LOGINบรรยากาศภายในเพนต์เฮาส์ดูจะอึดอัดขึ้นทุกขณะหลังจากคำประกาศ "เราเป็นครอบครัวเดียวกัน" ของเตโช นลินจ้องมองใบหน้าคมเข้มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและสมเพช เธอเบือนหน้าหนีมือหนาที่พยายามจะเอื้อมมาสัมผัสไหล่ ราวกับว่าสัมผัสของเขานั้นช่างน่ารังเกียจ
"ครอบครัวงั้นเหรอคะ?" นลินแค่นหัวเราะ "ครอบครัวที่เริ่มต้นจากการซื้อขาย และต่อยอดด้วยการตบหน้าลินแบบเมื่อคืน... พี่เตควรเลิกหลอกตัวเองได้แล้วค่ะ ลินก็แค่สินค้าที่คุณตาภาคภูมิใจนักหนาว่าซื้อมาได้ถูกราคาเท่านั้นเอง"
"นลิน! พี่บอกแล้วไงว่าพี่จะชดเชยให้!" เตโชตวาดเสียงสั่น เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่ได้เมื่อเห็นแววตาที่ว่างเปล่าของเธอ "พี่จะตามหาครอบครัวให้เธอเอง พี่มีอำนาจ มีเงิน..."
"อำนาจของมึง... มันใช้กับน้องสาวกูไม่ได้หรอกไอ้เตโช!"
ปัง!
เสียงประตูห้องชุดถูกถีบออกอย่างแรงจนบานพับแทบหลุด ภีมเดินเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ดุดันผิดกับมาดคุณชายโยธาที่เคยเห็น แววตาคมกริบจ้องตรงไปที่เตโชอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ
เตโชกระตุกยิ้มร้าย เขาชินกับการปะทะกับภีมมาตลอดสี่ปี "มึงมาทำไมไอ้ภีม? หรือมาดูลีลาการดูแล 'เมีย' ของกูถึงที่นี่?"
ภีมกำหมัดแน่นจนสั่นเทา เขาเหลือบมองนลินที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างเตโช รอยช้ำจางๆ บนแก้มเธอทำให้เขาแทบคลั่ง
"กูเกือบจะจีบน้องสาวตัวเอง... และเกือบปล่อยให้มึงทำลายเธอไปมากกว่านี้"
"ปล่อยมือนรกของมึงออกจากตัวนลินเดี๋ยวนี้" ภีมเอ่ยเสียงต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจ "นลิน... มาหาพี่ พี่ชายตัวจริงของลินอยู่นี่แล้ว"
นลินเบิกตากว้าง "พี่ชาย? พี่ภีม... พูดอะไรคะ? ลินเป็นแค่เด็กกำพร้าที่คุณพ่อธนา..."
"ธนาไม่ใช่พ่อลิน!" ภีมตะโกนก้องพลางโยนซองเอกสารตราประทับตระกูลวรโชติโภคินลงบนโต๊ะ "มันลักพาตัวลินมาจากอาของพี่เมื่อยี่สิบปีก่อน! ลินคือ 'วรโชติโภคิน' นลินคือน้องสาวของพี่... และเป็นหลานสาวคนเดียวที่คุณปู่ประจักษ์กำลังตามหา!"
คำว่า 'วรโชติโภคิน' เหมือนค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางแสกหน้าของเตโช มือที่เขาเคยโอบเอวนลินไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของกลับสั่นสะท้านจนต้องปล่อยออกอย่างลืมตัว
เดี๋ยวนะ... วรโชติโภคิน? ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ที่พ่อของเขาพยายามจะเข้าไปประจบสอพลอเพื่อขอกู้เงินขยายธุรกิจทวงหนี้เนี่ยนะ?
"นลิน... คือหลานสาวเจ้าสัวประจักษ์?"
ความทรงจำที่เขาเคยรังแกเธอ บังคับให้เธอชดใช้หนี้สิบล้านด้วยร่างกาย และที่ร้ายที่สุดคือการตบหน้าเธอเมื่อคืน... ทุกอย่างฉายซ้ำในหัวเหมือนฟิล์มสยองขวัญ เขาเพิ่งทำร้ายผู้หญิงที่มีอำนาจล้นฟ้า และเป็นคนที่เขารักที่สุดในชีวิตในแบบที่ไม่มีใครเขาทำกัน
เตโชหน้าซีดเผือด แววตาที่เคยอวดดีบัดนี้เหลือเพียงความตระหนกและหวาดหวั่น "ไม่จริง... ไอ้ธนามันบอกว่าลินเป็นแค่ลูกเมียน้อยที่มันเก็บมา..."
"มันโกหกมึงเพื่อรีดเงินไงไอ้โง่!" ภีมพุ่งเข้าไปกระชากคอนักศึกษาเครื่องกลปี 4 "มึงกักขังหลานสาววรโชติโภคินไว้เป็นเมียขัดดอก... มึงเตรียมตัวดูความพินาศของตระกูลมึงได้เลยเตโช!"
นลินยืนนิ่งงัน หยดน้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อความจริงพรั่งพรูออกมาจากปากภีม เธอไม่ใช่สินค้า... ไม่ใช่คนไร้ค่าที่ต้องยอมก้มหัวให้ใคร แต่เธอมีครอบครัวที่รออยู่
เธอมองไปที่เตโช... ชายที่เคยยิ่งใหญ่ในสายตาเธอ บัดนี้เขากลับดูตัวเล็กจ้อยและสั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด แววตาของเขาที่มองเธอเปลี่ยนจาก 'ผู้ล่า' กลายเป็น 'หมาที่กำลังจะถูกทิ้ง'
"นลิน... พี่... พี่ไม่รู้" เตโชพยายามจะเดินเข้าไปหาเธอ แต่นลินกลับถอยหลังกรูดไปหลบข้างหลังภีมทันที
"อย่ามาแตะต้องลินอีกค่ะ" นลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา "หนี้สิบล้านนั่น... พี่ชายลินคงจัดการให้พี่ได้ในวินาทีเดียว ส่วนความเจ็บที่พี่ทำกับลิน... ลินจะให้ครอบครัวของลินเป็นคนตัดสินพี่เอง!"
ภีมโอบไหล่น้องสาวไว้อย่างปกป้อง "กลับบ้านเรานะลิน... ที่นี่มันสกปรกเกินไปสำหรับวรโชติโภคิน"
ภีมพานลินเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เตโชยืนอยู่ท่ามกลางเพนต์เฮาส์ที่กว้างใหญ่แต่กลับดูอ้างว้างและหนาวเหน็บอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างคนหมดแรง
"กูทำอะไรลงไป..."
โทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เป็นสายจากพ่อของเขาที่โทรมาด่าทอด้วยความคลุ้มคลั่งว่าทำไมตระกูลวรโชติโภคินถึงสั่งระงับธุรกรรมทุกอย่างของบริษัท แต่เตโชไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้ว ในหัวเขามีแต่ภาพนลินที่มองเขาด้วยสายตาที่ไม่มีวันให้อภัย
จากราชสีห์ผู้จองหอง... บัดนี้เตโชกลายเป็น "หมาโบ้" ที่สูญเสียทุกอย่างในชั่วข้ามคืน และความทรมานที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาต้องตามง้อ "คุณหนูนลิน" ที่เขาเคยทำร้ายไว้จนย่อยยับ
แสงอาทิตย์ยามเช้าทอแสงสีทองสว่างไสวเหนือผืนน้ำอันดามันที่ดูสงบเงียบจนน่าประหลาด เสียงนกนางนวลร้องระงมคลอไปกับเสียงคลื่นที่ซัดสาดเข้าหากราบเรือยอร์ชลำหรูอย่างแผ่วเบา ภายในห้องสวีทส่วนตัวที่เพิ่งผ่านพายุรักอันเร่าร้อนมาตลอดทั้งคืน บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเทียนหอมที่มอดดับไปแล้ว และกลิ่นอายความเสน่หาที่ยังไม่จางหายนลิน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ความรู้สึกหนักอึ้งที่ช่วงเอวทำให้เธอรู้ว่ายังคงอยู่ในอ้อมกอดแกร่งของ เตโช เธอขยับตัวเล็กน้อยแต่ก็ต้องครางออกมาเบาๆ เมื่อความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ร่องรอยสีกุหลาบจางๆ ที่ประดับอยู่ตามลาดไหล่และเนินอกที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม เป็นหลักฐานชั้นดีถึง "บทลงโทษ" ที่พยัคฆ์หนุ่มมอบให้เธออย่างดุดันเมื่อคืนนี้[POV: นลิน – ความหวานที่ปนความเข็ดหลาบ]นลินลอบมองใบหน้าคมคายของเตโชยามหลับใหล ยามนี้เขาดูไม่มีพิษสงเหมือนเฮดว้ากจอมโหดหรือพยัคฆ์ขี้หึงคนเมื่อคืนเลย ขนตาหนาเป็นแพและลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอทำให้เขามีเสน่ห์จนเธอเผลอเอื้อมมือไปลูบแก้มสากระคายของเขาเบาๆ"พี่เตนะพี่เต... หวงโหดขนาดนี้ ลินจะกล้าใส่ชุดทูพีชอีกได้ยังไง" นลินคิดพลางอมยิ้มแก้
เสียงประตูห้องสวีทบนเรือยอร์ชถูกปิดลงพร้อมเสียงล็อกที่ดังคลิกทว่าหนักแน่นราวกับเสียงปิดกรงขัง เตโช ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากต้นแขนเรียวบางของ นลิน เขาจูง (หรือแทบจะลาก) เธอเข้ามากลางห้องด้วยใบหน้าที่ถมึงทึง รังสีความโกรธและความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องที่เปิดแอร์ฉ่ำกลับดูร้อนระอุขึ้นมาในพริบตา"พี่เต... ลินเจ็บนะคะ ปล่อยก่อน" นลินอุทานเบาๆ พยายามแกะมือหนาที่กำรอบแขนเธอออก แต่ทว่ายิ่งเธอดิ้น เขากลับยิ่งกระชับแรงบีบมากขึ้น[POV: เตโช – เมื่อพยัคฆ์หนุ่มตบะแตกเพราะความหวง]เตโชหยุดกะทันหันแล้วหันมาจ้องหน้าหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่ลุกโชนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน ภาพร่างบางในชุดทูพีชสีขาวที่อวดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนกลางหาดทราย ท่ามกลางสายตาโลมเลียของพวกผู้ชายแถวนั้นยังคงติดตาเขาจนสติแทบขาดผึ่ง"เจ็บเหรอ? แล้วลินรู้ไหมว่าพี่ 'เจ็บ' กว่าที่ต้องยืนดูเมียตัวเองโชว์เนื้อหนังให้ไอ้พวกหน้าหม้อพวกนั้นดู!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟัน "ลินคิดอะไรอยู่? อยากลองใจพี่ หรืออยากจะประกาศให้โลกรู้ว่านลิน วรโชติโภคิน มีของดีแค่ไหน!"นลินเม้มปากแน่น แววตาซุกซนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความประหม่าเมื่อเห็นว่าพยัค
แสงแดดจ้าของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นผิวน้ำทะเลอันดามันจนดูเหมือนเศษกระจกที่แตกกระจายระยิบระยับ แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายในสายตานักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ที่ไซต์งาน "Phuket Smart City" กลับคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด เตโช ยืนกอดอกมองกลุ่มคนงานที่ยังคงยืนกรานประท้วงเรื่องระบบความปลอดภัยและค่าแรงที่ยังไม่โปร่งใสจากกลุ่มอิทธิพลเก่า"ถ้าวันนี้ปั้นจั่นไม่เดินเครื่อง เราจะเสียเวลาไปอีกอาทิตย์หนึ่งเต็มๆ" เตโชสบถเบาๆ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ"เอาน่าไอ้เต... มึงลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้มึงมี 'ตัวช่วย' ระดับพระกาฬ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวลงจากรถโฟร์วีล ภีมอยู่ในชุดเสื้อช็อปวิศวะแขนสั้นสีน้ำเงินเข้มที่ดูทะมัดทะแมง ผิดกับมาดนักธุรกิจจอมวางแผนที่กรุงเทพฯ[POV: ภีม – เมื่อพยัคฆ์พี่ชายลงสนาม]ภีมกวาดสายตามองไปรอบไซต์งานด้วยสัญชาตญาณของวิศวกรและนักบริหารที่เจนโลก เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาเดินเล่น แต่เขามาเพื่อ "จบเกม" ที่เจ้าสัวประจักษ์ทิ้งปมไว้ให้รุ่นน้องอย่างเตโช"เต... มึงไปจัดการเรื่องเอกสารตรวจสอบบัญชีที่มึงเจอมา ส่วนเรื่อง 'คน' และ 'หน้างาน' ตรงนี้... กูจัด
แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วผืนน้ำอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร เรือยอร์ชหรูลำมหึมาทอดสมออยู่นิ่งท่ามกลางสายลมเฉื่อยฉิว บนดาดฟ้าเรือที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่นของ ภีม และ มีนา บัดนี้เหลือเพียงความเงียบสงัดที่แฝงไปด้วยความเร้าอารมณ์ เมื่อ เตโช และ นลิน นั่งเคียงข้างกันอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวเตโชกุมมือนลินไว้แน่นราวกับกลัวว่าร่างบอบบางตรงหน้าจะสลายกลายเป็นฟองคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่ไม่ได้เห็นมานานหลายสัปดาห์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา[POV: เตโช – พยัคฆ์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก]"ลินครับ... พี่ขอโทษจริงๆ นะเรื่องรูปถ่ายนั่น พี่ไม่คิดเลยว่าลดาจะกล้าทำขนาดนี้" เตโชเอ่ยเสียงพร่าพลางยกมือนลินขึ้นมาจูบที่หลังมือเบาๆ "พี่สาบานได้ว่าพี่ไม่เคยแตะต้องตัวผู้หญิงคนนั้นเลยแม้แต่ปลายนิ้ว... ใจพี่มีไว้ให้ลินคนเดียว"นลินมองสบตาคมกริบที่บัดนี้ดูอ่อนโยนจนเธอใจละลาย เธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาและผิวที่เข้มขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนักที่ภูเก็ตแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจ "ลินรู้แล้วค่ะพี่เต... ถ้าลินไม่เชื่อใจพี่เต ลินคงไม่บินลงมาหาพี่ถึงที่นี่หรอก"เธอขยับตัวเข้าไปซบที่อกแกร่ง สูดดมกลิ่นก
หยาดฝนโปรยปรายเหนือน่านฟ้ากรุงเทพฯ ดูเหมือนจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของ นลิน หลังจากที่เธอได้รับรูปถ่ายปริศนาจากภูเก็ต รูปที่ทำลายความเชื่อใจของเธอจนเกือบพังทลาย แต่ทว่า... หงส์ขาวอย่างเธอไม่ได้เกิดมาเพื่อยอมแพ้ต่อแผนการตื้นๆ ของใคร"ลิน... เก็บของเสร็จหรือยัง? เครื่องจะออกในอีกสองชั่วโมงนะ" เสียงทุ้มเข้มของ ภีม ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงในชุดลำลองกางเกงขาสั้นเสื้อเชิ้ตลายฮาวายที่ดูผ่อนคลายทว่าแววตากลับคมกริบนลินเงยหน้าขึ้นจากกระเป๋าเดินทาง "พี่ภีม... พี่ภีมจะไปจริงๆ เหรอคะ? ลินเกรงใจพี่จังเลย""เกรงใจอะไรกันจ๊ะลิน มีนาต่างหากที่ต้องขอบคุณลินที่หาเรื่องให้ได้ไปเที่ยวทะเลกับพี่ภีมแบบนี้" มีนา เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอช่วยนลินปิดกระเป๋าเดินทาง "งานนี้มีนาไม่ยอมให้ยัยเลขานั่นมาคาบพี่เตโชไปหรอกนะ ทีมเมียหลวงต้องรวมตัวกันค่ะ!"[POV: ภีม – พี่ชายจอมวางแผนและองครักษ์จำเป็น]ภีมมองน้องสาวด้วยความเอ็นดูผสมความห่วงใย เขาได้รับรายงานเรื่องพฤติกรรมของ 'ลดา' มาจากสายสืบที่ภูเก็ตแล้ว และเขาก็รู้ดีว่าเจ้าสัวประจักษ์ (พ่อของเขาเอง) กำลังเล่นสนุกกับความอดทนของเตโช"ไอ้เตโช.
แสงแดดแผดเผายามเที่ยงวันของจังหวัดภูเก็ตดูจะร้อนแรงกว่าที่กรุงเทพฯ หลายเท่าตัว ไอร้อนระอุพุ่งขึ้นจากพื้นถนนลูกรังภายในไซต์งาน "Phuket Smart City" จนมองเห็นภาพสั่นไหวระยิบระยับ เตโช ยืนอยู่บนเนินดินสูง มือหนึ่งถือแบบแปลนแผ่นใหญ่ที่กางออกสู้กับลมทะเลที่พัดกรรโชก ใบหน้าคมคายที่เคยเนียนละเอียดบัดนี้เริ่มมีรอยคล้ำแดดและหยดเหงื่อที่ไหลซึมตามไรผมลงมาถึงคางเขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อจ้องมองไปยังหลุมฐานรากอาคาร A ที่ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่วันที่เขามาถึง เครื่องจักรราคาแพงหลายเครื่องจอดสงบนิ่งราวกับเศษเหล็กไร้ค่า ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำของคนงานที่ยังคงจับกลุ่มประท้วงอยู่ลึกๆ แม้เขาจะสำรองจ่ายค่าแรงไปแล้วบางส่วนก็ตาม[พยัคฆ์หนุ่มกลางสมรภูมิวิศวะ]เตโชพรูลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหืด เขาไม่ได้นอนมาเกือบสองคืนเต็มเพื่อไล่ตรวจเช็ครายการพัสดุที่ถูกเบิกออกไปแต่ไม่เคยมาถึงไซต์งานจริง เขาพบรอยรั่วขนาดใหญ่ในระบบจัดซื้อที่เจ้าสัวประจักษ์ "จงใจ" ทิ้งไว้ให้เขาแก้ปัญหา"คุณลุงไม่ได้แค่ทดสอบความรู้... แต่ท่านกำลังทดสอบว่าผมจะทนแรงกดดันจากคนเลวรอบข้างได้แค่ไหน" เตโชกระชับ 'เกียร์สีทอง' ของนลินที่คล้องอยู่ที่คอผ่านเนื้อผ้




![พื้นที่นี้มีคนเก่า [อ่านฟรี เป็นของขวัญปีใหม่]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


