LOGINบรรยากาศภายในห้องประชุมชั้นบนสุดของตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์เย็นเยียบจนแทบเป็นน้ำแข็ง แสงจากหลอดไฟนีออนสว่างจ้าจนมองเห็นฝุ่นละอองที่ลอยคว้างในอากาศ เตโชนั่งกอดอกอยู่ที่หัวโต๊ะฝั่งเครื่องกล ใบหน้าคมเข้มเรียบเฉยทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย ส่วนฝั่งตรงข้ามคือภีมที่นั่งตัวตรงกำปากกาแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดนูน
นลินนั่งอยู่ข้างหลังเตโชในฐานะผู้ช่วยจดบันทึก เธอพยายามก้มหน้าต่ำเพื่อหลบสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและเจ็บปวดของภีมที่พุ่งตรงมาที่เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า รอยช้ำที่ริมฝีปากซึ่งเธอพยายามใช้คอนซีลเลอร์กลบไว้ยังคงทำให้เธอรู้สึกแสบแปลบทุกครั้งที่ขยับปาก—ย้ำเตือนถึงบทลงโทษที่รุนแรงของเตโชเมื่อคืนนี้
[POV: ภีม – พายุอารมณ์ที่รอการระเบิด]
ภีมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียสติ ข้อความจากมีนาเมื่อคืนเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งความหึงหวง เขาจ้องมองนลินที่ดูอิดโรยและหวาดระแวงเกินกว่าปกติ และเมื่อสายตาเขาปะทะเข้ากับรอยแดงจางๆ ที่มุมปากของเธอ ใจของเขาก็หล่นวูบก่อนจะแทนที่ด้วยโทสะที่ยากจะหยั่งถึง
‘มึงทำอะไรเธอ... ไอ้เตโช มึงบังคับขืนใจเธอจนถึงขนาดนี้เลยเหรอ’ ภีมคำรามในใจ มือที่ใต้โต๊ะทำงานสั่นเทาด้วยความโกรธจัด เขาไม่ได้มาที่นี่เพียงเพื่อคุยเรื่องงบประมาณหรือแบบแปลนไฮดรอลิก แต่เขามาเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ผู้หญิงที่เขาคิดว่าตัวเองรักสุดหัวใจ
[POV: เตโช – ผู้คุมหมากที่เหนือกว่า]
เตโชกระตุกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นอาการสติหลุดของคู่ปรับ เขาจงใจขยับเก้าอี้ไปใกล้คนตัวเล็กข้างหลังแล้ววาดแขนโอบพนักเก้าอี้ของเธอไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของโดยไม่สนสายตาของอาจารย์ที่ปรึกษาหรือเพื่อนร่วมรุ่นที่นั่งอยู่ในห้อง
เขาสังเกตเห็นมีนาที่นั่งอยู่ถัดจากภีม แววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดของเธอทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าแผนการ "ยืมมือ" ของเขากำลังได้ผล ภีมในตอนนี้เหมือนเสือที่บาดเจ็บและพร้อมจะกระโจนเข้าหาเหยื่อโดยไม่สนหลุมพรางที่เขาวางไว้
"เอาล่ะ... ถ้าฝั่งโยธายังคำนวณโครงสร้างฐานรับแรงดันไม่เสร็จ พี่ว่าเราควรจะยกเลิกโปรเจกต์นี้ไปก่อนดีไหม?" เตโชเอ่ยเสียงเรียบพลางเหลือบมองภีม "หรือว่าประธานรุ่นโยธามัวแต่เอาเวลาไปเพ้อเจ้อเรื่องของคนอื่น จนไม่มีปัญญาทำงานวิจัยให้จบ?"
[บทบรรยาย: จุดชนวนระเบิด]
"เตโช!" ภีมตบโต๊ะดังปังจนคนทั้งห้องประชุมสะดุ้ง "มึงอย่ามาโยนความผิดให้คนอื่น ถ้ามึงไม่มัวแต่กักขังและรังแกนลิน งานมันก็เดินไปได้นานแล้ว!"
"พี่ภีมคะ... พอเถอะค่ะ" นลินเอ่ยขึ้นเสียงแผ่ว พยายามจะระงับศึก
"นลินไม่ต้องพูด!" ภีมตะคอกกลับด้วยความโมโหที่ปนไปด้วยความห่วงใย "พี่รู้ว่ามันข่มขู่ลิน พี่รู้ว่าเมื่อคืนมันทำอะไรลินบ้าง!"
ประโยคนี้ทำให้คนทั้งห้องประชุมเริ่มกระซิบกระซาบ มีนาหน้าซีดเผือด เธอไม่คิดว่าภีมจะหลุดปากพูดเรื่องที่เธอแอบส่งข่าวให้ฟังออกมากลางที่ประชุมแบบนี้
เตโชหัวเราะห้วน ลุกขึ้นยืนช้าๆ จนความสูงของเขากดข่มทุกคนในห้อง "มึงรู้? มึงรู้ได้ไงวะไอ้ภีม? หรือว่ามึงแอบมาเป็นสุนัขเฝ้าหน้าห้องตอนกูอยู่กับเมีย?"
[POV: นลิน – หัวใจที่แตกสลาย]
นลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า ความอับอายแล่นพล่านจนเธออยากจะมุดดินหนี สายตาของเพื่อนนักศึกษาที่เคยมองเธอด้วยความเอ็นดู บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกและตั้งคำถาม เธอเหลือบมองมีนา เห็นเพื่อนรักนั่งก้มหน้านิ่งน้ำตาคลอ นลินเริ่มประติดประต่อเรื่องราวได้... ข้อความพวกนั้น... พี่ภีมจะรู้เรื่องเมื่อคืนได้ยังไงถ้าไม่มีคนบอก?
'มีนา... ทำไมทำแบบนี้' นลินถามเพื่อนในใจด้วยความร้าวราน
[การนองเลือดกลางวิถีวิศวะ]
ภีมไม่ทนอีกต่อไป เขาพุ่งเข้าหาเตโชและปล่อยหมัดเข้าที่ใบหน้าคมเข้มเต็มแรงจนเตโชเซถลาไปชนชั้นวางเอกสาร เสียงโครมครามดังสนิทพร้อมกับความโกลาหลที่ตามมา เพื่อนๆ ในห้องต่างกุลีกุจอเข้าห้ามทัพ
เตโชปัดเลือดที่มุมปากออก แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธจัดเหมือนภีม แต่มันกลับมีความ 'สมเพช' และความสะใจที่เขาสามารถลากภีมลงมาเกือกกลั้วกับโคลนตมทางอารมณ์ได้สำเร็จ
"หมัดเดียวเหรอภีม? แค่นี้เหรอศักดิ์ศรีของประธานรุ่นโยธา?" เตโชท้าทายพลางก้าวเข้าหา "มึงอยากช่วยนลินนักใช่ไหม? งั้นกูจะบอกความจริงให้มึงฟังอย่างหนึ่ง... นลินเขาไม่ได้อยากให้มึงช่วยหรอก เพราะเขาเต็มใจที่จะอยู่ใน 'นรก' ของกูมากกว่าจะไปอยู่ใน 'สรวงสวรรค์' จอมปลอมของมึง!"
"มึงโกหก!" ภีมตะโกนก้อง พยายามจะสลัดการเกาะกุมของเพื่อนเพื่อเข้าไปจัดการเตโชอีกรอบ
[POV: มีนา – ผลลัพธ์ที่เกินควบคุม]
มีนาร้องไห้โฮออกมาด้วยความกลัว เธอเห็นภีมที่เธอรักกำลังจะเสียอนาคตเพราะความวุ่นวายครั้งนี้ และเห็นนลินที่เพื่อนรักกำลังจะถูกประจานอย่างย่อยยับ แผนการที่เธอตกลงกับเตโชไว้มันกำลังลุกลามจนเกินจะควบคุม
'ฉันไม่ได้อยากให้พี่ภีมต้องมีเรื่องแบบนี้ ฉันแค่อยากให้เขาเลิกสนใจนลินเท่านั้น!' ความรู้สึกผิดกระแทกใจเธออย่างแรง มีนาวิ่งเข้าไปขวางระหว่างภีมกับเตโช "พอได้แล้วค่ะ! พี่ภีมพอเถอะ! มีนาขอร้อง!"
ภีมชะงักไปเมื่อเห็นน้ำตาของมีนา แววตาที่สับสนของเขาจ้องมองเพื่อนรุ่นน้องตรงหน้า "มีนา... เธอบอกพี่เองไม่ใช่เหรอว่านลินเจ็บปวด เธอบอกให้พี่ช่วยเขา!"
คำพูดของภีมเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจนลิน เธอหันมามองมีนาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ความจริงปรากฏชัดเจนแล้ว... เพื่อนที่เธอไว้ใจที่สุดคือคนที่คาบข่าวไปบอกภีมเพื่อปั่นหัวให้ทุกคนพังพินาศ
[จุดจบที่ยังไม่สิ้นสุด]
"ออกไปให้หมด!" อาจารย์ที่ปรึกษาที่เงียบมานานตวาดก้องด้วยความเหลืออด "เตโช ภีม... พวกเธอสองคนไปพบฝ่ายปกครองเดี๋ยวนี้! ส่วนโปรเจกต์นี้... ฉันจะระงับไว้จนกว่าพวกเธอจะรู้จักคำว่ามืออาชีพ!"
เตโชปรายสายตามองนลินที่นั่งตัวสั่นสะอื้นอยู่มุมห้อง เขาเดินเข้าไปกระชากข้อมือเธอให้ลุกขึ้นอย่างไม่เบามือนัก "กลับ! ส่วนมึงไอ้ภีม... จำไว้ว่าวันนี้มึงพ่ายแพ้กูในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องงาน และเรื่องผู้หญิง!"
นลินถูกลากออกจากห้องประชุมไปท่ามกลางสายตาเกลียดชังและเวทนา ทิ้งให้ภีมทรุดตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง มีนาพยายามจะเข้าไปปลอบแต่เขากลับปัดมือเธอออกอย่างแรง
"อย่ามายุ่งกับพี่... มีนา" ภีมเอ่ยเสียงสั่น "เพราะเธอ... ทุกอย่างมันถึงได้พังแบบนี้!"
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







