LOGINความเงียบงันภายในห้องโดยสารรถสปอร์ตสีดำสนิทน่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางพาดผ่านใบหน้าของนลินซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามจังหวะการเคลื่อนที่ของรถ เธอไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนทุกครั้ง แต่แววตาคู่สวยกลับว่างเปล่าราวกับจิตวิญญาณได้หลุดลอยไปจากร่างตั้งแต่ในห้องประชุมนั้นแล้ว
เตโชกำพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ใบหน้าคมเข้มมีรอยช้ำและคราบเลือดแห้งกรังที่มุมปากจากหมัดของภีม ทว่าความเจ็บทางกายกลับเทียบไม่ได้เลยกับความรุ่มร้อนในอกเมื่อเขาเห็นสายตาที่นลินมองเขาก่อนจะเดินออกจากห้องประชุม... มันไม่ใช่สายตาหวาดกลัวอย่างที่เขาคุ้นเคย แต่มันคือสายตาที่เต็มไปด้วย 'ความรังเกียจ'
[POV: นลิน – เศษเสี้ยวของใจที่แตกละเอียด]
นลินรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบที่เธอพยายามประคับประคองมาตลอดได้พังทลายลงในชั่วพริบตา เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เธอรักและไว้วางใจที่สุดอย่าง 'มีนา' กลับกลายเป็นหมากที่เตโชใช้ปั่นหัวพี่ภีม และเป็นคนที่คาบข่าวเรื่องในมุ้งของเธอไปประจานจนเธอไม่เหลือชิ้นดีในมหาวิทยาลัย
'ทำไมถึงทำแบบนี้มีนา... ทำไมต้องเอารอยน้ำตาของลินไปเป็นเครื่องมือเพื่อแลกกับความรักที่ว่างเปล่าแบบนั้น' เธอเจ็บจนจุก เจ็บที่เพื่อนทรยศ และเจ็บที่ตัวเองโง่เง่าพอจะรักปีศาจที่ชื่อเตโช ผู้ชายที่เห็นความพินาศของคนอื่นเป็นเพียงเกมสนุกๆ เกมหนึ่ง เขาทำลายชีวิตพี่ภีม ทำลายมิตรภาพของเธอ และทำลายเกียรติที่เหลือเพียงน้อยนิสัยของเธอจนหมดสิ้น
[POV: เตโช – ชัยชนะที่แสนขมขื่น]
เตโชปรายสายตามองคนข้างกายที่เงียบขรึมจนน่ากลัว เขาควรจะสะใจที่เห็นภีมสติหลุดจนเสียคน ควรจะดีใจที่แผนการของเขามันสมบูรณ์แบบจนไม่มีใครตามทัน แต่ความจริงกลับไม่ใช่เลย ยิ่งเขาชนะภีมมากเท่าไหร่ เขากลับรู้สึกเหมือนนลินกำลังหลุดลอยไปไกลขึ้นเท่านั้น
"มองพี่นลิน... อย่ามองพี่ด้วยสายตาแบบนั้น" เขาคำรามในใจอย่างหัวเสีย
เขารู้ดีว่าแผนการ 'ยืมมือมีนา' มันรุนแรงเกินไปสำหรับคนจิตใจอ่อนโยนแบบเธอ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก ในโลกของเขา... การปกป้องของที่รักคือการทำลายคู่แข่งให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีที่สกปรกแค่ไหนก็ตาม
[กรงขังที่ไร้เสียง]
เมื่อถึงเพนต์เฮาส์ เตโชก้าวลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูให้นลิน เขาพยายามจะคว้าข้อมือเธอเพื่อนำทางขึ้นห้องเหมือนทุกครั้ง แต่นลินกลับเบี่ยงตัวหลบราวกับเขามีเชื้อโรคร้าย
"อย่าแตะต้องลิน" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาแต่กลับทรงพลังจนเตโชชะงัก "ลินจะเดินไปเอง"
เตโชเม้มปากแน่น แววตาวาวโรจน์ด้วยความขัดใจแต่เขาก็ยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว เขาเดินตามร่างระหงขึ้นไปบนห้องชุดสุดหรูที่บัดนี้ดูเหมือนกรงขังที่เยือกเย็นที่สุดในโลก
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง นลินเดินตรงไปที่ห้องนอนโดยไม่แม้แต่จะหันมามองเขา แต่เตโชกลับคว้าแขนเธอไว้ก่อน
"เรามีเรื่องต้องคุยกันนลิน!"
"คุยอะไรคะ? คุยเรื่องที่พี่เตใช้เพื่อนลินมาประจานลินงั้นเหรอ?" นลินหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาที่เคยสั่นไหวบัดนี้กลับแข็งกร้าว "หรือคุยเรื่องที่พี่เตตั้งใจทำลายอนาคตของพี่ภีม? ลินเคยคิดว่าพี่แค่ร้ายเพราะความหึงหวง แต่ตอนนี้ลินรู้แล้ว... พี่มันไม่มีหัวใจ พี่เห็นทุกคนเป็นแค่หมากในกระดานของพี่!"
"แล้วถ้าพี่บอกว่าพี่ทำไปเพื่อเธอละ!" เตโชตวาดลั่น "ถ้าพี่ไม่ทำแบบนี้ ไอ้ภีมมันก็จะตามตื้อเธอไม่เลิก! มึงคิดว่าคนอย่างมันจะปกป้องมึงได้จริงๆ เหรอ? มันก็แค่ไอ้คุณชายหน้าโง่ที่โดนปั่นหัวนิดหน่อยก็สติหลุด!"
"อย่างน้อยพี่ภีมเขาก็มีความเป็นคนมากกว่าพี่!"
เพียะ!
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันทีเมื่อฝ่ามือหนาที่สั่นเทาเผลอฟาดลงบนใบหน้าสวยด้วยความขาดสติ นลินหน้าหันไปตามแรงตบ ความเจ็บแสบแล่นปราดเข้าสู่ประสาทสัมผัส ทว่าความเจ็บในใจมันกลับรุนแรงกว่าร้อยเท่า
เตโชเบิกตากว้าง จ้องมองมือตัวเองด้วยความตกใจ "นลิน... พี่... พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ"
นลินค่อยๆ หันใบหน้ากลับมาหยดน้ำตาที่อดกลั้นไว้ไหลพรากออกมาเป็นทาง "ขอบคุณค่ะที่ตบให้ลินตาสว่าง... ขอบคุณที่ย้ำให้ลินรู้ว่าลินไม่มีค่าอะไรกับพี่เลย นอกจากเป็นสินค้าที่พี่จะทำอะไรก็ได้"
เธอเดินเข้าห้องนอนแล้วล็อคประตูทันที ทิ้งให้เตโชยืนตัวสั่นอยู่กลางห้องโถงเพียงลำพัง เขาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา กุมใบหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกที่พังพินาศ เขาพังทุกอย่าง... พังทั้งแผนการ และพังทั้งหัวใจของนลิน
[POV: มีนา – นรกในใจที่ตื่นขึ้น]
ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องพักนักศึกษา มีนานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่กลางความมืด เสียงปัดมือของภีมยังคงดังก้องอยู่ในหัว สายตาเกลียดชังของนลินที่จ้องมองเธอในห้องประชุมมันเหมือนมีดที่กรีดหัวใจเธอจนไม่มีชิ้นดี
'ฉันทำอะไรลงไป... ฉันทำร้ายคนที่รักฉันที่สุดไปแล้ว' มีนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์ของนลิน เธออยากจะโทรไปขอโทษ อยากจะบอกว่าเธอถูกเตโชข่มขู่และล่อลวง แต่เธอก็รู้ดีว่ามันสายเกินไปแล้ว ความอิจฉาบังตาทำให้เธอเดินเข้าสู่เส้นทางสายมืด และตอนนี้เธอก็กำลังได้รับผลกรรมนั้นอย่างสาสม... คือการที่ภีมเกลียดเธอเข้าไส้ และนลินเลิกคบกับเธอไปตลอดกาล
[เงาอดีตที่เริ่มเคลื่อนไหว]
กลางดึกคืนนั้น ที่คฤหาสน์ตระกูลวรโชติโภคิน ลุงประจักษ์ นั่งจ้องมองรูปถ่ายใบเก่าของน้องสาวในมือนิ่งๆ ข่าวการทะเลาะวิวาทของลูกชาย (ภีม) กับทายาทตระกูลบริหารสินทรัพย์ (เตโช) กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่คนในวงการวิศวะพูดถึงกันหนาหู และที่สำคัญ... ชื่อของผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุ 'นลิน' มันสะกิดใจเขาอย่างรุนแรง
"นลิน... ชื่อเหมือนหลานสาวฉันที่หายไป" ประจักษ์พึมพำ แววตาของชายสูงวัยที่ผ่านโลกมามากเริ่มมีความสงสัย
เขาเรียกคนสนิทเข้ามาหา "ไปสืบเรื่องเด็กที่ชื่อนลินมาให้ละเอียด... หาประวัติพ่อแม่เธอมาด้วย"
สงครามในรั้วมหาวิทยาลัยอาจจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของนลิน แต่สงครามระหว่าง 'สายเลือด' และ 'หนี้แค้น' กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง ความลับที่เตโชกอดไว้กำลังจะถูกกระชากออกมาโดยมือของผู้ทรงอิทธิพลที่ตัวเขาเองก็คาดไม่ถึง
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







