่ไหมว่าตัวเองเป็นใคร? อยากรู้เพื่อจะได้หาทางไปซบอกไอ้ภีมมันง่ายขึ้นงั้นสิ!"
"ไม่ใช่ค่ะพี่เต! ลินแค่อยากรู้ว่าลินเป็นใคร... ทำไมพ่อธนาถึงทำกับลินแบบนี้ ลินมีสิทธิ์จะรู้ความจริงไม่ใช่เหรอคะ!" นลินตะโกนกลับทั้งน้ำตา
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" เตโชแค่นยิ้มหยัน "สิทธิ์เดียวที่เธอมีในตอนนี้คือสิทธิ์ในการเป็น 'ของเล่น' ของพี่เท่านั้นนลิน! ในเมื่อเธอชอบแอบดูความลับนัก... พี่ก็จะให้เธอได้รับบทลงโทษที่เธอจะจำไปจนตาย!"
[บทลงโทษท่ามกลางความมืด]
เตโชกระชากร่างนลินไปที่ผนังห้องทำงาน เขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงในเชิงทำร้ายร่างกายเหมือนธนา แต่เขาใช้ความรุนแรงในเชิงอารมณ์และการครอบครอง เขาโน้มใบหน้าลงไปหาเธอจนปลายจมูกชนกัน กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ปนกับกลิ่นกายชายชาตรีทำให้มวลอารมณ์ในห้องนั้นหนักอึ้ง
"ปล่อยลินนะคะพี่เต... ลินขอโทษ" นลินพึมพำเสียงพร่า
"สายไปแล้วนลิน..." เขาไม่ฟังเสียงอ้อนวอน เตโชประกบริมฝีปากลงไปบนเรียวปากอิ่มอย่างดุดัน มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวานเหมือนที่เขาเคยสัญญา แต่มันคือจูบที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและการประกาศศักดา เขาต้องการย้ำให้เธอรู้ว่า ไม่ว่าความจริงเรื่องสายเลือดจะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้เธอเป็นของเขา... และเขาไม่มีวันปล่อยเธอไปให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
นลินพยายามดิ้นรน แต่แรงของเธอหรือจะสู้แรงของวิศวะหนุ่มปี 4 อย่างเขาได้ ความขมขื่นแล่นปราดเข้ากลางใจ แต่ในความขมขื่นนั้นกลับมีความรู้สึกโหยหาอย่างประหลาดปนอยู่ด้วย เธอเกลียดความร้ายกาจของเขา แต่เธอก็กลัวเกินกว่าจะเสียเขาไปในเวลาเดียวกัน
[POV: มีนา – แผนการที่เริ่มสัมฤทธิ์ผล]
ในขณะเดียวกัน ที่หอพักนักศึกษา มีนา นั่งจ้องมองโทรศัพท์มือถือด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธอเพิ่งส่งข้อความหาภีมตามที่เตโชสั่ง... ข้อความที่ระบุว่าเธอบังเอิญเห็นนลินกำลัง 'พลอดรัก' กับเตโชในรถอย่างมีความสุข
มีนารู้ดีว่าภีมต้องเจ็บปวด และเธอก็เจ็บปวดไม่แพ้กันที่ต้องเป็นคนลงมือทำลายความหวังของคนที่เธอรัก
'ขอโทษนะพี่ภีม... มีนาทำเพื่อพี่นะคะ ถ้าพี่เลิกหวังในตัวนลิน พี่จะได้มองเห็นมีนาบ้าง' เธอรู้ว่าตอนนี้ภีมคงกำลังคลั่ง เขาเป็นคนใจร้อนและรักนลินมากพอจะทำเรื่องบ้า ๆ ได้ และนั่นคือสิ่งที่เตโชต้องการ... การทำให้ภีมขาดสติจนเสียงานเสียการและเสียคนในที่สุด
[สมรภูมิอารมณ์ที่ยังไม่จบสิ้น]
กลับมาที่เพนต์เฮาส์ เตโชถอนริมฝีปากออกมามองดูผลงานของตัวเอง นลินหอบหายใจรัว แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวง
"จำใส่หัวเอาไว้... ความจริงเรื่องพ่อแม่เธอ พี่จะเป็นคนบอกเธอเองในวันที่พี่ต้องการ" เตโชเอ่ยเสียงเรียบพลางลูบริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอ "และถ้าพี่รู้ว่าเธอแอบไปติดต่อกับไอ้ภีม หรือแม้แต่คิดจะสืบเรื่องนี้ลับหลังพี่อีก... พี่จะไม่จบแค่ที่โซฟาแน่"
นลินหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาไหลผ่านแก้ม "พี่เตทำแบบนี้... พี่เตไม่ได้รักลินหรอก พี่เตแค่สะใจที่ชนะพี่ภีมได้ใช่ไหมคะ?"
คำถามนั้นทำให้เตโชชะงักไปชั่วครู่ หัวใจของเขาเหมือนถูกเข็มแทงลึก เขาอยากจะตะโกนบอกเธอว่ามันไม่ใช่ความแค้น... แต่มันคือความรักที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร
"จะรักหรือจะชนะ... ผลมันก็เหมือนกันนลิน คือเธอต้องอยู่กับพี่ไปจนตาย!"
เขาอุ้มเธอขึ้นในวงแขนกว้างแล้วพาเดินกลับเข้าไปในห้องนอน ทิ้งเอกสารความลับเหล่านั้นให้กระจัดกระจายอยู่บนพื้นห้องทำงาน... เอกสารที่บอกว่านลินคือทายาทที่แท้จริงของตระกูลที่มั่งคั่งตระกูลหนึ่ง ตระกูลที่อยู่ขั้วตรงข้ามกับครอบครัวของเขา และเป็นตระกูลที่ภีมเองก็มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้ง
[POV: ภีม – พายุที่กำลังจะระเบิด]
ที่ลานจอดรถใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภีมกำโทรศัพท์แน่นจนหน้าจอแทบร้าว ข้อความจากมีนาทำให้เขาสติหลุด เขาไม่เชื่อว่านลินจะมีความสุขกับคนที่ป่าเถื่อนอย่างเตโช แต่ภาพที่เตโชแสดงความเป็นเจ้าของที่ลานเกียร์วันนั้นมันคอยตามหลอกหลอนเขา
"มึงได้ใจไปก่อนเถอะเตโช..." ภีมพึมพำเสียงรอดไรฟัน "พรุ่งนี้ที่งานประชุมโปรเจกต์... กูจะกระชากหน้ากากมึงให้ทุกคนเห็นเอง ว่ามึงมันก็แค่โจรลักพาตัว!"
พายุลูกใหญ่กำลังจะเข้าถล่มมหาวิทยาลัยในวันพรุ่งนี้ การทำโปรเจกต์ที่เป็นเดิมพันศักดิ์ศรีจะกลายเป็นสนามรบที่นองไปด้วยน้ำตาและรอยเลือด และในกองเพลิงนั้น... ความลับเรื่อง 'สายเลือด' ที่เตโชพยายามปกปิดไว้ กำลังจะถูกกระชากออกมาโดยมือของคนที่ไม่มีใครคาดคิด
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







