LOGINแสงอรุณวันใหม่สาดส่องผ่านม่านโปร่งของเพนต์เฮาส์หรู ทว่าบรรยากาศภายในกลับขุ่นมัวราวกับพายุยังไม่สงบ เตโชนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานในห้องโถงกว้าง ดวงตาคมกริบดูอิดโรยและแดงก่ำจากการไม่ได้พักผ่อนทั้งคืน บนหลังมือข้างที่เขาใช้ฟาดลงบนใบหน้าของนลินยังคงมีความรู้สึกชาวาบหลงเหลืออยู่ ทุกครั้งที่เขามองไปที่บานประตูห้องนอนที่ยังคงปิดสนิท หัวใจของอดีตเฮดว้ากผู้แข็งกร้าวกลับบีบคั้นจนเจ็บปวด
เตโชจ้องมองถาดอาหารเช้าที่เขาสั่งมาวางไว้หน้าห้องนอนนลินแต่มันกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เขาไม่เคยรู้สึกไร้เลี่ยวแรงขนาดนี้มาก่อน ตลอดชีวิตเขาใช้กำลังและการบงการเพื่อชนะทุกสิ่ง แต่หมัดของภีมยังไม่ทำให้เขาเจ็บเท่ากับ 'ความเงียบ' ของนลินในตอนนี้
'พี่ทำอะไรลงไป...' เขาถามตัวเองซ้ำๆ ภาพใบหน้าหวานที่หันไปตามแรงมือและแววตาที่มองเขาเหมือนปีศาจมันกรีดลึกในใจ
เขารู้ดีว่าแผนการเรื่องมีนามันรุนแรง แต่มันคือวิถีของเขา วิถีที่ต้องกำจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นซาก แต่การลงมือกับเธอมันคือเส้นที่เขาไม่ควรข้าม
[POV: นลิน ]
ภายในห้องนอนที่มืดสลัว นลินนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงกว้าง รอยนิ้วมือจางๆ บนแก้มซ้ายเริ่มกลายเป็นรอยช้ำจางๆ แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริงกลับสะสมอยู่ที่ข้างในหัวใจ เธอไม่ได้รู้สึกโกรธจนอยากฆ่าเขาเหมือนตอนแรก แต่มันคือความ 'สมเพช' สมเพชทั้งตัวเองที่หลงเชื่อว่าปีศาจจะเปลี่ยนเป็นมนุษย์ได้ และสมเพชเตโชที่ต้องใช้กำลังเพื่อรักษาความมั่นใจที่สั่นคลอนของตัวเอง
เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์อยู่ลิบๆ ที่นั่นคือที่ที่เธอเคยมีความสุขกับเพื่อนรักอย่างมีนา และมีรุ่นพี่ที่แสนดีอย่างพี่ภีม แต่ตอนนี้ทุกอย่างเหลือเพียงเถ้าถ่าน
'ถ้าลินไม่ใช่ลูกของพ่อธนา... แล้วลินเป็นใครกันแน่' คำถามนี้วนเวียนอยู่ในหัว เธอต้องหาทางพิสูจน์ความจริงเรื่องเอกสารที่เห็นในห้องทำงานเตโชให้ได้ แต่ในกรงทองที่มิดชิดขนาดนี้ เธอจะทำได้อย่างไร?
[ความลับที่เริ่มปริแตกข้างนอกกรง]
ที่คฤหาสน์ตระกูลวรโชติโภคิน ภีม นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะอาหารไม้ตัวยาว ฝั่งตรงข้ามคือ ลุงประจักษ์ ผู้เป็นพ่อที่วันนี้ดูเคร่งขรึมเป็นพิเศษ ข่าวเรื่องการชกต่อยกลางห้องประชุมเมื่อวานดังมาถึงหูผู้ใหญ่จนได้
"แกทำเรื่องงามหน้ามากนะภีม" ประจักษ์เอ่ยเสียงเรียบพลางจิบกาแฟ "ประธานรุ่นโยธาไปต่อยกับเฮดว้ากเครื่องกลเพราะเรื่องผู้หญิง... แกคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจงั้นเหรอ?"
"ผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเองครับคุณพ่อ" ภีมตอบเสียงแข็ง แววตามุ่งมั่น "นลินเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย เตโชมันกักขังเธอไว้ในฐานะเมียขัดดอกจากหนี้สินของไอ้ธนา... พ่อก็รู้ว่าไอ้ธนามันเลวแค่ไหน!"
ประจักษ์ชะงักไปเมื่อได้ยินชื่อ 'ธนา' "ธนางั้นเหรอ... คนที่เคยเป็นคนขับรถของแม่แกสมัยก่อนน่ะนะ?"
"ใช่ครับพ่อ" ภีมขมวดคิ้ว "ทำไมพ่อต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วยครับ?"
ประจักษ์ไม่ได้ตอบในทันที แต่แววตาของเขากลับสั่นไหวอย่างรุนแรง เขานึกถึงน้องสาวที่หนีออกจากบ้านไปพร้อมกับคนขับรถคนนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน และนึกถึงคำบอกเล่าของสายสืบเรื่อง 'นลิน' ที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากน้องสาวเขาไม่มีผิดเพี้ยน
"ภีม... พ่ออยากให้แกเลิกยุ่งกับนลินในฐานะผู้หญิงที่แกจะจีบ" ประจักษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"พ่อ! ทำไมล่ะครับ? พ่อจะให้ผมทิ้งเธอไว้กับไอ้เตโชเหรอ?"
"ไม่ใช่..." ประจักษ์จ้องตาหน้าลูกชาย "แต่แกต้องช่วยเธอออกมา... ในฐานะที่แกอาจจะเป็น 'พี่ชาย' ของเธอต่างหาก"
คำพูดนั้นเหมือนฟ้าผ่าลงกลางโต๊ะอาหาร ภีมตัวแข็งทื่อ ช้อนในมือร่วงหล่นกระทบจานเสียงดังเคร้ง "พ่อพูดอะไรนะครับ... พี่ชาย? นลินเป็น... เป็นน้องสาวผมเหรอ?"
[POV: ภีม]
หัวใจของภีมเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก ความรู้สึกชอบพอนลินที่เขาเคยคิดว่าเป็นความรักเชิงชู้สาว บัดนี้ถูกตีแสกหน้าด้วยความจริงที่น่าตกใจ
'น้องสาว... นลินคือน้องสาวที่พ่อเฝ้าตามหามาตลอดงั้นเหรอ?'
มิน่าล่ะ... เขาถึงรู้สึกโหยหาและอยากปกป้องเธอขนาดนี้ มิน่าล่ะ... แววตาของเธอถึงดูคุ้นเคยอย่างประหลาด ความโกรธแค้นที่มีต่อเตโชทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี ถ้าเตโชรู้อยู่แล้วและจงใจข่มเหงนลินที่เป็นทายาทของวรโชติโภคิน มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องชิงรักหักสวาท... แต่มันคือการ 'หยามเกียรติ' ตระกูลของเขาอย่างรุนแรงที่สุด!
"ผมจะไปพาเธอกลับบ้าน" ภีมลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด "ผมจะไม่ยอมให้ไอ้เตโชมันแตะต้องน้องสาวผมแม้แต่ปลายก้อยอีกต่อไป!"
[แผนซ้อนแผนในมหาวิทยาลัย]
ที่มหาวิทยาลัย มีนา เดินเข้ามาในคณะด้วยสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ สายตาของรุ่นน้องและเพื่อนร่วมรุ่นที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจ หลังจากที่เรื่องราวในห้องประชุมกระจายออกไป เธอถูกตราหน้าว่าเป็น 'คนทรยศ' ที่คาบข่าวไปบอกภีมจนเกิดเรื่อง
เธอเดินไปที่ลานเกียร์ หวังจะพบนลินหรือเตโชเพื่อขอโทษ แต่เธอกลับพบกับ ก้อง เพื่อนสนิทของเตโชที่ยืนดักรออยู่
"พี่เตสั่งมา... ว่าถ้ามึงไม่อยากให้คลิปเสียงที่มึงตกลงวางแผนกับพี่เตหลุดออกไปถึงหูพี่ภีม มึงต้องทำตามคำสั่งสุดท้าย" ก้องเอ่ยเสียงเย็น
มีนาตัวสั่นเทา "คะ... คำสั่งอะไรอีก? ฉันพังไปหมดแล้วนะพี่ก้อง"
"มึงต้องไปกล่อมให้ไอ้ภีมเชื่อว่า... นลินท้องกับพี่เตแล้ว และเธอกำลังจะแต่งงานกับพี่เตเพื่อล้างหนี้" ก้องยื่นซองเอกสารที่มีใบตรวจครรภ์ปลอมให้ "ทำให้มันเลิกตามตื้อนลินซะ ถ้ามึงทำสำเร็จ พี่เตจะลบหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวกับมึงทิ้ง"
มีนาจ้องมองซองเอกสารนั้นด้วยน้ำตาที่พรั่งพรู เธอรู้ว่าถ้าเธอทำ พี่ภีมจะเกลียดนลิน หรือไม่ก็คลั่งจนฆ่าเตโชตาย แต่ถ้าเธอไม่ทำ... อนาคตของเธอก็จะจบลงตรงนี้
[ค่ำคืนแห่งการตัดสินใจ]
กลับมาที่เพนต์เฮาส์ เตโชตัดสินใจไขกุญแจเข้าไปในห้องนอนนลิน เขาเห็นเธอนั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง ท่าทางที่ดูไร้ชีวิตชีวาของเธอทำให้เขาทนไม่ไหว
"นลิน... พี่ซื้อชุดสวยๆ มาให้" เขาพยายามทำเสียงให้อ่อนโยนที่สุดพลางวางถุงแบรนด์เนมลงบนเตียง "คืนนี้พี่จะพาเธอไปทานข้าวข้างนอก ไปเปิดหูเปิดตาบ้างนะ"
นลินไม่หันมามอง "ลินไม่อยากไปค่ะ"
เตโชเดินเข้าไปข้างหลังเธอ พยายามจะวางมือบนไหล่แต่เธอก็ขยับหนี "พี่ขอโทษเรื่องเมื่อคืน... พี่สัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก พี่แค่ห่วงเธอมากเกินไป"
"พี่ไม่ได้ห่วงลินหรอกค่ะพี่เต พี่ห่วงแค่ 'ความต้องการ' ของตัวเองมากกว่า" นลินหันมาสบตาเขา แววตาที่ว่างเปล่าทำให้เตโชรู้สึกหนาวเหน็บ "พี่ปิดบังเรื่องพ่อลิน... พี่รู้ใช่ไหมว่าลินไม่ใช่ลูกของพ่อธนา? พี่รู้ใช่ไหมว่าลินไม่เหลือใครในครอบครัวอีกแล้ว แต่พี่กลับเก็บลินไว้ชดใช้หนี้เพื่อความสะใจของตัวเอง!"
เตโชชะงัก แววตาที่แปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกทำให้นลินมั่นใจในสิ่งที่เธอสงสัย "พี่ไม่ได้รักลินหรอกค่ะ... พี่แค่สะใจที่ได้ทำลายลิน พี่รู้ไหมว่าพี่ทำลายผู้หญิงคนนี้จนไม่เหลือความภาคภูมิใจในตัวเองได้อีกแล้วค่ะ?"
"มันไม่ใช่อย่างนั้นนลิน!" เตโชตะคอกกลับ "พี่ทำเพื่อปกป้องเธอจากพ่อจอมปลอมของเธอต่างหาก! พี่ตั้งใจจะตามหาครอบครัวที่แท้จริงของเธอนะ ทุกวันนี้ไม่ใช่เธอไม่เหลือใครหรอกนะ เธอยังมีพี่เป็นครอบครัวของเธอนะ เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะลิน"
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้







