แชร์

5 หีบที่ถูกทิ้งไว้

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 19:51:27

         “ท่านแม่ ซื้อเครื่องเขียนให้ข้าสักชุดได้หรือไม่เจ้าคะ”

ชิงหลานเห็นร้านเครื่องเขียนที่อยู่เบื้องหน้าก็อยากจะเข้าไป ในยามที่นางเป็นเผยมู่ซี ไม่ว่าจะเสียใจ โมโห หรือเศร้าใจนางมักจะวาดภาพอยู่เงียบๆ ในห้องนอน

         จังฮูหยินตะลึงอยู่ครู่ “เจ้าอยากจะเขียนอักษรหรือ ที่เรือนก็พอมีกระดาษเหลือนี่ เจ้ายังเขียนไม่หมดเลย”

         “มิได้ๆ เจ้าค่ะ ข้าอยากได้กระดาษสำหรับวาดภาพต่างหาก”

         แม้จะรู้สึกแปลกใจแต่จังฮูหยินก็ตามใจบุตรสาว นางนำหน้าเด็กหญิงเข้าไปยังร้านเครื่องเขียน เจ้าของร้านเห็นจังฮูหยินก็จำได้ แม้นางจะมิค่อยมาอุดหนุนร้านเขานักแต่ก็พอจะรู้ว่านางเป็นช่างปักฝีมือดีของร้านสกุลจาง

         “จังฮูหยิน ท่านต้องการสิ่งใดหรือ”

         “บุตรสาวของข้าต้องการกระดาษสำหรับวาดภาพท่านโปรดแนะนำด้วยเถิด เพียงแต่....”

         “เพียงแต่ท่านมีเงินจำกัดใช่หรือไม่” เถ้าแก่เนี่ยยิ้มด้วยความเมตตา     

เถ้าแก่แซ่เนี่ยเป็นบุรุษรูปร่างอวบท้วม แก้มอูมแดง เขารู้จักสองแม่ลูกสกุลชิงจากคำบอกบอกเล่าของเถ้าเนี้ยจางที่อยู่ร้านฝั่งตรงข้าม เขารู้ว่าจังฮูหยินตกระกำลำบากต้องดูแลบุตรสาวที่ร่างกายอ่อนแอเพียงลำพัง จึงเอ่ยด้วยความเห็นใจ

“ไม่เป็นไรฮูหยิน สิ่งใดที่ข้าพอจะลดราคาให้ ข้าก็ไม่ตระหนี่หรอก”

         “ขอบคุณเถ้าแก่” จังฮูหยินค้อมศีรษะขอบคุณ

         เถ้าแก่เนี่ยหยิบเอากระดาษคุณภาพพอใช้ราคาไม่แพงออกมาหลายแผ่น รวมทั้งพู่กันที่เหมาะกับการการวาดภาพ แท่นฝนหมึกและหมึกอีกหนึ่งชุด

         “คุณหนู ข้าจะคิดเพียงค่ากระดาษกับพู่กัน ส่วนแท่นฝนหมึกและหมึกพวกนี้ถือว่าข้าให้ยืม เอาไว้เจ้าวาดภาพแล้วนำเอามามอบให้ข้าสักภาพหนึ่งแทนราคาของพวกนี้ดีหรือไม่”

         ชิงหลานเห็นของที่เถ้าแก่เนี่ยเอาออกมากองทีแรก เกรงว่ามารดาจะต้องสิ้นเปลืองเงินมาก จึงคิดจะปฏิเสธ แต่เมื่อได้ยินเถ้าแก่ยื่นข้อเสนอเช่นนั้นก็ดีใจยิ่ง

         “ได้เจ้าค่ะ ข้าจะวาดรูปเอามาใช้หนี้ค่าหมึกและแท่นฝนหมึก” ชิงหลานมองดูของทั้งสองอย่างที่เถ้าแก่หยิบยื่นให้ แม้ของสองอย่างนี้มิได้ราคาแพงเช่นเครื่องเขียนที่นางเคยมีในชาติที่แล้ว แต่ในสภาพเช่นนี้นับว่าพอแก้ขัดไปได้

         จังฮูหยินได้ยินเถ้าแก่เนี่ยมีเมตตากับบุตรสาวของตนก็ก้มขอบคุณหลายครา “ขอบคุณเถ้าแก่เนี่ยมาก”

         “อย่าได้เกรงใจไปเลยฮูหยิน ข้าก็บอกแล้วว่าให้คุณหนูวาดรูปมาให้ข้า เช่นนั้นก็มิได้ถือว่าเป็นการให้เปล่าแต่อย่างใด”

         คนทั้งสามหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังกลับบ้าน ข้าวสารที่ซื้อไว้เป็นกระสอบนั้นร้านค้าจะให้คนตามมาส่งที่จวน เหล่าลู่เห็นจังฮูหยินสีหน้าเบิกบานกลับมาถึงเรือนก็สบายใจ แสดงว่าวันนี้ฮูหยินคงจะได้เงินค่ามัดจำงานมา

         “เหล่าลู่มาดูสิ พวกเราได้ของกินมาเยอะแยะ วันนี้พวกเรามากินกันให้อิ่มหนำสำราญกันเถอะ ข้าจะเข้าครัวทำอาหารอร่อยๆ ท่านรอได้เลย”

         เหล่าลู่ยิ้มกว้าง มองดูจังเสี่ยวลิ่งที่ร่าเริงแจ่มใสด้วยความดีใจ เขามองเห็นนางเป็นเหมือนน้องสาวแท้ๆ หลายปีก่อนเขาได้รับความกรุณาจากนายท่านชิงให้ออกจากจวนไปได้ แต่เพราะเห็นสภาพของคนทั้งสามที่ถูกขับไล่มาอยู่ยังเรือนแห่งนี้จึงได้อาสาอยู่ต่อ

ปีหลังๆ ฮูหยินใหญ่เป็นผู้ควบคุมบัญชีในครัวเรือน เงินเบี้ยหวัดของเขาก็ถูกลดจำนวนลงแต่ลู่ฮั่นก็ยังคงยืนกรานจะทำงานที่นี่ต่อไป เขาประหยัดเก็บหอมรอมริบเงินทองเอาไว้พอสมควร

ในยามที่รู้ว่าจังฮูหยินสิ้นหนทาง ลู่ฮั่นก็เอาเงินพวกนั้นออกมามอบให้นางเพื่อนำไปรักษาบุตรสาว ความรู้สึกของพ่อบ้านลู่ที่มีต่อคนทั้งสามตรงหน้าไม่ต่างไปจากครอบครัวที่เขาต้องปกปักษ์ดูแล

หลังจากที่เขามาอยู่จวนสกุลชิงได้ห้าปี คนในครอบครัวของเขาก็เสียชีวิตไปในอุทกภัยครั้งใหญ่ ลู่ฮั่นที่ไร้ญาติขาดมิตรจึงไม่คิดไปจากที่นี่

         “คุณหนูได้เครื่องเขียนมาเยอะเลยนะขอรับ”

         “อืม...ข้าอยากวาดภาพน่ะ”

         “คุณหนูวาดเป็นด้วยหรือขอรับ” ลู่ฮั่นรู้ว่าคุณหนูของตนอ่านออกเขียนได้แต่ไม่เคยเห็นนางวาดรูปเลยสักครั้ง

         “ข้าแค่อยากลองดูแค่นั้นเอง ไม่แน่ว่าอาจจะวาดได้สวย”

         “หากคุณหนูวาดได้จริงๆ วาดให้ข้าด้วยนะขอรับ ตั้งแต่เกิดมาข้ายังไม่เคยมีรูปวาดสักรูป”

         ชิงหลานได้ยินก็ยิ้มกว้าง “ได้สิ! ข้าจะวาดรูปให้เหล่าลู่เยอะๆ เอง”

         พ่อบ้านลู่รีบช่วยคุณหนูผู้บอบบางของตนถือของแล้วเดินเข้าไปในเรือน ตั้งแต่คุณหนูหายป่วยกลับมาจากเมืองหลวงก็ไม่เก็บตัวอยู่ในแต่ห้องนอนเหมือนแต่ก่อน

ห้องตำราเดิมที่อยู่อีกฟากของเรือนใหญ่ได้ถูกเปิดออก ชิงหลานให้ลู่ฮั่นและจังเสี่ยวลิ่งช่วยทำความสะอาดจากนั้นนางก็เข้าไปยึดครอง

จังฮูหยินเห็นบุตรสาวอยู่ในห้องนั้นอย่างมีความสุขก็ไม่เข้าไปรบกวน “ถ้าเจ้าชอบห้องนี้ ต่อไปแม่ยกให้เป็นห้องของเจ้า”

         “ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”

         เรือนใหญ่มีห้องกลางเป็นโถงใหญ่ด้านซ้ายเป็นห้องตำราส่วนด้านขวาเป็นห้องที่จังฮูหยินใช้ในการเย็บปักผ้ากับจังเสี่ยวลิ่ง ชิงหลานเคยลองไปเดินดูเรือนหลังอื่นพบว่าสภาพไม่อาจจะเข้าไปอยู่อาศัยได้

ตั้งแต่พายุเข้าครั้งใหญ่เรือนบางหลังก็หลังคารั่ว บางหลังก็ผนังถูกพายุซัดพัง จังฮูหยินให้เหล่าลู่แจ้งไปยังจวนใหญ่สกุลชิงแล้วแต่พวกเขาก็เพิกเฉยไม่ยอมส่งคนมาซ่อมแซม

จังเสี่ยวลิ่งเห็นคุณหนูเดินออกมาดูเรือนโย้ๆ พังๆ พวกนั้นก็เดินเข้ามาใกล้และเฉลยให้นางได้รู้

“เห็นทีฮูหยินใหญ่คงไม่อยากให้พวกเราอยู่สุขสบายเกินไปกระมังเจ้าคะ ยังดีที่เรือนใหญ่กับเรือนนอนพวกเราไม่เป็นอันใดมากแค่หน้าต่างพังไปไม่กี่บาน เหล่าลู่ช่วยซ่อมให้เรียบร้อยแล้ว เรือนพวกนั้นมิได้จำเป็นสำหรับพวกเราอยู่แล้ว เราไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองเงินไปซ่อมหรอกเจ้าค่ะ”

         จริงอย่างที่จังเสี่ยวลิ่งพูด ในเมื่อพวกนางก็มิได้เงินทองเหลือเฟือและเรือนพวกนั้นก็มิได้ใช้การจะไปซ่อมด้วยเหตุใด ชิงหลานเดินสำรวจไปรอบๆ จวนด้วยความสนใจ

....ในเมื่อนางก็ไม่มีหนทางจะกลับสู่ร่างเก่าแล้ว สู้หาหนทางใช้ชีวิตในร่างใหม่ให้ดีจะดีกว่า....

         เด็กหญิงนั่งใจลอยอยู่ในห้องตำรา ป่านนี้ศพของคุณหนูเผยคงจะถูกฝังไปเรียบร้อยแล้ว นางรู้ว่าท่านย่าคงจะโทมนัสต่อการจากไปของนางยิ่งกว่าผู้ใด แม่ของเผยมู่ซีเป็นฮูหยินเอกผู้ล่วงลับ ป้ายศพของนางคงจะได้ตั้งอยู่เคียงข้างท่านแม่ในศาลบรรพชน

ยังเหลือคนที่นางห่วงอยู่อีกผู้หนึ่ง นั่นคือ เผยสือถงบุตรชายของอนุฉิวที่อยู่เรือนหลังสุดของจวน เสี่ยวถงน้องชายผู้น่าสงสาร หากไม่มีนางคอยให้ความช่วยเหลือวันหน้าไม่รู้จะเป็นอย่างไร นึกแล้วก็อยากจะกลับไปจวนสกุลเผย แต่ยามนี้คงต้องพยุงครอบครัวของชิงหลานให้ได้ก่อน

นึกๆ ไปนางก็โมโหให้ตัวเองที่ชาติก่อนมิได้ตั้งใจร่ำเรียนศิลปะหลากแขนงที่ท่านย่าว่าจ้างอาจารย์มาสอน มีเพียงการวาดภาพเท่านั้นที่นางทำได้ดีกว่าเรื่องอื่นๆ

...สำนึกเสียใจในตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว...

         ชิงหลานระงับความคิดฟุ้งซ่านแล้วหันไปคลี่กระดาษและเตรียมอุปกรณ์วาดภาพไว้บนโต๊ะ

นับว่าคนตระกูลชิงให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างยิ่ง ห้องนี้แม้จะเหลือทิ้งไว้เพียงตำราเก่าๆ แต่ก็ยังนับว่ามีประโยชน์ต่อนางมิใช่น้อยเพราะล้วนแล้วแต่เป็นของล้ำค่า

ชาติก่อนยามที่ถูกท่านอาจารย์บังคับให้อ่าน นางเองก็อ่านอย่างขอไปที เมื่อมาเห็นตำราเหล่านั้นถูกทิ้งไว้ในห้องนี้จึงได้รู้ว่าตนเองพลาดสิ่งดีๆ ไปมาก หากตั้งใจฟังที่ท่านอาจารย์สั่งสอนนางคงจะอ่านหนังสือพวกนี้ได้อย่างลึกซึ้ง

ชิงหลานสำรวจหนังสือที่ถูกทิ้งไว้จนทั่วห้อง นางพบหีบใบหนึ่งถูกตั้งทิ้งไว้โดยมีผ้าม่านเก่าๆ คลุมอยู่จึงได้เปิดออกดู “เสี่ยวลิ่งเจ้าดูสิ! มีทั้งหนังสือวาดภาพและภาพวาดเยอะแยะเลย”

         “จริงด้วยสิเจ้าคะ สงสัยตอนย้ายจวนพวกบ่าวน่าจะมองไม่เห็นเพราะผ้าพวกนี้คลุมอยู่เจ้าค่ะ”

         ภาพพวกนี้ตอนที่นางยังเป็นคุณหนูเผยเคยเห็นในร้านขายภาพวาดในเมืองหลวง การวาดเลียนแบบภาพของจิตรกรมีชื่อเสียงกำลังเป็นที่นิยมในยุคนี้

แคว้นหมิงในปัจจุบัน สงบจากสงครามเพราะมีชินอ๋องหมิงจิ้นเหอที่รบเก่งกาจ หมิงฮ่องเต้ทรงหันมาส่งเสริมด้านการค้าทำให้ราษฏรอยู่ดีกินดีจึงมีสุนทรียะพอที่จะหันไปสนใจดนตรี งานประพันธ์ และงานศิลปะมากขึ้น ภาพวาดที่โด่งดังจากแคว้นผิงและแคว้นเหลียนซึ่งเป็นแคว้นเพื่อนบ้านถูกนำเข้ามาเผยแพร่ยังแคว้นหมิง  

ในเมืองหลวงมีชุมนุมจิตรกรขึ้นหลายแห่ง ชาวเมืองนิยมประดับบ้านเรือนด้วยภาพวาด ทำให้ร้านขายภาพได้รับความนิยมมากขึ้น

         ชิงหลานพอนึกออกว่าแต่ก่อนตระกูลชิงก็คงเหมือนครอบครัวขุนนางระดับล่างที่พยายามซื้อภาพวาดเลียนแบบจิตรกรชื่อดังเพื่อตกแต่งจวนให้ดูเหมือนตระกูลใหญ่

ต่อมาภายหลัง เมื่อมีอำนาจวาสนาและเงินทองมากขึ้น แล้วจึงค่อยหาซื้อภาพจริงมาทดแทน ภาพเลียนแบบพวกนี้จึงถูกเก็บลงหีบและทิ้งไว้ที่นี่

****************

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   45 ศิษย์ของจอมยุทธ์ลู่

    องค์ชายสิบห้าที่หน้าเหวอ ชิงหลานเงยหน้าขึ้นสบสายพระเนตรของคนร่างสูงที่ยืนมองอยู่ พอเห็นเขาหน้าเสีย นางก็รีบเอ่ยกลบเกลื่อน “วันพรุ่งนี้ตอนบ่ายหลังจากวาดฝาผนังเสร็จหม่อมฉันจะวาดภาพองค์ชายให้ก็แล้วนะกันเพคะ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกับพู่กันกล่องนี้” “อืม...ดี!” หมิงเฉิงอวี่เห็นว่าดึกพอสมควรแล้วจึงได้เดินออกมาลาเจ้าของจวนกลับเรือนรับรอง ก่อนจะเสด็จขึ้นรถม้าทรงหันรับสั่งกับจังฮูหยินว่าพรุ่งนี้จะส่งช่างมาซ่อมทางเดินในเรือนให้จังฮูหยินอึกอักเกรงพระทัย ทว่าองค์ชายกลับกล่าวตัดบทว่าเป็นค่าตอบแทนที่ทำอาหารอร่อยถวายพระองค์“หากว่าฮูหยินสำนึกพระคุณของข้าจริง ก็ช่วยทำอาหารอร่อยๆ ให้ข้ากินตลอดระยะเวลาที่ข้าต้องอยู่อำเภอเฉินก็แล้วกัน”จังฮูหยินได้ยินก็นิ่งอึ้ง ค้อมศีรษะ “เพคะ”ชิงหลานก้มหน้าถอนหายใจแรง เห็นทีนางจะสลัด หมิงเฉิงอวี่ไม่หลุดได้ง่ายๆ ท้ายรถม้าทรงประทับลับตาไปแล้ว จังฮูหยินจึงหันมาบุตรี “หลานเอ๋อร์ เจ้าเห็นหรือไม่ องค์ชายทรงมีเมตตาเพียงใด ทรงจะส่งคนงานมาช่วยเราซ่อมเรือนเสียด้วย แค่เพียงทำพระกระยาหารถวายเท่านั้นเอง” “เรายังรู้จุดประสงค์

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   44 ของขวัญวันเกิด

    องค์ชายทอดพระเนตรปลาเปรี้ยวหวานตัวใหญ่ในจานเปลบนโต๊ะกับหมูผัดผักก็แปลกพระทัย พระเนตรของพระองค์เต็มไปด้วยคำถาม ต้นพระขนงเลิกขึ้นเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เจ้าของบ้านก็รีบอธิบาย “วันนี้เหล่าลู่ตกปลาตัวใหญ่ได้มาสองตัวเพคะ หม่อมฉันก็เลยทำปลาเปรี้ยวสำหรับถวายองค์ชายและอีกตัวก็ให้คนตกได้ ส่วนผักพวกนี้เสี่ยวลิ่งเป็นคนปลูกไว้หลังเรือน หม่อมฉันซื้อเนื้อวัวมาเมื่อเช้าจึงได้คิดทำผัดผักให้พระองค์ได้ทรงลองเสวยเพคะ คราวก่อนมิได้เตรียมตัวให้ดี หม่อมฉันขอประทานอภัย” หมิงเฉิงอวี่ทรงหันไปทางชิงหลานเห็นนางก้มหน้าเม้มปากก็พอจะทราบว่าคราวก่อนคงเป็นเพราะนางไม่อยากให้ตนมาเยือนที่จวนนี้อีกจึงได้คิดกลั่นแกล้ง “อืม...ปลาเปรี้ยวหวานของท่านกลิ่นหอมดีเหลือเกิน ข้าลงมือก่อนก็แล้วกัน สำหรับอาหารมื้อนี้ข้าต้องตอบแทนอย่างเหมาะสม” “ขอบพระทัยเพคะ” ชิงหลานแอบเอื้อมมือไปจับหัวเข่ามารดาบีบเบาๆ เป็นเชิงถามว่าเหตุใดจึงต้องทำอาหารต้อนรับอย่างดีเลิศเช่นนี้ จังฮูหยินตบหลังมือบุตรสาวเบาๆ ให้นางรู้ว่านี่คือสิ่งที่สมควรทำแล้ว องค์ชายสิบห้าเพลิดเพลินในรสชาติของอา

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   43 กระบี่ราตรี

    ผ่านไปเกือบสองชั่วยาม ชิงหลานก็วางพู่กัน เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพที่ต้องทำความสะอาดออกไปนอกอาคาร ท่าทางบีบนวดมือ โยกศีรษะผ่อนคลายนั้นทำให้องค์ชายสิบห้าลุ้นว่านางจะยังเจ็บมืออยู่หรือไม่ ทว่ากลับไม่กล้าเอ่ยปากถามออกไป “เสี่ยวลิ่งไปกันเถอะ ป่านนี้ศิษย์พี่คงรอแล้ว” “เจ้าค่ะ” เสี่ยวลิ่งรีบเก็บอุปกรณ์วาดภาพใส่กล่องแล้วเอาไปเก็บในตู้ นางหันไปหิ้วเอาปิ่นโตอาหาร ยืนเตรียมพร้อม องค์ชายสิบห้าทรงลุกขึ้นยืนรอให้นางทั้งสองเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อย “วันนี้ข้าจะตามพวกเจ้าไปจวนสกุลชิงด้วย” “ขออภัยเพคะองค์ชาย หม่อมฉันนัดหมายกับศิษย์พี่ไว้แล้ว องค์ชายจะทรงเปลี่ยนเป็นวันพรุ่งนี้ได้หรือไม่เพคะ ” “ไม่ได้!”แค่ได้ยินคำว่า ‘ศิษย์พี่’ หมิงเฉิงอวี่ก็รู้สึกเหมือนมีความร้อนสายหนึ่งพุ่งปรี๊ดจากเท้าไปถึงศีรษะจึงเผลอร้องเสียงดังออกมาครั้นคิดได้ก็รีบปรับท่าทีเสียใหม่ “ข้าหมายถึง ข้าเตรียมขนมสำหรับจะเอาไปฝากจังฮูหยินเอาไว้แล้ว หากเป็นพรุ่งนี้ก็อาจจะไม่อร่อยเท่าวันนี้” ชิงหลานเผลอชักสีหน้า “เพคะ ถ้าเช่นนั้นก็เสด็จไปที่จวนสกุลชิงเถิด ท่านแม่ข

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   42 เผลอทำนางโกรธแล้ว

    “เช่นนั้น พ่อบ้านลู่ผู้นี้ก็เก่งกว่าหัวหน้ามือปราบหลิว น่าสนใจอย่างที่เจ้าบอกจริงๆ ด้วยกังซือเฉิน...เจ้ากับจงเหยียนไปสืบฐานะของเหล่าลู่ผู้นี้ให้ชัดเจนที” “พะย่ะค่ะ” “นอกจากมีดสั้นเล่มนั้นแล้ว จั๋วเหรินหาวมิได้ให้สิ่งอื่นกับนางอีกใช่หรือไม่” กังซือเฉินที่กำลังคิดเรื่องพ่อบ้านลู่ถึงกับชะงักไปชั่วครู่เพราะคาดไม่ถึงว่า องค์ชายจะทรงสนพระทัยเรื่องที่คุณชายจั๋วมอบของขวัญให้กับคุณหนูชิง “นอกนั้นก็มีแค่ขนมกับอาหารที่เอาไปฝากจังฮูหยินที่จวนพะย่ะค่ะ” “ดี! กังเฉินเจ้าไปเตรียมกล่องขนมดอกกุ้ยฮวาเอาไว้ พรุ่งนี้ข้าจะเอาไปฝากจวนสกุลชิง” องครักษ์กังก้มหน้าลอบยิ้มเล็กน้อย องค์ชายเร่งรัดภารกิจที่เมืองหลวงที่แท้ก็ทรงเป็นห่วงสถานการณ์ที่อำเภอเฉินนี่เอง คุณหนูชิงผู้นี้ยังไม่ปักปิ่นก็ถูกจองโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว วันก่อนเขาถูกสั่งให้ไปซื้อขนมดอกกุ้ยฮวาจากภัตตาคารก็เพราะองค์ชายต้องการเอามาชิงเอาความดีความชอบจากสาวน้อยจิตรกรนี่เอง ยามเที่ยงของวันต่อมา ชิงหลานกำลังขะมักเขม้นในการวาดรูปจนมิได้สนใจว่ามีเสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ด้านหลัง ร่างสูงโปร่ง

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   41 ตัวจริงของเหล่าลู่

    กังซือเฉินองครักษ์หนุ่มผู้รับคำสั่งให้ตามดูแลคุณหนูชิงอยู่ห่างๆ จึงมิกล้าย่างกรายเข้าไปในจวนโดยพลการ คืนนี้คุณชายน้อยจั๋วมาส่งนางแล้ว เขาก็กลับเรือนพักรับรองได้องค์ชายสิบห้าสั่งให้เขากับสหายอีกคนรั้งอยู่ที่อำเภอเฉิน เขาทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณหนูชิง ส่วนสหายองครักษ์อีกคนคอยตรวจตราความเรียบร้อยในวัดลู่เซี่ยนเพราะองค์ชายไม่ต้องการให้เกิดความผิดพลาดกับภาพวาดฝาผนังในวิหารเก้าเทพและส่วนที่ต้องบูรณะ หลังจากได้เห็นฝีมือจัดการกับโจรย่องเบาของเหล่าลู่แล้ว กังซือเฉินก็รู้สึกข้องใจในฝีมือของคนผู้นี้ในตอนสายหลังจากคุณหนูชิงไปนั่งวาดภาพที่วัดแล้ว เขาจึงลอบมาดูที่จวนสกุลชิงดูว่าแต่ละวันของเหล่าลู่นั้นทำสิ่งใดบ้าง เมื่อเห็นว่าพ่อบ้านประจำจวนหาบน้ำผ่าฟืนด้วยความคล่องแคล่วก็รู้สึกประหลาดใจก่อนตะวันจะตรงหัว เหล่าลู่จะอุ่นอาหารแล้วตั้งโต๊ะไว้รอจังฮูหยิน ส่วนตัวเหล่าลู่จะเข้าไปกินในครัวเพียงผู้เดียว จากนั้นก็ย่องออกไปทางประตูเล็กหลังจวน วันนั้นครบกำหนดที่คุณหนูชิงจะต้องตามศิษย์พี่ไปหาอาจารย์หลังป่าไผ่ชานเมืองลู่ฮั่นซ่อนม้าตัวเก่งไว้เรือนเล็กที่อยู่ห่างกำแพงจวนไปเล็กน้อย เขาค

  • เกิดอีกคราเป็นชายาตัวร้าย   40 พยัคฆ์ซ่อนกาย

    ชิงหลานตื่นก่อนฟ้าสางเพื่อฝึกวรยุทธ์ นางต้องทบทวนกระบวนท่าที่จอมยุทธ์ลู่สอนไว้ทุกๆ สามวันในยามที่ต้องเดินทางไปเรือนของอาจารย์ ศิษย์พี่จะเป็นเตรียมม้าอีกตัวไว้รอนางที่หน้าเหลาสุรา และเพื่อมิให้รบกวนเวลาวาดภาพของนาง จอมยุทธ์ลู่จึงได้กำหนดให้นางไปพบในตอนเลิกงานจอมยุทธ์ลู่และศิษย์พี่คอยสอนนางอยู่จนมืดค่ำ หลังจากที่ทะลวงการเดินลมปราณให้นางแล้ว ชิงหลานสามารถต่อกระบวนท่าได้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว นางจดจำวิทยายุทธ์ในชาติก่อนของตนได้ทั้งหมด เพียงแต่ไม่อาจจะแสดงตนให้ผู้ใดรู้ว่า นางเก่งขึ้นมาในเวลาอันสั้น “เจ้าก้าวหน้าเร็วนัก! ฝึกไม่ถึงสิบวันฝีมือของเจ้าเท่ากับข้าตอนที่เรียนปีแรกแล้ว”จั๋วเหรินหาวทั้งแปลกใจทั้งดีใจ นางเก่งเกินกว่าทุกคนที่เขาเคยเห็น ที่ผ่านมานางมีแต่นอนป่วย เหตุใดจึงได้ฝึกวรยุทธ์ได้รวดเร็วราวกับเคยฝึกมาก่อนหลายมี แต่ส่วนหนึ่งในใจเขาก็นึกดีใจที่นางร่างกายแข็งแรงขึ้นมาก คุณชายน้อยจั๋วมีภาระทางใจอันลึกซึ้งที่ต้องดูแลนางให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ “เย็นนี้ ศิษย์พี่จะเลี้ยงเนื้ออบข้าอีกหรือไม่” “เจ้าอยากกินอะไรข้าก็เลี้ยงทั้งนั้น” ชิงหลาน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status